<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สธ.ถอย!ให้แค่3วิชาชีพจ่ายยาได้เหมือนเดิม        </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.61- ที่กระทรวงสาธารณสุข ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) มอบหมายให้ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดสธ. &amp;nbsp;และ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในฐานะว่าที่ปลัด สธ. คนใหม่ พร้อมด้วยผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ให้หารือร่วมกันกับวิชาชีพเภสัชกรจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อหาทางออกร่วมกันเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ยา พ.ศ....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เจษฎา &amp;nbsp;กล่าวภายหลังการประชุมหารือว่า &amp;nbsp;ในการหารือเพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ยา ในประเด็นที่มีความเห็นไม่ตรงกันในวันนี้เป็นไปด้วยดี ซึ่งมีไม่กี่ประเด็น คือ มาตรา 22 (5) เรื่องการจ่ายยาของวิชาชีพอื่นๆนั้นที่ยังเป็นกังวลและมีข้อห่วงใย ซึ่งก็ให้ใช้มาตรานี้ อิงของเดิมใน พ.ร.บ.2510 &amp;nbsp;ส่วนประเด็นอื่นๆคือ ต้องการให้แบ่งประเภทกลุ่มยาเหลือ 3 กลุ่ม ตามหลักสากล ซึ่งข้อเสนอที่เสนอเข้ามาตนจะจะได้มีการนำเรื่องเข้าหารือกับคณะกรรมการยกร่างฯ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป หากคณะกรรมการร่างเห็นชอบตามข้อเสนอก็คงไม่ต้องกลับมาคุยกันอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า &amp;nbsp;ที่มีความเห็นไม่ตรงกัน มี 2 ประเด็นหลักๆ ส่วนประเด็นอื่นก็มี เช่น ข้อเสนอให้การโฆษณายาเป็นแบบขออนุญาตเท่านั้น ไม่ใช่แค่จดแจ้ง ซึ่งไม่เป็นปัญหา หากทำความเข้าใจกันแล้วก็สามารถตัดออกได้ ซึ่งเมื่อมีการทำความเข้าใจกันก็เหลืออยู่ 2 ประเด็น ซึ่งการแบ่งกลุ่มประเภทยา กลุ่มเภสัชเสนอให้แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ ยาควบคุมพิเศษ ยาอันตราย และยาสามัญประจำบ้าน ซึ่งมีประเด็นร้านขายยาบรรจุเสร็จ ต้องไปเขียนให้ชัดว่าเป็นยาประเภทใด และไม่ต้องมีใบสั่งยา ซึ่งต้องไปเขียนเพิ่มเติมในบทเฉพาะกาล &amp;nbsp;ซึ่งยาสามัญประจำบ้านเสนอให้เหมือนของเดิม คือมีรัฐมนตรีประกาศ &amp;nbsp;ไม่ใช่ว่าอันไหนเข้าคุณสมบัติที่เขียนมาแล้วจะเข้าอัตโนมัติ อย่างไรก็ตามในวันนี้ไม่ได้คุยในเรื่องกรอบ แต่ในขั้นตอนยังเหลืออีกหลายขั้นตอนหลังจากผ่านร่าง หาก รมว.สธ.เห็นชอบ ก็จะเสนอ ครม.ก็ต้องไปผ่านความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่งผ่านกฤษฎีกา ทั้งนี้ ในการหารือทั้งหมดจะมีการเสนอกับ รมว.สธ.ในวันที่ 5 ก.ย. นี้ เพื่อเสนอประกบเข้าในร่างที่เสนอ ครม.ไปแล้ว ซึ่งระหว่างนี้ก็จะมีการรับฟังความคิดเห็นเรื่อยๆอย่างไรก็ตามต้องมีการคุยกันกับวิชาชีพอื่นๆเพราะก็มีความเห็นของแต่ละวิชาชีพ ซึ่งยังไม่มีการกำหนดว่าจะเป็นวิชาชีพใดต่อไป และเมื่อไหร่ ซึ่งร่าง พ.ร.บ.ยายังคงเดินหน้าต่อไป ซึ่งเมื่อการหารือยังมีข้อห่วงใยในมาตรา 22 (5) ก็ให้กลับไปใช้กฏหมายเดิมไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภก.จิระ วิภาสวงศ์ ประธานชมรมเภสัชสาธารณสุขแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในการรับฟังวันนี้ก็พอใจในระดับหนึ่ง ซึ่งอยากเห็นสิ่งใหม่ที่มีความก้าวหน้าทัดเทียมสากล &amp;nbsp;ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปว่า จะเป็นไปตามนั้นมากน้อยแค่ไหน ซึ่งทางเภสัชกรไม่ได้คัดค้านการแก้ไขร่างพ.