<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2020 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2020 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พรรคกล้า&#039;!&#039;กรณ์&#039;ส่ง&#039;อรรถวิชช์&#039;ยื่นกกต.จดจัดตั้งพรรคการเมืองแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.พ.63 - เมื่อเวลา 09.00 น. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี &amp;nbsp;ผู้ร่วมก่อตั้ง พรรคกล้า &amp;nbsp;ร่วมกับนายกรณ์ จาติกวณิช&amp;nbsp;ได้เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อยื่นเอกสารขอจดตั้งพรรคการเมืองแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57164</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กรณ์ จาติกวณิช, จดตั้งพรรคการเมือง, พรรคกล้า, พรรคการเมืองใหม่, อรรถวิชช์  สุวรรณภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200214/image_big_5e46081bf3719.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2018 13:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2018 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.เรียกพรรคใหม่ ติวเข้มแนวทางดำเนินกิจกรรมการเมืองโดยไม่ขัดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;2 พ.ย.61 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการกกต. ประชุมชี้แจงการดำเนินกิจกรรมให้แก่พรรคการเมืองจัดตั้งใหม่ แบ่งเป็นช่วงเช้าพรรคสยามพัฒนา พรรคพรรคพลังไทยรักไทย พรรคพลังชาติไทย และพรรคประชาชาติ และช่วงบ่าย พรรคไทยธรรม พรรคเพื่อคนไทย พรรคพลังปวงชนไทย พรรคพลังรวมประชาชาติไทย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายแสวง กล่าวว่า เมื่อท่านได้รับการจดทะเบียนเป็นพรรคการเมืองแล้ว ให้รับสมัครสมาชิกได้ทันที โดยผู้ร่วมจัดตั้งพรรค 500 คน จะถือว่ามีสมาชิกภาพเป็นสมาชิกพรรค เรื่องหาสมาชิก 100 คน ขอแนะนำให้แต่ละพรรคเผื่อจำนวน ป้องกันกรณีสมาชิกซ้ำซ้อนกับพรรคอื่น ซึ่งจะมีผลให้เสียทั้ง 2 พรรค จะถูกตีความว่าหาสมาชิกชอบหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีกองทุนเงินสนับสนุนพรรคการเมือง ในปีงบประมาณ 62 วันที่1 ม.ค.-31 ธค. 62 ซึ่งกกต.ได้จัดสรรรูปแบบใหม่ จะได้เท่าไรขึ้นอยู่กับเกณฑ์ตามกฎหมาย โดยกกต.ได้รับงบประมาณ 130 ล้านบาท สามารถจัดสรรให้พรรคการเมืองได้ 117. ล้านบาท คาดว่าจะโอนเงินอุดหนุนให้พรรคการเมืองได้ในช่วงต้นปี 62. แต่ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดกรอบเวลาคำนวณเงินอุดหนุน หากมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. 62 อาจนำข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย.61 หรือ 31 ธ.ค.61&amp;nbsp; แต่หากใช้ข้อมูลวันที่ 31 ธ.ค.61 อาจมีความล่าช่าในการส่งเงินอุดหนุนได้ในเดือน ก.พ. ทั้งนี้กฎหมายกำหนดให้จ่ายเงินอุดหนุนเพื่อสมทบกับเงินค่าบำรุงที่แต่ละพรรคเก็บได้ และจำนวนสาขาพรรค เมื่อได้รับเงินไปแล้วสามารถนำใช้จ่ายอะไรได้บ้าง ซึ่งกฎหมายค่อนข้างกว้างสามารถนำไปใช้ในการหาเสียงได้ โดยต้องทำเอกสารรายงาน กกต. ส่วนพรรคการเมืองเก่าจะมีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนที่มาจากเงินบริจาคจากภาษีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้คำสั่งคสช.ฉบับที่ 13 ยังมีผลบังคับใช้ ก่อนที่พรรคจะดำเนินกิจการใดๆต้องแจ้งกกต.ก่อนดำเนินกิจกรรม 5 วัน เช่น การประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคจะต้องมาจากที่ประชุมใหญ่ หลายพรรคกรรมการบริหารลาออก หรือมีการปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับพรรค อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นพรรคการเมืองแล้วต้องดำเนินกิจการทางการเมืองตาม ม.23 ของพรรคการเมือง อย่างน้อยปีละ 1 อย่าง ในส่วนของกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ต้องประกอบด้วย กรรมการบริหาร 7 คน สมาชิกพรรค 4 คน รวม 11 คน เนื่องจากเจตนา คสช. มองว่า หลังปลดล็อค พรรคการเมืองอาจตั้งสาขาไม่ทัน จึงเขียนกฎหมายให้รับฟังจากตัวบุคคล เช่น ผู้แทนสาขา ตัวแทนหรือสมาชิกพรรคการเมืองประจำจังหวัด. คำสั่งคสช.ที่ 13 จึงเป็นไพรมารี่แบบย่อ หรือมินิไพรมารี่ ความหมายคือต้องตั้งตัวแทนหรือสาขาพรรคเพื่อฟังความเห็น ซึ่งกฎหมายของเก่าพรรคจะต้องจัดประชุม แต่กฎหมายใหม่ไม่ต้องประชุมแค่รับฟังเท่านั้น&amp;rdquo;นายแสวงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายแสวง กล่าวอีกว่า การตั้งสาขาพรรค ต้องมีสมาชิกในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบไม่น้อยกว่า 500 คนขึ้นไป และบุคคลนั้นต้องมีภูมิลำเนาตามทะเบียนราษฎร ส่วนตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด จะต้องอยู่ในพื้นที่และต้องมีจำนวน 101 คนขึ้นไป ทั้งนี้ กฎหมายมีความสลับซับซ้อน แนะนำให้พรรคมีนิติกรอย่างน้อย 1 คน ทำหน้าที่ประสานกับกกต. เพราะกฎหมายหลาย 10 มาตรา มีโทษตั้งแต่ใบแดงถึงใบดำ เปลี่ยนค่าปรับทางปกครอง เป็นค่าปรับทางอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;รองเลขาธิการกกต.