<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รัฐสภา&#039; เห็นชอบร่าง &#039;พรบ.ประชามติ&#039; ผ่านฉลุยวาระสาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;11.50 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ต่อเนื่อง ในมาตรา 55 ถึงมาตรา 67 กระทั่งเวลา 14.55 น. นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุมขณะนั้น ได้ให้ที่ประชุมลงมติในวาระที่สาม ผลปรากฏว่าเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ด้วยคะแนน&amp;nbsp;611&amp;nbsp;ต่อ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;งดออกเสียง 2&amp;nbsp;และไม่ลงคะแนน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เสียง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107230</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.ประชามติ, รัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1a02d38416.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้าน รุมประณาม สว.ทำองค์ประชุมล่ม เตะถ่วงร่างพรบ.ประชามติ กระทบรื้อรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.64 -&amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงองค์ประชุมล่มระหว่างพิจารณาร่างพรบ.ประชามติว่า ส.ว.ท่านหนึ่ง เสนอตรวจสอบองค์ประชุมโดยการขานชื่อ แม้จะมีการอธิบายกัน แต่เมื่อมีการประชุมในมาตราต่อไป มีสมาชิกรัฐสภาส่วนหนึ่ง นั่งอยู่นอกห้องประชุมโดยไม่ยอมเข้าห้องประชุม เหมือนมีเจตนาทำให้องค์ประชุมลม ทั้งที่ส.ส.ของพรรคฝ่ายค้านในอยู่ในห้องประชุมครบ และพร้อมพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว รู้สึกผิดหวังอย่างยิ่งที่ ส.ว.บางคนไม่แสดงตนเป็นองค์ประชุม จนทำให้องค์ประชุมล่มลงไป ทำให้ร่างพ.ร.บ.ที่รัฐบาลเสนอขึ้นมาเอง ในฐานะกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูป แต่กลับปล่อยให้การประชุมเป็นภาระของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ส่วนการพิจารณาคงตต้องนำไปพิจารณาในสมัยสามัญซึ่งต้องรออีก 2 เดือน รู้สึกผิดหวังต่อการทำหน้าที่ของรัฐสภา ขอเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออก หากพ.ร.บ.ประชามติฉบับนี้ไม่ผ่านการพิจารณาในวาระ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่คิดว่าการประชุมจะจบลงแบบนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า มีผู้ที่อยู่ในห้องประชุม แต่ไม่ยอมลงชื่อเป็นองค์ประชุม และอยู่นอกห้องประชุมแต่ไม่ยอมเป็นองค์ประชุม ทำให้กฎหมายประชามติที่เราพยายามผลักดันเพื่อมาแก้ปัญหาต้องรอไปอีก ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายปฏิรูปที่เสนอโดยรัฐบาล จึงเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายรัฐบาล ทั้งยังเป็นการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการคือ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องรับผิดชอบ ขอเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูมิธรรม กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่า การมีสมาชิกรัฐสภาที่ไม่ได้มากจากพี่น้องประชาชน แต่มาจากผู้มีอำนาจจึงมุ่งเน้นทำตามที่ผู้มีอำนาจต้องการ ไม่ใช่ทำตามที่ประชาชนต้องการ ไม่ได้ไขข้อข้องใจให้พี่น้องประชาชนในเรื่องที่มีปัญหา รัฐบาลขอพระบรมราชโองการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ แต่สุดท้ายองค์ประชุมก็ล่ม แสดงให้เห็นว่าส.ว และส.ส.ซีกรัฐบาลทำตามใจชอบ รัฐบาลและส.ว.ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น การมีวุฒิสภาแบบนี้ไม่รู้ประเทศจะมีไปทำไมฝากให้พิจารณาตัวเองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยธวัช กล่าวว่า กรณีนี้มีเจตนาต้องการเตะถ่วง และขัดขวางไม่ให้มีช่องทางในการทำประชามติ เพื่อให้มี ส.