<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัยวุฒิหวังดีปัดไล่สมคิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ชัยวุฒิ&amp;quot; พลิกลิ้นไม่เจตนาไล่ &amp;quot;สมคิด&amp;quot; อ้างแค่หวังดีให้ทีมเศรษฐกิจปรับวิธีทำงานทันแก้วิกฤติ &amp;quot;กล้า&amp;quot; ชูพรรคทางเลือกใหม่ เสนอทางออกมากกว่าวาทกรรม กกต.ชงรัฐบาลตรา พ.ร.ฎ.เลือกตั้งสมุทรปราการเขต 5 คาดหย่อนบัตร 9 ส.ค. พท.ส่ง &amp;quot;สลิลทิพย์&amp;quot; แก้มืออีกรอบ มั่นใจเพิ่มเก้าอี้ฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม เวลา 08.00 น. นายไมเคิล จอร์จ ดีซอมเบร เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสเข้ารับหน้าที่ โดยใช้เวลาหารือประมาณ 45 นาที &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าทูตสหรัฐได้ให้กำลังใจในเรื่องทางการเมืองหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า &amp;quot;เราคุยในเรื่องสำคัญเท่านั้นนะ ไม่ต้องถามเลยนะน้องจ๋า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ขณะนี้มีกระแสการเมืองเข้ามารุมเร้า รู้สึกเป็นห่วงหรือไม่ รองนายกฯ หัวเราะพร้อมตอบว่า &amp;quot;ไม่หรอก เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว&amp;quot; เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรีเข้าใจดีในเรื่องของการทำงานใช่หรือไม่ นายสมคิดไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนที่จะรีบเดินขึ้นรถ และกล่าวสั้นๆ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า &amp;quot;โอเคนะ บ๊ายบาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ทองแท้ไม่กลัวไฟลน ยังคงช่วย &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ขับเคลื่อนเศรษฐกิจช่วยพี่น้องประชาชนฝ่าวิกฤติโควิด-19 อย่างเต็มที่ ทำงานหนักทุกวัน ไม่สนการเมือง เอาใจผมไปเลยครับ การเมืองต้อง new normal ประเทศชาติและประชาชนต้องมาก่อน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวง ผู้ว่าการแบงก์ชาติ เลขาธิการ สศช. เลขาธิการ ก.ล.ต. ประธานสภาอุตสาหกรรม ประธานสมาคมธนาคารไทย ฯลฯ ติดตามมาตรการทางด้านเศรษฐกิจช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่สำคัญท่านรองสมคิดย้ำทุกครั้งที่ติดตามงาน ต้องทำให้เร็ว แข่งกับเวลา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีจะมีการประชุมใหญ่วิสามัญพรรค เบื้องต้นกำหนดไว้วันที่ 10 ก.ค. ว่ายังไม่แน่ใจวันไหน แต่จะมีการประชุมใหญ่วิสามัญ เนื่องจากพรรคยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง จำเป็นต้องทำให้ครบตามระเบียบ และจะมาเป็นผู้คัดเลือกผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 จ.สมุทรปราการ นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ที่โดนใบเหลือง จะได้กลับมาลงสมัครหรือไม่นั้น ต้องให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหา ส่วนตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคนั้น หัวหน้าพรรคมีอำนาจที่จะตั้งได้เลย แต่ขณะนี้ต้องรอการรับรองคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่อย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ทุกอย่างดูแล้วเรียบร้อย สงบ รักกันดี ทุกกลุ่มทุกฝ่ายเข้าใจ ไม่มีปัญหาแล้ว เป็นหนึ่งเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มาเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นกันเองกับทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความระหองระแหงระหว่างสมาชิกพรรคกับทีมนายสมคิดนั้น นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่สามารถที่จะไปพูดคุยได้ เพราะนายสมคิดไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบ ที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ออกมาพูด เนื่องจากมีคำว่ายุบสภา จึงได้มีความเห็นไป เพราะ ส.ส.คงไม่อยากให้มีการยุบสภา ขณะนี้ถือว่ายังเร็วเกินไป ประชาชนยังเหน็ดเหนื่อยกับปัญหาที่เกิดขึ้น และคิดว่าทุกอย่างยังไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ยืนยันว่า จนถึงวันนี้ยังไม่มีสัญญาณใดๆ จากนายกรัฐมนตรีในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งอย่าเพิ่งพูดดีกว่า ส่วนที่มีข่าวบางคนแต่งตัวรอแล้วนั้น ส.ส.ทุกคนก็แต่งตัวกันทุกคน เพราะมีโอกาส ถ้าพรรคเลือกเขาก็มีโอกาส และทั้งหมดต้องให้นายกฯ เป็นผู้พิจารณา แต่ยืนยันว่าการปรับ ครม.ไม่เร็ว
