<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.ภท.โวยก.พลังงานตั้งงบฯผูกพันเกือบทุกโครงการ ทำให้กมธ.ไม่สามารถตัดได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20ส.ค.64 -เมื่อเวลา 09.55 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท ที่กมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว ในวาระสองต่อจากเมื่อวันที่ 19 ส.ค. ซึ่งเป็นวันที่สามของการพิจารณา โดยวันนี้เริ่มพิจารณา มาตรา 18 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงพลังงาน จำนวน 1,873,129,300 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองประธานกมธ.ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอตัดงบกระทรวงพลังงานลง 5 เปอร์เซ็นต์ เพราะต้องการให้กระทรวงตื่นตัวและเป็นหันมาใช้พลังงานสะอาดอย่างแสงแดดและลมมากกว่านี้ แทนที่จะสนใจแอลพีจีซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ราคามีขึ้นและลง&amp;nbsp; ถามว่าไทยจะมีความมั่นคงด้านพลังงานได้อย่างไร ขณะเดียวกัน ประเทศไทยตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่มีแสงอาทิตย์เหลือเฟื้อพอใช้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp; ฉะนั้น กระทรวงพลังงานควรต้องเป็นต้นแบบใช้และสนับสนุนพลังงานสะอาดเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า การตั้งงบประมาณของกระทรวงพลังงาน เป็นการตั้งงบแบบชาญฉลาด เพราะเป็นลักษณะการตั้งผูกพันประจำปีเกือบทุกโครงการ ใช้วิธีการจ้างบริษัทมหาชนข้างนอกมาทำงบประมาณ การจัดซื้อยานพาหนะของกระทรวงพลังงานก็ใช้วิธีการเดียวกันหมด ทำให้กมธ.ไม่สามารถตัดได้ เพราะถ้าตัดจะส่งผลกระทบการใช้งบต่อเนื่อง ด้วยวิธีการแบบนี้ ทำให้ตนไม่สงสัยว่าเหตุใดกมธ.จึงตัดได้แค่ 10 ล้านบาท และไม่เห็นว่ามีโครงการไหนเป็นโครงการเพื่อประชาชน วันนี้ราคาน้ำมันขึ้นทุกวันในวิกฤตโควิด - 19 ถามว่ากระทรวงพลังงานคิดอย่างไรบ้าง ตนจึงขอปรับลดงบ 7% และขอเรียกว่างบทิพย์ เพราะไม่สามารถตัดได้จริง เพื่อให้ไว้เป็นข้อสังเกตในการทำงบประมาณปี 65&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 11.40 น. ที่ประชุมเห็นชอบมาตรา 18 งบประมาณกระทรวงพลังงาน ด้วยมติ 229ต่อ109 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 2เสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113954</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพลังงาน, งบผูกพันข้ามปี, นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ, พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f3e402f83b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ชวน&#039;ยอมรับส่อถกงบฯ 65 ลากยาวถึงวันเสาร์อีกวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64 -&amp;nbsp; ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรอบเวลาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ว่า การแปรญัตติเป็นสิทธิของผู้แปรญัตติ ฉะนั้นเราจึงไม่อาจไปย่อความเขาได้ แต่ที่สำคัญคือเวลาหายไปวันละ 5 ชั่วโมง เพราะที่ผ่านมาประชุมกันถึงเวลาเที่ยงคืนก็มี ซึ่งการประชุมยังคงดำเนินไปตามปกติเพียงแค่ไม่อาจขยายเวลาไปถึงเวลาเที่ยงคืนได้ เพราะสมาชิกไม่พร้อม ดังนั้นแนวโน้มเรื่องการขยายเวลาก็ต้องดูว่าวันนี้จะสามารถประชุมได้ถึงเมื่อใ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าพร้อมที่จะประชุมในวันพรุ่งนี้ (21 สิงหาคม) ใช่หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า จบเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ถามย้ำว่ามีความเป็นไปได้ที่จะประชุมต่อในวันพรุ่งนี้ใช่หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า เป็นไปได้ ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนภาพรวมในการประชุมนั้นเป็นไปด้วยดี เพียงแต่มีสมาชิกบางคนยังอภิปรายเหมือนวาระ 1 ก็พยายามเตือนว่าวาระนี้เป็นวาระแปรญัตติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113922</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลัีกภัย, พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f09791dc99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 06:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 06:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.ก้าวไกล&#039;ขอตัดงบฯตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมทั้งโครงการ ซัดจ้องปิดปากประชาชน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64-การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจาณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2565&amp;nbsp; ช่วงค่ำวันที่19ส.ค.ที่ผ่านมา มีการพิจาณา มาตรา15 กระทรวงคมนาคม วงเงิน 57,154 ล้านบาท โดยนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายขอปรับลดงบ 4.18ล้านบาทของกระทรวงคมนาคมในโครงการซื้อโดรนถ่ายภาพทางอากาศ ที่มีราคาแพงเกินจริง ตั้งงบมา 1.1แสนบาทต่อตัว ทั้งที่ราคาในตลาด รุ่นเดียวกับที่กระทรวงคมนาคมจะซื้อ ตัวท็อปอยู่ที่ 67,400บาทต่อตัว ดูแล้วแพงเกินจริง การจัดซื้อโดรนดังกล่าวบางจังหวัดได้ บางจังหวัดไม่ได้ ใช้เกณฑ์อะไร และไม่รู้ว่า ซื้อมาแล้วใช้กันเป็นหรือยัง ในวิกฤติขณะนี้ไม่ควรซื้อโดรน ขอให้ลดการผลาญ สงสารประชาชนบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นที่ประชุมลงมติให้ความเห็นชอบมาตรา 15ด้วยคะแนน222ต่อ87 งดออกเสียง2 ไม่ลงคะแนน7 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมามีการพิจรณา มาตรา16 งบประมาณกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมวงเงิน 3,821ล้านบาท โดยนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล&amp;nbsp; อภิปรายว่า ขอตัดงบประมาณศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมทิ้งทั้งโครงการจำนวน 79 ล้านบาท โครงการนี้บอกว่า มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่เกี่ยวกับการดำเนินคดีข่าวปลอม แต่ปรากฏว่า ศูนย์ฯเลือกตรวจสอบเฉพาะข่าวเป็นผลลบต่อรัฐบาล