<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 18:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนปรับนโยบายครั้งใหญ่ อนุญาตให้มีลูกได้3คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อัตราเกิดต่ำน่าตกใจ พรรคคอมมิวนิสต์จีนเปลี่ยนนโยบายครั้งใหญ่จะอนุญาตให้สามี-ภรรยามีลูกได้ 3 คน เพิ่มจากที่เคยจำกัดไว้แค่ 2 คนเมื่อไม่กี่ปีก่อน แต่ผู้เชี่ยวชาญและกระแสในสื่อโซเชียลชี้ว่าอาจช้าเกินกว่าจะแก้แนวโน้มที่จีนกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พ่อแม่จูงลูกเดินบนทางเท้าในนครเซี่ยงไฮ้ (Photo by Zhang Peng/LightRocket via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวซินหัวของทางการจีนเมื่อวันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญนี้ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการกรมการเมืองหรือโปลิตบูโร ที่มีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อตอบสนองต่อประชากรที่กำลังสูงวัย คู่สามีภรรยาสามารถมีลูกได้ 3 คน&amp;quot; สื่อทางการจีนรายงานการผ่อนคลายนโยบายควบคุมประชากรของจีนครั้งล่าสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนยกเลิกนโยบาย &amp;quot;ลูกคนเดียว&amp;quot; ที่ใช้มานานกว่า 4 ทศวรรษเมื่อปี 2559 โดยอนุญาตให้มีลูกได้ 2 คน เพื่อพยายามกำจัดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจเพราะประชากรที่สูงวัยอย่างรวดเร็ว แต่นโยบายนี้ยังไม่สามารถทำให้อัตราการเกิดเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน เนื่องจากความท้าทายเรื่องค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูลูกในเมืองต่างๆ ของจีน ที่ยังคงเป็นปัญหาอยู่ในทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวกล่าวว่า การเปลี่ยนนโยบายนี้จะมีควบคู่กับมาตรการสนับสนุน ที่จะช่วยปรับปรุงโครงสร้างประชากรของประเทศ ตอบสนองยุทธศาสตร์ของประเทศในการรับมือกับประชากรสูงวัย มาตรการเหล่านี้รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาสำหรับครอบครัว, เพิ่มการสนับสนุนด้านภาษีและที่อยู่อาศัย, รับประกันผลประโยชน์ทางกฎหมายสำหรับผู้หญิงวัยทำงาน และจำกัดค่าสินสอดที่สูงลิ่ว นอกจากนี้ยังจะให้การศึกษาแก่คนหนุ่มสาว &amp;quot;เรื่องการแต่งงานและความรัก&amp;quot; ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำมะโนประชากรปี 2563 ซึ่งจัดทำทุก 10 ปี ที่สำนักงานสถิติแห่งชาติเผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายน&amp;nbsp; เผยว่า จีนมีอัตราการเกิดแค่ 1.3 และมีประชากรเกิดใหม่เพียง 12 ล้านคนในปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับของประเทศที่เป็นสังคมสูงวัย เช่น ญี่ปุ่น และอิตาลี และต่ำกว่าอัตราที่จำเป็นต่อการทดแทนประชากรอย่างมั่นคง หรืออยู่ที่ราวๆ 2.1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัตราเพิ่มของประชากรรอบ 10 ปี ที่ต่ำสุดนับแต่ทศวรรษ 1950 คุกคามต่อการเกิดวิกฤติด้านประชากร สร้างความตื่นตัวแก่พรรคคอมมิวนิสต์จากแนวโน้มการขาดแคลนแรงงานวัยหนุ่มสาวที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า ภายในปี 2593 จะต้องรองรับผู้สูงอายุหลายร้อยล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดจีนมีประชากร 1,400 ล้านคน และทำนายว่า ประชากร 1 ใน 3 ของจีนจะเป็นประชากรสูงวัยภายในปี 2593 ที่เพิ่มภาระต่อรัฐในการจัดหาการดูแลสุขภาพและบำเหน็จบำนาญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จะผ่อนคลายนโยบายการคุมประชากรตั้งแต่หลายปีก่อน แต่ก็ยังไม่สามารถกระตุ้นการเกิดใหม่ได้มากพอ หลายปีมานี้อัตราการแต่งงานที่ต่ำก็ส่งผลต่ออัตราการเกิดที่ชะลอตัวลงเช่นกัน รวมไปถึงค่าครองชีพที่แพงขึ้น และผู้หญิงมีการศึกษาและมีอำนาจมากขึ้นจึงชะลอหรือเลี่ยงการมีลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าวกันว่า