<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 18:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 18:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านหนองบัวลำภูสู้ทั้งภัยโควิด-สู้ทั้งเหมืองแร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.63- เฟซบุ๊ก &amp;#39;เหมืองแร่หนองบัว&amp;#39; โพสต์ข้อความ ระบุ&amp;ldquo;ฉันคือกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ฉันไม่เอาเหมืองแร่&amp;rdquo; Anti Mining in Dong Mafai Challenge&amp;nbsp;โดยระบุว่า จากกรณีที่สภาองค์การบริหารส่วนตำบลดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ได้มีมติเห็นชอบให้ต่ออายุใบอนุญาตประทานบัตรทําเหมืองหินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน (เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง) และใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าเก่ากลอยและป่านากลาง) เพื่อทําเหมืองแร่ ให้ผู้ประกอบการ โดยกล่าวอ้างในที่ประชุมสภาฯ ว่า &amp;ldquo;ชาวบ้านไม่มีการขัดแย้งอะไรกับกิจการเหมืองแร่ ยังทำมาหากินกันตามปกติและไม่มีเรื่องร้องเรียนใด ๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ได้ต่อสู้คัดค้านการทำเหมืองแร่หินปูนมาตลอด ซึ่งเป็นระยะเวลากว่า 25 ปี และต้องสูญเสียนักต่อสู้ที่ออกมาต่อต้านการทำเหมืองแร่หินปูนและโรงโม่หินในพื้นที่ชุมชนไปถึง 4 ชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทว่า ส.อบต. กลับเหยียบย่ำหัวใจชาวบ้านโดยการต่ออายุใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการทำเหมืองแร่ต่อไป ไม่เพียงเท่านั้นยังเอามีดมากรีดซ้ำด้วยคำพูดย่ำยีหัวใจชาวบ้าน โดยไม่สนใจเสียงคัดค้านและความเดือดร้อนของประชาชนคนในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Challenge นี้ กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได มองเห็นว่า เราในฐานะประชาชนคนหนึ่งมีสิทธิและเสรีภาพในการอนุรักษ์ ปกป้อง และรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าทรัพยากรธรรมชาติเหล่านั้นจะอยู่ที่ไหนของประเทศก็ตาม เราสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการลุกขึ้นมาปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับคนในชุมชนได้ เราทุกคนถือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได เรา คือ กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันถือป้าย &amp;ldquo;ฉัน คือ กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ฉันไม่เอาเหมืองแร่&amp;rdquo; แล้วถ่ายรูปโพสต์ FACEBOOK พร้อมติด #ฉันคือกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได #ฉันไม่เอาเหมืองแร่ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราทุกคน คือ &amp;ldquo;กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได&amp;rdquo;
#ฉันคือกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได
#ฉันไม่เอาเหมืองแร่
#หยุดเหมืองแร่หินปูน
