<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 17:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลออกหนังสือเวียนพิจารณาคดี &#039;พืชกระท่อม&#039; หลังปลดล็อก ยกฟ้องปล่อยตัวแต่ไม่คืนค่าปรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกศาล เผย เลขาฯ ศาลออกหนังสือเวียนถึงศาลทั่วประเทศพิจารณาคดี &amp;ldquo;กระท่อม&amp;rdquo; ตามกฎหมายเเก้ไขใหม่ หลังได้ปลดล็อคสั่งระงับจำหน่ายคดี-ยกฟ้องนิรโทษโทษเก่า ให้ปล่อยตัว เเต่ไม่คืนค่าปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค. 2564 - นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ได้เปิดเผยกรณี ผลบังคับใช้ พ.ร บ.ยาเสพติดให้โทษฉบับที่ 8 พ.ศ.2564 ซึ่งมีผลบังใช้เป็นวันแรก เกี่ยวกับพืชกระท่อม โดยให้ถือว่าประชาชนสามารถปลูกพืชกระท่อมได้อย่างเสรี หรือจะบริโภคก็สามารถทำได้ ว่า เรื่องนี้ นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ศย016/ว903 เรื่องข้อพิจารณาเกี่ยวกับพรบ.ยาเสพติดให้โทษฉบับที่ 8 พ.ศ.2564 ลงวันที่ 18 ส.ค.ที่จัดทำโดย สำนักกฎหมายและวิชาการศาลยุติธรรมสำนักงานศาลยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความว่า พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2564 เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพรบ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522ในสาระสำคัญคือยกเลิกพืชกระท่อมจากการเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 และยกเลิกความผิดฐานผลิตนำเข้าหรือส่งออกมีไว้ในครอบครองจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพพืชกระท่อมพระราชบัญญัติดังกล่าวประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 26 พ.ค.2564 &amp;nbsp;ซึ่งมาตรา 2ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว กำหนดให้พ.ร.บ.นี้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับ แต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ร.บ.ดังกล่าวจึงมีผลใช้บังคับในวันที่ 24 ส.ค.2564 การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายดังกล่าวมีข้อพิจารณาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษโดยไม่กำหนดให้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 และการยกเลิกบทบัญญัติความผิดฐานผลิตนำเข้าหรือส่งออกมีไว้ในครอบครองจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพพืชกระท่อมทำให้การกระทำดังกล่าวไม่เป็นความผิดอีกต่อไปถือว่าบทบัญญัติแห่ง พรบ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2564 ที่บัญญัติในภายหลังการกระทำเช่นนั้นไม่เป็นความผิดต่อไปซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2 วรรคสอง ให้ผู้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและถ้าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแล้วก็ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้นถ้ารับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ผลของกฎหมายดังกล่าวทำให้ผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีหรือจำเลยที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลในความผิดฐานดังกล่าวพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(5) ศาลจึงไม่อาจขังผู้ต้องหาหรือจำเลยไว้ในระหว่างสอบสวนหรือระหว่างการพิจารณาคดีของศาลได้ดังนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผู้ต้องหาในความผิดฐานผลิตนำเข้าหรือส่งออกมีไว้ในครอบครองจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพพืชกระท่อมอยู่ระหว่างฝากขังไม่มีเหตุที่จะขังผู้ต้องหาอีกต่อไปได้ต้องยกเลิกการฝากขังปล่อยตัวผู้ต้องหาหรือตรวจคืนหลักประกันในการปล่อยชั่วคราว (ถ้ามี) หรือหากคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลก็ต้องพิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) สำหรับคดีความผิดฐานดังกล่าวที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วโดยผลของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2 วรรคสองจำเลยที่ได้รับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง ดังนั้นหากเป็นคดีที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกและปรับส่วนโทษจำคุกให้รอการลงโทษและคุมประพฤติหากจำเลยชำระค่าปรับแล้วถือว่าการบังคับโทษปรับเสร็จสิ้นแล้ว จำเลยไม่อาจขอคืนค่าปรับได้ แต่หากจำเลยอยู่ระหว่างการถูกกักขังแทนค่าปรับ ศาลก็ต้องปล่อยจำเลยเนื่องจากไม่มีโทษปรับอันจะกักขังแทนค่าปรับต่อไปได้ หรือหากจำเลยอยู่ระหว่างการคุมประพฤติเมื่อถือว่าจำเลยไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้นจึงไม่มีโทษจำคุกที่ศาลจะรอการลงโทษและคุมประพฤติได้จำเลยจึงพ้นจากการคุมประพฤติ ต้องยกเลิกการคุมประพฤติทั้งนี้หากจำเลยอยู่ระหว่างการถูกจำคุกในการกระทำความผิดฐานอื่นด้วยก็จะต้องมีการแก้ไขหมายจำคุกหรือหมายจำคุกคดีถึงที่สุดเพื่อยกเลิกการบังคับโทษสำหรับความผิดฐานผลิตนำเข้าหรือส่งออกมีไว้ในครอบครองจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพพืชกระท่อมที่ได้แก้ไขตามกฎหมายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) คดีความผิดฐานผลิตนำเข้าหรือส่งออกมีไว้ในครอบครองจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและเสพพืชกระท่อมซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ย่อมไม่มีเหตุที่จะขังจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ในความผิดฐานดังกล่าว ทั้งนี้หากมีกรณีที่ศาลอุทธรณ์ต้องอ่านคำพิพากษาในคดีความผิดฐานดังกล่าวที่จำเลยถูกคุมขังระหว่างอุทธรณ์ อาจนำระเบียบราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยการอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลสูงในคดีอาญาและคดีแพ่งที่ศาลสูงโดยจัดให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564 มาใช้ในการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับเพื่อลดขั้นตอนการส่งคำพิพากษาไปอ่านที่ศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยัณห์ กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินการตามเเนวปฏิบัตินั้นหากมีคดีอยู่ที่ศาลยุติธรรม ศาลก็จะมีอำนาจพิจารณามีคำสั่งจำหน่ายคดีได้ตามกฎหมายที่เเก้ไขใหม่ ส่วนคดีที่ยังไม่ได้มีการยื่นฟ้อง หรือคดีที่ตัดสินเเล้ว ก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมที่มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการประสานงานกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114394</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.ยาเสพติดให้โทษ, พืชกระท่อม, ศาลยุติธรรม, สุริยัณห์ หงษ์วิไล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124cf3f23def.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลดล็อก &#039;พืชกระท่อม&#039; พ้นยาเสพติด มีผล 24 ส.ค.นี้ ปล่อยตัวผู้ทำผิด 1,038 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2564 ซึ่งจะมีผลวันที่ 24 สิงหาคม 2564 เป็นการปลดพืชกระท่อมออกจากยาเสพติดให้โทษ ทำให้ประชาชนสามารถปลูกและขายได้ รวมทั้งมีการปล่อยผู้กระทำความผิดตามกฏหมายพืชกระท่อมในวันที่ 24 สิงหาคม 2564 จำนวน 1,038 ราย โดยถือว่าไม่เคยกระทำความผิด สำหรับผู้ถูกจับกุมหรือจำเลยในชั้นต่างๆ จะได้ดำเนินการตามแนวทางการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปล่อยตัวผู้กระทำความผิดและผู้ต้องขังคดีความผิดเกี่ยวกับพืชกระท่อมต่อไป&amp;nbsp;เบื้องต้นภาครัฐจะได้รับประโยชน์เมื่อมีการปลดกระท่อมออกจากยาเสพติดให้โทษ สามารถลดค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของภาครัฐและผู้ต้องหาหรือจำเลย&amp;nbsp;1,691,287,000 บาท &amp;nbsp;โดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ) ศึกษาพบว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลเท่ากับ 76,612 บาท ซึ่งคดีข้อหาพืชกระท่อมที่ขึ้นสู่ศาลตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 - 30 มิถุนายน 2564 มีอยู่ถึง &amp;nbsp;22,076 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยังกำชับให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) เร่งสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทราบถึงข้อกฎหมายว่า ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2564 ประชาชนสามารถปลูกและบริโภคกระท่อมตามวิถีชาวบ้าน รวมทั้งยังซื้อหรือขายใบกระท่อมโดยไม่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากมีการนำไปผสมยาเสพติดอื่นๆ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;4 &amp;times; 100 เป็นความผิดตามกฎหมาย &amp;nbsp;สำหรับการนำเข้าหรือส่งออกไปต่างประเทศในเชิงอุตสาหกรรมนั้น ต้องขออนุญาตก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังย้ำถึงการปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระสำคัญเร่งด่วน โดยเน้นจับกุม ยึดทรัพย์ ลงโทษทางอาญา เครือข่ายผู้ค้า ควบคู่ไปกับบำบัดโดยนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการรักษาที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ต้องรณรงค์สร้างการรับรู้และภูมิคุ้มกันในกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย รวมถึงกลุ่มเสี่ยงที่เป็นแรงงานนอกระบบด้วย&amp;rdquo; นายอนุชา&amp;nbsp;กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113820</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.