<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้างผิดพลาดทางเทคนิค!สภาฯวุ่นซ้ำซาก&#039;ชวน&#039;สั่งโหวตร่างพรบ.งบฯใหม่ตั้งแต่มาตราแรก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานหลังจากที่พักประชุมไปนานกว่า 1 ชั่วโมง ปรากฏว่าที่ประชุมยังไม่สามารถกลับมาเปิดประชุมได้ เนื่องจากต้องไปหารือถึงปัญหาการลงมติมาตรา 6 งบกลาง ที่อาจเกิดข้อผิดพลาด มีองค์ประชุมไม่ครบระหว่างการโหวตลงมติ เนื่องจากตอนโหวตลงมติเห็นชอบในมาตราดังกล่าวด้วยคะแนนเสียง 237 ต่อ 0 นั้น มีจำนวนผู้อยู่ในห้องประชุมแค่ 245 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ต้องทักท้วงกลางที่ประชุม &amp;nbsp;แต่นายชวนยืนยันว่า ดำเนินการถูกต้องแล้ว และให้ดำเนินการประชุมต่อไป ทั้งนี้ที่ประชุมใช้เวลาหารือแก้ปัญหาดังกล่าวเป็นเวลา 1.30 ชั่วโมง จึงกลับมาประชุมใหม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 14.15 น. ที่ประชุมกลับมาเปิดประชุมใหม่ โดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือว่า มีข้อเคลือบแคลงเรื่องการโหวตมาตรา 6 ที่มีปัญหาเรื่ององค์ประชุมครบถ้วนหรือไม่ เนื่องจากเมื่อเวลา 11.17 น. ได้มีการเช็กองค์ประชุมก่อนลงมติโหวตพบว่า มีองค์ประชุม 253 เสียงถือว่าครบองค์ประชุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ต่อมาเวลา 11.18 น. ซึ่งห่างกันเพียง 1 นาที ได้มีการโหวตลงมติมาตรา 6 ปรากฏว่า มีองค์ประชุมเหลือแค่ 245 เสียง หายไป 8เสียง ซึ่งได้สอบถามทั้ง 8 คนแล้ว ยืนยันว่าอยู่ในห้องประชุมครบโดยตลอด จึงเป็นไปได้อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ใน 3 ประการได้แก่ 1.ปัญหาเครื่องลงคะแนนที่กดบัตรแล้ว คะแนนไม่ขึ้น 2 ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนผิด และ3.เสียบบัตรแสดงตนเป็นองค์ประชุมแล้ว แต่ลืมกดปุ่มตอนลงมติ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะลืมกดพร้อมกัน 8คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้คุยกับหลายคนแล้ว เพื่อให้การดำเนินการถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ จึงขอหารือให้โหวตลงมติกันใหม่ตั้งแต่มาตรา 6 เป็นต้นไป จะได้ไม่มีใครไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยอีก ถ้าไปเริ่มโหวตตั้งแต่มาตรา6 ใหม่ คงไม่ทำให้เกิดความล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงว่า การแสดงตนเป็นองค์ประชุมในทุกมาตราที่ผ่านมามีเสียงเกิน 249 เสียงมาตลอด แต่ความผิดพลาดในมาตรา 6 ที่ตอนแสดงตนเป็นองค์ประชุม เมื่อเวลา 11.17 น. มีผู้แสดงตนเป็นองค์ประชุม 253 เสียง แต่ตอนลงมติมาตรา 6 เวลา 11.18 น. กลับมีองค์ประชุมหายไป 8 คน จึงอาจมีความผิดพลาด 3ประการ ทั้งความผิดพลาดเรื่องเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ &amp;nbsp;เรื่องการเสียบบัตรผิดพลาด และการหลงลืมในการเสียบบัตร &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าการแสดงตนเป็นองค์ประชุมครบถ้วนมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ส.ส.8 คน ที่มีชื่อหายไประหว่างการโหวตลงมติมาตรา 6 อาทิ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติ ไทยพัฒนา &amp;nbsp;นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ &amp;nbsp;ต่างยืนยันว่าได้อยู่ในห้องประชุมและได้ร่วมการแสดงตนเป็นองค์ประชุม และโหวตลงมติด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายชวน ได้ขอความเห็นจากสมาชิกว่า ควรจะย้อนกลับไปลงมติใหม่ตั้งแต่มาตรา 6 เป็นต้นมาหรือไม่ เพื่อมิให้ใครไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งสมาชิกได้แสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง อาทิ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ และนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เสนอให้โหวตใหม่เฉพาะมาตรา6 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ได้ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในอดีต ที่เคยวินิจฉัยให้ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 7ฉบับ ช่วงปี 2551 ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีองค์ประชุมไม่ครบระหว่างลงมติรายมาตรา ดังนั้นจึงไม่ต้องไปหาสาเหตุว่า ความผิดพลาดเกิดจากอะไร แต่ต้องไปแก้ไขให้ถูกต้องตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเสนอให้แก้ไข จึงอยากให้เริ่มโหวตใหม่ตั้งแต่มาตรา 1ชื่อร่างพ.ร.บ.เป็นต้นมา เพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสมาชิกอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม เสนอความเห็นให้ไปโหวตใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่มาตรา 1 ซึ่งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านก็เห็นด้วยกับแนวทางของนายชวน ในที่สุดที่ประชุมจึงเห็นพ้องต้องกันให้ไปเริ่มโหวตลงมติใหม่ตั้งแต่มาตรา 1 ว่าด้วยชื่อร่างพ.