#หยุดเหมืองแร่หินปูนดงมะไฟ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62937</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอนุรักษ์ป่าชมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได, พรบ.แร่ 2560, สภาองค์การบริหารส่วนตำบลดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู, หนองบัวลำภู, เหมืองแร่ดงมะไฟ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200412/image_big_5e92ffbc0f7fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 16:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หยุดข่มขู่ คุกคาม! ชาวบ้านยะลาประกาศประณามกลุ่มทุนสมคบคิดราชการฉวยวิกฤตโควิดเดินหน้าระเบิดเขายาลอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.63- กลุ่มประชาชนในนามเครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและเหมืองแร่ภาคใต้ เครือข่ายประชาชนปกป้องเขายะลา ออกแถลงการณ์ ประณามการข่มขู่ คุกคาม ประชาชนผู้ปกป้องโบราณสถานเขายะลา และการซ้ำเติมความทุกข์ร้อนอื่นใดกับประชาชนในสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 โดยระบุว่า ในขณะที่สังคมกำลังวุ่นวายอยู่กับสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด กลับพบว่ามีคนบางกลุ่ม พยายามกระทำการทุกรูปแบบเพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์เฉพาะตน &amp;nbsp;จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะบอกเล่าพฤติการณ์อันผิดปกติของเรื่องเหล่านี้ให้คนส่วนใหญ่ไดรับรู้ ถึงกระนั้นก็ไม่อาจจะนิ่งเฉยอยู่ได้&amp;nbsp;มิใช่เพียงการคุกคาม ทำลายแหล่งโบราณสถาน &amp;ldquo;เขายะลา หรือ เขายาลอ&amp;rdquo; อันเป็นที่รับรู้กันก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนทำให้สังคมไทยตื่นตัว ตระหนักถึงคุณค่าของแหล่งโบราณคดี โดยเฉพาะภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์อายุหลายพันปี ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าถูกทำลายไปแล้วจำนวนกี่ภาพ พร้อมกันนี้เราได้สูญเสียเขายะลา อันเป็นการสูญเสียพื้นที่ทางอารยธรรมของมนุษยชาติ ที่มีอยู่ในกลุ่มภูเขาตำบลยะลา และตำบลลิดล อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ซึ่งถือได้ว่าเป็นสมบัติล้ำค่าของประเทศที่มีอยู่ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องคาพยพของกลุ่มผลประโยชน์ที่เข้าไปตักตวงในพื้นที่สัมปทานแหล่งหินทั้งสองตำบลนี้ มีโครงข่ายกว้างขวาง และมีคนใหญ่คนโตอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเห็นได้ถึงการร่วมมือกันของผู้ที่มีอำนาจทางราชการ กับกลุ่มทุนในพื้นที่ ที่ได้สะท้อนให้เห็นภาพของขบวนการผลาญทรัพยากรธรรมชาติ ในลักษณะ &amp;ldquo;สมรู้ร่วมคิด&amp;rdquo; ของฝ่ายต่างๆ นี่คือการกอบโกยผลประโยชน์ ที่เป็นการหากินบนความขัดแย้งและความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนจำนวนมาก หากแต่ยังสามารถใช้ความเจ็บปวดดังกล่าวตอกย้ำบาดแผลที่มีอยู่แล้วนั้นให้ร้าวลึกมากยิ่งขึ้นโดยไร้ความเห็นใจใดๆ ทั้งสิ้น ความไม่ปกติของระบบผลประโยชน์เหนือภูเขายะลา หรือเขายาลอ ของกลุ่มคน องค์กร และหน่วยงานต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงการ &amp;ldquo;กดทับ&amp;rdquo; ผู้คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เป็นอย่างดี จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเพราะเหตุใด &amp;ldquo;ความไม่สงบ&amp;rdquo; จึงไม่สามารถดีขึ้นได้ในดินแดนแห่งนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถลงการณ์ระบุด้วยว่า&amp;nbsp;การ &amp;ldquo;สมรู้ร่วมคิด&amp;rdquo; ของวงจรอำนาจเหล่านั้น ได้สร้างสภาวะ &amp;ldquo;สมประโยชน์&amp;rdquo; ที่จับต้องได้มากยิ่งขึ้น อันเป็นการสมรู้ร่วมคิดภายในองค์กร ระหว่างองค์กร และการผสานประโยชน์ข้ามโครงข่ายระหว่างขั้วที่ซับซ้อนมากว่าที่เราจะเข้าใจได้ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วนั่นคือการสูบกินเลือดเนื้อของ &amp;ldquo;ผู้เป็นเจ้าของถิ่น&amp;rdquo; อย่างไม่มีทางดิ้นรน