<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81915</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยผ.จัดสัมมนา การจัดทำ (ร่าง) ธรรมนูญว่าด้วยการผังเมือง เพื่อให้ผังเมืองเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเมืองสู่ความยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;20 ต.ค. 63 กระทรวงมหาดไทย โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง จัดสัมมนาเรื่องการจัดทำ (ร่าง) ธรรมนูญว่าด้วยการผังเมือง ณ โรงแรมโกลเด้น ทิวลิฟ ชอฟเฟอริน เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสาระสำคัญของ (ร่าง) ธรรมนูญว่าด้วยการผังเมืองแก่ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเตรียมความพร้อมในการจัดสัมมนารับฟัง ความคิดเห็น จำนวน 9 ครั้ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อให้ผังเมืองเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเมือง สู่ความยั่งยืน ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศสู่ความ &amp;quot;มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่า ผังเมืองถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ รวมถึงลักษณะการใช้พื้นที่ตามศักยภาพและความเหมาะสม ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสในการพัฒนาเมือง ให้มีการเติบโตที่ยั่งยืน และสร้างประโยซน์แก่ทุกคนอย่างทั่วถึง ประกอบกับรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ความสำคัญกับการจัดระบบเมืองที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาการใช้พื้นที่ให้เกิดความยั่งยืน โดยต้องมีการจัดทำนโยบายการตั้งถิ่นฐานและผังเมือง ด้วยการให้มีหน่วยงานระดับชาติกำกับดูแล และทำงานควบคู่ไปกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงให้มีกฎหมายเฉพาะเหมือนเป็นธรรมนูญผังเมือง ในการกำกับกฎหมายอื่นๆไม่ให้หน่วยงานต่างๆ ละเมิด หรือปล่อยให้มีการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่ไม่เป็นไปตามหลักการ นอกจากนี้พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2562 ในมาตรา 7 ธรรมนูญว่าด้วยการผังเมืองที่คณะกรรมการนโยบายผังเมืองแห่งชาติจัดทำตามมาตรา 75 (8) เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้ว มีผลผูกพันทุกหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการต่อไปตามหน้าที่และอำนาจของตน ในการนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำ (ร่าง) ธรรมนูญว่าด้วยการผังเมือง ภายใต้หลักการ 3 ด้าน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แก่ หลักการเชิงนโยบาย หลักการพื้นฐาน และหลักการเชิงพื้นที่ เพื่อให้ผังเมืองเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ที่ครอบคลุมในทุกระดับ โดยกำหนดให้มีการจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นประกอบการจัดทำ (ร่าง) ธรรมนูญว่าด้วยการผังเมืองจากหน่วยงานราชการในระดับพื้นที่แสะระดับจังหวัด จำนวน 9 ครั้ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมฯ ประกอบด้วย ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากนั้นจะได้มีการจัดสัมมนาสรุปผลการประชุมอีก 1 ครั้ง เพื่อระดมสมอง รับฟังความคิดเห็น และนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงแก้ไข (ร่าง) ธรรมนูญว่าด้วยการผังเมือง ให้มีข้อมูล ที่ครบถ้วน สมบูรณ์ ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ตอบโจทย์การเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามศักยภาพและความเหมาะสม มุ่งสู่การจัดระบบเมืองที่มีคุณภาพปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างการเติบโตของเมืองที่ยั่งยืน โดยประชาชนทุกคน และทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างทั่วถึง และเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;การจัดสัมมนาในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนการจัดทำธรรมนูญว่าด้วยการผังเมือง