ส.ร. ทั้งที่ก่อนหน้านี้อ้างมาตลอดว่า ต้องไปฟังเสียงประชาชนก่อน เป็นการเล่นกล เล่นปาหี่ ลุแก่อำนาจ ขอเตือนส.ว. และพล.อ.ประยุทธ์ว่า ถ้ายังเป็นแบบนี้ต้อไปอีก ประชาชนกำลังจะหมดความอดทน และการขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ และส.ว.จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะทั้งปัญหาโควิด และเศรษฐกิจท่านก็แก้ไม่ได้ ถ้าท่ายังเป็นแบบนี้อีก ตนคิดว่าคงต้องขับไล่รัฐบาล และส.ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องขอบคุณนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ที่พยายามไกล่เกลี่ย แต่ทางส.ว.มีท่าทีบ่ายเบี่ยง ไม่รับ สุดท้ายแล้ว แม้ประธานสภาฯขอให้ประชุมต่อ ถ้าไม่ไหวค่อยเลิก พอเข้าห้องประชุม ส.ว.ก็เลิกจริงๆ แสดงให้เห็นว่า เขากลัวการถามประชาชนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เลยพยายามหนี ทางเดียวที่หนีได้ก็คือการพยายามทำให้พ.ร.บ.ประชามติช้าออกไปให้ได้มากที่สุด ถ้าทำให้กฎหมายตกไปได้ก็คงทำไปแล้ว ตนจึงขอประณามอีกเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับประชาชน แต่ฝ่ายค้านยืนยันว่า เราจะยืนเคียงข้างประชาชน จะทำทุกวิถีทางที่จะนำประชาธิปไตยกลับคืนมาให้ประชาชนให้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98806</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.ประชามติ, องค์ประชุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606ed15d06356.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร่างพรบ.ประชามติ ค้างเติ่ง! เจอพิษโควิดต้องปิดประชุม เลื่อนถก พ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.64 - เมื่อเวลา&amp;nbsp;09.30&amp;nbsp;น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง แต่เมื่อเริ่มเปิดประชุมมีสมาชิกรัฐสภามาประชุมบางตา ไม่ครบองค์ประชุม เนื่องจากมีส.ว.หลายคนไปฉีดวัคซีนโควิดตามโรงพยาบาลต่างๆที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาประสานงานให้ส.ว.ไปฉีดวัคซีน ทำให้ต้องรอสมาชิกมาครบองค์ประชุมเกือบ 1 ชั่วโมง กระทั่งเวลา&amp;nbsp;10.30&amp;nbsp;น. มีสมาชิกครบองค์ประชุม นายพรเพชรจึงดำเนินการประชุมตามวาระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายพรเพชร แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ขอให้วินิจฉัยสมาชิกภาพ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ส.ส.กลุ่มอดีตแกนนำ&amp;nbsp;กปปส.ไว้พิจารณา ทำให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ดังนั้นจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดที่มีอยู่ขณะนี้จึงเหลือ&amp;nbsp;731&amp;nbsp;คน มีองค์ประชุม&amp;nbsp;366 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นจึงเข้าสู่การพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ วาระที่สอง มาตรา&amp;nbsp;42/3&amp;nbsp;ถึงมาตรา&amp;nbsp;42/6&amp;nbsp;เรื่องการลงคะแนนออกเสียงโดยเครื่องออกเสียงอิเลคทรอนิกส์หรือทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่กมธ.เพิ่มเติมให้ลงคะแนนออกเสียงประชามติด้วยเครื่องลงคะแนนออกเสียงอิเลคทรอนิกส์ นอกเหนือจากช่องทางลงคะแนนในบัตรลงคะแนนปกติและลงคะแนนทางไปรษณีย์ ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ไม่มีใครคัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตรา&amp;nbsp;42/6&amp;nbsp;กรณีให้อำนาจคณะกรรมการสามารถเห็นสมควรให้ลงคะแนนออกเสียงโดยวิธีอื่นได้นอกจากการลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้ง การลงคะแนนผ่านไปรษณีย์ และการลงคะแนนด้วยวิธีอิเลคทรอนิกส์ ปรากฏว่า มีส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายทักท้วงอย่างมาก เนื่องจากกมธ.