<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2020 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2020 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุสิตโพลสำรวจความกังวลคนไทยห่วงบ้านเมืองแตกแยกปัญหาหนี้สินและคอร์รัปชัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 2563 นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัยสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต &amp;nbsp;สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ความวิตกกังวลของประชาชนต่อการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ณ วันนี้&amp;rdquo; กลุ่มตัวอย่าง 1,727 คน สำรวจวันที่ 25 - 28 สิงหาคม 2563 พบว่า &amp;ldquo;ด้านการเมือง&amp;rdquo; วิตกกังวลเรื่องความขัดแย้งแตกแยก ร้อยละ 75.80 การซื้อเรือดำน้ำ ร้อยละ 66.24 &amp;ldquo;ด้านเศรษฐกิจ&amp;rdquo; วิตกกังวลเรื่องหนี้สิน ร้อยละ 80.78 สินค้าแพง ร้อยละ 76.78 และ &amp;ldquo;ด้านสังคม&amp;rdquo; วิตกกังวลเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 83.56 สุขภาพอนามัย (โควิด-19)ร้อยละ 64.16 จากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองทั้งในและนอกสภา ส่งผลให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวลเรื่องการเมืองถึงร้อยละ 75.80 ยิ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากระแสการอนุมัติซื้อเรือดำน้ำท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจที่ GDP &amp;nbsp;ติดลบจนกระทบต่อปากท้องของประชาชน ยิ่งทำให้ประชาชนกังวลมากขึ้น ต้องการให้รัฐบาลรับฟังและแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนก่อน เพราะคนกังวลเรื่องหนี้สิน ร้อยละ 80.78 สินค้าแพง ร้อยละ 76.78 การว่างงานร้อยละ 74.64 และในด้านสังคมประชาชนกังวลเรื่องการทุจริตถึงร้อยละ 83.56 ซึ่งกังวลมากกว่าเรื่องโควิด-19 เกือบร้อยละ 20 เลยทีเดียว (กังวลเรื่องโควิด-19 ร้อยละ 64.16) &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร. พรชณิตว์ แก้วเนตร &amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศและลูกค้าสัมพันธ์ ประธานหลักสูตรธุรกิจระหว่างประเทศ (ธุรกิจจีน-อาเซียน) มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จากผลการสำรวจของสวนดุสิตโพลในเรื่องความวิตกกังวลของประชาชนต่อการเมือง เศรษฐกิจ สังคม แสดงให้เห็นถึง &amp;ldquo;อาการน่าเป็นห่วง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ปัญหารุมเร้า&amp;rdquo; ของรัฐบาล ข้อกังวลของประชาชนในเรื่องใดเรื่องหนึ่งจะส่งผลต่อความกังวลในอีกเรื่องหนึ่งเสมอ ไม่ว่าจะเป็นความกังวลในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ข้อขัดแย้งทางการเมือง การซื้อเรือดำน้ำ ฯลฯ ยิ่งหันมามองตัวเลขความกังวลในด้านเศรษฐกิจยิ่งตอกย้ำความเป็นเรื่องเดียวกันในความรู้สึกของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นความกังวลในด้านหนี้สิน สินค้าราคาแพง และปัญหาการว่างงาน กล่าวโดยง่ายคือ ที่บ้านปากท้องยังไม่อิ่ม เจ้าหนี้ทวงหนี้อยู่หน้าบ้านแต่ผู้นำครอบครัวยังเอาเงินไปใช้จ่ายเพื่อการอื่น ความรู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง และตำหนิถึงความไม่มีประสิทธิภาพของผู้นำยิ่งตามมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวเลขจากผลสำรวจย้ำเตือนให้รัฐบาลควรออกมายอมรับความจริงเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม ผลสำรวจสะท้อนเสียงของประชาชนว่า &amp;ldquo;ต้องการการเปลี่ยนแปลง&amp;rdquo; ทั้งนี้ปัญหาต่างๆ ไม่เคยอยู่นิ่ง มีแต่จะพอกพูนทับทวีขึ้นเรื่อยๆ และความรู้สึกของประชาชนก็เป็นเสียงสะท้อนของ &amp;ldquo;วิกฤตศรัทธาต่อรัฐบาล&amp;rdquo; อย่ารอให้ความวิตกกังวลก่อตัวและสะสมเป็นเชื้อเพลิงรอวันให้จุดติดอย่างทุกวันนี้ หากรัฐบาล &amp;ldquo;ไวต่อความรู้สึกวิตกกังวลของประชาชน&amp;rdquo; ขยับให้เห็นอย่างรวดเร็วและชัดเจนถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาต่างๆ สื่อสารด้วยความจริงใจ เพื่อให้ประชาชนได้มีความหวังในการเห็นการชำระสะสางข้อวิตกกังวล เชื่อแน่ว่าประชาชนจะเข้าใจและยังไม่ถึงทางตันในอนาคตของรัฐบาลอย่างแน่นอน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75935</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความวิตกกังวลของประชาชนต่อการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ณ วันนี้, นักวิจัยสวนดุสิตโพล, พรพรรณ บัวทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200830/image_big_5f4b0a1f622af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวังประยุทธ์2/2ฟื้นศก. &#039;สุชาติ&#039;โอ่ผลงานรบ.อื้อ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โพลชี้ประชาชนหวัง ครม.ประยุทธ์ 2/2 แก้ปากท้องดีขึ้น เน้นสร้างงาน-ดันราคาสินค้าเกษตร-กระตุ้นบริโภค &amp;quot;สุชาติ&amp;quot; โต้ฝ่ายค้าน ตกงาน 8 ล้านคนไร้ข้อมูลอ้างอิง แจงยิบรัฐบาลออกมาตรการเพียบช่วยเต็มที่ จ่อเปิดอัตราจ้าง 9 หมื่นตำแหน่งรองรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย &amp;quot;สวนดุสิตโพล&amp;quot; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ระดมสมองแก้ปัญหาเศรษฐกิจ&amp;rdquo; กลุ่มตัวอย่าง 1,109 คน สำรวจระหว่างวันที่ 10-14 สิงหาคม 2563 ผลสำรวจที่สำคัญ พบว่า ในระดับครัวเรือน ประชาชนอยากให้เน้นสร้างงานสร้างอาชีพมากที่สุด ร้อยละ 85.75 ในระดับชุมชน/ท้องถิ่น อยากให้ช่วยพยุงราคาสินค้าเกษตร ร้อยละ 72.14 และในระดับประเทศ อยากให้เน้นส่งเสริมภาคการเกษตร ร้อยละ 76.19 โดยเรื่องที่ควรทำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ณ วันนี้คือ เน้นกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ร้อยละ 75.20 ทั้งนี้ประชาชนเห็นว่าหน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานควรเข้ามาช่วยกันแก้ปัญหาเศรษฐกิจมากที่สุด ร้อยละ 77.36 รองลงมาคือ รัฐบาล ร้อยละ 70.83 และเอกชน ร้อยละ 70.11&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากประเทศไทยเผชิญภาวการณ์เศรษฐกิจถดถอยมาเป็นเวลานาน อีกทั้งยังมีสถานการณ์โควิด-19 เข้ามากระทบซ้ำ จึงก่อให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรง จากผลสำรวจจะเห็นได้ว่า ประชาชนอยากให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ณ วันนี้ ด้วยการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศก่อน ต้องสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน เพื่อให้มีกำลังในการอุปโภคบริโภคให้มากขึ้น อีกทั้งรัฐบาลได้มีการปรับทัพ ครม.ใหม่ มีทีมเศรษฐกิจใหม่ ประชาชนก็ยิ่งคาดหวังว่ารัฐบาลรวมถึงหน่วยงานภาครัฐต่างๆ จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนให้ดีขึ้นได้ ซึ่งในวันนี้ประชาชนได้สะท้อนความคิดเห็นวิธีการแก้ปัญหาในมุมมองของประชาชนแล้ว ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะรับลูกดำเนินการอย่างไรต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ศิริ ชะระอ่ำ ผู้อำนวยการกองวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อาจารย์ประจำหลักสูตรเศรษฐศาสตร์และการวิเคราะห์ประเมินสมัยใหม่ กล่าวว่า เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่า ผลการสำรวจข้างต้นของสวนดุสิตโพล สอดคล้องกับผลการวิเคราะห์ของธนาคารโลก (World Bank) ที่ระบุถึงมาตรการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับประเทศไทย สามด้าน คือ หนึ่ง การมุ่งเน้นการสร้างงานภายในประเทศ ด้วยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อยกระดับความสามารถทางการแข่งขันของภาคธุรกิจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอง การเยียวยาและประคองเศรษฐกิจระดับฐานราก โดยการพัฒนาทักษะของกำลังแรงงาน พัฒนาผลิตภาพทางการผลิตของภาคเกษตร และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนกลุ่มล่าง