<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้มท.ฟันโทษสูงสุดร้านเหล้าขาใหญ่สระบุรีถูกสั่งปิดซ้ำซากปล่อยวัยรุ่นมั่วสุมเย้ยพรก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64 - ที่กระทรวงมหาดไทย นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ พร้อมด้วย เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว&amp;nbsp; จำนวน 10 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; ผ่านทาง นายพิริยะ&amp;nbsp; ฉันทดิลก รองอธิบดีกรมการปกครอง ขอให้ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดกับสถานบริการ &amp;ldquo;หลังเขา&amp;rdquo; ที่ละเมิด คำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎหมายหลายฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าวเมื่อวันที่10 ต.ค.ที่ผ่านมา กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองแค ได้ตรวจค้นร้านหลังเขา อ.หนองแค จ.สระบุรี พบวัยรุ่นชายหญิง จำนวน 220 คน มั่วสุมปาร์ตี้เหล้า-ยา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งสถานบันเทิงแห่งนี้ เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 ข้อหาร่วมกันมั่วสุมทำกิจกรรมอันเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 และยังเคยถูกชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย บุกจับกุมเมื่อปลายปี 61 จนถูกสั่งปิดเป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่ง คสช.แม้เคยถูกสั่งปิด แต่กลับมาเปิดใหม่ในพื้นที่เดิมโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย และเหตุการณ์ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 8 คน และต้องกักตัวผู้ต้องหา กลุ่มนักเที่ยวไว้ทั้งหมดที่ศูนย์พักคอยไว้ 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และภาคีเครือข่ายต่างๆ ตระหนักในประเด็นปัญหาเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการลดปัญหาสังคม รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และเอกชน ในการรณรงค์และบังคับใช้กฎหมายปกป้องเด็ก เยาวชน และประชาชนให้ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงทุกรูปแบบ มีจุดยืนและข้อเสนอต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย ดังนี้ 1.ขอให้กระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดกับสถานบันเทิงแห่งนี้ที่ละเมิด คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558&amp;nbsp; ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp; พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พรบ.สถานบริการ&amp;nbsp; พรบ.ยาเสพติด และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีพฤติกรรมการกระทำผิดที่ซ้ำซากและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ซึ่งการฝ่าฝืนเปิดในสถานที่เดิมนี้ยังเป็นความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่46/2559 อีกด้วย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและดำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;2.ขอให้กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งกำชับทุกจังหวัดให้ตรวจสอบ ดูแล กวดขัน สถานบริการหรือสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558&amp;nbsp; พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;nbsp; พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp; พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาสังคมที่จะเกิดขึ้น และนำไปสู่การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่&amp;nbsp; 3.เครือข่ายฯ เข้าใจถึงความเดือดร้อนของสถานประกอบการ สถานบริการ ร้านเหล้า ผับ บาร์ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายมีการผ่อนผันให้สามารถดำเนินธุรกิจได้&amp;nbsp; ทุกสถานประกอบการจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา ทั้งปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 และปัญหาสังคมอื่นๆ ตลอดจนสถานบริการควรช่วยกันตรวจสอบ จัดการผู้ประกอบการที่สร้างปัญหา ทำผิดกฎหมาย ไม่เคารพกติกาบ้านเมือง&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; 4.เครือข่ายขอให้กำลังใจกรมการปกครอง&amp;nbsp; และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อความสงบสุขของสังคม และขอเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวัง&amp;nbsp; แจ้งเหตุร้านเหล้าผับบาร์ที่ทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ&amp;rdquo; นายชูวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายณัฐพงศ์&amp;nbsp; สำเภาแก้ว&amp;nbsp; ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง&amp;nbsp; กล่าวว่า การกระทำของสถานบันเทิงแห่งนี้จะเห็นว่ามีการกระทำความผิดในหลายๆ ครั้ง ในประเด็นเดิมๆ เคยถูกสั่งปิด แต่ก็สามารถกลับมาเปิดใหม่ในพื้นที่เดิมโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และโรคระบาด ทางเครือข่ายฯ จึงขอให้มีการลงโทษตามกฎหมายสูงสุด มิใช่มุ่งเอาผิดแค่ผู้เข้ามาใช้บริการ และควรพิจารณาด้วยว่ามีใครที่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่&amp;nbsp; และกระทรวงมหาดไทยควรมีข้อสั่งการให้ทุกจังหวัดตรวจสอบ และเข้มงวดสถานบันเทิง การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะขณะนี้เรากำลังจะเดินหน้าเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา จึงไม่ควรปล่อยปละละเลยให้สถานบันเทิงกลายเป็นจุดเสี่ยงแพร่โรค เกิดคลัสเตอร์โควิด-19 ขึ้นมาอีก ซึ่งอาจจะกระทบกับแผนการเปิดประเทศของเราได้&amp;nbsp; จำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันมิใช่ยอมทำผิดกฎหมายเพียงเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายพิริยะ&amp;nbsp; ฉันทดิลก รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ขอไปตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง คงต้องไปดูในรายละเอียดของพฤติกรรม สภาพแวดล้อม เพราะแต่ละเคสเกิดขึ้นไม่เหมือนกัน อยากขอร้องผู้ประกอบการว่าอย่าทำเรื่องแบบนี้เลย เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งแพร่ระบาดของโควิด ยังทำให้เด็กเยาวชนไปมั่วสุม ดังนั้นควรคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทำธุรกิจต้องมีจริยธรรม หยุดอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนกับสังคม ทั้งนี้ฝากถึงประชาชนขอให้แจ้งเบาะแสการกระทำผิดเข้ามา เพื่อทางเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตรวจสอบลงโทษต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119809</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวิทย์ จันทรส, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน, พรบ.สถานบริการ, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_616924be83f68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้มท.