<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตเลขา อย.ให้ความเห็น ไม่มีความจำเป็นต้องให้วิชาชีพอื่นจ่ายยาได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;cr: youtube&amp;nbsp;.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ก.ย.61-อดีตรองเลขา อย.ให้ความเห็น ร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ไม่จำเป็นต้องเขียนเรื่องวิชาชีพอื่นให้จ่ายยาได้ ไม่เห็นย้อนอดีต สมัยปี2510 ยังเภสัชขาดแคลน ทำให้กม.ต้องเปิดช่องให้วิชาชีพอื่นจ่ายยา แต่ตอนนี้เภสัชฯ มีมากถึง 40,000 คน &amp;nbsp;ทางกม. รัฐควรให้ความสำคัญความปลอดภัยคนไข้ &amp;nbsp;แนะบริหารจัดการเกลี่ยร้านขายยา -เภสัช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภก.ประพนธ์ อางตระกูล อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีการคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ยา พ.ศ. ... ว่า แต่ละวิชาชีพมีการเรียนมาแตกต่างกัน อย่างเวชกรรมจะเน้นเรื่องการตรวจวินิจฉัยรักษาโรค ส่วนเภสัชกร จะเน้นเรื่องของยา สูตรยา การผสมยาอย่างไรให้เหมาะสม เหมาะกับคนแต่ละประเภท หรือการใช้ยาร่วมกับยาตัวอื่นหรืออาหารเพื่อให้เกิดความปลอดภัย &amp;nbsp;ซึ่งทางด้านสาธารณสุข หากสองวิชาชีพทำงานตามหน้าที่และหนุนเสริมกันก็จะทำให้การทำงานเกิดการตรวจสอบซึ่งกันและกัน &amp;nbsp;ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ &amp;nbsp;ซึ่งการเปิดให้วิชาชีพอื่นจ่ายยานั้น &amp;nbsp;เกิดจากตอนทำ พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 &amp;nbsp;ขณะนั้น เภสัชกรขาดแคลน จึงมีการกำหนดไว้ในมาตรา 13(3) ว่า ให้ 3 วิชาชีพ คือ แพทย์ ทันตแพทย์ และสัตวแพทย์ สามารถจ่ายยาให้แก่คนไข้ของตัวเองได้ ซึ่งปัจจุบันเภสัชกรไม่ได้ขาดแคลน เพราะมีเภสัชกรมากถึง 40,000 คน จึงเห็นว่าควรนำเอามาตรการเรื่องความปลอดภัยสูงสุดต่อคนไข้กลับมาใช้ ในพื้นที่ที่มีความพร้อม คือ มีเภสัชกรเพียงพอ สภาพแวดล้อมและระบบรักษาพยาบาลในพื้นที่ก็ต้องมีความพร้อม เช่น จำนวนร้านขายยามีเพียงพอ มีเภสัชกรไปอยู่ประจำครบ จำนวนคลินิก สถานพยาบาล ร้านขายยาไม่ได้อยู่ห่างไกลชุมชน เป็นต้น ต้องเอาองค์ประกอบเหล่านี้มาคำนวณด้วย หากพื้นที่ไหนมีความพร้อม ก็เสนอว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อาจจะออกประกาศให้แยกผู้สั่งจ่ายยา และผู้จ่ายยาอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นมาตรการเรื่องความปลอดภัยที่เป็นสากลอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภก.ประพนธ์ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ. ยาฉบับดังกล่าวที่มีปัญหาการคัดค้าน เนื่องจากให้ผู้ประกอบวิชาชีพอื่นตามกฎกระทรวงสามารถจ่ายยาเพิ่มเติมได้ ซึ่งกฎกระทรวงนั้นออกได้ง่าย ทำให้เกิดความกังวลกัน และการให้วิชาชีพอื่นจ่ายยาเพิ่มได้แบบนี้ทำให้ไม่มีการตรวจสอบกันระหว่างผู้สั่งจ่ายและผู้จ่ายยา ความปลอดภัยก็น้อยลง อีกทั้งยังมีมาตรา 13(2) ที่ให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม สามารถผลิตยาตามใบสั่งได้ ก่อให้เกิดเรื่องตำรับยาที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้ ซึ่งในปี 2557 เคยมีการประชุมวิชาชีพทางการแพทย์ทั้งหมด ก็เห็นตรงกันว่า หากการผสมยาที่ขึ้นทะเบียนตำรับไว้แล้ว และใช้หลักเภสัชกรรมน่าจะเป็นประโยชน์ ก็อนุญาตในตรงนี้แล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องออกกฎหมายเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไม่มีเภสัชกร ภก.