กล่าวต่อว่า กรณีการรับบริจาค กฎหมายกำหนดห้ามบริจาคเกิน 10 ล้านบาทต่อรายต่อปี ขณะนี้รับบริจาคได้เฉพาะกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น เงินของพรรคการเมืองก่อนการปลดล็อกจะมาจากทุนประเดิม กองทุนพัฒนาพรรคการเมืองหรือค่าสมาชิกเท่านั้น. หากต้องการรับบริจาคจากบุคคลภายนอก สามารถใช้คำสั่งคสช.ที่ 53 ข้อ 4 ขออนุญาตได้ เช่น ขายสินค้าที่ระลึกระดมทุน ส่วนการระดมทุนในรูปแบบจัดทอล์คโชว์ ขายโต๊ะ ยังทำไม่ได้เพราะอาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยซึ่งจะขัดคำสั่งคสช.อีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21221</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., พรรคการเมืองใหม่, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181102/image_big_5bdbf11e501db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.-อนค.ขึ้นนำ พรรคในใจปชช. &#039;ประชารัฐ&#039;รั้งที่4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ยังครองอันดับ1 พรรคที่ประชาชนให้ความสนใจที่สุด &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; รั้งที่ 2 แซง &amp;quot;ประชาธิปัตย์&amp;quot; 86 ปีประชาธิปไตยยังสอบตก 10 พรรคประสานเสียงไม่เอานายกฯ ใบสั่ง &amp;quot;จาตุรนต์-ธนาธร&amp;quot; จับมือฉีก รธน. ล้างมรดก คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน &amp;quot;สวนดุสิตโพล&amp;quot; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,105 คน ระหว่างวันที่ 19-23 มิ.ย.61 เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนต่อ &amp;quot;พรรคการเมืองเก่า&amp;quot; กับ &amp;quot;พรรคการเมืองใหม่&amp;quot; เนื่องจากกระแสการเมืองในช่วงนี้มีความร้อนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งของพรรคการเมืองต่างๆ ที่เริ่มมีการเคลื่อนไหว ทั้งการดูดตัวผู้สมัครเข้าสู่พรรค การเตรียมตัวของพรรคการเมืองเก่า รวมถึงการเปิดตัวพรรคใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย &amp;quot;3 อันดับพรรคการเมืองเก่า&amp;quot; ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ณ วันนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 55.59 ระบุว่า พรรคเพื่อไทย รองลงมาร้อยละ 39.89 พรรคประชาธิปัตย์ และร้อยละ 4.52 พรรคภูมิใจไทย ส่วน &amp;quot;3 อันดับพรรคการเมืองใหม่&amp;quot; ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ณ วันนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ 57.51 ระบุว่า พรรคอนาคตใหม่ รองลงมาร้อยละ 24.35 พรรคพลังประชารัฐ และร้อยละ 18.14 พรรคพลังชาติไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาความสนใจในภาพรวมทั้งพรรคการเมืองเก่า และพรรคการเมืองใหม่ &amp;quot;5 อันดับพรรคการเมือง&amp;quot; ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ณ วันนี้ พบว่า &amp;nbsp;อันดับ 1 ร้อยละ 55.0 ระบุ พรรคเพื่อไทย เพราะชื่นชอบที่เป็นพรรคใหญ่ อยากให้เข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ช่วยเหลือประชาชน มีนักการเมืองเก่ง มีชื่อเสียง อันดับ 2 ร้อยละ 34.18 พรรคอนาคตใหม่ เพราะเป็นพรรคใหม่ มีคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน มีนโยบายน่าสนใจ อยากเปิดโอกาสให้เข้ามาทำงาน อันดับ 3 ร้อยละ 33.88 พรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นพรรคเก่าแก่ ก่อตั้งมานาน มีประสบการณ์ ชื่นชอบการทำงาน มีผู้สมัครที่น่าสนใจ เลือกพรรคนี้มาโดยอันดับ 4 ร้อยละ 17.39 พรรคพลังประชารัฐ เพราะมีกระแสต่อเนื่องเกี่ยวข้องกับรัฐบาลปัจจุบัน เป็นพรรคใหม่ มีนักการเมืองเข้ามาร่วมหลากหลาย และอันดับ 5 ร้อยละ 12.59 พรรคภูมิใจไทย เพราะชอบการบริหารงานที่ผ่านมา เป็นพรรคเล็กที่มีบทบาทสำคัญ อยากรู้ความเคลื่อนไหว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้สมัคร ส.ส.ที่สังกัด &amp;quot;พรรคการเมืองเก่า&amp;quot; กับ &amp;quot;พรรคการเมืองใหม่&amp;quot; มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนหรือไม่ พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 54.33 ระบุว่ามีผล เพราะขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน ชอบคน แต่ไม่ชอบพรรค นโยบายแต่ละพรรคแตกต่างกัน นอกจากจะดูที่ตัวบุคคลแล้วก็ดูว่าสังกัดพรรคที่ชอบด้วยหรือไม่ การเลือกสังกัดพรรคส่งผลต่อความน่าเชื่อ และร้อยละ 45.67 ไม่มีผล เพราะดูที่ตัวบุคคล ประวัติ ประสบการณ์ ผลงานที่ผ่านมา ชอบเป็นการส่วนตัว ไม่พิจารณาว่าสังกัดพรรคใด หากเป็นคนดีอยู่พรรคใดก็ทำงานได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการเลือก ส.