พลิ้วไม่ได้ไล่แค่หวังดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาปรามกรณีที่พูดถึงนายสมคิดว่าหากไม่สามารถดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจได้ ควรเปิดทางให้คนอื่นเข้ามาทำแทนว่า นายกฯ บอกไม่อยากให้พูดจารุนแรง เพราะเราอยู่ด้วยกัน และต้องทำงานด้วยกัน ขอย้ำว่าไม่ได้เจตนาไปไล่หรือพูดจาอะไรไม่ดีกับนายสมคิด แต่หวังดีจริงๆ อยากให้ทีมเศรษฐกิจปรับเปลี่ยนการทำงาน ตอบสนองต่อปัญหาวิกฤติในขณะนี้ และสิ่งที่พูดเป็นข้อมูลที่ได้รับมาจากประชาชน ซึ่งนายสมคิดคงเข้าใจว่าตนไม่ได้มีเรื่องส่วนตัวกับท่าน ไม่ได้มีแอบแฝงเรื่องการเมือง และไม่ได้มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง เพราะวันนี้ปัญหาวิกฤติโควิดและเศรษฐกิจใหญ่จริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่ผมพูดคือ อยากให้เห็นว่าเวลามีปัญหาเศรษฐกิจ ประชาชนเข้าใจว่าไม่ได้แก้ปัญหาด้วยการยุบสภา เพราะสภาไม่ได้มีปัญหายังทำงานได้ และนายกฯ ก็ทำงานได้ดีมาโดยตลอด ทำให้ประเทศผ่านพ้นการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างดี ดังนั้นการยุบสภาไม่ใช่ทางออก จึงอยากเตือนให้ทีมเศรษฐกิจปรับเปลี่ยนการทำงานเท่านั้น โดยเฉพาะเวลานี้ประชาชนสอบถามถึงแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจจำนวนมากในช่วงวิกฤติ เช่นเรื่องการจ่ายเงินเยียวยา 5,000 ที่รัฐบาลให้ 3 เดือน ซึ่งเวลานี้หมดแล้วแต่ประชาชนที่ตกงานได้รับผลกระทบยังมีอยู่มาก และได้สอบถามมาที่พรรคและ ส.ส.ว่ารัฐบาลจะมีแนวคิดช่วยเหลือเยียวยาประชาชนอย่างไร จึงอยากให้ทีมเศรษฐกิจปรับการทำงานให้สอดคล้องกับภาวะวิกฤติ และต้องคิดนอกกรอบ เพื่อช่วยปัญหาให้ประชาชน&amp;quot; นายชัยวุฒิระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการปรับ ครม.ที่ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยมีจำนวน ส.ส.เพิ่มขึ้นจาก 52 คน เป็น 61 คนจะต้องได้โควตารัฐมนตรีเพิ่มหรือไม่ ว่ายังไม่ได้มีการคุยเรื่องนี้ เรายังไม่ได้รับสัญญาณใดๆ จากนายกฯ วันนี้ตั้งใจทำงานของเราอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากไม่ได้เก้าอี้รัฐมนตรีเพิ่มจะพอใจหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับการหารือ อย่าลืมว่าสิทธิในการปรับ ครม.ขึ้นอยู่กับนายกฯ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลเท่านั้น ตราบใดที่ยังไม่มีการเรียกไปหารือหรือส่งสัญญาณอะไรมา อย่าเพิ่งไปยึดติด แต่ในส่วนการทำงานของรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ตนในฐานะหัวหน้าพรรค ยังพอใจอยู่ เพราะทำงานกันอย่างหามรุ่งหามค่ำ การเป็นรัฐมนตรีในสมัยนี้แทบไม่มีวันหยุดเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า เปิดเผยว่า นับจากวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นวันเกิดของพรรคกล้าอย่างเต็มตัว จะเริ่มเดินหน้ากิจกรรมต่างๆ อย่างเต็มรูปแบบเพื่อเป็นพรรคการเมืองหลักทางเลือกใหม่ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนภาคประชาชนจากหลากหลายสาขาอาชีพที่มีความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และความเป็นมืออาชีพ โดยหลักการสำคัญที่พรรคยึดเป็นแนวทางคือ ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ด้วยหลักปฏิบัตินิยม มุ่งเน้นนำเสนอทางออกมากกว่าสร้างวาทกรรม ไม่ซ้ายไม่ขวา และไม่กลาง แต่เน้นการลงมือทำโดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ต่อส่วนรวมของประชาชนและประเทศชาติเป็นที่ตั้งอยู่เสมอ ในโอกาสนี้จึงขอเชิญชวน &amp;#39;ผู้กล้า&amp;#39; ทั้งหลายเข้ามาสมัครสมาชิกพรรค เสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศพัฒนาประเทศ หรือติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ w ww.klaparty.org &amp;nbsp;
