<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เลือกตั้งแข่งทำดี ไม่ทำลายคนอื่น&#039; &#039;เสมอกัน เที่ยงธรรม&#039; นิวบลัด ชทพ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ชื่อของ &amp;ldquo;เสมอกัน เที่ยงธรรม&amp;rdquo; อาจไม่ได้ใหม่ทางการเมือง หลังผ่านสนามเลือกตั้งมาแล้ว 3 ครั้ง และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เป็น ส.ส.ในปี 2548 และ 2550
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การเลือกตั้งในปี 2554 เขาไม่ได้ลงสมัคร เพราะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี กรณียุบพรรคชาติไทย เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรค ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2557 &amp;ldquo;เสมอกัน&amp;rdquo; พ้นโทษแบน กลับมาลงแข่งขัน ทว่าพลาดการเป็น ส.ส. หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เสมอกัน&amp;rdquo; อาจดูโชกโชนจาก &amp;ldquo;นามสกุล&amp;rdquo; อันเป็นตระกูลเก่าแก่ในแวดวงการเมือง ผนวกกับ &amp;ldquo;พรรษา&amp;rdquo; ทางการเมืองที่เกิน 10 ปี แต่รู้หรือไม่ว่า ปัจจุบันเขามีอายุแค่เพียง 41 ปีเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนกลับไปปี 2548 ในการเป็น ส.ส.ครั้งแรก ตอนนั้น &amp;ldquo;เสมอกัน&amp;rdquo; ยังมีอายุไม่ถึง 30 ปีด้วยซ้ำ ล่วงมา 14 ปี เขาจึงยังถูกรวมอยู่ใน &amp;ldquo;กลุ่มนิวบลัด&amp;rdquo; หรือคนรุ่นใหม่ของพรรคชาติไทยพัฒนานั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงแต่ว่า โปรเจ็กต์ &amp;ldquo;กลุ่มนิวบลัด&amp;rdquo; ของพรรคต้องพับลง เมื่อมีผู้ใหญ่จากทั่วสารทิศตบเท้าเข้ามาเป็นสมาชิกพรรค ทำให้ต้องนำผู้อาวุโสในพรรคขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค เพื่อเป็นการให้เกียรติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น &amp;ldquo;นิวบลัด&amp;rdquo; หลายคนทยอยลาออกไปพรรคอื่น ปัจจุบันเหลือเพียง &amp;ldquo;วราวุธ ศิลปอาชา&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เสมอกัน&amp;rdquo; 2 คน พร้อมๆ กับกระแสคนรุ่นใหม่ของพรรคที่ซาลงไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยอมรับว่าเสียดาย แต่อีกมุมหนึ่งผู้ใหญ่อาจจะมองว่าถ้าใช้นิวบลัดอย่างเดียวจะเหมือนทอดทิ้งคนอาวุโสหรือเปล่า ซึ่งผมเคารพการตัดสินใจ แต่จริงๆ มันก็มีข้อดีคือ กลายเป็นการทำงานผสมกันระหว่างคนรุ่นใหม่กับรุ่นเก่า มันดูสมดุล มันดูซอฟต์ลง เพราะตอนนิวบลัดอาจจะดูสุดโต่งไปหน่อยนึง&amp;rdquo; เสมอกันเปิดใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มี &amp;ldquo;นิวบลัด&amp;rdquo; แต่ &amp;ldquo;เสมอกัน&amp;rdquo; ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ของพรรค ยอมรับว่า รู้สึกมีไฟอีกครั้ง หลังจากเห็นปรากฏการณ์นักการเมืองหน้าใหม่-รุ่นใหม่ ตบเท้าเข้ามาอาสาทำงานเพื่อชาติเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยอมรับว่าที่ผ่านมารู้สึกเบื่อ แต่ก่อนแม้เข้าไปสภาฯ แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ หันไปไหนไม่เจอรุ่นเดียวกัน พอตอนนี้มีคนรุ่นใหม่เข้ามา ทำให้มีกำลังใจ ได้เห็นคนรุ่นใหม่พูดจาฉะฉานกันมาก คิด วิเคราะห์ แยกแยะกันด้วยความมั่นใจ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ขอเป็นกำลังใจอย่าให้ไฟมอดไปก่อน และอยากให้ผู้ใหญ่เปิดใจให้กว้างรับฟังก็พอ อย่างน้อยจะมีแนวคิดใหม่ๆ ขึ้นมา ผู้ใหญ่อาจเป็นรุ่น 3.0 เด็กอาจเป็น 4.0 ทำให้มีตัวเลือก ผู้ใหญ่ก็ใช้ประสบการณ์เป็นตัวตัดสิน ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ดี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่กระนั้นในฐานะ &amp;ldquo;คนรุ่นใหม่&amp;rdquo; ที่เข้าสู่แวดวง ผ่าน-เห็นความขัดแย้งทั้งในและนอกสภาฯ มาก่อน เขาเองยอมรับว่า มีความเป็นห่วงในเรื่องความ &amp;ldquo;สุดโต่ง&amp;rdquo; ของนักการเมืองรุ่นใหม่บางคนอยู่บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมคิดว่าเมื่อเราเข้าไปในสภาฯ อาจจะต้องซอฟต์กันลงหน่อย เพราะบางทีความคิดของเราอาจจะถูกสัก 80% ซึ่งเราน่าจะยอมรับได้แล้ว ส่วนอีก 20% ที่ไม่ตรงกับเราต้องยอมรับฟังเขาด้วย เพราะถ้าเลือกที่จะหักกันเลย ผมว่ามันไปยาก ยิ่งการเลือกตั้งครั้งนี้มันค่อนข้างรุนแรง พรรคใหญ่เขาฟันธงกันเลยว่าถ้าคุณไม่ไปทางซ้ายก็ต้องไปทางขวา ซึ่งสุดท้ายทั้งซ้ายและขวามันได้เข้าสภาฯ แน่นอน อยู่ที่จะหนักทางซ้ายหรือหนักทางขวาเท่านั้นเอง แต่ว่าถ้าหนักฝั่งใดฝั่งหนึ่ง แล้วต้องดึงไปฝั่งนั้นเลย ผมว่าสุดท้ายการเมืองไทยไปไม่รอด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ &amp;ldquo;เสมอกัน&amp;rdquo; ยังระบุว่า อยากเห็นการเมืองยุคใหม่ที่สร้างสรรค์ ฝ่ายค้านควรค้านแบบเสนอแนะ ถ้าฝ่ายรัฐบาลไม่ทำแล้วจะมีแอ็กชั่นอะไรก็ว่ากันไป ไม่ใช่นโยบายหลักคือ จ้องล้มเพื่อให้ตัวเองได้เป็นรัฐบาล ซึ่งที่ผ่านมามันค่อนข้างเป็นแบบนี้เสียส่วนใหญ่ &amp;nbsp;และไม่ได้บอกว่าตนเองเป็นกลาง แต่อยากฝากคนรุ่นใหม่ว่า ถูก-ผิด ต้องวัดด้วยเหตุผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เท่าที่ผมเจอคนรุ่นใหม่แนวคิดดีมาก แต่ว่าบางครั้งอาจสุดโต่งเกินไป ซึ่งผมเคยเป็นมาก่อน แล้วสุดท้ายมันจะเถียงกันไปกันมา อยากให้มองว่า จริงๆ เราทำงานให้ประชาชนนะ บางทีสิ่งที่เราเสนอเราย่อมคิดว่าเราถูก แต่เราไม่ใช่คนตัดสิน เราต้องมองว่าอะไรที่จะเกิดประโยชน์กับชาวบ้านสูงสุด ซึ่งที่ผ่านมาผมแค่รู้สึกเสียดายโอกาสของชาวบ้าน แทนที่คุณจะมาหักกัน คุณต้องไปหาวิธีการใหม่ช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ไวขึ้นมันน่าจะดีกว่า พูดง่ายๆ คือ ถ้าทะเลาะกันไม่จบ ชาวบ้านไม่ได้อะไรเลย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การหาเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ บุตรชายคนโตของ &amp;ldquo;จองชัย เที่ยงธรรม&amp;rdquo; อดีต รมต.หลายกระทรวง ยอมรับว่า ส่วนใหญ่ประชาชนจะสนใจนโยบายของพรรคขนาดใหญ่ ทำให้นโยบายของพรรคขนาดกลางและขนาดเล็กไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในพื้นที่เราจะชูผลงานตัวบุคคลว่าเราช่วยเหลืออะไรเขาบ้าง และเดินสายชี้แจงว่าผลงานรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นตอนร่วมรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พรรคชาติไทยพัฒนาก็มีผลงาน แต่ภาพรวมมันออกมาเป็นพรรคใหญ่พรรคเดียว ซึ่งจริงๆ เรื่องนี้เรามีส่วนผลักดัน เพียงแต่เราไม่ดังเท่าพรรคใหญ่ เพราะเราไม่ใช่เบอร์ 1 ในรัฐบาล&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เขต 4 จ.สุพรรณบุรี ที่จะต้องเจอจากคู่แข่งที่แข็งๆ ทั้งจากพรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐ ที่มีกระแสข่าวว่า คนกันเองอย่าง &amp;ldquo;ยุทธนา โพธสุธน&amp;rdquo; หลานชายนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค จะมาลงแข่งนั้น &amp;ldquo;เสมอกัน&amp;rdquo; ยืนยันว่า ยังได้ยินแต่ข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถึงตรงนี้ยังไม่มีใครยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐจะส่งใครลง และเรื่องพวกนี้ผมได้แต่รับฟัง แต่ว่าสิ่งที่ผมคิดและทำคือ แข่งกับตัวเอง ทำของเราให้ดีไป เราทำแต้มของเราให้ดี ผมไม่ใช่สไตล์ไปจ้องคู่แข่งเพื่อหาจุดอ่อน ผมไม่เคยคิดเรื่องทำลายคู่แข่ง คิดแต่ว่าทำอย่างไรให้ตัวเองดีขึ้น ให้คู่แข่งตามไม่ทันดีกว่า ถ้าไปทำลายกันมันก็ทะเลาะกัน