ฟันโทษสูงสุดร้านเหล้าขาใหญ่สระบุรีถูกสั่งปิดซ้ำซากปล่อยวัยรุ่นมั่วสุมเย้ยพ.ร.ก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64 - ที่กระทรวงมหาดไทย นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ พร้อมด้วย เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว&amp;nbsp; จำนวน 10 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; ผ่านทาง นายพิริยะ&amp;nbsp; ฉันทดิลก รองอธิบดีกรมการปกครอง ขอให้ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดกับสถานบริการ &amp;ldquo;หลังเขา&amp;rdquo; ที่ละเมิด คำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎหมายหลายฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าวเมื่อวันที่10 ต.ค.ที่ผ่านมา กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองแค ได้ตรวจค้นร้านหลังเขา อ.หนองแค จ.สระบุรี พบวัยรุ่นชายหญิง จำนวน 220 คน มั่วสุมปาร์ตี้เหล้า-ยา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งสถานบันเทิงแห่งนี้ เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 ข้อหาร่วมกันมั่วสุมทำกิจกรรมอันเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 และยังเคยถูกชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย บุกจับกุมเมื่อปลายปี 61 จนถูกสั่งปิดเป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่ง คสช.แม้เคยถูกสั่งปิด แต่กลับมาเปิดใหม่ในพื้นที่เดิมโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย และเหตุการณ์ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 8 คน และต้องกักตัวผู้ต้องหา กลุ่มนักเที่ยวไว้ทั้งหมดที่ศูนย์พักคอยไว้ 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และภาคีเครือข่ายต่างๆ ตระหนักในประเด็นปัญหาเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการลดปัญหาสังคม รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และเอกชน ในการรณรงค์และบังคับใช้กฎหมายปกป้องเด็ก เยาวชน และประชาชนให้ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงทุกรูปแบบ มีจุดยืนและข้อเสนอต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย ดังนี้ 1.ขอให้กระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดกับสถานบันเทิงแห่งนี้ที่ละเมิด คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558&amp;nbsp; ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp; พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พรบ.สถานบริการ&amp;nbsp; พรบ.ยาเสพติด และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีพฤติกรรมการกระทำผิดที่ซ้ำซากและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ซึ่งการฝ่าฝืนเปิดในสถานที่เดิมนี้ยังเป็นความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่46/2559 อีกด้วย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและดำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;2.ขอให้กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งกำชับทุกจังหวัดให้ตรวจสอบ ดูแล กวดขัน สถานบริการหรือสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558&amp;nbsp; พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;nbsp; พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp; พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาสังคมที่จะเกิดขึ้น และนำไปสู่การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่&amp;nbsp; 3.เครือข่ายฯ เข้าใจถึงความเดือดร้อนของสถานประกอบการ สถานบริการ ร้านเหล้า ผับ บาร์ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายมีการผ่อนผันให้สามารถดำเนินธุรกิจได้&amp;nbsp; ทุกสถานประกอบการจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา ทั้งปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 และปัญหาสังคมอื่นๆ ตลอดจนสถานบริการควรช่วยกันตรวจสอบ จัดการผู้ประกอบการที่สร้างปัญหา ทำผิดกฎหมาย ไม่เคารพกติกาบ้านเมือง&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; 4.เครือข่ายขอให้กำลังใจกรมการปกครอง&amp;nbsp; และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อความสงบสุขของสังคม และขอเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวัง&amp;nbsp; แจ้งเหตุร้านเหล้าผับบาร์ที่ทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ&amp;rdquo; นายชูวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายณัฐพงศ์&amp;nbsp; สำเภาแก้ว&amp;nbsp; ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง&amp;nbsp; กล่าวว่า การกระทำของสถานบันเทิงแห่งนี้จะเห็นว่ามีการกระทำความผิดในหลายๆ ครั้ง ในประเด็นเดิมๆ เคยถูกสั่งปิด แต่ก็สามารถกลับมาเปิดใหม่ในพื้นที่เดิมโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และโรคระบาด ทางเครือข่ายฯ จึงขอให้มีการลงโทษตามกฎหมายสูงสุด มิใช่มุ่งเอาผิดแค่ผู้เข้ามาใช้บริการ และควรพิจารณาด้วยว่ามีใครที่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่&amp;nbsp; และกระทรวงมหาดไทยควรมีข้อสั่งการให้ทุกจังหวัดตรวจสอบ และเข้มงวดสถานบันเทิง การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะขณะนี้เรากำลังจะเดินหน้าเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา จึงไม่ควรปล่อยปละละเลยให้สถานบันเทิงกลายเป็นจุดเสี่ยงแพร่โรค เกิดคลัสเตอร์โควิด-19 ขึ้นมาอีก ซึ่งอาจจะกระทบกับแผนการเปิดประเทศของเราได้&amp;nbsp; จำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันมิใช่ยอมทำผิดกฎหมายเพียงเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายพิริยะ&amp;nbsp; ฉันทดิลก รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ขอไปตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง คงต้องไปดูในรายละเอียดของพฤติกรรม สภาพแวดล้อม เพราะแต่ละเคสเกิดขึ้นไม่เหมือนกัน อยากขอร้องผู้ประกอบการว่าอย่าทำเรื่องแบบนี้เลย เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งแพร่ระบาดของโควิด ยังทำให้เด็กเยาวชนไปมั่วสุม ดังนั้นควรคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทำธุรกิจต้องมีจริยธรรม หยุดอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนกับสังคม ทั้งนี้ฝากถึงประชาชนขอให้แจ้งเบาะแสการกระทำผิดเข้ามา เพื่อทางเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตรวจสอบลงโทษต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119808</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวิทย์ จันทรส, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน, พรบ.สถานบริการ, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_616924be83f68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
