<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตมือพัฒนาแอปฯเป๋าตัง&#039; แนะปรับระบบชำระเงินกันบัญชีถูกล้วง</HEADLINE>
                <CONTENT>
&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - นายสมคิด จิรานันตรัตน์ ที่ปรึกษานโยบายด้านเทคเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล พรรคกล้า อดีตที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย และอดีตนักพัฒนาแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง กล่าวถึงกรณีเงินรั่วไหลจากบัญชีของธนาคารที่เป็นกระแสข่าวอยู่ขณะนี้ว่า&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ จุดรั่วใหญ่ที่สุดน่าจะอยู่ที่ร้านค้าหรือแอปพลิเคชั่นที่ปล่อยให้มีการชำระผ่านบัตรเครดิต หรือเดบิต ที่หละหลวมเกินไป ทำให้เกิดกรณีการใช้โปรแกรมเดาเลขที่บัตรได้ โดยแนะนำวิธีที่ควรแก้ไขคือ ด้านธนาคารควรมีระบบระบบตรวจจับการทุจริต (Fraud Detection) ที่ป้องกันการเกิดเหตุการณ์ผิดปกติเช่นนี้ ควรมีระบบเตือนให้ลูกค้าทราบทุกๆ รายการทางโมบายแบงก์กิ้ง (Mobile Banking)หรือ SMS และไม่ควรรับการชำระเงินจากร้านค้า หรือแอปพลิเคชั่นที่หละหลวมเช่นนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;


แทงสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวต่อว่า ส่วนด้านลูกค้าแนะนำว่า โมบายแบงก์กิ้งในการชำระเงินเมื่อซื้อของออนไลน์ ยังเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุด เพราะโทรศัพท์มือถือเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล สามารถตั้งระบบรักษาความปลอดภัยได้ แต่ไม่ควรใส่ข้อมูลบัตร ชื่อ เลขหน้าบัตรและหลังบัตร&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์ ให้แอปพลิเคชั่นโดยไม่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชั่นใหญ่หรือเล็ก และควรตรวจสอบรายการผ่านการแจ้งเตือนของโมบายแบงก์กิ้งอย่างสม่ำเสมอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวด้วยว่า สำหรับด้านหน่วยงานกำกับนั้น ควรให้ทุกธนาคารต้องมีระบบเตือนทุกรายการที่เกิดกับการชำระเงิน ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมเงินจำนวนน้อยหรือมาก รวมถึงให้ธนาคารมีระบบตรวจจับความทุจริตผิดปกติ&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น ที่เข้มข้นขึ้น และห้ามไม่ให้รับการชำระเงินจากร้านค้า แอปพลิเคชั่นที่หละหลวมในการตรวจสอบตัวตน&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120310</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ปรึกษานโยบายด้านเทคเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล, นายสมคิด จิรานันตรัตน์, บัญชีรั่วไหล, พรรคกล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fb81d2aeff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 11:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 11:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์&#039; หนุน &#039;ราชการไร้กระดาษ&#039; ระบุหัวใจของราชการต้อง &#039;ลดภาระประชาชน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.64 -&amp;nbsp;นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวถึงกรณี กระทรวงมหาดไทยยกเลิกการใช้เอกสารสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านในการติดต่อราชการว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดี และได้หยิบยกขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลดีต่อประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งสรุปโดย เชาว์-สมคิด จิรานันตรัตน์- ที่ปรึกษานโยบายด้านเทคเพื่อเศรษฐกิจดิติทัล พรรคกล้า - KLA Party ได้สรุปไว้ 3 ข้อคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การพิสูจน์ตัวตนของผู้รับบริการ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นเจ้าของตัวจริง ส่วนใหญ่ใช้การยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน หากเป็นให้บริการโดยเจอหน้ากัน หน่วยงานควรมีเครื่องอ่านบัตรประชาชน