ส. ระหว่าง &amp;quot;ตัวผู้สมัคร&amp;quot; กับ &amp;quot;พรรคที่สังกัด&amp;quot; ประชาชนให้ความสำคัญอะไรมากกว่ากัน พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 41.63 ระบุว่าพอๆ กัน เพราะต้องพิจารณาทั้งตัวผู้สมัครและพรรคที่สังกัดไปพร้อมๆ กัน อยากได้ทั้งผู้สมัครและพรรคที่ดีมีคุณภาพ หากพรรคมีนโยบายที่ดี ก็จะส่งผลให้ผู้สมัครทำงานได้ดี มีผลงาน รองลงมาร้อยละ 36.92 ตัวผู้สมัครมากกว่า เพราะเน้นที่ตัวผู้สมัคร อยากได้คนดี ทำงานเป็น มีผลงาน มีความคุ้นเคยกับคนในพื้นที่ พรรคการเมืองที่ดีต้องมีผู้สมัครที่ดี และร้อยละ 21.45 พรรคที่สังกัดมากกว่า เพราะพรรควางนโยบายของผู้สมัคร พรรคที่มีการบริหารที่ดีจะทำให้ผู้สมัครทำงานได้ดียิ่งขึ้น ผู้สมัครต้องปฏิบัติตามแนวทางของพรรค พรรคที่เข้มแข็งสามารถให้การสนับสนุนผู้สมัครได้เต็มที่
86 ปี ปชต.ไทยสอบตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี มีการจัดรายการวอร์มอัพ ไทยแลนด์ สเปเชียล ตอน &amp;ldquo;86ปี ประชาธิปไตยไทย ก้าวต่ออย่างไรให้ยั่งยืน&amp;rdquo; โดยมีตัวแทนนักการเมืองทั้งเก่าและใหม่ 10 พรรค ร่วมพูดคุยถึงอนาคตประชาธิปไตยไทย ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ พรรคพลังพลเมือง นายชวน ชูจันทร์ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ว่าที่หัวหน้าพรรคเกรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในวงเสวนาได้ตั้งคำถามกับตัวแทนพรรคการเมืองว่า &amp;ldquo;86 ปี ให้คะแนนประชาธิปไตยไทยอย่างไร ปัจจัยเกื้อหนุน อะไรคืออุปสรรค?&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า 86 ปีที่ผ่านมาประชาธิปไตยมีความก้าวหน้า สังคมมีความตื่นตัว ประชาชนต้องการสิทธิเสรีภาพมากขึ้น ขณะที่ในปัจจุบัน ผู้ทำรัฐประหารต้องตอบคำถามสังคมว่าประเทศจะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งได้เมื่อใด เรามีรัฐธรรมนูญกว่า 20 ฉบับ แต่อาจยังมีจุดบอดคือต้องเผชิญภาวะประชานิยม และเผด็จการ ถ้าจะให้คะแนนประชาธิปไตยไทยในวันนี้ เดิมเคยอยู่ที่ประมาณ 7-8 คะแนน แต่วันนี้เรากำลังถดถอยเหลือประมาณ 5 คะแนน แต่จะสอบผ่านหรือไม่อยู่ที่ประชาชนและสังคมไทยว่าการเลือกตั้งในปี 62 จะเป็นอย่างไร ซึ่งหวังว่าหลังการเลือกตั้งจะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล หากทำได้คะแนนจะเพิ่มขึ้น ถ้าทำไม่ได้จะถือว่าคะแนนลดและสอบตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์กล่าวว่า ประชาธิปไตยไทยวันนี้คะแนนเต็ม 10 ตนให้ 3 คะแนน เพราะยังอยู่ภายใต้แกนนำของกองทัพ และประชาชนมีส่วนร่วมน้อยมาก ทั้งความคิดและบทบาท ตนเชื่อว่าประชาชนสามารถชี้ความเป็นไปของบ้านเมืองได้ สิ่งที่เราจะทำคือต้องสร้างใหม่และพัฒนาให้ยั่งยืน จะเสนอว่าให้มีการเลือกตั้งที่เสรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ใช้อำนาจเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้ง แม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่เป็นประชาธิปไตย เพื่อไม่ให้ คสช.สืบทอดอำนาจ ถ้าคนใน คสช.จะมาในรูปแบบใด เราไม่เอาด้วยทั้งนั้น ไม่ว่าจะคนนอกหรือคนใน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้สิ่งที่ คสช.และพวกสร้างเอาไว้ถือเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่พรรคเพื่อไทยไม่มีอะไรจะสานต่อ มีแต่รื้อทิ้งแล้วจะทำใหม่ ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับนี้เราไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น จะแสวงหาความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และจะขัดขวางทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้ คสช.สืบทอดอำนาจได้ เช่นเดียวกับการที่จะมีคนของ คสช.เข้ามาในการโหวตนายกรัฐมนตรีทั้งรอบแรกและรอบสอง เราก็จะไม่เอาด้วย ทางพรรคเพื่อไทยยินดีเป็นฝ่ายค้าน และเราไม่ทำพรรคให้เป็นสโมสรที่รวมนักการเมืองแล้วให้ใครเป็นนายกฯ เหมือนกับที่เขาทำอยู่ในขณะนี้&amp;rdquo; นายจาตุรนต์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวราวุธกล่าวว่า 86 ปีประชาธิปไตยไทยล้มลุกคุกคลาน เราล้มบ้างลุกบ้าง จะเห็นได้ว่าคนไทยชอบพรรคนี้ เวลาผ่านไปก็ชอบอีกพรรค ยังมีวาทกรรม เช่น พรรคเทพ พรรคมาร ผิดพลาดก็ทำรัฐประหาร แล้วก็มีการมอบดอกไม้ให้ทหาร แต่ผ่านไปเริ่มเปลี่ยน การเมืองไทยเหมือนละคร สลับกันเป็นพระเอกผู้ร้าย ตนให้คะแนน 6 เต็ม 10 ซึ่งการเลือกตั้งปี 2562 แสดงว่าสุดท้ายคนไทยเลือกประชาธิปไตย คนไทย 50 ล้านคนเชื่อในระบบ และจะเห็นว่าสุดท้ายแล้วไม่ว่าจะรัฐประหารกี่ครั้งก็ต้องจบด้วยการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า ขอไม่ให้ผ่าน ถ้าเราบอกเป็นประชาธิปไตย แต่กลับมีการรัฐประหาร จากนี้ไปเราต้องทำให้ประชาธิปไตยสมบูรณ์และผ่านไปได้ ควรคืนอำนาจให้ประชาชนมีส่วนร่วมและรับฟังความเห็นของเขา ตรงนี้เชื่อว่าจะทำให้การเมืองผ่านฉลุยไปได้ หวังว่าการเลือกตั้งปี 62 ต้องทำให้ทุกคนยอมรับ แล้วปีหน้ามานั่งคุยกันใหม่ ตนจะบอกว่าเราให้คะแนนผ่าน