ไม่สามารถตอบได้ว่า วิธีการอื่นคืออะไร เกรงว่าจะเป็นการตีเช็กเปล่าให้กกต. ไปกำหนดวิธีลงคะแนนด้วยวิธีใดๆก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า มาตรา42/6&amp;nbsp;เป็นการเขียนเผื่อไว้ในอนาคต กมธ.ไม่สามารถตอบได้ว่า วิธีการอื่นที่นอกเหนือจากการลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้ง การลงคะแนนทางไปรษณีย์ และการลงคะแนนทางอิเล็กทรอนิกส์คืออะไร เขียนโดยที่ยังไม่รู้ว่าจะใช้วิธีใดในการออกเสียง คิดแบบไกลเกินไป อะไรที่ฟุ่มเฟือยจะเขียนไปทำไม อย่างไรก็ตามหลังจากที่สมาชิกอภิปรายครบถ้วนแล้วที่ประชุมลงมติเห็นชอบ มาตรา42/3-42/6&amp;nbsp;ตามที่กมธ.เสนอมาทุกมาตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า การลงมติในแต่ละมาตรา แม้องค์ประชุมครบก็ตาม แต่ก็มีความกระท่อนกระแท่นโดยองค์ประชุมเลยมาไม่เกิน 15 เสียง จนกระทั่งก่อนลงมติมาตรา 50/1&amp;nbsp;นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นหารือนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ประชุมขณะนั้นว่า หากองค์ประชุมไม่ครบจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างพ.ร.บ.ประชามติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน ชี้แจงว่า การพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ รัฐสภาขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญมา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้งแล้ว และคงจะไม่มีครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แน่นอน เราทำเรื่องขอกราบบังคมทูลเปิดประชุมสมัยวิสามัญ เราก็ต้องทำหน้าที่ หากไม่ทำเราจะอธิบายไม่ได้เลย แต่เรื่ององค์ประชุมมีปัญหาเราก็ต้องขอร้องกัน วันนี้การพิจารณาดำเนินมาเกินขึ้นทางแล้ว ขอให้สมาชิกรัฐสภาอดทนกันอีกไม่นาน อย่างไรก็ตาม ถ้าองค์ประชุมไม่ครบ กฎหมายฉบับนี้ก็ต้องค้างการพิจารณา แล้วพิจารณากันใหม่ในเดือนพ.ค. ซึ่งก็ต้องดูกันว่ามีความพร้อมหรือไม่ อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นที่ประชุมก็ได้ดำเนินการพิจารณาต่อ จนกระทั่งก่อนลงมติมาตรา 53 นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ได้ขอนับองค์ประชุมแบบขานชื่อ แต่นายชวนได้ขอร้องให้ดำเนินการประชุมต่อไป เพราะองค์ประชุมยังครบอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 14.40 น. นายชวนขออนุญาตพักประชุม 10 นาที เพื่อขอพบวิป 3 ฝ่าย และได้เปิดประชุมอีกครั้งในเวลา 15.05 น.&amp;nbsp;โดยนายชวนให้สมาชิกรัฐสภาแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนลงมติ หมวด 8 การคัดค้านการออกเสียง และได้ทอดเวลาอยู่ระยะหนึ่ง เพื่อรอให้สมาชิกรัฐสภาได้เสียบบัตรแสดงตน ระหว่างนั้นนายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ไม่ทราบสมาชิกกลัวอะไรกับพ.ร.บ.ประชามติ ดังนั้นขอให้ทุกคนเข้ามาร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวว่า คงไม่ใช่เรื่องกลัว แต่ด้วยเหตุที่เราทราบว่าอะไรเกิดขึ้น&amp;nbsp;และการเปิดสมัยวิสามัญเป็นเรื่องที่ต้องทำเรื่องทูลเกล้าฯ เพื่อกราบบังคมทูล เราได้เปิดวิสามัญกับเรื่องนี้สองครั้งแล้ว เรามาลงเอยอย่างนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่พึงปรารถนา ตนให้โอกาสสมาชิกได้แสดงตนเพื่อให้ท่านได้มีชื่ออยู่ในห้องประชุมในวาระของการประชุมในวันนี้&amp;nbsp;ขออนุญาตที่ประชุมขอเลื่อนการประชุมเรื่องนี้ไปประชุมครั้งต่อไป เนื่องจากมีความจำเป็นต้องให้องค์ประชุมมีความสมบูรณ์ แม้จะยังไม่นับองค์ประชุม แต่ก็เห็นว่าควรจะเลื่อนออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อ่านพระบรมราชโองการปิดสมัยประชุมวิสามัญ และปิดประชุมในเวลา 15.19 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98799</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายประชามติ, พรบ.