เพื่ออ่านข้อมูลในชิปของบัตรประชาชน เป็นการพิสูจน์ว่าใบหน้าและข้อมูลบนบัตรเป็นของจริง ไม่ใช่บัตรปลอม หากเป็นการให้บริการในรูปแบบดิจิทัล ที่ยังไม่เคยมีการพิสูจน์ตัวตนผ่าน App นั้นมาก่อน จะต้องมีการพิสูจน์ตัวตนทางดิจิทัลกับตัวช่วยอื่น เช่นแอ๊ปอื่นที่เคยพิสูจน์ตัวตนของบุคคลนั้นมาก่อน ดังที่ทำกันอยู่กับ NDID แต่ก็สามารถพิสูจน์เฉพาะบุคคลที่ผ่านการพิสูจน์ตัวตนกับเครือข่ายของ NDIDมาก่อนหน้าแล้ว จึงมีข้อมูลอยู่ในวงจำกัด หรือส่งข้อมูลที่จำเป็นไปพิสูจน์กับกระทรวงมหาดไทยในโครงการพิสูจน์ใบหน้าทางดิจิทัล (ผ่านครมแล้ว แต่ยังไม่ถึงขั้นที่ให้บริการได้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การตรวจสอบข้อมูลหรือเอกสารประกอบ ว่ามีคุณสมบัติตามที่ต้องการจริงหรือไม่ ยื่นเป็นเอกสารและเซ็นรับรองความถูกต้อง โดยมีเอกสารต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนั้นๆ อย่างไรก็ดี การที่ต้องมีเอกสารประกอบจำนวนมาก ก็เป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้รับบริการ และเอกสารที่เป็นกระดาษก็ยังสามารถปลอมแปลงได้อีก ไม่ต้องมีเอกสารประกอบที่เป็นกระดาษ แต่สามารถตรวจสอบทางดิจิทัลกับหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ โดยหน่วยงานให้บริการหรือแอ๊ปที่ให้บริการสามารถส่งข้อมูลไปตรวจสอบจากการเชื่อมต่อที่ออกแบบไว้แล้ว กับหน่วยงานที่ออกเอกสาร หรือผู้รับบริการสามารถเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่มีลายเซ็นดิจิทัลของผู้ออกเอกสารที่เคยขอไว้แล้ว ในวอลเล็ตของตัวเอง และสามารถส่งเอกสารนั้นทางดิจิทัลพร้อมลายเซ็นที่ตรวจสอบทางดิจิทัลได้ แต่ทั้งหมดนี้ต้องมีการออกแบบให้รองรับไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การทำธุรกรรมที่ร้องขอ สามารถทำตามขั้นตอนปกติ หรือออกแบบให้เป็นแบบอัตโนมัติ ผ่านกระบวนการตามขั้นตอนปกติ โดยมีผู้มีอำนาจอนุมัติตามขั้นตอน จะต้องมีการส่งเรื่องไปตามขั้นตอน ตามหน่วยงานที่เหมาะสม ไม่ว่าจะส่งแบบเป็นกระดาษหรือทางดิจิทัล ก็ยังมีขั้นตอนที่มีผู้ตรวจสอบและอนุมัติอยู่ดี ผ่านกระบวนการพิจารณาแบบอัตโนมัติ โดยใช้กระบวนการในระบบจัดการและอนุมัติโดยไม่ต้องผ่านคน ซึ่งวิธีนี้จะลดขั้นตอน ลดเวลา ลดคอร์รัปชัน และลดต้นทุนได้มากมาย และสามารถจัดการโดยระบบกลางแล้วจึงส่งผลลัพธ์ให้ต้นสังกัดอีกที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่สำคัญ เราไม่ควรจะคิดแค่ว่าไม่มีสำเนาบัตรประชาชนแล้วจบ แต่ควรคิดต่อเนื่องไปถึงการที่ทำธุรกรรมทุกอย่างโดยไม่มีกระดาษเลย เป็น paperless เต็มรูปแบบ ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มตัวได้ครับ&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119891</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์, พรรคกล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_6128650b91cde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรรคกล้า&#039; เรียกร้องค่าตอบแทนให้ประธาน-กรรมการชุมชน กำลังสำคัญป้องกันโควิด แต่ถูกละเลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.64 - นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ คณะกรรมการกิจการ กทม. พรรคกล้า กล่าวว่า จากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน จะเห็นว่าประธานและคณะกรรมการชุมชนมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการระบาดโควิด-19 ทั้งการช่วยดูแลศูนย์พักคอยชุมชน การจัดหายา ติดต่อหาเตียง คอยอำนวยความสะดวกให้ลูกบ้านที่ติดเชื้อหรือเสี่ยงติดเชื้อ ทำงานอย่างหนักเพื่อชุมชน ที่ประชุมผู้เสนอตัวสมัคร ส.ส.