ไม่เอานายกฯ คนนอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า ให้ 1.97 คะแนน เพราะต้องมีบรรทัดฐานชี้วัด 86 ปีที่ผ่านมา เรามีรัฐบาลโดยคำนวณจากรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งในรอบ 86 ปี ต่อค่าเปอร์เซ็นต์ ย้ำว่าการรัฐประหารต้องจบในรุ่นเรา ไม่ส่งต่อให้ลูกหลานอีกต่อไป เพราะประชาธิปไตยประเมินเป็นค่าตัวเลขไม่ได้ โดยปี 2475 คือ เราเปลี่ยนจากไพร่เป็นพลเมือง คนมีอำนาจเอาอำนาจไปจากประชาชนเป็นเพียงอภิสิทธิ์ชนไม่กี่คน ซึ่งส่งผลการกระจายอำนาจ การเหลื่อมล้ำต่างๆ เพราะการรวบอำนาจ สิ่งสำคัญคือการรัฐประหาร โดยประชาธิปไตยไม่เคยได้เติบโต ประชาชนไม่เคยได้ใช้อำนาจตนเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอให้ทุกคนฟังให้ดีว่าใครที่พูดอะไรเกี่ยวข้องกับทหาร เกี่ยวข้องกับรัฐประหารเอาไว้อย่างไรแล้วให้ไปดูว่าสิ่งที่พวกเขาจะทำกันหลังเลือกตั้ง เราอยู่กับความขัดแย้งมา 12 ปี เราต้องชนะให้ขาดด้วยการเลือกตั้ง อย่าให้ใครเอาคำว่าประชาธิปไตยมาตีกิน เราต้องจับมือกันให้ได้เสียงในสภาฯ 376 เสียง และเราจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้ได้ทันที เพราะต้องล้มล้างผลพวงของคณะรัฐประหาร ถ้าทำได้เพียงแค่ครั้งเดียว ผมก็มั่นใจว่าการทำรัฐประหารจะไม่เกิดขึ้นอีกเลย ส่วนพวกที่แอบหวังว่าจะไปเป็นรัฐมนตรี หรือไปร่วมรัฐบาลก็ต้องตอบให้ชัดว่าจะไปอยู่กับ คสช.หรือไม่ ถ้าพรรคไหนตอบไม่ชัดเราไม่ต้องเลือก&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายได้มีการเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้ตั้งคำถามกับผู้ร่วมรายการ โดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีต รมว.คลัง ได้ลุกขึ้นถามว่า ขอความชัดเจนว่าหากมีการเลือกนายกรัฐมนตรีในรัฐสภา พรรคของท่านจะเลือกขั้นตอนแบบไหนระหว่าง 1.เลือกพรรคการเมืองที่มี 250 เสียงขึ้นไป และ 2.ไม่เป็นอะไร ให้ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยให้ ส.ว.มาร่วมโหวตด้วย ปรากฏว่าทุกพรรคการเมืองพูดในทิศทางเดียวกันว่า ให้การเลือกนายกฯ จบในขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง รวมตัวทำกิจกรรม &amp;quot;Happy Birthday 86 ปีประชาธิปไตย&amp;quot; และกิจกรรมแสดงสัญลักษณ์แสดงเจตนารมณ์ของคณะราษฎร เนื่องในโอกาส 86 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยทางกลุ่มได้แต่งตัวเป็นผีประชาธิปไตย เพื่อแสดงให้เห็นถึงประชาธิปไตยถูกฆ่ามาแล้ว 13 ครั้ง พร้อมเป่าเทียนเค้กวันเกิดรูปสัญลักษณ์หมุดคณะราษฎร พร้อมถือแปรงขัดส้วม และแปรงสีฟันอันใหม่ เพื่อแสดงถึงความต้องการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายธนวัฒน์ พรหมจักร ตัวแทนกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ที่คณะราษฎรหวังไว้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12027</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ชวน ชูจันทร์, ธนวัฒน์ พรหมจักร, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, พรรคการเมืองเก่า, พรรคการเมืองใหม่, พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคภูมิใจไทย, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส, วราวุธ ศิลปอาชา, สมบัติ บุญงามอนงค์, สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180624/image_big_5b2fac7924027.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2018 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2018 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลั่นมีเลือกตั้งแน่! ยกเว้นอุกกาบาตตกใส่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 &amp;nbsp;เม.ย.2561- &amp;nbsp;นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงภาพรวมการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่กว่า 90 กลุ่มเป็นไปตามเจตนารมณ์ตามที่ กรธ.คาดหวังหรือไม่ ว่าดูคึกคักดี และเป็นของแปลกใหม่ เป็นทางเลือกของประชาชนได้มากขึ้น อย่างน้อยไม่ไปจำกัดอยู่เฉพาะไม่กี่พรรคการเมืองเหมือนในอดีต แต่พรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นแล้วจะติดตลาดหรือไม่ ต้องดูอีกระยะหนึ่งว่าจะมีนโยบายดึงดูดใจประชาชนได้อย่างไร ส่วนนักการเมืองหน้าใหม่จะแจ้งเกิดหรือไม่นั้น คิดว่าถ้าเป็นคนที่มีคุณภาพ คิดว่าประชาชนเปลี่ยนไปมาก ซึ่งเขาจะไม่เพ็งเล็งที่ความเป็นนักการเมืองเก่า แต่ไปดูที่คุณภาพ ชื่อเสียง เกียรติคุณของคนๆนั้น มากกว่าติดยึดในสายสัมพันธ์แบบเก่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราอาจได้เห็นอะไรใหม่ๆแปลกๆในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการกาบัตรเลือกตั้งที่กำหนดเป็นแบบบัตรใบเดียว จะทำให้คนลงคะแนนต้องคิดหลายตลบ เพราะบัตรของเขาถูกนับ ทั้งนี้ เมื่อประชาชนตื่นตัวทางการเมืองมาก มีความหวังอยากได้คนที่มีความใหม่และความสดมาดูแลประเทศ&amp;rdquo;นายมีชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมีชัยกล่าวต่อว่า วันนี้ยังมั่นใจการเลือกตั้งจะเป็นตามโรดแมป ถ้าไม่มีการเลือกตั้งตอนนั้นก็คงไม่มีใครพูดอะไร เพราะอุกกาบาตคงตกลงมาที่ไทย และคงไม่มีใครดิ้นรนเลือกตั้ง ส่วนถ้าไม่มีเลือกตั้งจะทำให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่นั้น คิดว่าขึ้นอยู่กับลักษณะความขัดแย้ง ถ้าเป็นความขัดแย้งเชิงความคิดการเมืองก็เป็นของปกติธรรมดา เพราะการเมืองเป็นเรื่องต่างคนต่างความคิด แต่ถ้าเป็นความขัดแย้งแบบจะยกพวกตีกัน ถือว่าไม่ใช่ของดี และตนเชื่อว่าประชาชนจะไม่ยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าการเมืองจะกลับไปมีสภาพแบบเก่า นายมีชัย กล่าวว่า คนเปลี่ยนไปมากแล้ว ถ้าดูจากโซเชียลมีเดีย และสิ่งต่างๆที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้ ที่สำคัญไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะในเมือง ดูจากความนิยมแต่งตัวชุดไทยแบบออเจ้าที่กระจายทั่วประเทศ แสดงให้เห็นว่าเมื่อเกิดอะไรขึ้นเพียงเล็กน้อยข้อมูลก็จะกระจาย ซึ่งแตกต่างจากอดีต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7127</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรธ., คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, พรรคการเมืองใหม่, มีชัย, มีชัย ฤชุพันธุ์, เลือกตั้ง, โซเชียลมีเดีย, โรดแมป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180123/image_big_5a66f72780837.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2018 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2018 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ภูมิธรรม&#039;เคาะกะลาฝ่ายประชาธิปไตยไม่ต้องกังวลเรื่องความถูก-ผิด  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4 มี.ค.61- นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ค&amp;ldquo;ต้อนรับการเข้าสู่เวทีการเมือง ที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า การเกิดขึ้นและการเปิดตัวของพรรคการเมืองใหม่ในช่วงเวลานี้ เป็นสิ่งที่ต้องแสดงความยินดีและชื่นชม พร้อมทั้งควรให้การต้อนรับและให้กำลังใจอย่างเต็มที่ในความกระตือรือร้นและมีส่วนร่วมในเวทีการเมืองครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; การที่ประชาชนรวมตัวกันแสดงออกซึ่งความมุ่งมั่นและใส่ใจที่จะแสวงหาทางเลือกใหม่ๆ ให้กับอนาคตของตนและอนาคตประเทศ ด้วยวิถีทางที่เข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยอย่างเท่าเทียมกัน เต็มใจที่จะผ่านการตรวจสอบ ผ่านการตัดสินใจของประชาชนเอง ถือเป็นวิถีทางที่มีเกียรติยศและมีศักดิ์ศรียิ่ง &amp;nbsp;เพราะหนทางนี้มิใช่หนทางแบบที่ผู้มีอำนาจและมีอาวุธอยู่ในมือได้เคยใช้ เพื่อบีบบังคับและกำหนดอนาคตให้ประชาชน โดยไม่ได้รับความยินยอมอย่างที่เคยเป็นมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การเกิดขึ้นของพรรคการเมืองใหม่ โดยเฉพาะพรรคที่แสดงจุดยืนเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ถือเป็นเรื่องที่ยิ่งน่ายินดี และมีปัญหาทางยุทธศาสตร์ที่ฝ่ายประชาธิปไตยต้องขบคิดให้รอบด้าน ผมสนับสนุนและต้อนรับการเกิดขึ้นของพรรคการเมืองใหม่ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าพรรคนั้นจะคิด มีความเชื่อ หรือเสนอตัวเป็นทางเลือกเช่นไร เพราะมันคือ โอกาสที่เปิดกว้างให้ประชาชนได้คิดได้พิจารณาถึงเงื่อนไขและนโยบายที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของพวกเขาเองอย่างเป็นอิสระ ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องคัดค้านหรือขัดขวาง เป็นแต่เพียงทุกกลุ่มของฝ่ายประชาธิปไตย ต้องร่วมกันหาจุดลงตัวที่เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ ละทิ้งการยึดมั่นถือมั่นในตัวตนของตน และหาจุดร่วมมือกันที่ลงตัว อันจะส่งผลให้ฝ่ายประชาธิปไตยและพี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีสิ่งใดๆ ต้องกังวลเรื่องความถูก-ผิด &amp;nbsp;เพราะสถานการณ์เช่นนี้นำไปสู่การเปิดมุมมองในการตัดสินใจ และทำให้เราได้ใคร่ครวญตัดสินใจถึงสิ่งที่ดี และเหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ที่เป็นจริง ผมเชื่อมั่นว่าทุกกลุ่มทุกพรรคในฝ่ายประชาธิปไตยต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุดให้เกิดขึ้น หลังจากที่เราเสียเวลาและเสียโอกาสมาหลายปีให้กับฝ่ายตรงข้ามประชาธิปไตย ถ้าพรรคใดตัดสินใจแล้วก็ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างหนักแน่นมั่นคง ผลที่เกิดขึ้นทุกอย่างคือ กระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญของพวกเราฝ่ายประชาธิปไตยและของประชาชน สนับสนุนและเป็นกำลังใจให้นักประชาธิปไตยทุกท่าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4238</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้องกังวลเรื่องความถูก-ผิด, ฝ่ายประชาธิปไตย, พรรคการเมืองใหม่, ภูมิธรรม เวชยชัย, แสดงจุดยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://tpn-data.