ประชามติ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d215282198.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 13:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;เผย​กฤษฎีกาปรับปรุงร่างพรบ.ประชามติเสร็จแล้วแจงสมาชิกรัฐสภาโหวตวาระ3ไม่ผิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค. 2564 &amp;nbsp;เมื่อเวลา​ 12.10 น.​ ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายวิษณุ​ เครืองาม​ รองนายกรัฐมนตรี​ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา​ 2019​ (โควิด-19) หรือศบศ.​ พล.อ. ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรีและรมว. กลาโหมได้เรียกนายวิษณุ​ เครืองาม​ รองนายกรัฐมนตรีขึ้นไปหารือที่ตึกภักดีบดินทร์​ เกี่ยวกับรัฐมนตรีที่รับตำแหน่งใหม่ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรหลังจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายวิษณุ​ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาปรับปรุงเนื้อหาร่าง​ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติของคณะกรรมการกฤษฎีกา​ ว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ปรับปรุงเนื้อหาร่างเสร็จสิ้นแล้ว เมื่อเวลา 13.30 น เมื่อวันที่ 25 มี.ค.และคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง​ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติจะคุยกันในวันที่​ 1​ เม.ย.ดังนั้น​ วันที่​ 1​ หรือ​ 2​ เม.ย.​ น่าจะคุยกันเรียบร้อย​ และน่าจะประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าวได้ตามกรอบเวลาที่เขาวางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีมีการร้องสมาชิกรัฐสภาจำนวน​ 208​ คนที่ลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ​ 3 สุ่มเสี่ยงกระทำผิดกฎหมายหรือไม่​ นายวิษณุ​ กล่าวว่า​ ไม่ทราบ​ เขาไปร้องกันแล้ว​ แต่ไม่ต้องกลัวเพื่อนเยอะ ถ้าถามว่าสุ่มเสี่ยงหรือไม่​ ส่วนตัวมองว่าไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97351</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.ประชามติ, วิษณุ​ เครืองาม​, โหวตวาระ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605d838ecb342.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อเลื่อนถกพรบ.ประชามติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ร่างกฎหมายประชามติส่อเค้ายื้อไปอีก กฤษฎีกาหนักใจแก้ไขเนื้อหาผูกโยงมาตรา 9 ไม่ทัน ส่อเลื่อนเปิดประชุมไปหลังสงกรานต์ ซ้ำร้ายอาจต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความอีก แนะจับตาโหวต ม.10-14 ระอุแน่ ส่วนรัฐธรรมนูญใหม่ยังไม่สะเด็ดน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม 2564 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคว่า จุดยืนไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ส่วนการแก้ไขอำนาจของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) นั้น ก็ไปว่ากัน ส่วนจะตัดหรือไม่ตัดอำนาจเป็นเรื่องของสภาเป็นคนตัดสิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงว่าที่มาของนายกรัฐมนตรีควรมาจาก ส.ส.อย่างเดียวหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ไม่จำเป็น และหากจะแก้ไขต้องดูบริบทตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นภาพรวมที่ต้องไปคุยกันในพรรคว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีความเห็นอย่างไรบ้าง แต่ไม่ใช่ว่าเราจะไม่แก้รัฐธรรมนูญ ต้องไปว่าการถึงรายละเอียดในแต่ละครั้ง ไม่ใช่จะตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค พปชร.