ร.บ. เป็นต้นมา โดยเริ่มโหวตใหม่ในเวลา 15.00 น. ซึ่งนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตกมธ.เสียงข้างน้อย ได้ขอถอนการอภิปรายที่สงวนความเห็นไว้ตั้งแต่ มาตรา1-31 &amp;nbsp;เพื่อให้การประชุมเป็นไปด้วยความราบรื่นและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้ส.ส.ในห้องประชุมพากันปรบมือแสดงความพอใจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57100</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ประชุมสภา, พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2563, องค์ประชุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e450bcdb8b46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บทเรียนอย่างแรงมาแล้ว!ประธานสภาฯเตือนตรงๆท่านผู้ทรงเกียรติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.63 - ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2563&amp;nbsp;ในวาระที่สองและวาระที่สาม ว่า สภาฯก็ปฎิบัติตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ผ่านมาสมาชิกได้อภิปรายกันครบถ้วนแล้ว ดังนั้น ครั้งนี้เชื่อว่าสมาชิกคงไม่อภิปรายต่อ การพิจารณาจึงน่าจะจบได้เร็วขึ้น แต่จะจบในวันนี้หรือไม่ตนไม่ทราบ หากไม่จบก็อภิปรายต่อวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ก.พ. เพราะเป็นสิทธิ์ของสมาชิกเหมือนกับว่าเราเริ่มต้นวาระ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ใหม่ทั้งหมด&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังไม่มีสมาชิกแจ้งความจำนงที่จะขออภิปราย แต่จะมีชื่ออยู่ในบัญชีเดิมแล้วว่าใครเป็นผู้สงวนความเห็น ใครเป็นผู้แปรญัตติบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการลงคะแนนจะมีปัญหาในเรื่องของการเสียบบัตรอีกหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ก็มีบทเรียนอย่างแรงมาแล้วนะครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57056</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ประชุมสภา, พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2563</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e435d614c087.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลไล่ส.ส.เสียบบัตรพ้นเก้าอี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นิด้าโพลเผย เสียงประชาชนให้ไล่ตะเพิด ส.ส.ฉาว เสียบบัตรแทนกันลาออกไปได้แล้ว เหตุเป็นการกระทำที่ไร้จิตสำนึก พลังประชารัฐชี้เปรี้ยง ร่าง พ.ร.บ.งบฯ ฉบับช่วยกันเสียบ ไม่โมฆะทั้งฉบับ ยกคําวินิจฉัยศาล รธน.ปี 2551 เทียบเคียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้กังวล เพราะเคยคิดว่างบประมาณจะได้ใช้แบบเต็มรูปแบบภายในเดือน ก.พ. แต่เมื่อเกิดปัญหาที่มีผู้ร้องว่ามี ส.ส.เสียบบัตรแทนกันในวันลงมติ จึงต้องยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด อาจใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง และเนื่องจากไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2563 เป็นการใช้จ่ายงบประมาณปี 2562 ไปพลางก่อน ซึ่งเป็นการใช้จ่ายรายจ่ายประจำและโครงการที่มีความต่อเนื่อง ดังนั้นรัฐบาลอาจต้องขยายวงเงินเบิกจ่ายจากที่ไตรมาสแรกที่เรามีเพดาน 30% ดังนั้นควรจะให้สามารถเบิกจ่ายเงินได้ก่อนเพิ่มเป็น 60-65% โดยควบระหว่างไตรมาสที่ 1 และ 2 ใช้ไปก่อน น่าจะพอสามารถแก้ไขปัญหาไปได้ เพราะเป็นเหตุการณ์จำเป็น ซึ่งตนคิดว่าหากนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ประชุมคงจะเห็นด้วยอยู่แล้ว เชื่อว่าทุกฝ่ายจะเห็นด้วย ไม่ว่าจะฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เพราะมีปัญหาเดือดร้อนกันหมด เราต้องช่วยกันรับผิดชอบร่วมกัน เรื่องนี้ควรต้องออกมาโดยเร็ว ขอวิงวอนขอศาลรัฐธรรมนูญ เร่งแก้ปัญหาให้จบโดยเร็ว บ้านเมืองจะได้ไม่ต้องเกิดความวุ่นวาย ขอให้ศาลท่านเป็นพระเอกช่วยแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวเช่นกันว่า คำวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ 2563 น่าจะสอดคล้องกับแนวของคําวินิจฉัยที่ 8 /2551 วันที่ 8 ก.ค.2551 เรื่องนายกรัฐมนตรีขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการตราร่างพระราชบัญญัติสํานักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ซึ่งแม้ว่าคดีดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ร่างพระราชบัญญัติสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.