ยาเสพติดให้โทษ, พืชกระท่อม, อนุชา บูรพชัยศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611dc41028d54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 19:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมศักดิ์&#039; ปลื้มปลดล็อก &#039;พืชกระท่อม&#039; ออกจากยาเสพติด ผู้ต้องหาเตรียมเฮด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.64 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2564 (ยกเลิกพืชกระท่อมจากยาเสพติดให้โทษ) ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2564 โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 ส.ค.2564 เป็นต้นไปว่า ตนดีใจที่สามารถผลักดันกฎหมายฉบับนี้จนประกาศใช้ได้สำเร็จ ต้องขอบคุณผู้มีส่วนร่วมทุกท่านที่ทำกฎหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชน&amp;nbsp; ซึ่งเหมาะสมกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน แต่นี่ถือว่าเป็นการเริ่มนับหนึ่ง ขอให้ประชาชนอดใจรออีกไม่นาน กฎหมายทุกอย่างจะสมบูรณ์ ซึ่งตนเชื่อว่าทำได้ทันกรอบเวลา หากเรียบร้อยสมบูรณ์แล้ว ผู้เคี้ยวผู้เสพตามวิถีปกติ ไม่ได้นำไปผสมกับสารเสพติดอื่นๆ จะไม่มีความผิด ส่วนการปลูกโดยประชาชนจะเสรี แต่การจะปลูกใหม่ต้องรอร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ. .... ก่อน ซึ่งถือว่าตอนนี้พืชกระท่อมเกือบจะหลุดจากยาเสพติดโดยสมบูรณ์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ขั้นตอนจากนี้ คือ การเร่งจัดทำ ร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ. .... ที่จะออกมาบังคับใช้เพื่อกำกับดูแลการใช้พืชกระท่อมในทางที่ผิดภายหลังถอดจากยาเสพติดให้โทษแล้วนั้น ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ตรวจพิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้ขอให้กระทรวงยุติธรรมแจ้งยืนยันร่างที่กฤษฎีกาแก้ไขไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเนื่องจากกฤษฎีกามีการแก้ไขหลักการ&amp;nbsp;จึงต้องนำเข้า ครม. อีกครั้งหนึ่ง และได้ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อเตรียมออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ระบุชื่อ ยาเสพติดประเภท 5 โดยให้ยกเลิกพืชกระท่อมออกจากยาเสพติดประเภท 5&amp;nbsp; ซึ่งประกาศสาธารณสุขจะต้องมีผลในวันที่ 24 ส.ค. 2564 เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตนได้สั่งการให้ เลขาธิการ สำนักงาน​คณะกรรมการ​ป้องกัน​และ​ปราบปราม​ยาเสพติด​ (ป.ป.ส.)เร่งสำรวจจำนวนผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชกระท่อม) ในชั้นพนักงานสอบสอน อัยการ หรือพิจารณาคดีในชั้นศาล รวมถึงที่ถูกคุมขังในเรือนจำ ว่ามีกี่คดี กี่คน ซึ่งทั้งหมดจะได้รับการปล่อยตัว ยกเลิกการดำเนินคดีทั้งหมด ซึ่งจะได้รับประโยชน์จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ ในวันที่ 24 ส.ค. 2564 จะได้ไม่เป็นความผิดอีกต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104402</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.ยาเสพติดให้โทษ, พืชกระท่อม, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af8d4ac0507.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2019 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2019 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักกฎหมายชี้จับกัญชา ผิดหลักการนิรโทษกรรม 90 วันถึง 20 พ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.62 - นายคมสัน โพธิ์คง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เฟซบุ๊ก&amp;nbsp;Komsarn Pokong เกี่ยวกับข้อสงสัยทางกฎหมายกรณีการครอบครองกัญชาของมูลนิธิข้าวขวัญ โดยมีเนื้อหาบางตอนระบุว่า เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ได้มีผลใช้บังคับโดยในบทบัญญัติมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้กำหนดหลักการสำคัญของการบังคับใช้กฎหมายไว้ในลักษณะของบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดในกฎหมายดังกล่าวเป็นเวลา 