มองว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 มีปัญหาตรงไหนบ้าง นายอนุชากล่าวว่า ในฐานะที่เข้ามาตามรัฐธรรมนูญ 2560 หากจะมองว่าในอนาคตมีปัญหาหรือไม่อย่างไร อยู่ที่สังคมและรัฐสภาเป็นคนตัดสิน ไม่ใช่เราตัดสิน เพราะเราเป็นคนอาสาเข้ามาตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ดูเหมือนพรรค พปชร.จะถูกโดดเดี่ยวจากพรรคร่วมรัฐบาลในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายอนุชากล่าวว่า คงไม่ใช่ เพราะความคิดเห็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความเห็นแตกต่างอยู่แล้วในทางการเมือง หากคิดเห็นเช่นเดียวกันคงไม่ปกติ เพราะการเมืองต้องมีความเห็นที่หลากหลาย สุดท้ายต้องมาจบว่ารัฐสภาจะไปทางไหน ต้องใช้เสียงส่วนรวมตามระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลต้องคุยเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญอีกหรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า ต้องพูดคุยกันอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคว่า คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ หลังจากนั้นจะนำไปพิจารณาร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลว่าประเด็นใดที่เห็นตรงกันหรือไม่ตรงกันบ้าง โดยเบื้องต้นพรรคจะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมมาตราที่เกี่ยวกับอำนาจในการเลือกนายกฯ ของ ส.ว. สิทธิชุมชน และการกระจายอำนาจ &amp;nbsp;
นายวราวุธ? ศิลปอาชา? รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา? (ชทพ.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า คาดว่าพรรคจะประชุมก่อนประชุมสภาสมัยวิสามัญวันที่ 7-8 เม.ย. ส่วนประเด็นที่จะแก้ไขนั้นคงต้องหารือกันก่อน แต่จะแก้ประเด็นใดก็แล้วแต่ เราพูดมาเสมอว่าไม่ใช่เฉพาะแค่หมวด 1 หมวด 2 แต่ประเด็นอะไรก็แล้วที่แตะพระราชอำนาจ หรือกระทบกระเทือนเบื้องพระยุคลบาท&amp;nbsp; พรรคไม่ขอเกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าประเด็นอำนาจ ส.ว. พรรคติดใจหรือไม่ นายวราวุธ?กล่าวว่า ต้องมานั่งคุยกันว่าข้อดีข้อด้อยเป็นอย่างไร เพราะท้ายที่สุดเมื่อพูดถึง ส.ว. แต่ ส.ว.เป็นผู้โหวตด้วย เหมือนขอให้คนคนหนึ่งตัดแขนตัวเองทิ้ง ส.ว.เองคงไม่เห็นด้วย แต่ไม่ใช่แก้ไม่ได้ แต่จะแก้ประเด็นใดคงต้องเป็นเรื่องที่? ส.ว.รับได้ด้วย เพราะอย่างไรเสีย? ส.ว.ชุดนี้ก็แต่งตั้งมาแล้ว การจะแก้ไขอะไรที่กระทบอำนาจหรือความสำคัญของ ?ส.ว.ทิ้งเขาคงไม่ยอม คงต้องทำความเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย ต้องเอาประเด็นที่เดินไปข้างหน้าหรือพบกันครึ่งทางเสียก่อน ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ยังคงมีประเด็นเรื่องการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติออกเสียงประชามติ โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาท้วงติงที่ระบุการเปิดประชุมเร็วเกินไป ว่าได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับนายชวนเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นเรื่องการให้ประสานงานกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติของรัฐสภา เพื่อดูว่าทาง กมธ.จะทำเสร็จหรือไม่ และต้องคิดเผื่อเวลานำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย รวมทั้งการออกวาระล่วงหน้า ซึ่งนายชวนและตนเองรับทราบเรื่องเหล่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า นายชวนยืนยันหรือไม่ว่าเปิดวิสามัญในวันที่ 7-8 เม.ย.