&amp;hellip; ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และเป็นอันตกไปก็ตาม แต่เหตุที่ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวตกไป ปรากฏในคำวินิจฉัยที่ 8/2551 มีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเข้าประชุมเพียง 50 คน ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในขณะนั้น คือ 121 คน จึงมีจำนวนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่ครบองค์ประชุม และถือว่าการประชุมเพื่อลงมติในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการเป็นการประชุมโดยไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 126 วรรคหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 126 วรรคหนึ่ง คือการกำหนดจำนวนของสมาชิกสภาที่มีจำนวนมากเพียงพอที่จะมาร่วมกันแสดงความคิดเห็นและแสดงเจตนาในลักษณะของมติที่ประชุมในการพิจารณาร่างกฎหมายและปฏิบัติหน้าที่อื่นตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ อันเป็นหลักการประชุมสภาที่ใช้อยู่ในนานาประเทศ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้มีบทบัญญัติว่าด้วยองค์ประชุมของสภาผู้แทนราษฎร กำหนดให้มีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาจึงจะเป็นองค์ประชุม เพื่อให้การประชุมพิจารณาตรากฎหมายนั้นเป็นไปอย่างรอบคอบในการพิจารณาทุกวาระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดองค์ประชุมไว้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของสภา ย่อมมีความหมายว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีจำนวนสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม จะถือว่าเป็นการใช้อำนาจนิติบัญญัติโดยองค์กรสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ และหากมีการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่ครบองค์ประชุม จะถือว่าเป็นการออกเสียงลงคะแนนของสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรที่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การยื่นคำร้องกรณี ส.ส.มีการใช้บัตรแสดงตนและลงมติทั้งที่ไม่ได้อยู่ในห้องประชุม ข้อเท็จจริงมีจำนวนเพียง 2-3 เสียงเท่านั้น แม้การออกเสียงดังกล่าวจะไม่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่ไม่มีผลใดๆ ที่จะทำให้การพิจารณาวาระ 2 และ 3 ไม่ครบองค์ประชุม จึงเห็นว่าด้วยแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 8/2551 ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2563 ซึ่งตราขึ้นโดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรออกเสียงลงคะแนนครบองค์ประชุมและการลงมติเห็นชอบด้วยเสียงข้างมากตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 120 ทั้งวาระ 2 และ 3 จึงเป็นร่างพระราชบัญญัติที่ตราขึ้นโดยถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ&amp;quot; นายไพบูลย์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 29-31 ม.ค.2563 จากประชาชน 1,254 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับกรณี ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ในการโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจพบว่า เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับข่าว ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ในการโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 80.14 ระบุว่าเป็นการกระทำที่ไร้จิตสำนึกของ ส.ส. รองลงมา ร้อยละ 13.56 ระบุว่าเป็นเรื่องปกติ เกิดขึ้นบ่อย, ร้อยละ 9.81 ระบุว่าเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจประเทศ หากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณต้องตกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนร้อยละ 5.18 ระบุว่าเป็นเรื่องของความประมาท รู้เท่าไม่ถึงการณ์ของ ส.ส., ร้อยละ 2.31 ระบุว่าเป็นเรื่องของนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ต้องการแก้แค้นที่สอบตก ส.ส.พัทลุง และร้อยละ 0.96 ระบุอื่นๆ ได้แก่ เป็นการกระทำที่ผิดรัฐธรรมนูญ 2560
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงผู้ที่ควรรับผิดชอบต่อกรณี ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ในการโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 45.85 ระบุว่า ส.ส.ที่มีส่วนร่วมในการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ควรลาออกจากตำแหน่ง รองลงมา ร้อยละ 19.62 ระบุว่านายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรร่วมรับผิดชอบ ด้วยการลาออกจากตำแหน่ง, ร้อยละ 19.54 ระบุว่า สภาควรมีมติขับไล่ ส.ส. ที่มีส่วนร่วมในการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ให้ออกจากตำแหน่ง, ร้อยละ 11.96 ระบุว่า ส.ส.ที่มีส่วนร่วมในการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ควรเลิกเล่นการเมืองตลอดชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พบว่า ร้อยละ 11.56 ระบุว่าพรรคการเมืองที่มี ส.