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/uploads/photos/big/20171205/5a260135ee623.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2018 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2018 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชช.ไม่หนุนตั้งพรรคชู”บิ๊กตู่”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.2561 - สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,185 คนในกระแสการตั้งพรรคการเมืองใหม่ในช่วงนี้ โดยเมื่อถามถึงการรับรู้เกี่ยวกับการจัดตั้ง &amp;ldquo;พรรคการเมืองใหม่&amp;rdquo; พบว่า 53.87% ไม่รู้ เพราะไม่ได้ติดตามข่าว ไม่สนใจ เบื่อข่าวการเมือง ไม่มีเวลา ทำงานทุกวัน ไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ฯลฯ 46.13% รู้ เพราะอยากรู้ความคืบหน้า ติดตามข่าวเป็นประจำ ทราบจากสื่อต่างๆ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ต ฯลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อถามว่าประชาชนคิดอย่างไร กับการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ คือ พรรรพลังพลเมือง โดยนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ 43.39% เป็นสิทธิตามกฎหมาย เป็นตัวเลือกใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;36.24% ไม่ค่อยรู้จัก ไม่รู้นโยบาย และ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;28.23% อาจเป็นนอมินี จัดตั้งโดยคนกลุ่มเดิม ๆ ส่วนพรรคมวลมหาประชาชน โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณนั้น 45.59% มองว่าเป็นทางเลือกให้กับประชาชน &amp;nbsp;มีประสบการณ์ 38.28% อาจกระทบกับฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์ และ9.89% เป็นที่รู้จัก เป็นพรรคที่น่าจับตามอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพลยังถามถึงกรณีเห็นด้วยหรือไม่ ถ้ามีการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
พบว่า 58.95% ไม่เห็นด้วย เพราะ พรรคการเมืองควรเป็นอิสระ เป็นกลาง มีนโยบายชัดเจน เน้นทำเพื่อประชาชน พัฒนาบ้านเมือง ไม่ควรสนับสนุนใครคนใดคนหนึ่ง เป็นการสืบทอดอำนาจ ฯลฯ และ 35.37% เห็นด้วย เพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพรรค เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ทำให้มีพรรคใหม่ ๆ มีตัวเลือกมากขึ้น ฯลฯ
และ 5.68% เฉยๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเมื่อถามถึงการการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่มีผลต่อการตัดสินใจเลือก ส.ส. ของประชาชนหรือไม่ พบว่า 57.26% ไม่มีผล เพราะมีบุคคลและพรรคการเมืองที่ชื่นชอบอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับนโยบายของพรรคและตัวผู้สมัครมากกว่า ฯลฯ และ 42.74% มองว่ามีผล เพราะเป็นทางเลือกใหม่ อยากลองเลือกพรรคใหม่ ๆ ดูบ้าง เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน &amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายเมื่อถามว่าการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่มีผลต่อการเมืองไทยอย่างไร &amp;nbsp;48.88% มองว่าเพิ่มสีสันทางการเมือง บรรยากาศคึกคัก 41.38% มีพรรคการเมืองเพิ่มขึ้น หลากหลาย ประชาชนมีตัวเลือกมากขึ้น และ35.23% เกิดการแข่งขันมากขึ้น เป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3844</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้ง, พรรคการเมืองใหม่, พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สวนดุสิตโพล, สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์, สุเทพ, สุเทพ เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180225/image_big_5a9235d547ce5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2018 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2018 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอเลี๊ยบ&#039;ทำนายหลัง1มี.ค.จะเห็นคนหนุ่มสาวตั้งพรรคการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.