ซึ่งจะเป็น กลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่ครอบคลุมในทุกระดับ นำไปสู่การเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาเมือง แบบบูรณาการภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81915</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมโยธาธิการและผังเมือง, พรพจน์ เพ็ญพาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f979d501cd99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข้าคิวซื้อเข็มบรมราชาภิเษก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปชช.เข้าคิวซื้อเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกรอบแรกคึกคัก &amp;nbsp; &amp;quot;ก.ต่างประเทศ&amp;quot; เตรียมถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีฯ &amp;nbsp;วันที่ 6 พ.ค. ที่สถานทูต 98 แห่งทั่วโลกให้คนไทยในต่างแดนรับชม &amp;quot;สธ.&amp;quot; ส่งทีมแพทย์ 271 ทีมดูแลผู้มาร่วมงาน &amp;quot;มท.&amp;quot; จัดพิธีปลูกต้นไม้มงคลพระราชทาน 29 เม.ย.นี้ &amp;quot;นักการเมือง&amp;quot; สมัครจิตอาสางานพระราชพิธีฯพรึ่บ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 เม.ย. นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีเปิดจำหน่ายเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยห้างบิ๊กซีจัดจำหน่ายเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ในบิ๊กซี 30 สาขา 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็น 3 รอบ การจำหน่ายรอบแรก ในวันที่ 25 เม.ย., รอบที่สอง วันอังคารที่ 30 เม.ย. และรอบที่สาม วันพฤหัสบดีที่ 2 พ.ค. เพื่อให้ประชาชนได้อัญเชิญเข็มที่ระลึกนี้ประดับไว้เพื่อแสดงความจงรักภักดี และร่วมเฉลิมฉลองในช่วงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และจะได้เก็บรักษาไว้เป็นที่ระลึกแห่งความทรงจำเหตุการณ์สำคัญของชาติไทยที่เราคนไทยทุกคนจะได้มีส่วนร่วมครั้งหนึ่งในชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันมีประชาชนมาต่อคิวเพื่อซื้อเข็มที่ระลึกฯ เป็นจำนวนมากตั้งแต่ช่วงเช้า โดยสงวนสิทธิ์สามารถซื้อได้คนละไม่เกิน 2 เข็ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการจัดกิจกรรมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ว่า สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และคณะผู้แทนถาวรไทยในต่างประเทศ รวม 98 แห่ง เตรียมจัดกิจกรรมและพิธีที่เกี่ยวข้อง โดยวันที่ 6 พฤษภาคม จะร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลในช่วงเวลาใกล้เคียงกับประเทศไทย พร้อมรับชมการถ่ายทอดสดพร้อมๆ กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงภายหลังประชุมคณะทำงานปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) และผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประพนธ์กล่าวว่า สธ.ได้ตั้งคณะทำงานปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนที่มาร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยจะเปิดศูนย์ปฏิบัติการฯ ส่วนกลางประสานสนับสนุนการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 2-6 พ.ค.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การดำเนินการเตรียมไว้ 2 ส่วน คือ 1.พื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) กรมการแพทย์ได้สนธิกำลังกับ 4 เหล่าทัพ กทม. โรงเรียนแพทย์ เพื่อวางแผนให้การดูแลประชาชนในช่วงพระราชพิธี ทั้งรูปแบบของทีมหน่วยแพทย์ประจำจุด ทีมคัดกรองสุขภาพจิต ทีมเคลื่อนที่ และทีมรถพยาบาลลำเลียงกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินเข้าสู่โรงพยาบาลเครือข่ายทุกแห่งใน กทม. และ 2.ส่วนของภูมิภาค ซึ่งวันที่ 4-5 พ.ค. แต่ละจังหวัดอาจจะมีกิจกรรมของจังหวัดเอง ก็จะจัดสรรกำลังเข้ามาดูแล&amp;quot; นพ.ประพนธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัด สธ.