ส. ร่วมในการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ควรร่วมรับผิดชอบด้วยการถอนตัวออกจากการร่วมรัฐบาล, ร้อยละ 10.13 ระบุว่า ส.ส.ที่มีส่วนร่วมในการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ต้องจ่ายค่าเสียหายให้รัฐ ที่ทำให้การใช้งบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต้องล่าช้าออกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ร้อยละ 9.01 ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ควรร่วมรับผิดชอบ ด้วยการลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, ร้อยละ 8.61 ระบุว่า พรรคการเมืองที่มี ส.ส.ร่วมในการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ต้องจ่ายค่าเสียหายให้รัฐ ที่ทำให้การใช้งบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต้องล่าช้าออกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนร้อยละ 1.99 ระบุว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องมีใครรับผิดชอบ, &amp;nbsp;ร้อยละ 2.39 ระบุอื่นๆ ได้แก่ นายชวน หลีกภัย ควรร่วมรับผิดชอบ ด้วยการลาออกจากตำแหน่งประธานรัฐสภาไทย ขณะที่บางส่วนระบุว่า คณะรัฐบาลควรร่วมรับผิดชอบด้วยการยุบสภา และร้อยละ 10.13 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56106</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้าโพล, พ.ร.บ.งบประมาณ 63, พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2563, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เป็นการกระทำที่ไร้จิตสำนึก, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200202/image_big_5e36d8e9c86e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘โภคิน’แนะลงมติร่างพรบ.งบ63ใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;6 พรรคฝ่ายค้านขอถกอีกรอบเลื่อนเคาะเป้าซักฟอก เมินส่งเทียบเชิญ &amp;quot;เศรษฐกิจใหม่&amp;quot; &amp;nbsp;แต่แบ่งโควตา &amp;quot;มิ่งขวัญ&amp;quot; จองกฐิน &amp;quot;สมคิด&amp;quot; โวข้อมูลหลั่งไหลมาเพียบ มีใบเสร็จมัด &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ย้ำยื่นญัตติ 29 ม.ค. &amp;quot;โภคิน&amp;quot; แนะสภาลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบ 63 ใหม่ &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ยื่น ป.ป.ช.ฟัน 4 ส.ส.เสียบบัตรแทนกัน อนค.ดิ้นร้องศาล รธน.ยืดแก้ต่างคดียุบพรรค ก่อนหอบหลักฐานส่งวันสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 27 มกราคม นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย, นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน &amp;nbsp;(วิปฝ่ายค้าน), นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ, นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ร่วมประชุมเพื่อกำหนดกรอบประเด็นและรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นายสุทินเปิดเผยก่อนการประชุมว่า หัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ประชุมนัดพิเศษร่วมกันเพื่อสรุปตัวบุคคลที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จากนั้นในช่วงบ่ายจะนำเข้าหารือกับวิปพรรคฝ่ายค้าน โดยข้อมูลที่จะนำมาอภิปรายจะมีทั้งประเด็นที่ได้รวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ และข้อมูลใหม่ที่สะท้อนให้เห็นถึงภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรีที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้หลายเรื่อง เช่น การป้องกันปัญหาฝุ่น PM2.5,&amp;nbsp;การป้องกันปัญหาไวรัสโคโรนา, ปัญหาการทุจริต และการออกกฎหมายงบประมาณ
&amp;nbsp;ส่วนข้อเสนอที่ให้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 สามวาระรวด หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นโมฆะจากกรณี ส.ส.เสียบบัตรแทนกันนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฝ่ายค้านทั้งหมดจะหารือกันก่อนว่าพร้อมจะสนับสนุนแนวทางดังกล่าวหรือไม่ แต่ยอมรับว่าปกติแล้วกฎหมายที่จะให้ความเห็นชอบผ่าน 3 วาระรวดได้ จะต้องเป็นเรื่องคอขาดบาดตายเท่านั้น และต้องมีเหตุผลเพียงพอที่จะอธิบายต่อสาธารณะได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชื่อว่าร่างกฎหมายงบประมาณปี 2563 จะเป็นโมฆะหลังเกิดปัญหามีการเสียบบัตรแทนกัน ซึ่งฝ่ายค้านจะรอดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และเดินหน้าเพื่อเอาผิดทางอาญา กับผู้ที่เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์กล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เดิมกำหนดไว้วันที่ 29 ม.ค.