ร.บ.ยา ทั้งฉบับ ก็มีบางประเด็นที่ต้องปรับแก้ให้เหมาะสมจริงๆ โดยในมาตรา 22(5) เมื่อยังมีปัญหาก็ได้ข้อสรุปว่า ให้กลับไปใช้อย่างเดิม คือ ให้ 3วิชาชีพจ่ายยาได้ มีแพทย์ ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ ส่วนวิชาชีพอื่นๆไม่ต้องมีพ่วงท้ายเพื่อไปใส่ไว้ในกฎกระทรวงอีก ก็คือให้กลับไปใช้กฎหมายเดิมในมาตรานี้ ส่วนเภสัชกรก็มีกฎระเบียบควบคุมอยู่แล้วว่า ต้องอยู่ประจำร้านขายยา ซึ่งก็เป็นไปตามรูปแบบเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับเรื่องการแบ่งประเภทยานั้น ในกฎหมายฉบับใหม่ระบุไว้ 4 ประเภท แต่ตามหลักสากลระบุไว้ 3 ประเภท คือ 1.ยาควบคุมพิเศษ 2.ยาอันตราย และ3.ยาที่ไม่ต้องมีใบสั่ง หรือยาสามัญประจำบ้าน เราค้านตรงยากลุ่มที่ 4 คือ ยาแผนปัจจุบันที่ไม่ใช่ยาอันตราย หรือยาควบคุมพิเศษ ตรงนี้ยังสงสัยกันว่าจัดเป็นยากกลุ่มไหน หรือเป็นกลุ่มขย.2 ที่เป็นยาบรรจุเสร็จหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันจำกัดการขายอยู่ 2,800 ร้าน ตรงนี้อยากให้เขียนให้ชัดว่า คืออะไร และจำเป็นต้องมีหรือไม่&amp;rdquo; ภก.จิระ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16821</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, กลุ่มสภาวิฃาชีพเภสัช, ถอนเปิดทางวิชาชีพอื่นจ่า่ยยา, พรบ.ยาฉบับใหม่พ.ศ.....</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180904/image_big_5b8e75977438a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เภสัชฯจุฬาฯเสนอ5ข้อชะลอพรบ.ยาใหม่ แนะควรหารือทุกฝ่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ก.ย.61-เภสัชฯจุฬาฯแถลงการณ์แสดงจุดยืน 5 ประเด็น ขอให้ชะลอการเสนอร่างต่อ รมว.สธ. ครม.และ สนช. จัดประชุมหารือประเด็นปัญหากับฝ่ายที่ค้าน ฟังควมเห็นสถาบันการศึกษาด้านเภสัชฯ &amp;nbsp;และร่างพ.ร.บ.ยาใหม่ ต้องอยู่บนพื้นฐานความเป็นสากล ด้านอย.ระบุกม.ยาใหม่ แก้ไขให้ ร้านขายยาต้องมีเภสัชตลอดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันนี้ 3 ก.ย.ที่คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการจัดงานเสวนา เรื่อง&amp;quot;ถาม-ตอบไขประเด็นดราม่าร่างพ.ร.บ.ยาฉบับใหม่ เพื่อสนับสนุนการใช้ยาอย่างสมเหตุผล ปกป้องคุ้มครองประชาชนให้ปลอดภัยจากการใช้ยา&amp;quot; โดยผศ.ดร.ภญ.รุ่งเพ็ชร สกุลบำรุงศิลป์ &amp;nbsp;คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;กล่าวแถลงการณ์เครือข่ายคณาจารย์นิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบันคณะเภสัชศาสตร์จุฬาลงกรณ์ ว่า ขณะนี้มีความเห็นไม่ตรงกันใน พ.ร.บ.ฉบับร่าง เครือข่ายฯมีมติแสดงจุดยืนต่อร่างพ.ร.บ.ยา พ.ศ....ฉบับใหม่ แทนพ.ร.ย.ยา พ.ศ.2510 ใน 5 ประเด็นเพื่อให้เป็นประโยชน์ที่สุด คือ 1.ขอให้ชะลอการนำร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เสนอต่อศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ที่ให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)2.ขอให้รมว.สธ.จัดให้มีการประชุมหารือกับผู้ที่คัดค้านเพื่อปรับแก้ไขในประเด็นที่เป็นปัญหา3.ขอให้มีการปรึกษาหารือระหว่างสถาบันการศึกษาทางเภสัชศาสตร์ เครือข่ายวิชาชีพ ประชาชน ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข 4.สธ.ต้องเร่งดำเนินการก่อนการคัดค้านจะขยายตัวไปเป็นการประท้วง และ5.การร่างพ.ร.บ.