กล่าวว่า เราจะสื่อสารไปยังประชาชนที่จะมาร่วมพระราชพิธีให้มีการเตรียมตัว เนื่องจากขณะนี้สภาพอากาศร้อน ทำให้มีโอกาสขาดน้ำ อาหารอาจบูดเสียง่าย จึงควรรับประทานอาหารปรุงใหม่ และสวมเสื้อผ้าถ่ายเทอากาศได้ดี เตรียมน้ำดื่ม เตรียมเรื่องของการกันแดดให้ดี เช่น หมวก ร่ม พัด ผ้าเย็น เพื่อลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย โดยเฉพาะโรคฮีตสโตรก แต่หากรู้สึกไม่สบายก็สามารถขอความช่วยเหลือคำปรึกษาได้เลยกับทีมแพทย์ที่จัดไว้ และหากเกิดเจ็บป่วยจริง ก็สามารถส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดตามระบบได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้มีโรคประจำตัวให้พกยาติดตัวไว้ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือเดินทางมาคนเดียว ให้เขียนชื่อนามสกุล ประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัว โรงพยาบาลที่รักษาประจำ หมายเลขติดต่อญาติไว้กับตัวเสมอ เพื่อเป็นข้อมูลหากเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยหน่วยแพทย์มีจำนวนมาก ทั้งของ สธ. เหล่าทัพ โรงเรียนแพทย์ และภูมิภาคที่มาสนับสนุน การสลับสับเปลี่ยนก็จะดูความเหมาะสม คนทำงานก็อยู่ช่วง 8-12 ชั่วโมงก็มีการพัก และมีทีมเข้าไปทดแทน โดยวันซ้อมใหญ่วันที่ 28 เม.ย. และวันที่ 5 พ.ค. ซึ่งจะมีประชาชนมาเฝ้ารับเสด็จขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค ได้เตรียมทีมแพทย์ไว้รวม 271 ทีม ประกอบด้วย ทีมกู้ชีพระดับสูง 37 ทีม, ทีมกู้ชีพระดับพื้นฐาน 44 ทีม, ทีมเดินเท้า 185 ทีม และทีมปฐมพยาบาล 48 ทีม รวมทั้งมีจิตอาสาพระราชทานด้านการแพทย์และสาธารณสุขลงทะเบียน 883 คน และเตรียมทีมเสริมจากพื้นที่ปริมณฑลอีก 15 ทีม&amp;quot; รองปลัด สธ.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรีนำคณะผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเข้ารับพระราชทานต้นไม้มงคล เมื่อวันจันทร์ที่ 15 เม.ย.2562 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเชิญไปปลูกบนถนนเฉลิมพระเกียรติ ทั้งกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ ใน &amp;ldquo;โครงการ 1 จังหวัด 1 ถนนเฉลิมพระเกียรติ&amp;rdquo; ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรพจน์กล่าวว่า เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานต้นรวงผึ้ง อันเป็นต้นไม้มงคลประจำรัชกาลสำหรับแต่ละจังหวัด นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย จึงได้แจ้งให้ทุกจังหวัดดำเนินการจัดพิธีปลูกต้นไม้มงคลพระราชทาน ในวันจันทร์ที่ 29 เม.ย.2562 เวลา 10.00 น. ซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ บริเวณศาลากลางจังหวัด ในพื้นที่ที่เหมาะสม มีความสง่างาม สมพระเกียรติ และเอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตในระยะยาวสืบไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงมหาดไทยขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน และภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งประชาชนจิตอาสาในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมพิธีปลูกต้นไม้มงคลพระราชทาน ตามวัน เวลาและสถานที่ดังกล่าว เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณโดยพร้อมเพรียงกัน&amp;quot; รองปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำสมาชิกพรรค ประกอบด้วยนายสุวิทย์ เมษินทรีย์, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, นายอิทธิพล คุณปลื้ม รองหัวหน้าพรรค, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค, นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค, น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กรรมการบริหารพรรค และสมาชิก เดินทางไปลงทะเบียนสมัครจิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่สำนักงานเขตพระนคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมกล่าวว่า