การเปลี่ยนนโยบายของจีนครั้งนี้อาจช้าเกินกว่าที่จะย้อนกลับแนวโน้มนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างทัศนะของลอเรน จอห์นสตัน นักวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์และประชากรจีนที่มหาวิทยาลัยโซแอสแห่งลอนดอน ว่าขณะนี้ครอบครัวจีนส่วนใหญ่เลือกที่จะมีลูกน้อย เหมือนกับประเทศอื่นๆในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ การสำมะโนประชากรครั้งต่อไปจะมีลูกคนที่ 3 เพิ่มมากขึ้นหรือไม่ ก็น่าจะมีไม่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์กล่าวว่า มีการทำโพลทางแพล็ตฟอร์มเว่ยป๋อของจีน ถามว่า #คุณพร้อมสำหรับนโยบายลูก3คนไหม ราว 29,000 ราย จาก 31,000 รายที่ตอบคำถาม กล่าวว่า พวกเขา &amp;quot;ไม่เคยคิดเลย&amp;quot; กลุ่มที่เหลือเลือกระหว่าง &amp;quot;ฉันพร้อมและกระตือรือร้นที่จะทำ&amp;quot;, &amp;quot;มันอยู่ในวาระของฉัน&amp;quot; หรือ &amp;quot;ฉันกำลังลังเลและมีหลายอย่างต้องพิจารณา&amp;quot; อย่างไรก็ดี โพลนี้ถูกลบทิ้งในเวลาต่อมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104829</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, นโยบายลูกคนเดียว, ประชากรสูงวัย, พรรคคอมมิวนิสต์จีน, มีลูกได้ 3 คน, สังคมสูงวัย, อัตราเกิดต่ำ, เปลี่ยนนโยบายประชากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4cec5bcc99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 20:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 20:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบกัน จีนดันกม.ความมั่นคงกำราบฮ่องกง ขณะฝ่ายปชต.ปลุกม็อบนับล้านต้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไม่รอสภาฮ่องกงแล้ว พรรคคอมมิวนิสต์จีนเสนอกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติเข้าสภาตรายางของจีนในวันศุกร์ กำราบพวกกบฏแบ่งแยกดินแดนปลุกปั่นโค่นล้มระบอบในฮ่องกง ฝ่ายประชาธิปไตยพิโรธ ระบุเป็นอวสานของฮ่องกง ประกาศระดมคนหลายล้านประท้วงต่อต้านสุดสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักเคลื่อนไหวและ ส.ส.ฝ่ายประชาธิปไตยฮ่องกงแถลงข่าวตอบโต้การเสนอกฎหมายความมั่นคงเข้าสภาของจีนเมื่อวันศุกร์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างกฎหมายความมั่นคงที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนเสนอเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนประชาชนจีน (เอ็นพีซี) ในวันเปิดประชุมประจำปีเช้าวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม เป็นผลต่อเนื่องจากคำเตือนซ้ำหลายครั้งของบรรดาผู้นำในพรรคว่าจีนจะไม่ทนอดกลั้นกับการต่อต้านขัดขืนในฮ่องกงอีกต่อไป หลังจากเกิดการประท้วงครั้งใหญ่ของฝ่ายประชาธิปไตยที่ยืดเยื้อยาวนาน 7 เดือนเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า กฎหมายฉบับนี้จะเป็นการบังคับใช้มาตรา 23 ของกฎหมายพื้นฐานของฮ่องกง ที่ห้าม &amp;quot;การก่อกบฏ, การแบ่งแยกดินแดน, การปลุกปั่นให้ขัดขืนอำนาจปกครอง และการบ่อนทำลาย&amp;quot; รัฐบาลจีน ซึ่งไม่เคยถูกนำมาบังคับใช้เนื่องจากการต่อต้านของชาวฮ่องกงที่เห็นว่าเป็นกฎหมายที่ทำลายสิทธิพลเมืองของพวกเขา ภายใต้รูปแบบกึ่งปกครองตนเองตามหลักหนึ่งประเทศ สองระบบ ที่จีนให้คำมั่นไว้ภายหลังรับมอบเกาะศูนย์กลางการเงินแห่งนี้คืนจากอังกฤษเมื่อปี 2550&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2556 สภานิติบัญญัติของฮ่องกงเคยพยายามผ่านมาตรานี้ แต่ก็ต้องยกเลิกเนื่องจากชาวฮ่องกงราว 500,000 คนออกมาเดินขบวนประท้วงต่อต้าน ความพยายามผลักดันกฎหมายนี้อีกครั้งเมื่อปีที่แล้วกลับเผชิญการต่อต้านหนักหน่วงยิ่งกว่าเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวัง เฉิน รองประธานคณะกรรมการประจำของเอ็นพีซี กล่าวอย่างชัดเจนเมื่อวันศุกร์ว่า ร่างกฎหมายนี้มีเป้าหมายเพื่อกำราบขบวนการประชาธิปไตยของฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกัน, หยุดยั้ง