ยาฉบับใหม่ต้องอยู่บนหลักวิชาการความสอดคล้องระหว่างสากลและสถานการณ์สังคมโดยต้องไม่ปิดกันการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าประเด็นที่ทางคณะเภสัชฯ กังวลคือประเด็นใด ผศ.ดร.ภญ.รุ่งเพ็ชร กล่าวว่า หลักๆมี2ประเด็นได้แก่ 1.การแบ่งกลุ่มยา เพราะว่ากลุ่มยาบางอย่างยังไม่มีความชัดเจนแต่ยังไม่อยากลงลึกในรายละเอียดเพราะมีเรื่องปรุงยาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยและเพื่อไม่ให้เกิดความคัดแย้ง และ2.การอนุญาตให้วิชาชีพอื่นมีบทบาทในการจ่ายยา เพราะจริงๆแล้วเรื่องการจ่ายยาควรเป็นหน้าที่ของเภสัชกร ซึ่งขณะนี้ทางเครือข่ายฯ ซึ่งร่วมกับเครือข่ายคณะเภสัชศาสตร์ 19 สถาบันเตรียมจัดทำเวทีเพื่อทำความเข้าใจทุกประเด็นให้ชัดเจนขึ้น ซึ่งบทบาทของเภสัชเพื่อต้องการเสนอให้ร่างพ.ร.บ.ยาฉบับใหม่มีทางออกกับทุกฝ่ายเพื่อความปลอดภัยของประชาชน เพราะรายละเอียดที่ยังไม่ตรงกัน อยู่ที่การตีความ นักวิชาการจึงต้องช่วยกันดูว่าจะแก้อย่างไร แต่ยังไม่กำหนดวันที่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าต้องตัดออกทั้งร่างพ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่เลยหรือไม่ ผศ.ดร.ภญ.รุ่งเพ็ชร กล่าวว่า ไม่ขอลงรายละเอียด เพราะเป็นประเด็นทางกฎหมาย. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา( อย.)มีความเคลื่อนไหวเช่นกัน &amp;nbsp;นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการอย. &amp;nbsp;กล่าวว่า ขณะนี้ อย. &amp;nbsp;ได้สรุป ข้อดีของร่างพ.ร.บ.ยา พ.ศ.. ที่มุ่งเน้นคุ้มครองประชาชน จำนวน 10 ข้อ คือ 1.กำหนดให้มีคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เพื่อให้สามารถกำหนดนโยบายแห่งชาติด้านยา และแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ทำให้เกิดความมั่นด้านยาของประเทศ 2.ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนายาอย่างเป็นระบบ ทำให้เกิดนวัตกรรมด้านยา 3.สนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตยาภายในประเทศ &amp;nbsp;สามารถลดการนำเข้ายา ทำให้ยามีราคาถูกลง &amp;nbsp;4.ส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงยาจำเป็นได้อย่างทั่วถึง &amp;nbsp;5. กำหนดให้ร้านยาต้องมีเภสัชกรตลอดเวลาทำการ 6.สามารถตอบสนองต่อการดำเนินธุรกิจในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีรูปแบบเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข อย่างเข้มงวดและมีบทกำหนดโทษที่ชัดเจน 7.มีการกำหนดโทษทางปกครอง &amp;nbsp;8.เพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองผู้บริโภค โดยกำหนดให้มีการต่อทะเบียนยาทุก 7 ปี &amp;nbsp;9.เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการพิจารณาอนุญาตด้านยาให้คล่องตัวและรวดเร็ว และ10. มีการกำหนดประเภทวัตถุดิบที่ใช้ผลิตยาที่ทันสมัย &amp;nbsp;เช่นเภสัชชีววัตถุ และเภสัชสมุนไพร เพิ่มเติมจากเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อที่กำหนดให้เภสัชกรอยู่ประจำร้านตลอดเวลาทำการ แตกต่างจากเดิมอย่างไร นพ.สุรโชค กล่าวว่า มีความแตกต่างแตกต่าง จากของเดิมที่กำหนดว่า 1 ร้าน 1 ชื่อเภสัชกร ทำให้ความเป็นจริงเภสัชกรไม่สามารถอยู่ได้ตลอดเวลาทำการทุกวัน และหลายร้านก็ใช้วิธีจ้างคนมาอยู่ที่ไม่ใช่เภสัชกร &amp;nbsp;แต่ร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้จะระบุไว้ว่า ไม่ว่าจะวันไหนต้องมีเภสัชกร และให้สามารถจ้างเภสัชกรมาประจำร้านได้ ซึ่งก็จะมีในกฎกระทรวงด้วย โดยขอย้ำว่าการแก้ไขร่างพ.ร.บ.ยา นี้มุ่งเน้นเพื่อประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16762</URL_LINK>