ร้องขอความเมตตา หรือแม้แต่ขอความเป็นธรรมใดๆทั้งสิ้น ดังนั้น &amp;ldquo;การข่มขู่&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;การคุกคาม&amp;rdquo; ผู้ปกป้องเขายะลา ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์แห่งความยากลำบากของประเทศในขณะนี้นั้น ถือเป็นความเลวร้ายอย่างที่สุดที่ไม่อาจจะยอมรับ และทนนิ่งเฉยอยู่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เราจึงขอประณามกลุ่มคนที่ยังกล้าอาศัยสถานการณ์แห่งความเลวร้ายจากภัยพิบัติของไวรัสโควิดครั้งนี้ เพียงหวังที่จะเดินหน้าการสัมปทานเพื่อระเบิดเขายะลา หรือเขายาลอ ในพื้นที่จังหวัดยะลาเสียให้ได้ และในโอกาสเดียวกันนี้เราขอประณามกลุ่มองค์กร และหน่วยงานอื่นใดที่ยังดำเนินกิจกรรม โครงการ หรือนโยบายต่างๆ ที่กำลังจะสร้างผลกระทบ และความหายนะให้กับชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ จังหวัดสงขลา สตูล &amp;nbsp;หรือพื้นที่อื่นใดของประเทศนี้ &amp;nbsp;ทั้งนี้หากยังไม่สนในต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้เราขอให้เขาเหล่านั้นจักต้องได้รับผลกรรมจากสิ่งที่ได้กระทำนั้นในเร็ววัน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61358</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, พรบ.แร่ 2560, ยะลา, สัมปทานเหมือง, เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและเหมืองแร่ภาคใต้, เครือข่ายประชาชนปกป้องเขายะลา, โบราณสถานเขายาลอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e80699a93b5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านต้อนผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ยกเลิกคำขอประทานบัตรเหมืองแร่2บริษัทเอกชน แฉพิรุธอื้อ!หมกเม็ดทำเหมืองแร่เถื่อน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.62 - กลุ่มฅนเหล่าไฮงามไม่เอาเหมืองแร่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วยชาวบ้านใน ต.เหล่าไฮงาม อ.กุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ &amp;nbsp;เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดเพื่อยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ คัดค้านการขอประทานบัตรเหมืองแร่ทรายแก้ว ในพื้นที่ ต.เหล่าไฮงาม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์&amp;nbsp;โดยหนังสือดังกล่าว ระบุใจความว่า สำนักงานอุสาหกรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มีหนังสือเชิญเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นของชุมชนในพื้นที่ที่ขอประทานบัตร ทำเหมืองแร่ ประเภทที่ 1 ชนิดทรายแก้ว ตามคำขอประทานบัตรที่ 1/2561 ของห้างหุ้นส่วนจำกัด บัวขาวคลังแก้ว เนื้อที่ 32-2-88 ไร่ ในวันที่ 5 สิงหาคม 2562 และ คำขอประทานบัตรที่ 2/2561 ของบริษัท แทน ซิลิก้า จำกัด เนื้อที่ 40-2-20 ไร่ ในวันที่ 7 สิงหาคม 2562 ซึ่งเป็นกระบวนการจัดการรับฟังความคิดเห็นที่ไม่ชอบธรรม เนื่องจากการจัดการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 56 วรรค 2 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 ไม่ครอบคลุมประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้ได้รับผลกระทบจากกระบวนการทำเหมืองแร่ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;กลุ่มฅนเหล่าไฮงามไม่เอาเหมืองแร่ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านขอประทานบัตรเหมืองแร่ทรายแก้วในพื้นที่ตำบลเหล่าไฮงาม กับผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และอุตสาหกรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีนายสนั่น พงษอักษร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ยืนยันรับข้อเสนอของชาวบ้านทุกข้อ พร้อมทั้งจะตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการลักลอบขุดแร่ก่อนได้รับประทานบัตร แต่กลับพบว่าไม่มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีเพียงเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมที่เดินทางไปในพื้นที่และมีการข่มขู่ชาวบ้าน แต่หลีกเลี่ยงการตรวจสอบการลักลอบขุดดิน โดยอ้างว่าเป็นเพียงการขุดดินถมดินเท่านั้น ไม่เพียงเท่านั้นจุดที่จะมีการทำเหมืองแร่และโรงแต่งแร่ยังเป็นพื้นที่ตาน้ำของชาวบ้าน ถือเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของชุมชนที่มีการใช้ประโยชน์ ซึ่งถ้ามีการทำเหมืองก็อาจจะมีผลต่อการใช้น้ำของชาวบ้านและเกิดการเปลี่ยนแปลงทิศทางการไหลของน้ำบนดินและน้ำใต้ดิน รวมทั้งของเสียก็จะไหลลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะและน้ำดังกล่าวก็จะไหลลงตามลำน้ำ ลำห้วย ในพื้นที่ ซึ่งผลที่ตามมาก็จะเป็นปัญหามลพิษที่ชาวบ้านจะได้รับโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีความไม่ชอบมาพากลในการขอประทานบัตรที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงหลายประการ อาทิ 1.บริษัท แทน ซิลิก้า จำกัด ได้ยื่นคำขอประทานบัตรทำเหมืองประเภทที่ 1 ชนิดทรายแก้ว เป็นระยะเวลา 20 ปี เนื้อที่ 40-2-20 ไร่ โดยมีปริมาณแร่สำรอง 540,500 ตัน ซึ่งจากการกล่าวอ้างในเวทีรับฟังความคิดเห็นว่า บริษัทจะมีการขนแร่ 10 รอบต่อวัน เมื่อนำมาคำนวนตามปริมาณความจุของรถบรรทุก 10 ล้อ ที่ความจุไม่เกิน 25 ตัน ซึ่งจะใช้ระยะเวลาเพียง 5 ปี 11 เดือน 7 วัน เท่านั้นในการดำเนินการทำเหมืองจนแล้วเสร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้กระทั่งห้างหุ้นส่วนจำกัด บัวขาวคลังแก้ว ที่ได้ยื่นคำขอประทานทำเหมืองประเภทที่ 1 เนื้อที่ 32-2-88 ไร่ ซึ่งเป็นแร่ชนิดเดียวกัน และยังมีพื้นที่คำขออยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันนั้น ได้ระบุในเอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็นว่า มีปริมาณแร่สำรองในพื้นที่คำขอ 333,744 ตัน เมื่อนำมาคำนวนจะใช้ระยะเวลาในการทำเหมืองจนแล้วเสร็จเพียง 3 ปี 8 เดือน เท่านั้น ซึ่งคำถามใหญ่ก็คือ เหตุใดทางบริษัทจึงต้องขอประทานบัตรทำเหมือง 20 ปี แล้วปีที่เหลือจะเอาแร่ทรายแก้วมาจากไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กรณีการเข้ามาซื้อหน้าดินจากชาวบ้านในพื้นที่ โดยได้ขอซื้อในราคาไร่ละ 3,000 บาท ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่า เป็นการขอซื้อหน้าดินเพื่อนำไปถมพื้นที่ แต่กลับพบว่ามีการนำดินดังกล่าวไปกองไว้ในพื้นที่เขตคำขอประทานบัตร ทว่าดินดังกล่าวไม่ใช่ดินธรรมดา แต่เป็นแร่ทรายแก้ว ซึ่งเป็นแร่ชนิดหนึ่งตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 ซึ่งจะใช้กระบวนการขุดดินและถมดินตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 ไม่ได้ การหลบเลี่ยงในการชำระค่าภาคหลวงแร่จากกระบวนการขุดดินถมดินเหล่านี้ จะต้องมีการชำระค่าภาคหลวงแร่ด้วยหรือไม่ รวมทั้งการนำเอาแร่จากพื้นที่อื่นนอกเขตคำขอประทานบัตรมานั้นจะต้องรวมเป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่เขตคำขอประทานบัตรด้วยหรือไม่ อย่างไร &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นอาจกล่าวได้ว่าการแสดงเขตคำขอประทานบัตรเหมืองแร่ทรายแก้วที่เอกชนยื่นต่ออุตสาหกรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริษัทเอกชนทั้ง 