&amp;nbsp;แต่ถ้าจะมีการเลื่อนออกไปจากเดิม 1-2 วันก็ไม่น่ามีปัญหา และคงจะไม่กระทบกับกรอบวันของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งในการประชุมเราจะร่วมกันกำหนดร่างญัตติที่เตรียมนำไปยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นายภูมิธรรมกล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านตั้งใจให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบรัฐบาลด้วย ไม่ได้หวังพึ่งมือในสภาเพียงอย่างเดียว รัฐบาลแม้จะเป็นเสียงข้างมากแต่อยู่ในภาวะเสียงปริ่มน้ำ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นฝ่ายค้านจะชี้ให้ประชาชนได้ประจักษ์ว่า การบริหารงานที่ผ่านมาของรัฐบาลประยุทธ์ก่อให้เกิดประสิทธิภาพหรือไม่ ทั้ง 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านมีความพร้อมมีความเข้าใจร่วมกัน ในการประชุมครั้งนี้จะได้ร่วมหารือถึงบุคคลที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชื่อที่เสนอมาซ้ำกันหรือไม่คงจะมีการแลกเปลี่ยนพูดคุยตกลงกัน เพื่อทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น
นายธนาธรกล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่ยินดีรับกรอบที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้หารือร่วมกัน ที่จะร่วมอภิปรายถึงความล้มเหลวของรัฐบาลนี้ซึ่งได้นำพาประเทศไปผิดทิศผิดทาง เราจะร่วมทำหน้าที่แทนประชาชนตรวจสอบการทำงานรัฐบาล กรอบที่ฝ่ายค้านได้คุยกันมีทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม &amp;nbsp;ประเด็นที่อาจจะมีการทุจริตคอร์รัปชัน การอภิปรายที่จะมีขึ้นในเดือน ก.พ. พรรคร่วมฝ่ายค้านจะชี้ให้เห็นถึงความไม่มีประสิทธิภาพ ความล้มเหลวของรัฐบาลนี้ ถ้าเปิดใจกว้างรับฟังอย่างไม่มีอคติ จะรู้ว่าเราไม่อาจไว้วางใจให้รัฐบาลประยุทธ์ได้บริหารประเทศต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;
โวมีใบเสร็จมัด &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;
นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า พรรคจะร่วมตรวจสอบประเด็นการบริหารงานที่ขาดจริยธรรมในหลายประการ มีทั้งหลักฐานที่จับต้องได้ เพราะได้รับข้อมูลจากประชาชนและฝ่ายราชการเข้ามาเยอะมาก ขณะเดียวกันหลังยึดอำนาจเมื่อ 22 พ.ค.57&amp;nbsp;รัฐบาลระบุจะปฏิรูปประเทศในหลายๆ ด้าน แต่กลับไม่ได้มีการปฏิรูปอะไรเลย ถือเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เราจะชี้ให้เห็นสิ่งที่รัฐบาลพูดอย่างทำอย่าง ขอให้ประชาชนร่วมติดตาม ฝ่ายค้านจะพูดในสิ่งที่เป็นจริงมีประโยชน์ มีข้อเท็จจริงที่จับต้องได้
นพ.เรวัตกล่าวว่า ได้รับแจ้งจาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย จะอภิปรายนายกฯ, นายวิษณุ เครืองาม, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เรื่องของนายกฯ คือการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน นอกจากนี้ยังมีตนที่จะอภิปราย ที่จะชี้ให้เห็นตั้งแต่การบริหารงานของประยุทธ์ 1&amp;nbsp;มาถึงการสืบทอดอำนาจจนมีรัฐบาลประยุทธ์ 2&amp;nbsp;ในการตั้ง ส.ว. แล้วคนเหล่านั้นมาโหวตเลือกให้ได้เป็นนายกฯ อีก รวมถึงการทำงานของรัฐบาลที่เอื้อต่อบริษัททุนขนาดใหญ่ โดยเจาะลงไปที่โครงการอีอีซี โดยมีการใช้อำนาจตามมาตรา 44&amp;nbsp;เป็นต้น
นายสงครามกล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้แตกต่างจากการอภิปรายจากที่แล้วมา เพราะมีข้อมูลหลั่งไหลมาให้ฝ่ายค้านเยอะมาก เชื่อว่าหลังการอภิปรายถ้านักการเมืองฝ่ายรัฐบาลยังยกมือให้กันอีก ไม่รู้จะว่าอะไรแล้วที่ยังทนได้ เรื่องที่มีก็เด็ดๆ ไม่ต้องทวงถามใบเสร็จ เพราะเรามีใบเสร็จที่พร้อมจะนำไปแสดงแน่นอน
นายนิคมกล่าวว่า ในการอภิปรายมีข้อมูล ถ้าเปิดไปคงทำให้ประยุทธ์อยู่ไม่ได้ ขอให้ช่วยกันติดตามการอภิปราย เชื่อว่าหลังการอภิปรายจะมีเสียงจากรัฐบาลบางพรรคมายกมือให้ฝ่ายค้านด้วย นอกจากนี้เตรียมเสนอในที่ประชุมให้อภิปรายรัฐมนตรีเพิ่มเติม ประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ &amp;nbsp;และ รมว.สาธารณสุข, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ซึ่งแล้วแต่ที่ประชุมจะว่าอย่างไร&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรัฐบาลประยุทธ์ พรรคร่วมฝ่ายค้านยังคงยึดวันที่ 29 ม.ค.เป็นหลัก เวลานี้คณะทำงานที่ทำหน้าที่ยกร่างญัตติกำลังขัดเกลาเนื้อหาที่จะต้องบรรยายถึงรัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปราย นอกจาก&amp;nbsp;5 คนหลักแล้ว รัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายเพิ่มนั้นพรรคเพื่อไทยยังต้องหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกครั้ง คงจะได้ข้อสรุปอย่างแน่นอนในช่วงเย็นวันที่&amp;nbsp;28 ม.