เลือกตั้งซ่อมปากน้ำ 9 ส.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)? กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาเรื่องข้อเรียนการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 4 จ.ลำปาง ว่าขณะนี้มีข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 เรื่อง คือเรื่องการใช้เงินซื้อเสียง และเจ้าหน้าที่รัฐวางตัวไม่เป็นกลาง กรรมการ กกต.ได้รับทราบเบื้องต้นและให้สำนักงานไปดำเนินการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม แล้วจึงเสนอที่ประชุม กกต.อีกครั้งใน 2 สัปดาห์หน้า เพราะข้อมูลที่มีในขณะนี้ยังไม่เพียงพอที่ กกต.จะต้องพิจารณาว่าประกาศผลได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 จ.?สมุทรปราการใหม่นั้น นายอิทธิพรกล่าวว่า กกต.ได้ประสานไปยังรัฐบาลเพื่อให้ดำเนินการในเรื่องของการตราพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อมี พ.ร.ฎ.แล้ว กกต.จะต้องกำหนดวันเลือกตั้ง โดยเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 9 ส.ค. ส่วนการจัดการเลือกตั้งสิ่งที่ยังต้องกังวลอยู่คือการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 ซึ่งจะใช้วิธีการจัดการเลือกตั้งเช่นเดียวการเลือกตั้งลำปาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน กกต.ยังกล่าวถึงกรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ฟ้องคดีอาญาต่อ 7 กกต. จากเหตุยกคำร้องทุจริตเลือกตั้ง ส.ส.พัทลุง ว่าเราทำงานตามหน้าที่บนพื้นฐานกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ทุกคำร้องที่มาถึงเรายึดหลักกฎหมายและพยานหลักฐานที่มี ทุกคำร้องต้องพิจารณาบนพื้นฐานเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคจะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งเขต 5 สมุทรปราการอย่างแน่นอน โดยส่งนางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ อดีต ส.ส. 3 สมัย และอดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 พรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วลงสมัครแข่งขัน จะมีการนำชื่อเข้าสู่การพิจารณาคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ในวันที่ 3 ก.ค. และจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรคต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันว่าการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้พรรคเพื่อไทยสู้เต็มที่ และมั่นใจในตัวคุณสลิลทิพย์ เป็นคนมีคุณภาพ ใส่ใจความทุกข์ร้อนของประชาชน จะได้โอกาสกลับมาเป็น ส.ส.เข้าไปทำงานในสภาได้อีกครั้ง หากเล่นกันตามกติกา ขอฝากไปยัง กกต. ให้ควบคุมการเลือกตั้งครั้งนี้ให้บริสุทธิ์ โปร่งใส และยุติธรรม เพราะคำพิพากษาของศาลก็สะท้อนว่าเหตุใดคุณสลิลทิพย์ถึงแพ้การเลือกตั้งเมื่อปี 2562&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคเพื่อไทยระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70364</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมเศรษฐกิจ, พรรคทางเลือกใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efde344ccb40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2018 21:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2018 21:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มุกดาหารเดือด! ลอบยิงว่าที่ผู้สมัครส.ส.ดับ        </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;29 ธ.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวมุกดาหารรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุลอบยิงมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้ถูกยิงเสียชีวิต ทราบชื่อว่านายพร้าว บับพาน แกนนำสมัชชาคนจนจังหวัดมุกดาหาร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคทางเลือกใหม่ จ.