กทม. พรรคกล้า และว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. ของพรรค จึงมีมติร่วมกันเรียกร้องขอให้ประธานและคณะกรรมการชุมชนได้รับค่าตอบแทนอย่างเหมาะสม เพราะที่ผ่านมาบุคคลเหล่านี้เสียสละทำงานเพื่อชุมชน แต่กลับถูกละเลย ไม่เคยได้รับค่าตอบแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประธานและคณะกรรมการชุมชน ทำงานด้วยความเสียสละ เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา และหลายครั้งเสียกำลังใจ เพื่อคนในชุมชน พวกเราจึงมองว่าประธานและคณะกรรมการชุมชน ควรได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ทำงานต่อเนื่องในวิกฤตโควิด-19&amp;quot; นายณัฐนันท์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องค่าตอบแทนที่เหมาะสม นายณัฐนันท์ กล่าวว่า พรรคกล้า กทม. อยู่ระหว่างสอบถามความคิดเห็นประธาน คณะกรรมการ และคนในชุมชน ถึงค่าตอบแทนที่เหมาะสม แต่สถานการณ์วิกฤตพิสูจน์ให้ทุกฝ่ายเห็นแล้วว่าประธานและกรรมการชุมชนมีบทบาทสำคัญ จึงสมควรให้มีค่าตอบแทนแน่นอน เพื่อช่วยสร้างกำลังใจและผลักดันงานชุมชนให้เข้มแข็งและพัฒนาได้ดีขึ้น ทั้งในภาวะวิกฤตและภาวะปกติ ซึ่งจะเร่งทำเป็นข้อเสนอในเร็วๆ นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119718</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐนันท์ กัลยาศิริ, พรรคกล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6167c4617e8c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูเป็ด&#039; ยังหนุน &#039;พระมหา&#039; พร้อมแนะเข้าโปรแกรมฟื้นฟูสติ ชี้อาการหลุดเพราะความประมาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.64 - นายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร หรือ ครูเป็ด กรรมการบริหารพรรคกล้าและศิลปินผู้คร่ำหวอดในวงการดนตรี&amp;nbsp;โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊กส่วนตัวว่า วันนี้ขอเขียนเรื่องพระสงฆ์สักหน่อย...ถึงแม้จะไม่ได้มีความรู้เรื่องศาสนาพุทธมากนัก แต่ก็ขอแสดงความเห็นจากมุมของคนที่พยายามศึกษาและทำความเข้าใจศาสนาพุทธมาหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเห็นข่าวพระสงฆ์บางรูป ออกมาทำกิจกรรมบางอย่างที่ดูจะหมิ่นเหม่ต่อความควรไม่ควร และเมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์ก็มี &amp;#39;หลุด&amp;#39; ออกมาให้เห็น...สาเหตุหลักของสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด สรุปได้คำเดียวเลยคือ...ความประมาท นักบอลต่อให้เทพขนาดไหน ถ้าประมาทไม่ค่อยซ้อมก็ฝีเท้าตกฟอร์มบู่กันทุกคน ศัลยแพทย์มือทอง แต่ถ้าเรื้อห้องผ่าตัดไปนานสนิมก็จับหมด ต้องกลับมารื้อฟื้นฝีมือเพื่อความมั่นใจกันใหม่ เพื่อนผมหลายคนเป็นกัปตัน ช่วงโควิดไม่ได้บินนาน เค้าก็ต้องไปซ้อมบินใน simulator อยู่เป็นประจำ ยอดฝีมือในทุกสาขาอาชีพ ถึงแม้จะเก่งแค่ไหนเขาก็ประมาทไม่ได้ ต้องฝึกฝนทักษะลับฝีมืออยู่สม่ำเสมอ เพราะถ้าเผลอฝีมือก็จะตกไป...แล้วความเป็นมืออาชีพของพระสงฆ์อยู่ที่ไหน...อยู่ที่สติครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราคาดหวังว่า พระสงฆ์จะสติที่มีสมบูรณ์กว่าคนทั่วไป และนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ท่านถูกวางอยู่ในสถานภาพที่น่าเคารพเหนือกว่าคนธรรมดา...แต่สติเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นจับต้องได้ยาก รักษาให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ก็ยาก เผลอไผลนิดเดียว มันก็ลดลงได้บกพร่องได้ ทางศาสนาพุทธจึงมีศีล มีข้อห้าม มีที่อโคจร มีความประพฤติที่เป็นโลกะวัชชะ ฯลฯ...ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อป้องกันมีให้สิ่งแวดล้อมอันมิควรเหล่านั้น มาดึงให้สติของพระสงฆ์หลุดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วยิ่งสมัยนี้ที่อโคจรก็มีทั้ง on site และ online สำหรับท่านที่ใช้ปัญญาวิเคราะห์ ก็คงจะรู้ได้ว่าที่อโคจรออนไลน์คืออย่างไรบ้าง แต่กับพระสงฆ์บางรูปแม้จะรู้ทั้งรู้ แต่ใจก็อาจจะประมาทว่าไม่เป็นไรน่า อาตมามีความตั้งใจดีและมีสติที่แข็งแรง แวะเข้าไปที่อโคจรออนไลน์เป็นครั้งคราวก็เพื่อหยิบยื่นธรรมะให้คนในสังคมนั้นได้เสพกันเสียบ้าง ไม่เป็นไรดอก...แต่บางทีแวะเข้าไปบ่อยเกินก็ชักติดใจ โดนความสุข สีสัน ชื่อเสียงในโลกออนไลน์มันมอมเมาเอา สติก็บกพร่องไปโดยไม่รู้ตัว...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างที่บอกครับ...สติมันเป็นสิ่งที่จับต้องได้ยาก วัดความสมบูรณ์ได้ยาก กว่าจะรู้ว่ามันบกพร่องไปแล้วก็เมื่อมีอาการแสดงออก...