และลงโทษพวกเขาตามกฎหมาย&amp;quot; หวังกล่าวถึงขบวนการต่อต้านจีนในฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การดำเนินการของพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะข้ามกระบวนการทางนิติบัญญัติของฮ่องกงโดยถือเป็นการผ่านกฎหมายจากสภาแห่งชาติ หวังกล่าวว่าความล่าช้าในการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงของฮ่องกงบังคับให้ผู้นำจีนต้องดำเนินการเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นเวลานานกว่า 20 ปีแล้วนับแต่รับมอบฮ่องกงคืนมา ที่กฎหมายเหล่านี้ยังไม่ได้บังคับใช้เพราะการลอบทำลายและขัดขวางโดยพวกที่พยายามหว่านปัญหาในฮ่องกงและจีน รวมถึงพลังที่เป็นศัตรูจากภายนอก&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคร์รี แลม ผู้บริหารหญิงของฮ่องกง ประกาศว่า รัฐบาลฮ่องกงจะให้ความร่วมมือกับจีนอย่างเต็มที่ และจะผ่านกฎหมายนี้โดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ ส.ส.ฝ่ายประชาธิปไตยของฮ่องกงพากันเดือดดาล เดนนิส กว๊ก ส.ส.พรรคพลเมือง กล่าวว่า นี่คืออวสานของฮ่องกง นี่คืออวสานของหนึ่งประเทศ สองระบบ ส่วน ส.ส.ทันยา ชาน กล่าวว่า รัฐบาลจีนแสดงให้เห็นถึงความไม่เคารพประชาชนชาวฮ่องกงเลยแม้แต่น้อย ด้วยการพยายามผ่านกฎหมายโดยไม่ปรึกษาหารือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขบวนการประชาธิปไตยก็ออกมาเคลื่อนไหวด้วยเช่นกัน โดยนักเคลื่อนไหวเรียกร้องผ่านอินเทอร์เน็ตและแอปสนทนาให้ชาวฮ่องกงมาชุมนุมประท้วงกันในวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่เป็นอาวุธนิวเคลียร์ลูกใหญ่ที่สุดที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนใช้ในการทำลายล้างฮ่องกง&amp;quot; จิมมี ชาม ผู้นำกลุ่มแนวร่วมสิทธิมนุษยชนพลเมือง ที่เคยระดมชาวฮ่องกงมาชุมนุมได้มากกว่า 1 ล้านคนเมื่อปีที่แล้วกล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้คนหลายล้านคนออกมาชุมนุมกันอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจของจีนสร้างความวิตกต่อนักลงทุน ส่งผลให้ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงปิดลดลง 5.56% เมื่อวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเตือนว่า กฎหมายนี้จะทำลายเสถียรภาพและจะต้องเจอกับเสียงประณามอย่างรุนแรงจากสหรัฐและประชาคมระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เตือนว่า การตัดสินใจของจีนที่ไม่สนใจกระบวนการทางสภานิติบัญญัติฮ่องกงและเพิกเฉยต่อเจตจำนงของประชาชนชาวฮ่องกง จะเป็นตะปูตอกฝาโลงอำนาจการปกครองตนเองของฮ่องกงที่จีนเคยให้คำมั่นสัญญาไว้ และสหรัฐอาจตัดสิทธิพิเศษทางการค้าของฮ่องกง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66665</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายความมั่นคง, จีน, ฝ่ายประชาธิปไตยฮ่องกง, พรรคคอมมิวนิสต์จีน, ฮ่องกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200522/image_big_5ec7d7812bd97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.สมเกียรติ&#039;เปิดจดหมาย&#039;ลีกาชิง&#039;เราเป็นคนจีน ถามลิ่วล้อมือตีนที่ช่วยสหรัฐ สร้างความวุ่นวายในชาติ ได้อะไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.62- &amp;nbsp;ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโพสต์เฟซบุ๊กว่า ลีกาชิง มหาเศรษฐีฮ่องกง มีจดหมายเปิดผนึกว่าด้วยเรื่องการชุมนุม (ต่อต้านการออกกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปจีน) ของชาวฮ่องกง ถึงชาวฮ่องกงและชาวจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลีกาชิงบอกว่า : ไม่ว่า พคจ.(พรรคคอมมิวนิสท์จีน) จะทำผิดทำชั่วอะไรในอดีต ภายใน พคจ.จะฟอนเฟะเพียงใด เราในฐานะคนจีนจะบอกว่าทนไม่ได้ ได้หรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ เราก็ต้องยอมรับ เพราะยุคนี้ ประวัติศาสตร์คัดสรรมาแล้วว่า เป็นยุคของ พคจ.