มุกดาหาร อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 147 ม.8 ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหาร ถูกยิงเสียชีวิตข้างเถียงนา บริเวณลำตัวมีบาดแผลจำนวน 3 แผล โดยไม่ทราบชนิดอาวุธและคนร้าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ชัยพร พงษ์ศักดิ์ ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมุกดาหาร เมื่อได้รับแจ้งเหตุก็เร่งออกติดตามทันที ขณะนี้ได้จัดชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ประสานกับชุดเฉพาะกิจจังหวัดมุกดาหาร ลงหาข้อมูลและติดตามจับตัวคนร้าย เนื่องจากพื้นที่มุกดาหารไม่เคยมี ความขัดแย้งรุนแรงถึงกับต้องยิงกันตาย ทั้งจัดชุดเจ้าหน้าที่เพื่อติดตามเหตุร้ายที่เกิดขึ้นอย่างเกาะติด จากการลงตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบกระสุนปืนหัวตะกั่ว 1 นัด ซึ่งจะต้องนำมาตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นอาวุธปืนชนิดใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นได้ตั้งสาเหตุไว้ 3 ประเด็น 1.ชู้สาว 2.โครงการที่รัฐบาลจัดสรรให้ประชาชน และ 3.การเมือง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้สรุปหรือทิ้งประเด็นใดประเด็นหนึ่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25390</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคทางเลือกใหม่, มุกดาหาร, ยิงเสียชีวิต, ว่าที่ผู้สมัครส.ส., แกนนำสมัชชาคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181229/image_big_5c2781482a5a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลุก&#039;5เสือกกต.&#039;อิสระกู้ศักดิ์ศรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปชป.แฉปมหมกเม็ดคำสั่งบิ๊กตู่ เปิดช่องไม่สามารถตั้ง ผอ.-กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้ สุดท้ายเข้าทาง เป็นโดมิโนเลื่อนวันหย่อนบัตร 24 ก.พ.ออกไป พีเน็ตออกแถลงการณ์ จี้ 5 เสือ กกต.อย่าสยบยอมอยู่ใต้อุ้งตีนท็อปบูต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ได้กลับไปทำงานที่มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย หรือพีเน็ต ได้เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า พีเน็ตได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนให้ กกต.มีความกล้าหาญที่จะทำงานด้วยความเที่ยงตรงเป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์เครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง (พีเน็ต) มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย การแบ่งเขตเลือกตั้งต้องกระทำโดยอิสระและปราศจากการแทรกแซงจากผู้มีอำนาจรัฐ การแบ่งเขตเลือกตั้ง เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการเลือกตั้งที่นำไปสู่การเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม โดยพื้นฐานของการดำเนินการคือ เพื่อให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ทราบถึงพื้นที่ที่ตนจะสมัครเป็นตัวแทนของประชาชนจะได้มีการเตรียมการแนะนำตัวหาเสียงได้ตรงกับพื้นที่การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ตรงไปตรงมา จึงไม่มีหลักการใดที่ซับซ้อน คือ การยึดหลักตัวเลขประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ใกล้เคียงกัน การไม่แบ่งพื้นที่เขตปกครองหากไม่จำเป็น การคำนึงถึงความสะดวกในการเดินทางไปใช้สิทธิ์ และการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในกระบวนการดังกล่าว การแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต. กระทำภายใต้หลักการ 3 ข้อของมาตรา 27 ของ พ.ร.ป.ส.ส. คือ (1) เขตเลือกตั้งไม่ควรแบ่งอำเภอ แต่หากจำเป็นอาจแบ่งได้ แต่จะแบ่งตำบลไม่ได้ (2) คำนึงถึงชุมชนและความสะดวกในการคมนาคมของชุมชน และ (3) ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนและพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และ กกต.