พ. 61 - นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือ &amp;quot;หมอเลี๊ยบ&amp;quot; อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้เผยแพร่ข้อความ &amp;quot;คนหนุ่มสาว กับ พรรคการเมือง &amp;quot;ใหม่&amp;quot;&amp;quot; ผ่านเพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี&amp;quot; ระบุว่า เมื่อ &amp;quot;คนอยากเลือกตั้ง&amp;quot; ออกมาเรียกร้องให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นตามกำหนด ก็มีบางเสียงบอกว่า &amp;quot;เลือกไปก็ได้คนเดิมๆ พรรคเดิมๆ แล้วก็จะกลับไปมีปัญหาแบบเดิมๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วาทกรรมนี้ คิดได้ในบางมุมว่าคนพูดต้องการลดความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้งว่า ไม่ใช่ทางออกจากปัญหาที่บ่นๆกันได้หรอก แต่ในบางมุม ผมก็เห็นประเด็นให้คิดต่อว่า ถ้าพรรคการเมืองที่เป็นตัวเลือกไม่มีวิวัฒนาการให้คนอยากเลือกตั้ง ปัญหาที่เผชิญอยู่ ก็เห็นทางออกริบหรี่อยู่เหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองคิดเล่นๆต่อไปอีกว่า สมมุติ ถ้าการเลือกตั้งเมื่อ 6 มกราคม พ.ศ.2544 ไม่มีพรรคไทยรักไทยเป็นตัวเลือกอยู่ในสารบบของการเลือกตั้งครั้งนั้น ถึงแม้มีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 ประกาศใช้แล้ว แต่การเมืองไทยและสังคมไทยย่อมไม่เป็นเช่นที่เห็นในวันนี้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเมืองไทยที่ไม่มีพรรคไทยรักไทย คงย้อนกลับไปเหมือนทศวรรษ 2530 ที่พรรคต่างๆหมุนเวียนกันขึ้นมาเป็นแกนนำรัฐบาลผสม ไม่มีการชูนโยบายในการเลือกตั้งอย่างจริงจัง หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาทรักษาทุกโรคเป็นได้เพียงความใฝ่ฝันของคุณหมอสงวน กองทุนหมู่บ้านไม่เคยเกิดขึ้น ส่วน OTOP และ SME เป็นคำย่อที่ไม่มีใครรู้จัก และเราอาจยังทยอยจ่ายหนี้ให้ IMF อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเมืองไทยที่ไม่มีพรรคไทยรักไทย คงไม่มีการสร้างความขัดแย้งของสีเสื้อ เพราะเกิดการหมุนเวียนของอำนาจ ไม่มีพรรคใดชนะการเลือกตั้งทุกครั้ง ไม่ต้องอาศัยการเมืองบนท้องถนนเพื่อขับไล่รัฐบาล เพราะอายุรัฐบาลสั้นเพียง 1-2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเกิดขึ้นของพรรคไทยรักไทยจึงเปลี่ยนการเมืองไทยและสังคมไทยในทศวรรษ 2540 โดยสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมคิดสนุกๆต่อไปอีกว่า ถ้าพรรคไทยรักไทยปี 2544 เดินทางข้ามเวลามาเสนอตัวรับเลือกตั้งในปี 2561 หรือ 2562 พรรคไทยรักไทยจะเป็นตัวเลือกที่เปลี่ยนการเมืองไทยและสังคมไทยได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟันธงเลยว่า ไม่ได้ เพราะระบบนิเวศของสังคมเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้วกับปัจจุบันนี้แตกต่างกันมาก คนหนุ่มสาววันนี้ รับแรงกดดันจากปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาส ความบีบคั้นจากการแข่งขัน และเทคโนโลยีใหม่ เช่น AI, Blockchain, IOT, EV ฯลฯ กำลังรื้อถอนสิ่งที่เขาเคยชินอย่างดุดันด้วยความเร็วแบบยกกำลัง ส่งผลให้เขาเหล่านั้นเรียกร้องหาพรรคการเมืองที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงใหญ่นี้ ซึ่งแน่นอน...พรรคไทยรักไทยยุค 2544 ทำไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคการเมืองอื่นๆที่อาสาเข้ามาบริหารประเทศในการเลือกตั้งครั้งหน้า จึงต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อรับความคาดหวังของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแค่ การซ่อม (Fix), ปรับปรุง (Renovate) หรือใหญ่ขนาด รื้อถอน (Disrupt) ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสที่ พรรคการเมือง &amp;quot;ใหม่&amp;quot; ขับเคลื่อนโดยคนรุ่นใหม่ สามารถเสนอตัวเป็นทางเลือก หากพรรคการเมืองเดิม อุ้ยอ้าย ขยับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมสัมผัสได้ถึงกระแสลมของพรรคคนรุ่นใหม่ที่พัดแรงขึ้นทุกที ท่ามกลางคลื่นประชาธิปไตยของ &amp;quot;คนอยากเลือกตั้ง&amp;quot; ที่ก่อตัวใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อมองย้อนดูประวัติศาสตร์การเมืองไทย พรรคการเมือง &amp;quot;ใหม่&amp;quot; ก็ไม่เคยว่างเว้นจากการเมืองไทย และบางครั้งยังเคย &amp;quot;เขย่า&amp;quot; การเมืองอย่างเข้มข้นมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการเมืองไทยยุคปัจจุบัน หลัง 14 ตุลาคม 2516 เป็นต้นมา มีการเลือกตั้ง 3 ครั้งที่พรรคการเมืองซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นใหม่ ได้รับเลือกตั้งอย่างมีนัยสำคัญ และมีผลต่อการเมืองไทยในขณะนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) การเลือกตั้งวันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2522 พรรคการเมือง&amp;quot;ใหม่&amp;quot;ที่เพิ่งก่อตั้งเพียง 45 วันอย่างพรรคประชากรไทย มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นหัวหน้าพรรค กวาดที่นั่งในกรุงเทพมหานครไป 29 ที่นั่งจากทั้งหมด 32 ที่นั่ง เหลือเพียง 3 ที่นั่งให้ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และ นายเกษม ศิริสัมพันธ์ จากพรรคกิจสังคม และ พ.อ.