มันไม่ใช่วิสัยทัศน์ของผมและบ้านผม ถ้าอยากจะสู้กันก็แข่งกันทำความดีให้ชาวบ้านเห็น ดีกว่าเราไม่ดีแล้วไปทำให้คนอื่นเขาแย่กว่าเรา ถ้าเป็นอย่างนั้นชาวบ้านเขาจะไม่ได้ของดี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนท้ายเขาบอกว่า นโยบายที่จะชูในพื้นที่ ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะนี้ กึ่งๆ สานงานต่อ ก่องานใหม่ เพราะนายบรรหาร ศิลปอาชา วางรากฐานไว้ดี เรื่องพัฒนาเกือบจะเต็มแล้ว มันจึงเป็นเรื่องของการ Maintenance มากกว่า ทำอย่างไรให้มันดีเหมือนเดิม อะไรที่ยังไม่ดีก็ทำให้มันดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคอนเซ็ปต์ของพรรคชาติไทยพัฒนายังคงเดิม ไม่เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร ถ้ามันเข้ากันไม่ได้เราก็อยู่ของเรา ถ้าเข้ากันได้เราก็ไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษา : ปริญญาตรี สาขา Business Administration RICHMOND THE AMERICAN INTERNATIONAL UNIVERSITY IN LONDON ประเทศอังกฤษ, ปริญญาโท สาขา International Marketing Management UNIVERSITY OF EAST LONDON ประเทศอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประสบการณ์ : ส.ส.สุพรรณบุรี ปี 2548, ส.ส.สุพรรณบุรี ปี 2550, ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, กรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน, กรรมาธิการตรวจรายงานการประชุม, เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการติดตามผลการปฏิบัติตามมติของสภาผู้แทนราษฎร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27449</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคชาติไทย, พรรคชาติไทยพัฒนา, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, โฟกัสนักการเมืองรุ่นใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190124/image_big_5c49c863770ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไง!&#039;ตือ&#039;โพสต์ตัวเองเป็นสิ่งชำรุดทางการเมืองยอมถอยจากพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ย.61-นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตแกนนำพรรคชาติไทย กล่าวถึงการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเชิงขออำลาจากพรรคชาติไทยพัฒนาว่า ตนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา ดังนั้น จึงไม่มีคำว่าลาออก อีกทั้งเป็นคนไม่มีสถานะหลังจากที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองแล้ว เมื่อช่วงนี้มีข่าวหนาหูว่าพรรคเพื่อไทยอาจถูกยุบ จึงกลัวว่าถ้าตัวเองเข้าไปมีบทบาทอะไรมากจนทำให้คนเข้าใจผิดว่าเราไปยุ่งย่าม ทั้งๆที่ตนไม่เคยเข้าไปยุ่มย่ามอะไรกับพรรคชาติไทยพัฒนา ก็กลัวคนจะมองแล้วเข้าใจผิดไป จึงไม่อยากให้พรรคเดือดร้อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น จึงขอไปเองดีกว่า ตนก็วางมือกลับอ่างทองไปเลี้ยงหลาน &amp;nbsp;เพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองจะกลายเป็นปัญหาของพรรค ไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวให้พรรคต้องมีปัญหา กลัวพรรคจะเดือดร้อน เพราะเรามันแค่สิ่งชำรุดทางการเมืองจะไปทำอะไรได้ อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ได้คุยกับใครในพรรคทั้งนั้นแค่รู้สึกตัวเอง ส่วนลูกชายสองคน เขาจะตัดสินใจเดินทางการเมืองอย่างไรก็ต้องแล้วแต่เขาตนไม่ก้าวก่าย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21509</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคชาติไทย, สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180206/image_big_5a79893e17595.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