                <HASHTAG>.รุ่งเพ็ชร สกุลบำรุงศิลป์, คัดค้านพรบ.ยาฉบับใหม่, พรบ.ยาฉบับใหม่พ.ศ....., เภสัชฯ จุฬา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180904/image_big_5b8de9690fcba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย.แนบความคิดเห็น พ.ร.บ.ยา เสนอครม.แต่ไม่ระบุเวลาแน่ชัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.61- นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กล่าวถึงขั้นตอนของการดำเนินการแก้ไขร่างพ.ร.บ.ยา พ.ศ...ว่า ก่อนหน้านี้ร่างพ.ร.บ.ฯ ได้มีการเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี(ครม.) แล้ว โดยสำนักเลขาธิการ ครม.ได้นำขึ้นเว็บไซต์เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้แสดงความคิดเห็น ซึ่งมีข้อห่วงใยประเด็นการจ่ายยาของวิชาชีพอื่นๆ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา จึงได้มีการระดมความคิดเห็น โดยหลังจากนี้ อย.ก็จะนำความคิดเห็นต่างๆ&amp;nbsp; แนบเพิ่มเข้าไปกับร่างพ.ร.บ.ฯที่เสนอไปแล้ว เสนอต่อ ครม. อีกครั้งหลังจากนั้นก็เป็นไปตามขั้นตอน เมื่อครม.พิจารณาเห็นชอบในหลักการก็จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อไป ส่วนจะใช้เวลาเท่าไรนั้น อย.ไม่สามารถกำหนดได้แน่ชัด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16432</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม., นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์, พรบ.ยาฉบับใหม่พ.ศ....., อย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180714/image_big_5b49adc675154.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องเปลี่ยน! อย.โอด พรบ.ยาของเดิมใช้มา 50ปีแล้ว  ยันทุกฝ่าย90%เห็นด้วยของใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
วันนี้ (27 ส.ค.) ณ ห้องประชุมหลวงวิเชียรแพทยสภา ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยภายหลังการประชุมชี้แจงความคืบหน้าของร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ.... ว่า พ.ร.บ.ยา ฉบับเดิม ใช้มาตั้งแต่ปี 2510 ซึ่งเป็นระยะเวลา 50 ปี โดยฝ่ายที่เกี่ยวข้องเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน ซึ่งมีความพยามจะแก้ไขมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังติดขัดในประเด็นที่ตกลงกันไม่ได้การแก้ไขจึงยังไม่สำเร็จ จึงใช้ คำสั่ง คสช.77/2559 เรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อแก้ไขสาระสำคัญ ซึ่งมี 2 ทางเลือก คือ 1.คงไว้ซึ่ง พ.ร.บ. พ.ศ.2510 และมีการแก้ไขเพิ่มเติม 2.การเขียนกฎหมายขึ้นมาใหม่ โดยในเรื่องนี้มีการหารือกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่เดือน ม.ค. เป็นเวลา 7-8 เดือนแล้ว และมีการรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ และได้มีการตัดสินใจเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายซึ่งในวันนี้ มีผู้เข้าหารือ ประมาณ 300 คน จากหน่วยงานราชการ สภาวิชาชีพ ภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรมยา สมาคม/ชมรมด้านยาและตัวแทนภาคประชาชน เพื่อประมวลความคิดเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วันชัย &amp;nbsp;กล่าวว่า โดยภาพรวมจากการประมวลผลการหารือกันมาตลอดพบว่าส่วนใหญ่ประมาณ 90 %มีความเห็นร่วมตรงกัน และมีความเห็นต่างประมาณ 10 % ซึ่งก็เป็นประเด็นเดิมที่เคยเป็นปัญหาจนทำให้แก้ไขไม่ได้ เช่น การปรุงยา การจ่ายยา &amp;nbsp;โครงสร้างราคายา และสิทธิบัตรยา ดังนั้นเห็นว่าจะรอไม่ได้ ตามหลักการมาตราที่เป็นประโยชน์ ตกลงกันได้ เช่น การขึ้นทะเบียนยา ที่แต่เดิมไม่มีวันหมดอายุ ก็ต้องแก้เพราะไม่มีประเทศไหนทำ ต้องมีวันหมดอายุเพื่อคุ้มครองประชาชน นิยามยาม ในเรื่องร้านขายยาที่ พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 อนุญาตให้เปิดร้านได้โดยไม่ต้องมีเภสัชกร พ.ร.บ ฉบับใหม่ก็คงไว้เช่นนั้น แต่หากมีการปิดกิจการห้ามมีการเปิดอีก เป็นต้นควรออกมาก่อน และมาตราที่ยังเป็นปัญหาค่อยหากระบวนการพูดคุยต่อไป โดยการกำหนดในร่างว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการ 1 ชุด เพื่อพิจารณาในแต่ละประเด็น ซึ่งหากพิจารณาลงตัวแล้วค่อยเสนอเพิ่มเติม หรือ อาจออกเป็นกฎหมายรอง ในกฎหมายฉบับใหม่ที่มีการบังคับใช้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดังนั้นก็สามารถเสนอความคิดเห็นมาได้เรื่อยๆเพราะไม่ได้มีการกำหนดเงื่อนเวลา โดย อย. จะเป็นตัวกลางประมวลความคิดเห็นที่ยังไม่ลงตัว เป็นการรับฟังในชั้นต้น เพื่อเสนอไปยัง ครม. คณะกรรมการกฤษฏีกา และ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้พิจารณาต่อไป โดยการดำเนินการก็อยากให้มีการเดินหน้าต่อไปไม่ใช่กลายเป็นความขัดแย้งของวิชาชีพต่างๆเพราะการทำงานของสหวิชาชีพมีการทำงานตามบทบาทของตนเองเพื่อช่วยประชาชน โดยยืนบนคำถามว่าทำไปแล้วประชาชนได้ประโยชน์อย่างไรดังนั้น หากมีข้อเสนอก็เสนอเข้ามาได้เรื่อยๆ เพราะกว่าจะเข้าสภาฯ ก็อีกหลายเดือน ซึ่งก็ยืนตามหลักการที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ทั้งนี้ ได้มีการส่งเสนอร่างไปที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เสนอไปยัง ครม. แล้ว ซึ่ง ครม.ก็จะดำเนินการตามขั้นตอน โดยมี 2 ทาง คือ 1.อาจส่งกลับมาที่กระทรวงสาธารณสุขเพื่อให้พิจารณาเพิ่มใหม่ หรือ 2. ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกาเพื่อให้พิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าถึงความคิดเห็นที่ยังไม่ลงตัว โดยเฉพาะและเรื่องการปรุงยาและการจ่ายยา ที่ต้องการให้วิชาชีพอื่นสามารถดำเนินการได้ นพ.วันชัย กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.2510 มี 3 วิชาชีพที่สามารถดำเนินการได้ คือ แพทย์ สัตวแพทย์ และทันตแพทย์ ซึ่งความเห็นในปัจจุบันมีแบ่งออกเป็น 2 ทาง แต่คนส่วนใหญ่มักรับเพียงด้านเดียว คือการเพิ่มจำนวนวิชาชีพที่สามารถดำเนินการได้ แต่จริงๆคือ อาจมีการลดจำนวนให้เหลือเพียง1 หรือเพิ่มเป็น 4 เป็น5 ก็ได้ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่าย ต้องมาคุยกันในชั้น กฎหมาย อย.เป็นตัวกลางไม่ตัดสินว่าใครถูกใครผิด มันเป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง ลดได้ เพิ่มได้ แต่อย่างที่บอกคือต้องยืนบนคำถามว่าประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่อย่างไร ซึ่งในการพิจารณาในเรื่องนี้ยังไม่ลงรายละเอียดว่าคณะกรรมการพิจารณาจะมีจากไหนบ้าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16255</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์, พรบ.ยาฉบับใหม่พ.ศ....., อย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180714/image_big_5b49adc675154.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