ประพนธ์ กล่าวว่า พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 กำหนดให้ 3 วิชาชีพจ่ายยาได้อยู่แล้ว และยังมีระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยบุคคลซึ่งกระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น หรือสภากาชาดไทย มอบหมายให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2539 จึงทำให้บุคลากรสาธารณสุขที่ประจำใน รพ.สต. เสมือนอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์ จึงสามารถจ่ายยาได้ดังนั้นในร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ไม่จำเป็นต้องเขียนเรื่องวิชาชีพอื่นให้จ่ายยาได้ลงไปในร่าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16803</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประพันธ์ อางตระกูล, พรบ.ยาใหม่..., เภสัชกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180904/image_big_5b8e401567b05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เย็นนี้รู้ผล &quot;หมอปิยะสกล&quot;สั่งสธ. ถก ฝ่ายต้าน&quot;พรบ.ยาใหม่ &quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.61- &amp;ldquo;หมอปิยะสกล&amp;rdquo; สั่ง ปลัด-ว่าที่ปลัด สธ. ถก ฝ่ายต้าน &amp;ldquo;พ.ร.บ.ยา&amp;rdquo; ขอให้รอฟังผลเย็นนี้ เชื่อ ไม่น่ามีปัญหา บอก ของเก่าใช้มา 51 ปี โลกไปไกลแล้ว แต่ไทยยังย่ำที่เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ยา ที่มีการคัดค้านให้บุคลากรทางการแพทย์สาขาอื่นจ่ายยาแทนเภสัชกรได้ ว่า ตนได้สั่งการให้ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุขคนปัจจุบัน และ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ว่าที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เชิญเภสัชกร ซึ่งประกอบด้วย นายกสภาเภสัชกรรม และ 3 ทีมที่กำลังแข่งขันกันเป็นนายกสภาฯ คณบดีคณะเภสัชกรรม ของมหาวิทยาลัย 5 แห่ง ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้มาพูดคุยกัน ซึ่งขอให้รอฟังผล โดยเฉพาะฝ่ายที่ต่อต้านมาคุยกันก่อนเพื่อรับฟังว่ามีปัญหาอะไร เพราะไม่อยากให้มาทะเลาะกันต่อหน้า อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของทุกฝ่ายเรารับฟัง เพราะทุกอย่างทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนไม่ใช่ประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคิดว่าถ้าทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าถ้าทำอย่างนั้นอย่างนี้แล้วจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชน ก็คิดว่าน่าจะเห็นพ้องต้องกัน เพราะความจริง พ.ร.บ.นี้ทำให้ระบบยาของประเทศดีขึ้น ของเดิมใช้มา 51 ปีแล้ว ตอนนี้โลกเขาไปถึงไหนแล้ว แต่เรายังอยู่ตรงนี้ ดังนั้น ถ้าคุยกันในหัวข้อที่มีความเห็นไม่เหมือนกัน ก็คงมีความเห็นไม่เหมือนกันไม่มาก เหมือนที่เลขาธิการองค์การอาหารและยา (อย.) บอกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เขาเห็นชอบกันแล้ว เหลืออีกแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ ที่ต้องมาคุยกัน ซึ่งผมคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร รอคุยกันเย็นนี้ รอฟังผลแล้วกัน แต่ผมคิดว่า ถ้าทุกคนมุ่งเน้นประโยชน์ประชาชน ก็ไม่น่าจะมีปัญหา&amp;quot; นพ.ปิยะสกล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16769</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, พรบ.ยาใหม่..., ศธ.ถกกลุ่มค้านพรบ.ยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180904/image_big_5b8df8e89140d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16334</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้วิชาชีพอื่นจ่ายยาได้ เท่ากับเอื้อประโยชน์ &quot;ร้านสะดวกซื้อ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28ส.ค.61-หมอธีระวัฒน์ ชี้ การเพิ่มวิชาชีพจ่ายาใน พ.ร.บ.ยาใหม่ ต้องตอบให้ได้ว่ามีคุณสมบัติจ่ายยาได้หรือไม่เพื่อประชาชน ไม่ใช่เอื้อประโยชน์ให้ร้านสะดวกซื้อที่ไม่มีเภสัชประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑาหัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า ในส่วนของการแก้ไข พ.ร.บ.ยา พ.ศ.... เรื่องจะเพิ่มวิชาชีพที่จะสามารถจ่ายยาได้นั้น จริงๆแล้วสิ่งที่ดีที่สุดคือต้องให้เภสัชกรเป็นคนจ่ายยาซึ่งจำนวนเภสัชกรไม่ได้ขาด แต่ก็เป็นที่น่าเห็นใจกับคลินิกเล็กๆ เพราะค่าประกอบวิชาชีพเภสัชกรสูง ดังนั้น ในเรื่องนี้ก็สามารถให้พยาบาลเป็นคนจ่ายยาได้ โดยอยู่ในความดูแลของแพทย์ซึ่งมีความสามารถจ่ายยาได้เป็นผู้ควบคุม แต่ทั้งนี้หากจะเพิ่มวิชาชีพในการจ่ายยา ใน พ.ร.บ ยา เลย นั้นเห็นว่าคนที่สามารถจ่ายยาได้ไม่ใช่เพียงแค่นับเม็ดยาแล้วให้ตามจำนวน แต่ต้องมีคุณสมบัติ สามารถรู้อาการของผู้ป่วยว่าทานยาอะไรอยู่ ซึ่งยาเดิมอาจจะไม่เหมาะสม ดังนั้นต้องสามารถหายาใหม่ที่เหมาะสมกับคนป่วยและปลอดภัยกับยาเดิมที่กินอยู่ได้ ซึ่งต้องมาตอบคำถามว่าวิชาชีพที่จะเพิ่มเข้ามา เช่น พยาบาล ทันตแพทย์ เวชศาสตร์ฟื้นฟู มีความสามารถและมีคุณสมบัติเหล่านี้หรือไม่ หากตอบคำถามได้ตนก็ไม่ได้ขัดข้องที่จะเพิ่มวิชาชีพเหล่านี้ให้สามารถจ่ายยาได้ ซึ่งหากไม่ได้ก็อาจจะต้องมีการจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ผมไม่ได้บอกว่าวิชาชีพใดเก่งไม่เก่ง แต่วิชาชีพแต่ละวิชาชีพมีความชำนาญแตกต่างกัน ซึ่งจะสามารถคัดเลือกยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยได้หรือไม่ ดังนั้นจึงขอให้ทบทวนก่อนอย่าพึ่งบอกว่าใครจ่ายได้ ไม่ได้ และต้องตอบคำถามว่าเราต้องการให้คนป่วยได้อะไรที่ดี และปลอดภัยอย่างไร ไม่ใช่ว่าการแก้ พ.ร.บ.จะต้องไปเอื้อให้ร้านสะดวกซื้อ ที่ต้องการควบคุมธุรกรรมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เครื่องดื่ม ยา โดยการให้วิชาชีพอื่น เช่น พยาบาล ไปประจำในร้านยาเพราะไม่มีเภสัชกรไปประจำ เนื่องจากค่าประกอบวิชาชีพเขาก็สูงอยู่แล้ว &amp;ldquo;นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16334</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรบ.ยาใหม่..., ร้านสะดวกซื้อ, ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, เปิดทางให้อาชีพอื่นจ่ายยาได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180703/image_big_5b3a5ddc6edb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