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสาเหตุที่ยังสรุปไม่ได้เนื่องจากตอนนี้มีข้อมูลหลั่งไหลเข้ามาเยอะ ทำให้ต้องร่วมกันพิจารณาว่า ข้อมูลที่ได้มาลงลึกไปถึงตัวรัฐมนตรีคนนั้นๆ จริงหรือไม่ รวมทั้งเวลานี้เรากำลังจัดสรรผู้อภิปราย ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านแต่ละพรรคแสดงเจตจำนงเข้ามามาก เอาแค่พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ มีผู้ขออภิปรายรัฐมนตรีพรรคละไม่ต่ำกว่า 10 คน ยืนยันว่าสัปดาห์นี้พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า ความคืบหน้าในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีในส่วนที่เหลือ ในกลุ่มโฟกัสไปที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เวลานี้มีพรรคร่วมฝ่ายค้าน 2 &amp;nbsp;พรรคแสดงเจตจำนงว่าต้องการอภิปราย พล.อ.ประวิตรให้ได้ โดยมีข้อมูลหลักฐานที่ยึดโยงมาอย่างชัดเจน ขณะที่คนอื่นๆ อาทิ นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กำลังรอเคาะข้อมูลในชั้นสุดท้ายว่าข้อมูลที่ได้มาชัดเจนมากน้อยขนาดไหน
ฝ่ายค้านเมินเศรษฐกิจใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการหารือพรรคร่วมฝ่ายค้านครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยไม่ได้เชิญพรรคเศรษฐกิจใหม่มาร่วมประชุมด้วย เนื่องจากไม่ค่อยมั่นใจในท่าที มีเพียงนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อคนเดียวที่ขอเวลาอภิปรายรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจนานนับชั่วโมง และยืนยันจะร่วมโหวตไปในทิศทางเดียวกับ ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ขณะที่ ส.ส.คนอื่นยังไม่มีการส่งสัญญาณมา จึงมีความกังวล ประเมินว่าการโหวตไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีหลังการอภิปรายอาจมีเสียงแตกไปทั้งซีกรัฐบาลและซีกฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่มีความกังวลว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 อาจเป็นโมฆะจากกรณี ส.ส.เสียบบัตรแทนกันว่า&amp;nbsp;กรณีนี้ถือว่าการตรากฎหมายขัดกับหลักรัฐธรรมนูญ ที่ระบุให้การลงคะแนนในแต่ละขั้นตอนต้องเป็นไปโดยสุจริต ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยไว้แล้ว ประเด็นที่ถกเถียงกันไม่ใช่ใครเสียบบัตรแทนใครหรือช่องลงคะแนนน้อย แต่เป็นการลงคะแนนโดยสุจริตใช่หรือไม่ ซึ่งแนวทางแก้ไขคือ รัฐบาลควรนำร่าง พ.ร.บ.ที่ผ่านสภาแล้วกลับมาเสนอเข้าสภาเพื่อให้ลงมติใหม่ตั้งแต่วาระที่ 1 เพื่อดำเนินการให้ถูกต้อง เชื่อว่าหากขอความร่วมมือกันจะใช้เวลาในการพิจารณาไม่มากและจะสง่างามกว่า โดยเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ รัฐบาลสามารถดำเนินการได้ทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ &amp;nbsp;จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องเพื่อให้ ป.ป.ช.สอบเอาผิดนายฉลอง &amp;nbsp;เทอดวีระพงศ์ และนางนาที รัชกิจประการ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ซึ่งไม่อยู่ในการประชุมพิจารณาร่าง &amp;nbsp;พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 แต่กลับมีชื่อร่วมลงมติในที่ประชุมสภาเมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีพฤติการณ์เสียบบัตรลงคะแนนแทนกันของนายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และ น.ส.ภริม &amp;nbsp;พูลเจริญ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จึงอาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 &amp;nbsp;มาตรา 185 และอาจเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (พ.ร.ป.ป.ป.ช.) พ.ศ.2561 และเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงในข้อ 7 และข้อ 8 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้หาก ป.ป.ช.วินิจฉัยว่ามีความผิดตามข้อห้ามข้างต้นอาจนำไปสู่การสิ้นสุดของตำแหน่ง ส.ส. ตามมาตรา 101 (7) ของรัฐธรรมนูญ 2560 และอาจมีความผิดตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 28 (1) และมาตรา 30 วรรคแรก ประกอบมาตรา 172 ได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมฯ จึงจะต้องมาร้องเรียนให้ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัย เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลรัฐธรรมนูญ น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;พร้อมนายอนาวิล&amp;nbsp;รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3&amp;nbsp;พรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;เดินทางมายื่นหนังสือในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง? (กกต.) ส่งคำร้องให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ จากกรณีเงินกู้ 191 ล้านบาท&amp;nbsp;โดยน.ส.