ถนัด คอมันตร์ จากพรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) การเลือกตั้งวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2535 พรรคพลังธรรมที่มี พลตรี จำลอง ศรีเมือง เป็นหัวหน้าพรรค กวาดที่นั่งในกรุงเทพมหานครไป 32 ที่นั่งจากทั้งหมด 35 ที่นั่ง เหลือเพียง 3 ที่นั่งให้ นายสมัคร สุนทรเวช และ ดร.ลลิตา ฤกษ์สำราญ จากพรรคประชากรไทย และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากพรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) การเลือกตั้งวันที่ 6 มกราคม พ.ศ.2544 พรรคไทยรักไทยที่มี ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค กวาดที่นั่งในกรุงเทพมหานครไป 29 ที่นั่งจากทั้งหมด 37 ที่นั่ง เหลือเพียง 8 ที่นั่งให้พรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านทบทวน 3 ครั้ง คุ้นๆไหมครับ คำว่า &amp;quot;กวาดที่นั่งในกรุงเทพมหานคร&amp;quot; - พื้นที่ที่เชื่อกันว่า ไม่มีการซื้อเสียง แต่ผู้เลือกเปลี่ยนใจได้เสมอหากผู้ที่ได้รับเลือกไปแล้ว ทำงานไม่ถูกใจ และผู้เลือกพร้อมอ้าแขนรับผู้เสนอตัวรับเลือกตั้งรายใหม่ๆตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเลือกตั้งครั้งหน้า ผมจึงไม่เพียงอยากให้มาถึงในเร็ววัน แต่ยังอยากเห็นพรรคการเมือง&amp;quot;ใหม่&amp;quot; ที่ขับเคลื่อนโดยคนหนุ่มสาว เพื่อนำพาสังคมไทยไปสู่อนาคตที่พวกเขาใฝ่ฝัน และหากพวกเขาทำการบ้านได้ดีพอ เราอาจได้เห็นการ &amp;quot;กวาดที่นั่งในกรุงเทพมหานคร&amp;quot; อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จริงแล้ว พรรคการเมือง&amp;quot;ใหม่&amp;quot; และนักการเมือง&amp;rdquo;แบบใหม่&amp;rdquo; กำลังเป็นกระแสนิยมไปทั่วโลก เพราะคนหนุ่มสาวทั้งโลกในวันนี้ ต่างเผชิญกับแรงบีบคั้นรุนแรงอย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเหมือนๆกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง คนหนุ่มสาวยังถูกผลักไสให้เป็น &amp;quot;คนนอก&amp;quot; กระเด็นไกลจากแวดวงการเมืองที่มีผลต่อชีวิตและอนาคตของเขา ดังนั้น จึงเกิดการก่อตัว เรียกร้องให้มีตัวแทนของพวกเขาที่เป็นอิสระจากพวก &amp;quot;ขาใหญ่&amp;quot; ในการเมืองแบบดั้งเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่น่าแปลกใจ ที่ตัวแทนซึ่งให้ความรู้สึกแบบ &amp;quot;คนนอก&amp;quot; จึงเป็นที่ยอมรับในกลุ่มก้อนของคนหนุ่มสาว การผงาดขึ้นมาของคนแบบ Bernie Sanders ของสหรัฐอเมริกา, Jeremy Corbyn ของอังกฤษ, Justin Trudeau ของแคนาดา, Emmanuel Macron ของฝรั่งเศส และ Pablo Iglesias ของสเปน อธิบายความคับข้องของคนหนุ่มสาวยุคนี้ได้พอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ เราเห็นคนหนุ่มสาวของไทยลุกขึ้นมาแสดงความรู้สึกว่า &amp;quot;อยากเลือกตั้ง&amp;quot; อย่างคึกคัก ไม่หวั่นเกรงภยันตรายใดๆ
&amp;nbsp;
พร้อมๆกัน ก็มีคนหนุ่มสาวบางคนเริ่มคิดดังๆ ให้ได้ยิน วาดหวังถึงตัวแทนของพวกเขาในการเลือกตั้งที่จะมาถึง เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ดีขึ้น ไม่สามารถทำได้ชั่วข้ามคืน ต้องใช้เวลา อดทน มุ่งมั่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การใช้เวลา ไม่ได้หมายความว่า รอเวลาอย่างเดียว โดยไม่ลงมือทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่า ยังมีคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดดีๆและมุ่งมั่นตั้งใจอยากเข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ ทำการเมืองแบบใหม่ให้ประเทศนี้อีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเมือง&amp;quot; เป็นเรื่องของเรา หากเราไม่ทำ คนอื่นก็จะเข้ามาทำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเราต้องการให้การเมืองเป็นแบบใด เราต้องลงมือทำเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องสร้าง &amp;quot;ทางเลือกใหม่&amp;quot; ให้สำเร็จให้จงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทางเลือกใหม่&amp;quot; อาจไม่ชนะในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างน้อย ต้องทำให้ผู้คนมี &amp;quot;ความหวัง&amp;quot; กับการเมือง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเมืองแบบใหม่ ประชาชนสร้างได้&amp;quot; ปิยบุตร แสงกนกกุล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมทำนายว่า หลังวันที่ 1 มีนาคมนี้ เราจะได้เห็นคนหนุ่มสาวลุกขึ้นมาตั้งพรรคการเมืองของพวกเขาเอง ขับเคลื่อนโดยวิธีคิดแบบคนหนุ่มสาว เพื่ออนาคตของสังคมไทยที่พวกเขาจะใช้ชีวิตไปอีก 50-60 ปี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนรุ่นใหม่ อนาคตใหม่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3792</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนรุ่นใหม่, พรรคการเมืองใหม่, หมอเลี๊ยบ, อยากเลือกตั้ง, ไทยรักไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180224/image_big_5a90c94da3fec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