ถ้าเป็นนักกีฬา อาการแบบนี้คือบาดเจ็บคือไม่ฟิต...ก็คงได้รับคำแนะนำว่าอย่าเพิ่งลงสนาม ให้ไปเข้าโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายสักพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นพระสงฆ์ ก็ต้องเข้าโปรแกรมฟื้นฟูสติเหมือนกัน...ขอมองโลกในแง่ดีว่าท่านบวชพระมาจนได้เป็นมหา ผมก็เชื่อว่าท่านคงมีความตั้งใจและผ่านความเพียรพยายามมาไม่น้อย...ไปเข้าโปรแกรมฟื้นฟูสติ เรียกความตั้งอกตั้งใจความเข้มข้นกับตัวเองแบบเดิมๆของท่านคืนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งดลงสนามสักระยะ สติฟิตสมบูรณ์แล้วค่อยกลับมานะครับ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเชิงสนับสนุนเห็นด้วยพระมหามหาสมปองและพระมหาไพรวัลย์ 2 พส.ชื่อดังในโซเชียลว่า การไลฟ์ตลกทางเฟซบุ๊กเป็นเจตนาดีใช้ความครื้นเครงดึงคนฟังธรรมะ โดยระบุว่า ถ้าจะรู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนกับพระสงฆ์ที่ออกมาเผยแผ่ธรรมะแบบครื้นเครง ก็ควรต้องเป็นเดือดเป็นร้อนกับ พระใบ้หวย พระดูดวง วัดที่เปิดให้บูชาเทพเจ้านั้นเทพเจ้านี้ วัดที่หรูหราอลังการจนเกินงาม เพราะถ้าจะมองว่าการสอนธรรมะแบบครื้นเครงเป็นการบิดเบี้ยวและสร้างความเสียหายให้แก่ศาสนาพุทธ สิ่งที่เอ่ยข้างต้นก็น่าจะเสียหายไม่น้อยกว่ากัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119705</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูเป็ด, พรรคกล้า, พระมหาสมปอง, มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613dcc1b31098.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรณ์&#039; ขอบคุณผู้บริจาคภาษี หนุนพรรคกล้า 2.5 ล้าน ลั่นทำการเมืองสร้างสรรค์ เน้นเรื่องปากท้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64 - นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า ขอขอบคุณผู้ที่บริจาคภาษีให้กับพรรคกล้า โดยมียอดรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ล้านบาท ซึ่งเป็นพรรคที่ได้รับเงินบริจาคมากที่สุดเป็นอันดับที่สาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมขอขอบคุณทุกการสนับสนุนจากทุกคนที่เห็นด้วยกับแนวทางของพรรคกล้า ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหม่เปิดมาได้เพียงปีกว่า แม้ไม่มี สส. ในสภา แต่มีความมุ่งมั่นที่จะทำงานการเมืองสร้างสรรค์ ยึดหลัก ปฏิบัตินิยม ลงมือทำ ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เราขอให้คำมั่นว่า เราจะใช้เงินภาษีที่ได้รับจากประชาชนก้อนนี้ ให้คุ้มค่า และคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งในการทำงานการเมืองของเรา พรรคกล้าตั้งใจจะเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง เน้นเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ให้คนไทยกินดีอยู่ดี เราพร้อมสู้ในสนามเลือกตั้งครั้งต่อไปนี้อย่างเต็มที่ แน่นอน&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119531</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, การเมือง, พรรคกล้า, พรรคการเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_61654f2b56e45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อรรถวิชช์&#039; ลงพื้นที่เมืองคอน ดักหน้า &#039;บิ๊กตู่&#039; ขอเร่งสร้างคลองระบายน้ำตามพระราชดำริ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64 - นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อพบปะผู้เสนอตัวสมัครเลือกตั้ง ส.ส. สมาชิกพรรค และติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ว่า มีการคาดการณ์ว่า พายุจะเริ่มเข้าตั้งแต่ช่วงกลางเดือนนี้ จนถึงเดือนพฤศจิกายน ปริมาณน้ำฝนมากขึ้น โดยได้พูดคุยกับนายปริญญา สัคคะนายก สำนักงานชลประทานที่ 15 (SWOC15) ถึงการเตรียมความพร้อมพื้นที่ ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราชฝั่งตะวันตกมีอ่างเก็บน้ำคลองกระทูน , อ่างเก็บน้ำคลองดินแดง ใน อ.