จารุวรรณระบุว่า ในฐานะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ถือว่าเป็นผู้ถูกร้องคดีนี้เช่นกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงขอใช้สิทธิ์ในฐานะผู้ถูกร้อง&amp;nbsp;ขอร้องสอดเข้ามาเป็นผู้ถูกร้องที่ 2 เพื่อขอใช้สิทธิ์ยื่นคำชี้แจง&amp;nbsp;และแก้ข้อกล่าวหาทั้งแสดงพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อใช้สิทธิ์ในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่และเพื่อความเป็นธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งขอขยายเวลาการยื่นเอกสารชี้แจงต่อศาลออกไปอีก&amp;nbsp;30 วัน เนื่องจากได้ไปยื่นขอคัดสำนวนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการไต่สวนสืบสวนตามข้อกล่าวหา ซึ่งได้ทวงถามกับ กกต. 3 ครั้ง&amp;nbsp;แต่เลขาธิการ กกต.ไม่ให้ตามร้องขอ&amp;nbsp;จึงขอใช้สิทธิ์อุทธรณ์คำสั่งต่อสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา เชื่อว่าหลักฐานที่ขอเมื่อได้มาจะเป็นสิ่งสำคัญมากในการสู้คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในช่วงบ่าย พรรคอนาคตใหม่ได้มอบหมายให้ทีมทนายความเดินทางมายื่นคำชี้แจงและเอกสารแก้ข้อกล่าวหาคดีเงินกู้ ซึ่งครบกำหนดที่ศาลอนุญาตให้ขยายเวลา 15 วันในวันที่ 27 ม.ค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55650</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 พรรคฝ่ายค้าน, พรบ.งบประมาณ, พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2563, พรรคเศรษฐกิจใหม่, รัฐสภา, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2ef3fa1ce62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2020 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2020 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039; ชงติดซีซีทีวีในห้องประชุม ดัดหลังมือมืดกดบัตรแทนกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.63 - นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการเสียบบัตรเพื่อลงคะแนนแทนกันในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำซากในทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่สภาผู้แทนราษฎร เปลี่ยนวิธีการลงคะแนนจากยกมือมาเป็นลงคะแนนทางอิเล็คทรอนิคส์&amp;nbsp;หรือเสียบบัตรลงคะแนน แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เพราะอยู่ที่จิตสำนึก ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบของแต่ละบุคคล ดังนั้นต้องหามาตรการควบคุม ป้องปราม เพื่อให้เกิดความหวาดกลัวหรือเกรงกลัวต่อการกระทำผิด ไม่ให้มีพฤติกรรมเสียบบัตรแทนกันอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทพไท กล่าวว่าในฐานะที่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการพิจารณาคำร้องกรณีการกดบัตรแทนของนายขจิตร ชัยนิคม เมื่อครั้งการลงมติในญัตติเพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากการใช้มาตรา&amp;nbsp;44&amp;nbsp;นั้น ก็ไม่สามารถตรวจสอบหาตัวผู้กระทำผิดในการกดบัตรแทนกันได้ สาเหตุเกิดจากกล้องบันทึกภาพถ่ายทอดสดของทีวีรัฐสภาไม่สามารถจับภาพในขณะที่มีการกดบัตรลงคะแนนได้อย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทพไท กล่าวอีกว่า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก ที่ประชุมคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร จึงได้เชิญผู้อำนวยการสำนักการประชุม สภาผู้แทนราษฎร มาชี้แจงและรับทราบมติของคณะกรรมาธิการฯ โดยเสนอให้ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดซื้อและติดตั้งทีวีวงจรปิด(CCTV)&amp;nbsp;จำนวนกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ชุด เพื่อติดตั้งในห้องประชุมสุริยัน ซึ่งจะเปิดใช้สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมร่วมรัฐสภา ในสมัยประชุมสามัญครั้งหน้า เพื่อจับภาพและตรวจสอบการลงมติทุกครั้ง ซึ่งจะเป็นวิธีการป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการกดบัตรลงคะแนนแทนกันเกิดขึ้นอีกในโอกาสต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55293</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเทพไท เสนพงศ์, พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2563, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190414/image_big_5cb34b1bd0385.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2020 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2020 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039; รับ ส.ส.รัฐบาลเสียบบัตรแทนเป็นเรื่องไม่ถูกต้องอาจส่งผลงบฯ63 ล่าช้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และกรรมการบริการพรรค (กก.บห.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีส.ส. หญิงของพรรคประชารัฐ (พปชร.) เสียบบัตรแทนกันในการโหวตร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณประจำปีงบประมาณรายจ่าย 2563 ว่า ตนยังไม่ทราบ เป็นรายละเอียดของฝ่ายกฎหมาย ส่วนในพรรคพปชร.