พวกเราในนามพรรคพลังประชารัฐ มาสมัครเป็นจิตอาสางานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่สำคัญของประเทศและคนไทย โดยกระจายกันสมัครหลายกลุ่มงาน ไม่ว่าจะเป็นงานบริการ กาชาด และนิทรรศการ ซึ่งทุกคนพร้อมที่จะทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นำคณะกรรมการบริหารพรรค และผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค เดินทางไปลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครเฉพาะกิจ ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ที่สำนักงานเขตบางกอกน้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสที่ดีของพรรคเสรีรวมไทย และปวงชนชาวไทย ที่ได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่รวบรวมมาได้ ยังมีผู้สมัครของพรรคที่ไปสมัครตามเขตพื้นที่ของตัวเอง โดยแต่ละคนก็จะสมัครตามสาขาอาชีพที่ตนถนัด โดยส่วนตัวเป็นตำรวจ ก็สมัครในส่วนของดูแลรักษาความปลอดภัย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34492</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุษฎี สันติพิทักษ์, พรพจน์ เพ็ญพาส, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, สมพาศ นิลพันธ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1cd63a417f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใกล้จบปมร้อนยื่นทรัพย์สิน &#039;วิษณุ&#039;เล็งปรับถ้อยคำใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยันไม่ใช้ ม.44 แก้ปัญหายื่นบัญชีทรัพย์สิน ชี้กำลังทบทวนให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ขออย่ามองแค่ความสะใจ &amp;quot;หมอปิยะสกล&amp;quot; เบรกใบลาออกกรรมการบอร์ด สธ. &amp;quot;ธีระเกียรติ&amp;quot; แย้มปมร้อนใกล้จบ หลัง &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เล็งแก้ กม.ปรับคำใหม่จากกลุ่มผู้บริหารระดับสูงต้องแสดงทรัพย์สิน เป็น &amp;quot;จนท.รัฐ&amp;quot; พร้อมให้ป.ป.ช.จิ้มเลือกตำแหน่งมีผลประโยชน์ทับซ้อนแจงเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 4 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงข้อเสนอให้ใช้ ม.44 แก้ปัญหากรณีประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินว่า ยังไม่ใช้ตอนนี้ ขณะนี้ทาง ป.ป.ช.กำลังทบทวนอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการยืดเวลาออกไป แต่ปัญหาก็ยังไม่จบ พอยืดเวลาไปแล้วก็ต้องไปดูว่าจะทำอย่างไรไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกคนอย่าไปมองว่าทำอย่างนี้แล้วมันสะใจดี การตีแผ่ออกมาบางทีมันก็มีเหตุผลของตัวเขาเองเหมือนกัน เราจะมองเป็นทางลบอย่างเดียวไม่ได้ ตอนที่ผมเป็น ผบ.ทบ. ผมก็ชี้แจงบัญชีกับ ป.ป.ช.เหมือนกัน และเขาเก็บไว้ เขาไม่ต้องเปิดเผย ถ้าผมมีเรื่องอะไรเขาถึงหยิบยกออกมา แต่พอมาเป็นนายกฯ ต้องเปิดเผย มาตีแผ่ให้คนด่าทั้งประเทศ รวยมากรวยน้อยอยู่นั่น ไม่จบกันสักที ก็ต้องไปดูว่าทำอย่างไรให้เกิดความเป็นธรรม ทุกคนก็มีสิทธิ อย่าไปมองว่าดีทั้งหมดหรือเสียทั้งหมด ไม่ใช่หรอก คนดีก็มีเยอะ เหตุผลของแต่ละคนก็มีอยู่ก็ต้องรับฟังกันบ้าง&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีกรรมการหลายคณะที่อยู่ในกำกับของกระทรวงสาธารณสุขทยอยยื่นใบลาออก เพราะประกาศ ป.ป.ช. เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินว่า กรณีของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) เราได้สรรหาบุคคลทดแทนกรรมการที่ลาออกเสร็จแล้ว ส่วนคณะกรรมการคณะอื่นที่เหลือนั้น ยังไม่มีการรายงานตัวเลขจำนวนที่ชัดเจนของกรรมการที่ขอลาออกมาให้ตนทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังรอความชัดเจนเรื่องประกาศดังกล่าวของป.ป.ช.ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนอย่างไรบ้าง หรือถ้าจะเปลี่ยนให้มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ แต่ไม่ต้องมีการเปิดเผยต่อสาธารณชน ก็อาจทำให้กรรมการหลายคนเปลี่ยนใจไม่ลาออกจากตำแหน่ง ดังนั้นกรณีที่มีผู้ยื่นใบลาออกในขณะนี้ เราจึงยังไม่ดำเนินการใดๆ ให้ โดยให้กรรมการเหล่านั้นได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อนำไปตัดสินใจอีกครั้ง&amp;quot; รมว.สาธารณสุขกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ทาง ป.ป.ช.ได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวและมีความคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 90 อีกไม่นานน่าจะมีแนวทางที่ชัดเจนออกมาภายในเดือน ธ.ค.นี้ ดังนั้นหากกรรมการคนใดไม่มีความรีบร้อนจริงๆ ก็ขอให้รอความชัดเจนในเรื่องนี้ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า ทุกอย่างน่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดีกว่าเดิม เพื่อให้การดำเนินงานต่างๆ สามารถเดินไปได้ แต่คงไม่ใช่การไปยกเลิกประกาศของ ป.ป.ช.และจะไม่มีการล้มเลิกความตั้งใจของ ป.ป.ช.อย่างแน่นอน รองนายกฯ พูดถึงความซับซ้อนทางกฎหมายเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐและผู้บริหารระดับสูง ซึ่งกฎหมาย ป.ป.ช.กำหนดว่าให้ผู้บริหารระดับสูงจะต้องยื่นและเปิดเผยทรัพย์สินทั้งหมด แต่ ป.ป.ช.กลับมากำหนดในประกาศ ป.ป.ช. ว่าให้ตำแหน่งนายกฯ และกรรมการสภามหาวิทยาลัยอยู่ในกลุ่มผู้บริหารระดับสูงที่จะต้องยื่นและเปิดทรัพย์สินด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแก้ปัญหาอาจจะมีการแก้กฎหมายให้กลุ่มผู้บริหารระดับสูง ปรับมาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเมื่อปรับมาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐแล้ว ก็ยังคงต้องยื่นทรัพย์สิน แต่ ป.ป.ช.จะเป็นผู้ประกาศว่าตำแหน่งไหนที่มองว่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนและต้องยื่นทรัพย์สิน โดยสิ่งที่จะตัดสินว่าจะต้องยื่นทรัพย์สินหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับงานและหน้าที่ของแต่ละคน&amp;rdquo; รมว.ศธ.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่า คณะกรรมการของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) มี 2 บอร์ด คือ บอร์ดนโยบายมีการลาออกไป 5 คน และบอร์ดบริหารมีการลาออก 3 คน ซึ่งการลาออกไม่ใช่เพราะกลัวจะถูกตรวจสอบ แต่เนื่องมาจากการที่คณะกรรมการฯ เห็นว่าเป็นภาระมากเกินไป เพราะการที่มาเป็นกรรมการส่วนใหญ่ก็มาด้วยจิตอาสา ไม่ได้เกี่ยวกับผลประโยชน์ ตนก็ไม่สามารถห้ามหรือยับยั้งได้ ต้องแล้วแต่การตัดสินใจของแต่ละท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลัง ป.ป.ช.บอกจะมีการทบทวนก็ต้องมาดูว่าจะทบทวนเปลี่ยนแปลงไปทางไหน อย่างไร ก่อนจะพูดคุยกับคณะกรรมการที่ลาออกว่าจะเปลี่ยนใจหรือไม่หากสถานการณ์คลี่คลายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับคณะกรรมการที่เหลือก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะมีการลาออกเพิ่ม ต่างรอดูท่าทีของ ป.ป.ช.ก่อน เพราะเมื่อวันที่ 30 พ.ย.2561 ทาง สช.ได้เชิญเจ้าหน้าที่จาก ป.ป.ช.มาชี้แจงต่างๆ และเปิดให้มีการซักถาม ก็มีคณะกรรมการจากบอร์ดอื่นมาร่วมรับฟังด้วย&amp;quot; เลขาฯ สช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (บอร์ด รพ.บ้านแพ้ว) และกรรมการวัคซีนแห่งชาติ (บอร์ดวัคซีน) กล่าวว่า รพ.บ้านแพ้วเป็นองค์การมหาชน ตามประกาศของ ป.ป.ช. คณะกรรมการบริหาร รพ.บ้านแพ้ว จะต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรรหาบอร์ดชุดใหม่แทนบอร์ดชุดเดิมที่หมดวาระเมื่อเดือนพ.ย.2561 แต่บอร์ดชุดเดิมที่ต้องรักษาการไปจนกว่าจะได้บอร์ดชุดใหม่จะต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินด้วย ส่งผลให้บอร์ด รพ.บ้านแพ้ว ในสัดส่วนผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3-4 คนจาก 7 คน แสดงความจำนงในการลาออก เพราะไม่ต้องการที่จะยุ่งยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากที่ ป.ป.ช.มีการขยายเวลาการดำเนินการเรื่องนี้ออกไปก่อน จึงได้มีการระงับการขอลาออกดังกล่าวไว้ อาจเนื่องจากกำลังอยู่ในช่วงรักษาการและอาจจะได้บอร์ดชุดใหม่ก่อนระยะเวลาที่ ป.