2 ราย ได้มีการดำเนินการทำเหมืองก่อนการได้รับอนุญาตประทานบัตร หรือมีการลักลอบทำเหมืองแร่เถื่อนหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวบ้านตั้งคำถามต่อการกระทำและการดำเนินการของบริษัทที่มีความไม่ชอบมาพากลหลายประการ และอาจเข้าข่ายการลักลอบทำเหมืองแร่ทรายแก้วโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้ามาดำเนินการในการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นกลุ่มฅนเหล่าไฮงามไม่เอาเหมืองแร่ จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการแร่ระดับจังหวัด ซึ่งจะเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการอนุญาตหรือไม่อนุญาต การต่ออายุ การโอน การเพิกถอน หรือการกำหนดเงื่อนไขใดๆ เกี่ยวกับประทานบัตรการทำเหมืองแร่ประเภทที่ 1ให้ดำเนินการดังนี้ 1.ขอให้ตรวจสอบการลักลอบทำเหมืองแร่เถื่อนในพื้นที่ตำบลเหล่าไฮงาม ทั้งการขุดแร่ทรายแก้วจากพื้นที่นอกคำขอประทานบัตรมาไว้ในแปลงขอประทานบัตร และการขนแร่ทรายแก้วออกไปยังโรงแต่งแร่นอกพื้นที่ โดยที่ยังไม่ได้ประทานบัตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ขอให้ยกเลิกคำขอประทานบัตรที่ 1/2561 ของห้างหุ้นส่วนจำกัด บัวขาวคลังแก้ว เนื้อที่ 32-2-88 ไร่ และ คำขอประทานบัตรที่ 2/2561 ของบริษัท แทน ซิลิก้า จำกัด เนื่องจากการแสดงเขตคำขอประทานบัตรไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อีกทั้งยังมีการขุดทรายจากนอกพื้นที่คำขอประทานบัตรมาไว้ในพื้นที่ขอประทานบัตร อาจเข้าข่ายการทำเหมืองแร่เถื่อน อีกทั้งจุดที่ตั้งเของพื้นที่ขอทำเหมืองแร่และโรงแต่งแร่ เป็นพื้นที่ตาน้ำของชาวบ้าน เป็นบ่อน้ำตามธรรมชาติที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสายที่ไหลหล่อเลี้ยงชุมชน ให้ชาวบ้านได้ใช้เพื่อทำการเกษตร และใช้ในการดำรงชีวิต.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45351</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาฬสินธุ์, คำขอประทานบัตร, พรบ.แร่ 2560, อ.กุฉินารายณ์, เหมืองแร่ทรายแก้ว, เหมืองแร่เถื่อน, เหล่าไฮงาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d7620aa7cfe2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องผู้ว่าฯหนองบัวลำภู ตรวจสอบรุกป่าอนุรักษ์ทำเหมืองแร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย.61-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู จำนวนกว่า 60 คน เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้ตรวจสอบเขตคำขอประทานบัตรเหมืองแร่หินปูน ในพื้นที่ภูผาฮวก ซึ่งปัจจุบันกำลังดำเนินการระเบิดภูเขาและขนถ่ายแร่หินปูนว่ามีการรุกล้ำพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของชุมชนและเป็นพื้นที่ต้นน้ำหรือป่าน้ำซับซึมตามพ.ร.บ.แร่ 2560 หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 มี.ค.61 ศาลปกครองอุดรธานี ได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนใบอนุญาตขอเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้และใบอนุญาตประทานบัตรของผู้ประกอบการ ทว่า ขั้นตอนอยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21535</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุกรุกป่า, ประทานบัตรเหมืองแร่, ผู้ว่าฯหนองบัวลำภู, พรบ.แร่ 2560, หนองบัวลำภู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181107/image_big_5be27f67a45ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