แต่ข่าวปลอมที่เป็นผลบวกต่อรัฐบาลไม่มีการตรวจสอบ ตอกย้ำตั้งขึ้นมาเพื่อปกป้องรัฐบาล ศูนย์ฯเคยบอกมีภารกิจตรวจสอบข้อเท็จจริงเท่านั้น ไม่มีหน้าที่ดำเนินคดีผู้กระทำผิด แต่กลับขอให้ปิดการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมาก ขู่ประชาชนอาจถูกดำเนินคดีถ้าแชร์ข่าวเท็จ ทั้งที่บางครั้งเป็นการเล่นแอพริฟูลเดย์ ตั้งคณะอนุกรรมการมาดำเนินคดีกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรามีกระทรวงดีอีเพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีหรือเพื่อปิดปากประชาชน การไล่ฟ้องดำเนินคดีกับประชาชนไม่สามารถแก้ปัญหาข่าวปลอมได้ การเอาอำนาจชี้ว่าอะไรคือความจริงหรือเท็จไปอยู่กับหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับฝ่ายการเมืองไม่มีทางสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้ ถ้าศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเป็นผู้เผยแพร่ข่าวปลอมเอง ใครจะดำเนินคดี ควรให้ศูนย์นี้เป็นหน้าที่องค์กรภาคประชาสังคม สื่อมวลชน ให้เป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง ตราบใดที่หน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ภายใต้ภาครัฐ เอาภาษีประชาชนไปใช้ผูกขาดความจริงอยู่กับฝ่ายตัวเอง ใช้อำนาจกฎหมายปิดปากประชาชน ไม่สมควรได้งบแม้แต่บาทเดียว&amp;quot; นายปกรณ์วุฒิ&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุมลงมติให้ความเห็นชอบมาตรา16 เห็นด้วย228 ไม่เห็นด้วย68 งดออกเสียง2 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วงเงิน&amp;nbsp; 11,235,713,600 บาท นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การจัดงบประมาณกระทรวงทรัพย์ฯ ขัดประสิทธิภาพ ไม่เหมาะกับสถานการณ์ในประเทศ จึงขอตัดงบลง 7 เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของกรมป่าไม้ แม้จะแจกไม้มีค่าให้ประชาชนทุกปี แต่ขอให้แจกกล้าไม้อายุ2ปี ขึ้นไป เพราะมีโอกาสกล้าจะรอดตาย นำไปปลูกจะได้ผลดีมีมาก ส่วนกระทรวงทรัพยากรน้ำ ได้งบน้อยมาก ควรได้งบเพิ่มขึ้น เพื่อสนองต่อความต้องการของประชาชน เรื่องกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ที่เป็นอนาคตของประเทศไทย หากมีการขุดน้ำที่ลึกลงไปอีก เชื่อว่าจะแก้ปัญหาภัยแล้งได้ ในปี2565 ควรจัดงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพในเรื่องน้ำด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา20.15น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมได้สอบถามมติ ผลปรากฏว่า ที่ประชุมเห็นด้วย 221 ไม่เห็นด้วย 59 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 2 จากนั้นนายชวน ได้สั่งปิดประชุม และนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 20ส.ค. เวลา 9.30น. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113914</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดีอีเอส, นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์กุล, พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565, ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611eebfc964c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2021 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ผ่านร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.64 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 20 เม.ย. 2565 ได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ ซึ่งก่อนเสนอรร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ ต่อ ครม. ในครั้งนี้ ได้ผ่านขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็น ตามมาตรา 77 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ระหว่างวันที่ 24 มี.ค. - 7 เม.ย. 2564 ที่ผ่านมา และได้ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้สำนักงบประมาณจำได้จัดพิมพ์ร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และเอกสารประกอบงบประมาณ เพื่อเสนอ ครม. พิจารณาเห็นชอบอีกครั้งในวันที่ 11 พ.ค. 2564 &amp;nbsp;และเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ตามปฏิทินงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร์จะพิจาจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณพ.ศ. 2565 ในวาระที่1 &amp;nbsp;ในวันที่ 26-27 พ.ค. 2564 &amp;nbsp;วาระที่2-3 ในวันที่ 11-13 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;และเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาในวันที่ 23-24 ส.ค. 2564 จากนั้นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี จะนำร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ขึ้นทูลเกล้าฯ ในวันที่ 7 ก.ย. 2564 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวงเงินและโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีวงเงินจำนวน 3.1 ล้านล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ 2564 ที่ 1.85 แสนล้านบาท หรือลดลง 5.66% โครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประกอบด้วย รายจ่ายประจำ 2.36 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 76.15% ของวงเงินงบประมาณ รายจ่ายลงทุน 6.24 แสนล้าบาท คิดเป็นสัดส่วน 20.14% รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 1 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 3.22% รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินทุนสำรองจ่าย 2.49 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 0.81% &amp;nbsp;และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 596.7 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 0.02%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100120</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ, พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565, มติครม., ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059b8932712c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