มีการพูดคุยกันเรื่องนี้กันหรือไม่นั้น กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการประชุมส.ส.ของพรรคไปแล้ว จึงยังไม่ได้คุยกันในเรื่องนี้ ซึ่งเท่าที่ตนเห็นเกี่ยวข้องกับร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่จะตามมา สุดท้ายจะเป็นอย่างไรตนไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะว่าไม่เคยมีประสบการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น เกิดจากส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาล นายสมศักดิ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูก แต่มันจะจบอย่างไร ผมก็ไม่ทราบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าพรรคพปชร. จะมีบทลงโทษส.ส.ที่ถูกระบุว่าเสียบบัตรแทนกัน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องของการลงโทษมันคงทีหลัง เพราะเรื่องอื่นที่มันจะเป็นผลปรากฎตามมาตอนนี้ มันมีเรื่องอื่นที่จะมาถึงก่อน ส่วนเรื่องการลงโทษมันช่วงหลัง เดี๋ยวฟังแล้วจะสับสนกันไปใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่างบประมาณฯ จะล่าช้าไปกันใหญ่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มันเป็นผลกระทบกับทุกคนของประเทศเรา และภาพรวมของเศรษฐกิจ แต่จะมีผลกระทบแค่ไหนอย่างไร ตนไม่สามารถคาดเดาได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55289</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2563, พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), สมศักดิ์ เทพสุทิน, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200123/image_big_5e290bd724ea1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2020 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2020 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; ย้ำเสียบบัตรแทนกันทำไม่ได้ในทุกกรณี เผยเคยเตือนล่วงหน้าแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.63 - ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวกรณีล่าสุดที่มีการเผยแพร่คลิป ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ว่า สภาฯต้องตรวจสอบทุกกรณี ไม่เช่นนั้นจะไม่ยุติธรรม และไม่ว่าจะเสียบบัตรแทนกันในกรณีใดก็ทำไม่ได้ แม้เครื่องลงคะแนนในห้องประชุมมีไม่เพียงพอ ส.ส.ก็ไม่สามารถฝากบัตรเสียบแทนกันได้ ซึ่งโดยทั่วไป ส.ส.เขาจะไม่ยุ่งกับบัตรของคนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคำร้องที่ต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขั้นตอนการตราร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ2563 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า คาดว่าวันนี้(23 ม.ค.) ฝ่ายเลขาธิการฯ จะตรวจสอบรายชื่อทั้งหมดแล้วเสร็จ ก็จะส่งกลับมาที่ตนเพื่อทำเรื่องส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ภายในวันนี้ เพราะต้องรีบ อย่างไรก็ตามเราไม่สามารถวินิจฉัยอะไรแทนศาลรัฐธรรมนูญได้ ทั้งนี้คงต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาพิจารณานานเท่าใด เชื่อว่าไม่นานคงจะรู้ผล เพราะศาลทราบดีว่าจะต้องรีบพิจารณาเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ63 เป็นโมฆะจริงจะมีทางออกอย่างไร นายชวน กล่าวว่า ตามปกติ ถ้างบประมาณปีใหม่ ยังไม่เริ่มใช้ ก็ให้ใช้งบประมาณเดิมไปก่อน ดังนั้นเงินเดือนของข้าราชการก็เป็นไปตามปกติ เพียงแต่โครงการพัฒนาต่างๆไม่สามารถเดินหน้าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาเสียบบัตรแทนกันในอนาคตนั้นคิดว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะเป็นบทเรียนสำหรับทุกพรรคการเมืองและทุกคน แต่เชื่อว่าพรรคการเมืองไม่มีใครเจตนาให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น แต่มันเกิดขึ้นเพราะมีสมาชิกบางคนไม่ระวัง ทั้งที่ตนย้ำไปแล้วว่าวันเด็ก นั้น ส.ส.ไปร่วมกิจกรรมไม่ได้ เพราะติดภารกิจพิจารณางบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต้องยอมรับว่าสภาฯแห่งนี้ยังไม่พร้อมสำหรับการประชุม ส.ส. เนื่องจากที่นั่งยังไม่มีที่นั่งประจำของตัวเอง เพราะยังต้องยืมห้องประชุมจันทราของวุฒิสภาใช้ &amp;nbsp;และหากส.ส.มีที่นั่งประจำก็จะทราบว่าใครลงคะแนนอย่างไร เพราะเป็นเครื่องประจำเหมือนกับห้องประชุมวุฒิสภาตอนนี้ก็รู้ว่าใครนั่งตรงไหน แต่เหนือสิ่งอื่นใดมันขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของแต่ละบุคคล&amp;quot;นายชวน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55288</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2563, เสียบบัตรแทนกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db7dc3fa50f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