ป.ช.ขยายเวลาออกไป ในส่วนของสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งผมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ (บอร์ดวัคซีน) ยังไม่มีกรรมการท่านใดแสดงความประสงค์ที่จะลาออกแต่อย่างใด&amp;quot; ประธาน บอร์ด รพ.บ้านแพ้วกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กระทรวงมหาดไทย นายพรพจน์ เพ็ญพาส&amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังจังหวัดต่างๆ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งจัดขึ้นโดยศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรในสังกัดกระทรวงมหาดไทยมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามกฎหมาย ป.ป.ช.ฉบับใหม่ โดยมีผู้แทนของสำนักงาน ป.ป.ช.ให้คำชี้แจงข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยขอให้ข้าราชการในสังกัดกระทรวงทุกตำแหน่งที่เข้าเกณฑ์ตามกฎหมายดังกล่าว ได้ศึกษาเรียนรู้และปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ได้นำความรู้ที่ได้ไปขยายผลต่อ เพื่อให้การปฏิบัติงานของคนมหาดไทยมีความชัดเจน เปิดเผย โปร่งใส และตรวจสอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กฎหมายฉบับนี้มีรายละเอียดของหลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางการปฏิบัติ รวมถึงการกำหนดตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งจะต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ที่แตกต่างไปจากเดิม จึงต้องศึกษาเพื่อให้เกิดควมเข้าใจและปฏิบัติอย่างถูกต้อง&amp;quot; รองปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23514</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร, นพ.พลเดช ปิ่นประทีป, นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์, พรพจน์ เพ็ญพาส, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c069176a4b8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หาบเร่แผงลอยเฮ! กทม.อนุโลมขายถนนสายรอง-ซอยย่อยได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;31 ต.ค. 61 - ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีเครือข่ายวิชาการสร้างเมืองเพื่อทุกคนร่วมกับเครือข่ายแผงลอยไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเรียกร้องให้ คณะกรรมการบรรเทาผลกระทบจากการจัดระเบียบสังคม ที่มีรมว.มหาดไทยเป็นประธาน เร่งรัดจัดประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผู้ค้าหาบเร่-แผงลอยกว่า 3 แสนราย โดยปัจจุบันมีผู้ค้าจำนวนมากได้รับผลกระทบจนได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่มีแหล่งค้าขายใหม่รองรับที่เหมาะสม และเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีบทบาทดูแลเมือง หยุดการให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับหาบเร่-แผงลอยในแง่ลบ เช่น อาหารสกปรก เพราะเป็นการซ้ำเติมปัญหาให้เลวร้ายลงไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มท. ได้แจ้งให้คณะกรรมการบรรเทาผลกระทบจากการจัดระเบียบสังคมรับทราบแล้ว รวมทั้งได้มีหนังสือแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบรรเทาผลกระทบจากการจัดระเบียบสังคมประจำจังหวัดแล้วรายงานให้ มท. ทราบ ซึ่งในขณะนี้ มท. อยู่ระหว่างสำรวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการจัดระเบียบสังคมในแต่ละด้าน โดยหลังจากที่ทุกจังหวัดได้รายงานการดำเนินการจัดตั้งคณะอนุกรรมการฯ มาครบถ้วนแล้วจะได้จัดให้มีการประชุมใหญ่คณะกรรมการบรรเทาผลกระทบฯ เพื่อชี้แจงแนวทาง นโยบาย ที่จะดำเนินการในการจัดระเบียบสังคมด้านต่างๆ ต่อไป ซึ่งในแต่ละจังหวัดแต่ละพื้นที่ก็จะมีสภาพปัญหาที่แตกต่างกัน เช่น การจัดระเบียบทางเท้า หาบเร่แผงลอย การใช้ที่สาธารณะ ถนน หรือแม่น้ำลำคลอง เป็นต้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับในกรณีคนเมืองได้พูดในลักษณะในการกดดันร้านค้า หรือเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีบทบาทดูแลเมืองหยุดการให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับหาบเร่ &amp;ndash; แผงลอยในแง่ลบนั้น มท. ได้รับรายงานจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่ามิได้กล่าวในลักษณะเช่นนั้น แต่เป็นการพูดในลักษณะขอความร่วมมือ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ร้านค้าโดยเฉพาะร้านอาหาร มีความสะอาด ถูกสุขลักษณะ เพราะหากร้านค้าและถนนหนทางสะอาด จะช่วยป้องกันสัตว์ที่จะเป็นพาหะนำโรค มิได้ไปซ้ำเติมผู้ค้าขายแต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ส่วนทางด้านของสถานที่สำหรับจำหน่ายสินค้านั้น ทาง กทม. ยืนยันว่า ได้ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดกับผู้ค้าและประชาชนโดยทั่วไป จึงได้ดำเนินมาตรการผ่อนปรน ด้วยการจัดสถานที่ไว้ให้ใหม่ ทั้งจุดที่เป็นสถานที่อนุโลมหลายพื้นที่ด้วยกัน รวมทั้งจัดสรรพื้นที่ตลาดประชารัฐต่างๆ รองรับผู้ค้า ซึ่งผู้ค้าหลายรายอาจไม่ได้ไปลงทะเบียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่อนุโลม ได้แก่ 1) อนุโลมให้ผู้ค้าสามารถค้าขายได้ในถนนสายรองและซอยย่อยไปพลางก่อน โดยต้องปฏิบัติตนบนความเป็นระเบียบและสุขอนามัยในกรณีจำหน่ายอาหาร เช่น การอนุโลมให้ขายในซอยย่อยของถนนสุขุมวิท ถนนพหลโยธิน ถนนสีลม บริเวณส่วนในสุดของพื้นที่โดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และในซอยแยกย่อยของถนนทองหล่อ (สุขุมวิท55) เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ในกรณีผู้ค้าแขวนขายสินค้าบนประตูของร้านค้าที่ปิดทำการค้าประจำวันแล้ว แม้จะล้ำเข้ามาในทางเท้าเล็กน้อยบ้างก็ตาม กทม. ได้ผ่อนปรนและอนุโลม 3) อนุโลมให้ผู้ค้าประเภทอาหารสามารถขายอาหารบนทางเท้าเพื่อให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยสามารถซื้ออาหารในราคาย่อมเยารับประทานได้ เช่น บนถนนคอนแวนต์ (แยกจากถนนสีลม) ซอยอารีย์สัมพันธ์ (ถนนพหลโยธิน) เชิงสะพานหัวช้าง (ถนนพญาไท) เชิงสะพานเหลือง (ถนนพระราม4) วัดแขก (ถนนสีลม) ถนนสุสาน (แยกจากถนนสีลม) และสะพานลอยถนนกิ่งเพชร (แยกจากถนนเพชรบุรี) เป็นต้น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21071</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ถนนสายรอง, พรพจน์ เพ็ญพาส, มท., หาบเร่แผงลอย, อนุโลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd921cc7fcbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มท.จัดทัพ!ย้ายล็อตใหญ่16พ่อเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มติ ครม.ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดล็อตใหญ่ทั่วประเทศ 16 ตำแหน่ง ขณะที่มหาดไทยติวเข้มข้าราชการรุ่นใหม่ ต้องมีความรู้คู่คุณธรรม ยึดประโยชน์ประชาชนและส่วนรวมเป็นสำคัญ และมุ่งมั่นอุดมการณ์ &amp;nbsp;&amp;ldquo;บำบัดทุกข์ บำรุงสุข&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม ครม.ยังมีมติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ดังนี้ นายธนาคม จงจิระ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นรองปลัดกระทรวง, นายพรพจน์ เพ็ญพาส พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นรองปลัดกระทรวง, นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, นายประยูร รัตนเสนีย์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมที่ดิน, นายระพี ผ่องบุพกิจ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา, นายสยาม ศิริมงคล พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพร สิงหวิชัย พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์, นายศิริพัฒ พัฒกุล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา, นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก, นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายเกียรติศักดิ์ จันทรา พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม, นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชิต ชาตไพสิฐ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว, นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี, นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์, นายสมคิด จันทมฤก พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร, นายธนากร อึ้งจิตรไพศาล พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมอัษฎางค์ ชั้น 5 อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการศึกษาอบรมหลักสูตร &amp;ldquo;การเป็นข้าราชการที่ดี&amp;rdquo; รุ่นที่ 54 จัดโดยสถาบันดำรงราชานุภาพ กระทรวงมหาดไทย เพื่อฝึกอบรมและพัฒนาข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยและข้าราชการที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ให้ทราบถึงระเบียบแบบแผนของทางราชการและการเป็นข้าราชการที่ดี โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 120 คน ประกอบด้วย ข้าราชการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานอื่นๆ อาทิ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งใช้ระยะเวลาการอบรม จำนวน 10 วัน ในระหว่างวันที่ 14-23 สิงหาคม 2561 ณ วิทยาลัยมหาดไทย อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้มอบแนวทางในการปฏิบัติงานราชการ โดยเน้นย้ำหลักการทำงานและการดำรงชีวิต เพื่อให้ข้าราชการผู้เข้ารับการอบรมได้นำไปปฏิบัติ คือ 1.การครองตน โดยรู้จักการวางแผน &amp;ldquo;บัญชีชีวิต ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rdquo; ทั้งความพอเพียง การรู้จักประมาณตน และความมีเหตุมีผล การรู้จักเก็บออม รู้จักกินจักใช้ และรู้จักพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ และรู้จักคิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้การทำงานมีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;สามารถตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี 2.การครองงาน ต้องมีวินัย และมีสมรรถนะในการทำงาน มีอดทนและอดกลั้น นับเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องยึดถือปฏิบัติ และ 3.การมีจิตอาสา รู้จักการเสียสละ และหมั่นทำความดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายนี้ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ข้าราชการใหม่ทุกคนพึงระลึกเสมอว่า ในการทำงานเราต้องยึดหลักกฎหมายและหลักคุณธรรม ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความสำคัญ และได้มีประกาศ &amp;ldquo;เจตจำนงสุจริตในการบริหารงาน&amp;rdquo; ที่มีคุณธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดหลักธรรมาภิบาล ซึ่งประกอบด้วย หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า เพื่อตอบสนองการแก้ไขปัญหาประชาชนอย่างรวดเร็ว ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด พร้อมส่งเสริมให้ข้าราชการและบุคลากรมีคุณธรรม 4 ประการ คือ &amp;ldquo;พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา&amp;rdquo; และปฏิบัติตนยึดมั่นในจริยธรรม กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง และมุ่งเน้นผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15421</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคม จงจิระ, นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์, นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี, นิสิต จันทร์สมวงศ์, ประยูร รัตนเสนีย์, พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์, พรพจน์ เพ็ญพาส, ระพี ผ่องบุพกิจ, ศิริพัฒ พัฒกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถพร สิงหวิชัย, เกียรติศักดิ์ จันทรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b72eb691b7bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