90 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคมสัน กล่าวว่า บทบัญญัติในมาตรา 22 ระบุว่า ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย การใช้รักษาโรคเฉพาะตัว หรือการศึกษาวิจัย อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ไม่ต้องรับโทษสำหรับการกระทำนั้น เมื่อดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ภายใน 90 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในกรณีที่เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา 26/5 ให้สามารถครอบครองยาเสพติดให้โทษดังกล่าวได้ต่อไปจนกว่าการพิจารณาอนุญาตจะแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ในกรณีนอกจาก (1) ให้แจ้งการครอบครองต่อเลขาธิการ อย.ภายในกำหนด 90 วัน ทั้งนี้ หากเป็นผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคเฉพาะตัว และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคมสัน กล่าวว่า บทเฉพาะกาลดังกล่าวได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่ครอบครองยาเสพติดประเภทที่ 5 เฉพาะกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ ไม่ต้องรับโทษ หากได้ดำเนินการตามที่กำหนดในบทบัญญัติมาตรา 22 ดังกล่าว ภายในช่วงเวลา 90 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ คือ ในช่วงเวลาวันที่ 19 กุมภาพันธ์ -วันที่ 20 พฤษภาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลักการของบทเฉพาะกาลนี้ เป็นบทกฎหมายที่มีลักษณะพิเศษเป็นการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้กระทำความผิด ซึ่งเป็นการยกเว้นการรับโทษในช่วงกฎหมายใช้บังคับ ซึ่งการมีกฎหมายใหม่จะทำให้ผู้ครอบครองกัญชาไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายต้องได้รับผลกระทบจากการมี พรบ.ฉบับนี้ และจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ซึ่งกระทำการที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นความผิดจะได้ปฏิบัติตนให้เป็นไปตามกฎหมายที่บัญญัติขึ้นใหม่ทันทีที่กฎหมายใช้บังคับ รวมทั้งจะมีผลทำให้เป็นการลดการกระทำความผิดกฎหมายและได้ผลในการสมัครใจเข้าสู่การดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นการลดการก่ออาชญากรรมในรูปแบบมาตรการทางกฎหมายเชิงบวก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคมสันกล่าวว่า บทบัญญัติมาตรา 22 ดังกล่าว มีลักษณะเดียวกับการกำหนดการนิรโทษกรรมตามบทเฉพาะกาลที่พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ต่อมาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง ซึ่งเมื่อมีการแก้ไขกฎหมายแต่ละครั้ง ก็ได้มีการนิรโทษกรรมเกือบทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เมื่อเราพิจารณาเปรียบเทียบบทบัญญัติของการตราบทเฉพาะกาลเพื่อนิรโทษกรรม ให้แก่ผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนดังกล่าวข้างต้น กับบทบัญญัติมาตรา 22 แห่งพรบ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7)แล้ว ก็จะพบหลักการสำคัญในการนิรโทษกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจารย์คณะนิติศาสตร์ กล่าวว่า ด้วยประเด็นข้อกฎหมายดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การดำเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจค้นและจับกุมบุคคลในมูลนิธิข้าวขวัญ ว่ามีการผลิต ครอบครอง จำหน่ายจ่ายแจก กัญชา ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 5 ที่ได้รับการนิรโทษกรรมการกระทำความผิดในช่วง 90 วัน จึงเป็นการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นไปตามหลักการของกฎหมาย และเป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของมาตรา 22 เพราะการมีบทเฉพาะกาลดังกล่าวเป็นไปด้วยเงื่อนไขที่หลายฝ่ายก็เข้าใจอยู่ว่า ในช่วงเวลาระหว่างวันที่ 19 กุมภาพันธ์ &amp;nbsp;-วันที่ 20 พฤษภาคม เป็นช่วงเวลาของการนิรโทษกรรมไม่เอาผิดกับผู้ซึ่งมีไว้ในการครอบครองกัญชาในทุกกรณี ไม่ว่าจะมีไว้ในครอบครองเพื่อผลิต การค้า การจำหน่าย จ่ายแจก หรือกิจกรรมใด ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย การใช้รักษาโรคเฉพาะตัว การศึกษาวิจัย หรือเพื่อการใดๆ ซึ่งรวมถึงการมีไว้เพื่อสันทนาการ ก็ตาม ก็ได้รับประโยชน์จากบทนิรโทษกรรมดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อหลักการของกฎหมายเป็นไปดังกล่าว การกระทำของเจ้าหน้าที่ที่เข้าดำเนินการกับมูลนิธิขวัญข้าว จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักความชอบด้วยกฎหมายในสาระสำคัญของหลักนิติรัฐ คือหลักกฎหมายว่าด้วยความมาก่อนของกฎหมาย และการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องชอบด้วยกฎหมายและเป็นไปตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราไม่รู้ว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวเกิดจากวัตถุประสงค์ใด แต่หากการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำเพื่อกลั่นแกล้งให้บุคคลใดต้องรับผิดทางอาญา หรือเพื่อผลประโยชน์ของบุคคลหรือกลุ่มผลประโยชน์ใดๆในการมีสิทธิเหนือกัญชา เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้กระทำไม่ว่าส่วนใดส่วนหนึ่งคงต้องเตรียมตัวสำหรับการรับผลจากการกระทำเอาไว้ด้วย&amp;rdquo;นายคมสัน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33302</URL_LINK>
                <HASHTAG>#SaveDecha, กฎหมายกัญชา, นายคมสัน โพธิ์คง, นายเดชา ศิริภัทร, นิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชา, พรบ.ยาเสพติดให้โทษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190409/image_big_5cac5f2ad6020.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21954</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2018 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2018 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.เลื่อนถกกม.ปลดล็อกกัญชา เรียกกรมทรัพย์สินฯเคลียร์สิทธิบัตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;14 พ.ย. 61 - นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมวิปสนช.เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ได้รับหลักการมาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ ซึ่งปลดล็อคให้นำกัญชาไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ ตามที่สมาชิก สนช. ได้ร่วมกันเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายไปก่อนหน้านี้ โดยตามกำหนดเดิมวิป สนช.จ ะเสนอให้ประธานสนช.บรรจุระเบียวาระเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ในวาระที่ 1 วันที่ 16 พ.ย. แต่มีเหตุขัดข้องทำให้ต้องเลื่อนวาระดังกล่าวออกไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุที่ต้องเลื่อนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ เนื่องจากวิป สนช.ไ ด้ทราบถึงข้อห่วงใยในกรณีที่มีบริษัทต่างชาติดำเนินการมาขอจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับการนำกัญชาไปในทางการแพทย์ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ทำให้ที่ประชุมวิป สนช. มีความเห็นว่าจำเป็นต้องเชิญอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามาชี้แจงต่อวิป สนช. ในวันที่ 20 พ.ย.ก่อนที่ สนช. จะบรรจุร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสนช.ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เท่าที่ สนช. ส่วนใหญ่ตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว มีความเห็นว่าปัจจุบันกัญชายังเป็นยาเสพติดต้องห้ามตามกฎหมาย จึงไม่สามารถเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่จะได้รับการคุ้มครองทางสิทธิบัตรตามกฎหมายได้ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 9 (5) ของพ.ร.บ.สิทธิบัตรพ.ศ.2522ที่กำหนดว่าการประดิษฐ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือ ศีลธรรมอันดี อนามัยหรือสวัสดิภาพของประชาชน จะไม่ได้รับการคุ้มครองตามพ.ร.บ. ดังนั้นกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะต้องไม่รับการจดสิทธิบัตรดังกล่าวเอาไว้ และจำเป็นต้องเพิกถอนคำร้องขอยื่นจดสิทธิบัตรทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สนช. เป็นห่วงว่าหากไม่ดำเนินการเพิกถอนการขอจดสิทธิบัตรออกไปก่อน เกรงว่าหากต่อไปเมื่อร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน สนช. และมีผลบังคับใช้แล้ว จะทำให้ต่างชาติได้รับรองการจดสิทธิบัตร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการที่หน่วยงานภาครัฐหรือมหาวิทยาลัยจะทำการวิจัยค้นคว้าทางการแพทย์ เนื่องจากต้องไปขออนุญาตจากเจ้าของสิทธิบัตรที่เป็นต่างชาติก่อน&amp;quot; เลขานุการ วิป สนช. ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21954</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพย์สินทางปัญญา, กัญชา, พรบ.ยาเสพติดให้โทษ, สนช., สิทธิบัตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5bebb6d03a80e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