พิปูน รองรับไว้ แต่ฝั่งตะวันออกที่ติดอ่าวไทยไม่มีอ่างเก็บน้ำ จึงมีการสร้างคลองระบายน้ำสายที่ 3 ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เชื่อมต่อคลองวังวัว เพื่อระบายน้ำอ้อมเมืองนครศรีธรรมราชออกอ่าวไทย เป็นโครงการที่สร้างมาตั้งแต่ปี 2531 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่แล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า สาเหตุที่โครงการไม่แล้วเสร็จ เพราะเมื่อเวนคืนพื้นที่เสร็จเรียบร้อย ก็ยังมีคนกลับเข้าไปอยู่บ้าง พอมีงบสร้าง งบรื้อเยียวยาไม่มี พอมีงบเยียวยา ก็ไม่มีงบก่อสร้าง สลับกันไปมาแบบนี้ โครงการเลยไม่สำเร็จ แต่พอปีที่แล้ว พื้นที่ อ.ลานสกา น้ำท่วมหนัก เลยทำให้ประชาชนละแวกนี้เริ่มเข้าใจแล้ว ว่าคลองระบายน้ำสายที่ 3 มีความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรี ที่จะมาตรวจราชการวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ขอให้เร่งรัดโครงการจัดการน้ำ ตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยเฉพาะการก่อสร้างคลองระบายน้ำสายที่ 3 หากคลองเส้นนี้สำเร็จ จะทำให้การระบายน้ำของนครศรีธรรมราชเพิ่มขึ้น 4 เท่าตัว จาก 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มเป็น 850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นี่คือพระวิสัยทัศน์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีมาตั้งแต่ปี 2531&amp;quot; นายอรรถวิชช์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118828</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, พรรคกล้า, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615bf96cd70e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118619</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พรรคกล้า’จี้ผู้ว่าฯกทม.เร่งลอกท่อระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมขัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.64- นายเอกชัย ผ่องจิตร์ เลขานุการกลุ่ม กทม. พรรคกล้า กล่าวว่า ขณะนี้ตัวแทนของพรรคกล้าลงพื้นที่พบปะประชาชนหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร พบว่าประชาชนมีความวิตกกังวลใจเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดของภาคกลาง เกรงว่าจะส่งผลต่อเนื่องมาถึง กรุงเทพฯ ในไม่ช้า เหมือนครั้งเมื่อปี 2554 จึงอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้ามาลอกท่อ ในบริเวณที่น้ำท่วมซ้ำซาก หรือ จุดที่น้ำรอระบายนานกว่าปกติ รวมถึงในตรอกซอย ในจุดเสี่ยง ตลอดจนการเตรียมการ เร่งขุดลอกคูคลอง พร่องน้ำในแก้มลิงต่างๆ เพื่อป้องกันน้ำท่วม เนื่องจากเวลาฝนตกติดต่อกันหลายชั่วโมง มักมีน้ำท่วมขังหลายจุดเป็นเวลานาน สร้างความเดือดร้อนไม่สะดวก ทำให้คุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานของประชาชนในกรุงเทพมหานครย่ำแย่ ขาดการดูแล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอวิงวอนถึงท่านผู้ว่า กทม. สั่งการ กำชับ เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้าเร่งดำเนินการให้ได้เห็นผลจริง ขอให้มีการติดตาม ตรวจสอบหน้างานจริง ว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามคำสั่ง นโยบาย หรือแนวทางที่วางไว้แล้วเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลอกท่อ การติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และมีเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชม. ตามที่ให้ทางสำนักงานเขตทุกเขต ได้ตั้งศูนย์ป้องกันน้ำท่วม ตลอดจน เจ้าหน้าที่ที่คอยรับโทรศัพท์สายด่วนด้วย เพื่อให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น ได้คลายความกังวล และได้รับความสะดวกต่อไป&amp;quot; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118619</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเอกชัย ผ่องจิตร์, น้ำท่วม, ผู้ว่าฯกทม., พรรคกล้า, เร่งลอกท่อระบายน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_61595e0a5baa4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
