<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2019 22:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2019 22:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรครัฐบาลไต้หวันเลือก &#039;สายกลาง&#039; เป็นผู้นำแทน &#039;ไช่ อิงเหวิน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พรรครัฐบาลของไต้หวันเลือกโช จุงไท่ ซึ่งมีแนวคิดสายกลาง เป็นประธานพรรคคนใหม่เมื่อวันอาทิตย์ แทนที่ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ผู้นำหญิงที่มักสร้างความขุ่นเคืองแก่จีน จากแนวทางสนับสนุนเอกราชของไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โช จุงไท่ ประธานคนใหม่ของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) แถลงข่าว ณ ที่ทำการพรรคในกรุงไทเป เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า ที่ประชุมประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม 2561 ประกาศว่า พรรคได้เลือกโช จุงไท่ ผู้สมัครแนวทางสายกลางที่ได้รับการหนุนหลังจากแกนนำส่วนใหญ่ในพรรค ขึ้นเป็นประธานพรรคคนใหม่แล้ว โดยโชสามารถเอาชนะโหยว อิงหลุง คู่แข่งจากฝ่ายสนับสนุนเอกราชไต้หวันอย่างเปิดเผยและมักวิจารณ์ไช่อย่างรุนแรง เขาสนับสนุนข้อเรียกร้องของแกนนำพรรค 4 คนที่ไม่ต้องการให้ไช่ลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งประธานาธิบดีอีกสมัยในปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไช่นำดีพีพีชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2559 อย่างถล่มทลาย และโค่นรัฐบาลพรรคก๊กมินตั๋งที่สานสัมพันธไมตรีกับจีนมากขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว พรรคดีพีพีพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งท้องถิ่น อันเป็นผลจากปฏิกิริยาไม่พอใจนโยบายปฏิรูปภายใน และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่เสื่อมถอยลงระหว่างไต้หวันกับจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่สุดของไต้หวัน ทำให้ไช่ต้องลาออกจากตำแหน่งผู้นำพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวทางของไช่ที่ปฏิเสธจะยอมรับหลักการ &amp;quot;จีนเดียว&amp;quot; ของจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งถือว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน ได้ทำให้รัฐบาลปักกิ่งแค้นเคือง จีนได้ตัดการติดต่อกับรัฐบาลของไต้หวัน, ฝึกซ้อมทางทหารบ่อยครั้งขึ้น, ดูดชาติที่เคยมีสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันให้หันมาคบหาจีน และได้กดดันทางเศรษฐกิจต่อไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ฟังคำถามระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะลาออกจากตำแหน่งประธานพรรค แต่ไช่ยังคงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไป กระนั้นการเลือกผู้นำพรรคคนใหม่ครั้งนี้ก็ยังได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดจากจีน และสหรัฐ ซึ่งน่าจะวิตกมากขึ้นหากฝ่ายที่มีแนวคิดรุนแรงมากกว่าไช่ได้ขึ้นเป็นผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า ชัยชนะของโชวส่งผลถึงความเป็นไปได้ว่าไช่อาจจะไม่ชิงชัยกับผู้นำพรรคคนใหม่ในการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสมัยหน้า แต่พรรคดีพีพียังคงมีเสียงแตกและไช่ก็ยังไม่ได้ประกาศชัดเจนว่าเธอจะลงสมัครอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความแตกแยกภายในพรรคดีพีพีก่อนหน้าการเลือกตั้งน่าจะเป็นผลดีต่อพรรคก๊กมินตั๋ง ที่มีแนวทางสนับสนุนการสมานสัมพันธ์กับจีน ก๊กมินตั๋งได้ที่นั่งในสภาท้องถิ่นเพิ่มขึ้นเท่าตัวในการเลือกตั้งเมื่อปลายปีที่แล้ว และยังสามารถโค่นผู้สมัครดีพีพีในฐานที่มั่นอย่างเมืองเกาสงได้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25900</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีพีพี, ประธานพรรค, ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน, พรรคก๊กมินตั๋ง, พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า, โช จุงไท่, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190106/image_big_5c321ce6e2f59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2018 21:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2018 21:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปธน.ไต้หวันรับสภาพพ่ายเลือกตั้งท้องถิ่น ส่วนประชามติต้านสมรสเกย์ชนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวไต้หวันเทคะแนนเลือกตัวแทนพรรคก๊กมินตั๋งในการเลือกตั้งท้องถิ่นของไต้หวันเมื่อวันเสาร์&amp;nbsp; ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน รับผิดชอบผลงานย่ำแย่ด้วยการลาออกจากตำแหน่งผู้นำพรรครัฐบาล ส่วนผลประชามติต่อต้านสมรสคู่รักเกย์เป็นฝ่ายชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน (กลาง) แถลงข่าว ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า เมื่อวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2561 ไต้หวันจัดการเลือกตั้งกลางเทอมในระดับท้องถิ่นทั้งผู้แทนสภาท้องถิ่น และระดับนายกเทศมนตรี, ผู้บริหารเมืองและเทศมณฑล พร้อมกันกับการลงประชามติ 10 ฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2561 กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ประสบกับความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ โดยพรรคก๊กมินตั๋ง (เคเอ็มที) พรรคฝ่ายค้านที่เป็นมิตรกับจีน กวาดที่นั่งนายกเทศมนตรีได้ใน 15 จาก 22 เมืองและเทศมณฑล เพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนที่ได้แค่ 6 ที่นั่ง ในขณะที่พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ของไช่ ซึ่งเดิมมี 13 ที่นั่ง กลับเหลือเพียง 6 ที่นั่ง และยังพ่ายแพ้ในเมืองเกาสงเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีด้วย ส่วนนายกเทศมนตรีนครไทเปนั้นยังไม่ประกาศผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไช่ ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบไต้หวันตึงเครียดขึ้นนับแต่เธอชนะเลือกตั้งเมื่อปี 2559 แถลงข่าวยอมรับความพ่ายแพ้ และได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานพรรคดีพีพีทันที ก่อคำถามว่าเธอจะสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งในสมัยหน้าปี 2563 ได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานกิจการไต้หวันของจีนกล่าวผ่านแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสื่อทางการจีนว่า ผลการเลือกตั้งสะท้อนเจตจำนงที่หนักแน่นของชาวไต้หวัน ที่หวังแบ่งปันประโยชน์ที่ได้จากการพัฒนาความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบอย่างสันติ และสะท้อนความประสงค์แรงกล้าที่หวังจะปรับปรุงเศรษฐกิจของไต้หวันและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลู เซี่ยวเยิน (กลาง) ผู้แทนพรรคก๊กมินตั๋งปราศรัยหลังชนะการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีไทจงเมื่อวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผลประชามติเกี่ยวกับการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน ปรากฏว่าประชามติที่เรียกร้องให้รับรองนิยามการแต่งงานในกฎหมายแพ่งของไต้หวันว่าเป็นการสมรสระหว่างชายและหญิงเท่านั้น ได้รับคะแนนสนับสนุนมากกว่า 7 ล้านคะแนน ส่วนประชามติอีกฉบับที่เรียกร้องให้การรับรองการสมรสของคนเพศเดียวกันควรบรรจุไว้ในกฎหมายแยกต่างหากนั้น ได้คะแนนมากกว่า 6 ล้านคะแนน ขณะที่ประชามติฉบับที่ 3 ที่เสนอโดยนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิเกย์เรียกร้องให้กฎหมายแพ่งยอมรับสิทธิการแต่งงานที่เท่าเทียมของคู่รักเพศเดียวกัน ได้คะแนนสนับสนุนเพียง 3 ล้านคะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลสูงของไต้หวันเคยมีคำพิพากษาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 ให้รัฐบาลออกกฎหมายรับรองการสมรสของคนเพศเดียวกันภายในเวลา 2 ปี แต่รัฐบาลของประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ซึ่งเคยหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2559 ให้คำมั่นจะผลักดันความเท่าเทียมในการแต่งงาน กลับเผชิญการต่อต้านจากกลุ่มอนุรักษนิยม ทำให้กระบวนการนี้คืบหน้าช้ามาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังประกาศผลประชามติ รัฐบาลไต้หวันยืนยันว่าผลประชามตินี้ไม่กระทบต่อการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามคำตัดสินของศาล คาดกันว่ารัฐบาลจะต้องผ่านกฎหมายฉบับพิเศษโดยไม่แก้ไขกฎหมายแพ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ ชาวไต้หวันยังได้ลงคะแนนคัดค้านประชามติที่ต้องการให้นักกีฬาไต้หวันเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิก โตเกียว 2020 โดยใช้ชื่อว่า &amp;quot;ไต้หวัน&amp;quot; แทนที่จะเป็นชื่อ &amp;quot;จีนไทเป&amp;quot; เหมือนปกติ ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้จีนแผ่นดินใหญ่โกรธแค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานกิจการไต้หวันของจีนกล่าวว่า ผลประชามตินี้แสดงให้เห็นว่าเจตจำนงของประชาชนในไต้หวันไม่เห็นด้วยกับการนำผลประโยชน์ของนักกีฬาไต้หวันมาเสี่ยง และความพยายามเรียกร้องเอกราชของไต้หวันย่อมล้มเหลว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22739</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชามติ, พรรคก๊กมินตั๋ง, พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า, สมรสเกย์, เลือกตั้ง, ไช่ อิงเหวิน, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181125/image_big_5bfaae4cc72c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