อย่างน้อยในช่วงเวลาก่อนหน้าระยะหนึ่งจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเรื่องของอำนาจและศักยภาพการบริหาร ก็ไม่มี
พรรคการเมืองใดที่ดีพอ มีพลังเข้มแข็งพอ ที่จะเข้ามาบริหารแทนที่ พคจ.ได้ โดยเฉพาะยุคที่มี ปธ. สีจิ้นผิง เป็นผู้นำ ทำให้เรามีความหวังและรับรู้ถึงพลังของประเทศอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคการเมืองก็เหมือนคน ทำผิดพลาดได้ แก้ไขได้ เจ็บป่วยได้ ฟื้นคืนพละกำลังได้ ถ้าขณะนี้ปราศจาก พคจ.จีนจะเกิดจลาจลวุ่นวายแน่ และผู้เคราะห์ร้ายคือคนจีนทั้งแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่นานมานี้ได้เห็นเรื่องราวในโซเชียลมากมายเขียนไปในแนวอคติเดียวกันทั้งหมด ที่ไม่เพียงขุดคุ้ยเรื่องอิทธิพลและความเน่าแฟะใน พคจ. แต่เป็นการใส่ร้ายป้ายสีเรื่องราวความชั่วร้ายต่างๆ ของ พคจ.อย่างเป็นตรรกะ
เป็นการเขียนยุยงส่งเสริมปลุกปั่นให้ ปชช.ลุกฮือขึ้นมาโค่นล้มล้าง พคจ.โดยไม่สนใจผลงานและความสำเร็จในการบริหารประเทศของรัฐบาล พคจ.โดยเฉพาะหลังยุคเปิดประเทศเป็นต้นมาและช่วง 20 ปีหลังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทความเหล่านั้นอ่านแล้วไม่รู้สึกว่าเป็นบทความที่เขียนระบายความรู้สึกของ ปชช.แต่เป็นบทความที่เขียนไปในแนวทางเดียวกันอย่างมีแผน มีเป้าหมาย เป็นระบบ และชัดเจนว่า เบื้องหลังคือปฏิบัติการเพื่อหวังผลทางการเมือง และรับใช้อำนาจอิทธิพลต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่รู้กันอยู่ว่าการผงาดขึ้นมาของจีนบนเวทีโลก ทำให้มหาอำนาจทั้งหลายเสียผลประโยชน์ไปมาก ต่างหวาดหวั่น โดยเฉพาะสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และประเทศอีกจำนวนหนึ่ง ที่พยายามปฏิบัติการปิดล้อม กดดัน บ่อนทำลาย ประเทศจีน เพื่อผลประโยชน์และอำนาจอิทธิพลของชาติเหล่านั้นทั้งสิ้นหาใช่เพื่อสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตยสากลใดๆ ตามที่เป่าร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเขาช่วยกันวางแผน ลงขันออกเงินออกแรง เสี้ยมสอนกลุ่มการเมืองและพวกที่นิยมชื่นชมชาติตะวันตก ต่อต้าน พคจ. โดยมีวัตถุประสงค์อย่างเดียวคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทำให้ประเทศจีนเกิดความวุ่นวาย เกิดจลาจล แตกแยกเป็นเสี่ยงๆ เพื่อให้การพัฒนาประเทศจีนชะงักงัน ถดถอย ล้มเหลว แล้วกลับไปเป็นทาสรับใช้พวกมหาอำนาจตะวันตกต่อไป ให้พวกเขาคงความเป็นอภิมหาอำนาจปกครองโลก คอยดูประเทศที่เกิดความวุ่นวายจนเป็นสงครามกลางเมือง จน ปชช. ทุกข์ยากแสนสาหัสอย่างอิรัก อาฟกานิสถาน ลิเบีย ซีเรีย อียิปต์ ซึ่งล้วนเป็นผลงานของสหรัฐฯ และพันธมิตรทั้งสิ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนประเทศเหล่านั้นได้อะไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกลิ่วล้อมือตีนที่ช่วยสหรัฐฯ สร้างความวุ่นวายในชาติ ได้อะไร?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญาติมิตรร่วมชาติทั้งหลาย จงมีสติ สงบจิตสงบใจ แล้วเปิดตาดูให้ชัดเจนเถิด อย่าได้เชื่อใครง่ายๆ อย่าถูกชักจูง ถูกใช้เป็นเครื่องมือง่ายๆ อย่ามีอารมณ์คล้อยตามการปลุกระดม ออกไปร่วมโห่ร่วมเรียกร้องด้วยความสนุกสนานเถอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเป็นคนจีน เราต้องไม่ทนเห็นชาติบ้านเมืองเกิดหายนะภัยต่อหน้าต่อตาเรา หากมีเรี่ยวแรงและโอกาส เราต้องช่วยกันออกแรงปกป้องชาติของเรา หากไม่มีโอกาสและพละกำลังพอ ก็ขออย่าได้ไปร่วมสร้างความวุ่นวาย ย่อมดีกว่ามิใช่หรือ ? ถ้าบ้านเมืองเราวุ่นวาย เราทุกข์ยากลำบากแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลานี้ ข่าวใดที่ไม่ก่อความสงบสุขและประโยชน์ต่อประเทศ เราก็อย่าไปพูด อย่าไปส่งต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งใดที่ไม่ก่อความสงบสุขและประโยชน์ต่อประเทศ เราก็อย่าไปร่วมอย่าไปทำ อย่าไปมุงอย่าไปอยากรู้อยากเห็น
ลีกาชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ ไม่เพียงบอกชาวฮ่องกงและชาวจีน ยังบอกชาวโลกว่า การเมืองโลกปัจจุบันมันสลับซับซ้อนกว่าในอดีตมาก เพราะเบื้องหลังนั้นมีผลประโยชน์และอิทธิพลของชาติมหาอำนาจซ่อนอยู่เสมอ สมควรที่ประชาชนจะพิจารณาให้รอบคอบลึกซึ้ง ก่อนแห่ตามกันไปชุมนุมเดินขบวนกับเขา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43450</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุมฮ่องกง, ดร.สมเกียรติ โอสถสภา, พรรคคอมมิวนิสต์จีน, ลีกาชิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d12daba46c41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2018 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2018 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อจีนปูด มหาเศรษฐีนายทุน &#039;แจ็ก หม่า&#039; เป็น &#039;คอมมิวนิสต์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลีของทางการจีนเปิดเผยเอง แจ็ก หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบากรุ๊ปที่เป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดของจีน เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ หักล้างความเข้าใจของผู้คนส่วนใหญ่ที่ว่านายทุนผู้โด่งดังที่สุดของจีนรายนี้ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 11 ตุลาคม 2560 แจ็ก หม่า ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร อาลีบาบากรุ๊ป ขึ้นเวทีในงานเทศกาลดนตรีของการประชุมคอมพิวเตอร์ 2017 ที่เมืองหางโจวของจีน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเปิดเผยเรื่องนี้ผ่านบทความที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ 26&amp;nbsp; พฤศจิกายน 2561 เกี่ยวกับรายชื่อของ 100 บุคคลที่ช่วยผลักดันกระบวนการปฏิรูปและเปิดประเทศของรัฐบาลจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทความนี้ยกย่องหม่าว่าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันความริเริ่มด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการค้าโลกในโครงการ &amp;quot;หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง&amp;quot; ของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง&amp;nbsp; และยังสรรเสริญหม่าว่าเป็นหนึ่งในผู้สร้างระบอบสังคมนิยมเป็นเอกลักษณ์ของจีนอย่างยอดเยี่ยมที่มณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเป็นฐานของบริษัทอาลีบาบา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หม่าเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของจีนตามการจัดอันดับของฟอร์บส์ ด้วยทรัพย์สิน 35,800 ล้านดอลลาร์ แต่เขาย่อมไม่ใช่นายทุนมหาเศรษฐีคนแรกและคนสุดท้ายของจีนที่เข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ บุคคลอื่นก็เช่น ซูเจียหยิน เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ และหวังเจี้ยนหลิน ผู้ก่อตั้งวั่นต๋ากรุ๊ป&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี กรณีของหม่าสร้างความประหลาดใจ เนื่องจากเขาไม่เคยเปิดเผยมาก่อน และยังเคยกล่าวไว้ด้วยว่าเขาไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีความชัดเจนว่าเหตุใดพีเพิลส์เดลีจึงอ้างถึงการเป็นสมาชิกพรรคของหม่า โดยในรายชื่อของบทความเดียวกันได้กล่าวถึงโรบิน หลี่ ผู้บริหารของไป่ตู่ และโพนี หม่า ผู้บริหารของเทนเซนต์โฮลดิง ที่เป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีในกลุ่มสามบิ๊ก &amp;quot;BAT&amp;quot; ของจีนร่วมกับอาลีบาบา