และสาม การสร้างความยั่งยืนทางธรรมชาติและทรัพยากร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของภาคการ เกษตรและการท่องเที่ยว ทั้งนี้ทั้งนั้น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป มิใช่ก้าวกระโดด เพราะยังมีปัจจัยภายนอกอื่นๆ ที่ส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงงานเสวนา &amp;ldquo;ฝ่ายค้านฟัง กลุ่มเปราะบางจากวิกฤติโควิด&amp;rdquo; เวทีที่ 1 ความเดือดร้อนแรงงานในและนอกระบบจากวิกฤติโควิด-19 ที่กลุ่มงานผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า ต้องขอขอบคุณนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านฯ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และสมาชิกฝ่ายค้าน ซึ่งข้อเสนอต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ ทางกระทรวงแรงงานพร้อมรับและรับไปดำเนินการทันที อย่างไรก็ตามปัญหาคนว่างงานเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความห่วงใยเป็นอย่างมาก และที่ผ่านมาได้เร่งรัดแก้ไขตามกลไกต่างๆ ของกระทรวง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตัวเลขคนตกงานที่มากถึง 8 ล้านคน ขอชี้แจงว่าตัวเลขดังกล่าวไม่มีหลักฐานอ้างอิง ในฐานะ รมว.แรงงานจำเป็นที่ต้องยึดถือตัวเลขจากระบบ เพราะจากข้อมูลแรงงานที่อยู่ในระบบผู้ประกันตนตามมาตรา 33-39-40 มีประมาณ 16.3 ล้านคน และช่วงโควิด-19 ผู้ที่ประกันตนในระบบประกันสังคม สำนักงานประกันสังคมได้รับชดเชยเงินจากการว่างงานจริงๆ จำนวน 714,268 คน วงเงิน 17,224 ล้านบาท รวมทั้งในช่วงเดือน มี.ค.-ก.ค. ที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กิจการที่เป็นที่สุ่มเสี่ยงปิดชั่วคราว ทางประกันสังคมก็จ่ายชดเชย 62% จำนวน 90 วัน เป็นจำนวนกว่า 9 แสนคน และบัดนี้สถานประกอบการต่างๆ กลับมาเปิดกิจการได้เป็นปกติแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านระบุรัฐบาลดูแลผู้ใช้แรงงานไม่ทั่วถึงและขาดมาตรการช่วยหางานใหม่นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการผ่านกระทรวงต่างๆ ช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานทั้งในระบบและนอกระบบ อาทิ โครงการจ้างงานของรัฐ ที่มีการจ้างแล้ว 209,930 คน จากเป้าหมาย 410,415 คน โดยเฉพาะกระทรวงแรงงาน เตรียมใช้งบประมาณปี 64 จ้างงานเพิ่มอีก 5,000 คน และได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงิน 30,000 ล้านบาท เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานมีงานทำ โดยจะเข้าไปเร่งรัดให้มีการปล่อยสินเชื่อให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งจะผลักดันศูนย์การงานแห่งชาติ ที่ตัวเองเป็นประธานนั่งกำกับด้วยตัวเอง เพื่อจัดหาตลาดงาน และจับคู่ตำแหน่งต่างๆ ที่เหมาะสมให้แก่พี่น้องประชาชน ซึ่งได้สั่งการให้หน่วยงานจัดหางานทุกจังหวัดดำเนินภารกิจนี้อย่างเร่งด่วน และผลักดันเรื่องดิจิทัลแพลตฟอร์มแบบ One-stop platform &amp;ldquo;ไทยมีงานทํา&amp;rdquo; ผ่าน พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพื่อรองรับแรงงาน 400,000 ตำแหน่ง อีกทั้งยังเป็นช่องทางยกระดับปรับทักษะให้แรงงานเพื่อเข้าสู่อาชีพที่ประชาชนสนใจ คาดว่าจะเปิดให้บริหารสิ้นเดือน ส.ค.นี้ รวมทั้งเปิดตลาดในต่างประเทศโดยได้นัดหมายพูดคุยกับสมาคมส่งคนงานไปต่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหาที่ติดขัดต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.แรงงานเปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้กรมการจัดหางานได้เตรียมตำแหน่งงานว่างไว้รองรับผู้ว่างงานแล้ว 91,444 อัตรา แบ่งเป็นการเปิดตลาดในต่างประเทศที่พบว่ายังมีตำแหน่งงานที่ยังว่างอยู่ จำนวน 49,077 อัตรา เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ และอิสราเอล ซึ่งกระทรวงแรงงานจะประสานงานใกล้ชิดกับอีกหลายประเทศ เพื่อส่งคนไทยไปทำงานในอาชีพใหม่ๆ ได้ทันทีหลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย และตำแหน่งงานในประเทศ ทั้งในภาคเอกชน จากระบบ Smart Job ที่เป็นงานประจำ และงาน part-time รวมทั้งตำแหน่งงานว่างในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) 3 จังหวัด คือ ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา มีตำแหน่งงานว่างจำนวน 42,367 อัตรา โดยทางรัฐบาลจะเร่งวางแนวทางและดำเนินมาตรการให้ครอบคลุมและให้ได้ผลดีที่สุดกับพี่น้องภาคแรงงานทุกกลุ่ม ให้ได้กลับเข้าสู่ระบบการจ้างงานให้ได้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชน และเร่งสร้างงาน ฟื้นฟูเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดการจ้างงานมาอย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือนเป็นการถอดเครื่องช่วยหายใจในห้องไอซียู เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาให้หายขาด ดังนั้นข้อมูลที่ฝ่ายค้านนำเสนอต้องขอบคุณมากๆ แต่อาจเป็นด้านเดียวที่ยังไม่ครบถ้วน ทั้งที่เหรียญนั้นมีสองด้านเสมอ ซึ่งผมยินดีเข้าไปรับฟังเพื่อช่วยกันทำงานแบบสร้างสรรค์เพื่อประเทศชาติบ้านเมืองด้วยกัน และพร้อมแก้ไขปัญหาต่างๆ ไปในทิศทางเดียวกัน&amp;rdquo; นายสุชาติระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74642</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ศิริ ชะระอ่ำ, พรพรรณ บัวทอง, สุชาติ ชมกลิ่น, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200816/image_big_5f3948c2d4093.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2020 09:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2020 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนวาดฝันรัฐบาลลุยนโยบายสร้างงาน-พยุงราคาสินค้าเกษตรแก้ปัญหาเศรษฐกิจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.2563 นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ระดมสมองแก้ปัญหาเศรษฐกิจ&amp;rdquo; กลุ่มตัวอย่าง 1,109 คน สำรวจระหว่างวันที่ 10 &amp;ndash; 14 สิงหาคม 2563 ผลสำรวจที่สำคัญ พบว่า ในระดับครัวเรือน ประชาชนอยากให้เน้นสร้างงานสร้างอาชีพมากที่สุด ร้อยละ 85.75 ในระดับชุมชน/ท้องถิ่น อยากให้ช่วยพยุงราคาสินค้าเกษตร ร้อยละ 72.14 และ ในระดับประเทศ อยากให้เน้นส่งเสริมภาคการเกษตร ร้อยละ 76.19 โดยเรื่องที่ควรทำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ณ วันนี้ คือ เน้นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ร้อยละ 75.20 ทั้งนี้ประชาชนเห็นว่าหน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานควรเข้ามาช่วยกันแก้ปัญหาเศรษฐกิจมากที่สุด ร้อยละ 77.36 รองลงมาคือ รัฐบาล ร้อยละ 70.83 และเอกชน ร้อยละ 70.11&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากประเทศไทยเผชิญภาวะการณ์เศรษฐกิจถดถอยมาเป็นเวลานาน อีกทั้งยังมีสถานการณ์โควิด-19 เข้ามากระทบซ้ำ จึงก่อให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรง จากผลสำรวจจะเห็นได้ว่า ประชาชนอยากให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ณ วันนี้ ด้วยการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศก่อน ต้องสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน เพื่อให้มีกำลังในการอุปโภคบริโภคให้มากขึ้น อีกทั้งรัฐบาลได้มีการปรับทัพ ครม. ใหม่ มีทีมเศรษฐกิจใหม่ ประชาชนก็ยิ่งคาดหวังว่า &amp;ldquo;รัฐบาล&amp;rdquo; รวมถึงหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนให้ดีขึ้นได้ ซึ่งในวันนี้ประชาชนก็ได้สะท้อนความคิดเห็นวิธีการแก้ปัญหาในมุมมองของประชาชนแล้ว ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะรับลูกดำเนินการอย่างไรต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74570</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรพรรณ บัวทอง, ระดมสมองแก้ปัญหาเศรษฐกิจ, สวนดุสิตโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200816/image_big_5f389d3f9869a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