นี้ นายวิษณุกล่าวว่า นายชวนไม่ได้ยืนยัน ให้แล้วแต่รัฐบาล แต่ท่านได้เสนอแนะว่าให้บอกเวลาในช่วงที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม รายละเอียดต่างๆ ยังไม่ขอพูดถึง เอาเป็นว่าได้พูดคุยกับนายชวนชัดเจนแล้ว เนื่องจากยังไม่ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย จะมาพูดระบุถึงเรื่องวันที่ไม่ได้ เนื่องจากยังไม่ทูลเกล้าฯ ถวายพระราชกฤษฎีกา จึงถือว่าไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมที่จะมาพูดก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ส.ว. ในฐานะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติ กล่าวว่า คณะกรรมการกฤษฎีกายังไม่ส่งเนื้อหาที่ปรับปรุงแก้ไขมาให้ กมธ. โดยกฤษฎีกาแจ้งว่าหนักใจ อาจไม่สามารถพิจารณาแก้ไขเนื้อหาเสร็จได้ทัน เพราะต้องแก้ไขเนื้อหาที่ผูกโยงกับมาตรา 9 อีกหลายมาตรา ดังนั้นแนวโน้มการเปิดประชุมรัฐสภาในวันที่ 7-8 เม.ย. ตามที่นายชวนระบุนั้น คงไม่สามารถเปิดประชุมได้แล้ว คาดว่าน่าจะเป็นหลังสงกรานต์ และในประชุม กมธ.ในวันที่ 1-2 เม.ย. ก็คงหาข้อสรุปอะไรไม่ได้ เพราะกฎหมายเสร็จไม่ทัน คงทำได้แค่ประเมินสถานการณ์กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แนวโน้มการแก้ปัญหาร่าง พ.ร.บ.ประชามติจะออกมาทางใด เพราะสมาชิกรัฐสภาหลายคนเกรงว่าเนื้อหามาตรา 9 ที่แก้ไขอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ นพ.พลเดชกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ว่าอาจส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่พิจารณากันอยู่ ส่วนจะโหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ.ประชามติในวาระ 3 เพื่อตัดปัญหาเลยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของที่ประชุมรัฐสภา ไม่ใช่ ส.ว. เพราะเสียงข้างมาก แต่ขอให้จับตาตอนโหวตวาระ 2 ในมาตรา 10 ถึงมาตรา 14 ที่มีเนื้อหาเกี่ยวโยงกับมาตรา 9 ให้ดี อย่ากะพริบตา มีโอกาสจะไม่ราบรื่น ตีรวนกันสูง เป็นไปได้มาตราเหล่านี้อาจไม่ผ่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจุรินทร์กล่าวถึงจุดยืนพรรคเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ว่าพรรคสนับสนุน และจะให้ความเห็นชอบกฎหมายดังกล่าว ส่วนความกังวลรัฐสภาอาจลงมติไม่ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวและนำสู่อุบัติเหตุทางการเมืองนั้น ขออนุญาตไม่ให้ความเห็นไกลไปถึงขนาดนั้น เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในวาระที่สอง ซึ่ง กมธ.วิสามัญพิจารณาฯ ขอกลับไปปรับปรุง ต้องให้เวลาเขาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลระบุถ้ากฎหมายประชามติบังคับใช้แล้วมีปัญหาสามารถยื่นแก้ไขได้ว่า&amp;nbsp; จริงๆ แล้วเมื่อรัฐสภาผ่านร่างกฎหมายที่มีสำคัญ ต้องให้เวลาในการใช้ดูก่อนว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ ไม่ใช่จะมาแก้ไขหลังประกาศใช้เลย ไม่สมควร ซึ่งในมาตรา 9 ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีโอกาสแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำประชามติ ถือว่าประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ได้ขัดหลักการต่อกฎหมายอย่างไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี ส.ว.ออกมาท้วงติงว่ามาตรา 9 อาจขัดรัฐธรรมนูญ นายประเสริฐตอบว่า ไม่จริง ประชามติส่วนหนึ่งเป็นความคิดเห็นของประชาชน เหมือนการเสนอกฎหมาย ประชาชน 5 หมื่นรายชื่อสามารถเสนอแก้รัฐธรรมนูญได้ 1 หมื่นชื่อเสนอกฎหมายธรรมดาได้ ประชามติเป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งต้องสอบถามประชาชน ทำไมกลัวอำนาจประชาชนหรืออย่างไร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97311</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.ประชามติ, ร่างกฎหมายประชามติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลื่อนเปิดประชุมไปหลังสงกรานต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605c96b8e7ad9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