แต่ไม่ได้ระบุไว้ว่าทั้งคู่เป็นสมาชิกพรรคเหมือนกับหม่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี การเปิดเผยเรื่องสมาชิกพรรคของหม่าเกิดสอดคล้องกับการผลักดันของรัฐบาลปักกิ่ง ที่ต้องการดึงผู้ประกอบการเอกชนเข้าสู่ค่านิยมของพรรคมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยอานิสงส์จากความสำเร็จของบริษัทเอกชนหลายแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หม่าซึ่งประกาศไว้เมื่อเดือนกันยายนว่าเขาจะลาออกจากตำแหน่งประธานอาลีบาบาในปีหน้า ถือเป็นผู้นำธุรกิจที่โด่งดังที่สุดของจีน บทความไม่ได้เปิดเผยว่าหม่าสมัครเป็นสมาชิกพรรคเมื่อใด แต่ในเอกสารที่หม่ายื่นเสนอขายหุ้นให้ประชาชนเพื่อนำบริษัทอาลีบาบาเข้าตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเมื่อปี 2557 เขาไม่ได้เปิดเผยเรื่องการเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22934</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอมมิวนิสต์, พรรคคอมมิวนิสต์จีน, พีเพิลส์เดลี, อาลีบาบา, แจ็ก หม่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181127/image_mid_5bfd4e7545975.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 08:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บ้านริมน้ำคึกคัก!&#039;ไพศาล&#039;โพสต์FBทูตจีนร่วมงานเลี้ยง&#039;สุชาติ&#039;ทิ้งปริศนาโครสร้าง&#039;พท.&#039;ลอกแบบพรรคคอมมิวนิสต์จีน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.61- นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Paisal Puechmongkol ระบุว่า...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ ตันเจริญ อุปนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทยจีน อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้อนรับและจัดเลี้ยงรับรอง ฯพณฯหลูว์เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยพร้อมคณะ ที่บ้านริมน้ำ เมื่อค่ำวานนี้ ด้วยบรรยากาศที่ เปี่ยมไมตรีจิตมิตรภาพ มี ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อดีตสส และสว. ร่วมต้อนรับอย่างคึกคัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นโพสต์อีกครั้งว่า...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณสุริยะหายไปนานตั้งแต่ยุค รสช.มาเปิดตัวครั้งแรก พร้อมกับการพาดหัวข่าวว่า เพื่อไทยแตก!ประหนึ่งว่าไม่รู้จักพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำได้ว่าปี 2544 ทักษิณทำจดหมาย ถึงเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ให้ผมถือไป นำโกส่วน-ภูมิธรรม-ชานนท์ฯลฯและพวกรวม 8 คนรวมทั้งสุริยะไปเจรจาความร่วมมือพรรคต่อพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญคือการขอศึกษาระบบงานจัดตั้งของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งถือเอาสมาชิกพรรคและประชาชนเป็นพื้นฐานของพรรค เป็น กำลังหลักของพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงทำให้งานจัดตั้งเป็นจุดเด่นของพรรค ทรท-เพื่อไทย คือประชาชนเป็นพื้นฐาน พรรคเป็นตัวแทนๆ บงการ สส. และ สส รับใช้ประชาชน!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคเพื่อไทยจึงไม่อาจถูกทำลายด้วยการเปลี่ยนพรรคของอดีต สส .แต่จะถูกทำลายได้ ถ้าหากประชาชน เปลี่ยนมานิยมชมชอบลุงตู่!
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11642</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ, พรรคคอมมิวนิสต์จีน, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, เพื่อไทยแตก, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b285a61e475e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