ยังได้ออกระเบียบเพื่อให้เกิดการปฏิบัติที่เป็นแบบแผนเดียวกันทั้งประเทศ ให้มีการประกาศรูปแบบการแบ่งเขตอย่างน้อย 3 รูปแบบ และเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและพรรคการเมืองเป็นเวลา 10 วัน ก่อนนำเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ตัดสินใจเลือกแบบการแบ่งเขตที่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเชื่อว่าจากประสบการณ์การจัดการเลือกตั้งมามากกว่า 20 ปีของเจ้าหน้าที่ กกต. กอปรกับความเป็นมืออาชีพที่ดำเนินการด้วยความเป็นกลาง และการสั่งการให้มีการเตรียมการในเรื่องดังกล่าวมาเป็นปี ย่อมทำให้การแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต. เป็นการแบ่งเขตที่ดีและก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่ คสช.ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 ให้ กกต.ทบทวนการแบ่งเขตใหม่ หากได้รับการร้องเรียนของประชาชนหรือพรรคการเมืองผ่าน ครม.หรือ คสช. ในจังหวะเวลาที่ กกต.มีการแบ่งเขตเป็นไปตามกฎระเบียบเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ถือเป็นการใช้อำนาจรัฐแทรกแซงองค์กรอิสระ และยิ่งกำหนดให้การแบ่งเขตใหม่สามารถทำได้โดยอิสระ ไม่จำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ถือเป็นคำสั่งที่สุ่มเสี่ยงกับการแบ่งเขตที่ไม่เป็นธรรม นำไปสู่ความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคการเมือง โดยมีแนวโน้มที่พรรคที่สนับสนุนรัฐบาลทหารอาจมีความได้เปรียบจากการดำเนินการดังกล่าว และการนำไปสู่ผลการเลือกตั้งที่ไม่สามารถสร้างการยอมรับของคนในสังคม&amp;quot; แถลงการณ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ดังกล่าวระบุอีกว่า เครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง (พีเน็ต) มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย ขอประกาศสนับสนุนการแบ่งเขตของ กกต.อย่างเป็นอิสระ ต้องไม่ปฏิเสธการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลการสั่งการของผู้มีอำนาจรัฐทั้งทางตรงและทางอ้อมในทุกกรณี และพร้อมที่จะเป็นจุดรวมในการรับข้อมูลและเผยแพร่ข้อมูลต่อสังคมหากมีการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. เปิดเผยถึงการที่ กกต.เตรียมเชิญพรรคการเมืองมาหารือในครั้งที่ 4 ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ว่า จะเป็นการชี้แจงและตอบข้อหารือของพรรคการเมืองเรื่องการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งครั้งแรก หรือมินิไพรมารี หลักเกณฑ์และวิธีการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั้วไป ครั้งแรก รวมทั้งการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมือง โดยใบเบื้องต้นเมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา มีพรรคการเมืองแจ้งส่งตัวแทนเข้าร่วมฟังการชี้แจงแล้ว 64 พรรค จำนวน 213 คน เช่น พรรคชาติพัฒนา พรรคทางเลือกใหม่ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคพลังธรรมใหม่ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักษาชาติ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคอนาคตใหม่ พรรคความหวังใหม่ และรวมพลังประชาชาติไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มการเมืองที่ยื่นขอจดทะเบียนเป็นพรรคการเมืองเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย 11 กลุ่ม 35 คน คือ กลุ่มประชาไทย กลุ่มพลังเพื่อไทย กลุ่มพลังรัก กลุ่มพลังแรงงานไทย กลุ่มพลังศรัทธา กลุ่มกรีน กลุ่มพลังแผ่นดินทอง กลุ่มชาติพันธุ์ไทย กลุ่มพลังสังคม กลุ่มพลังไทยสร้างชาติ และกลุ่มกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการประชุมครั้งที่ 4 นี้ จะจัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ โดยมีนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เป็นประธานเปิดงาน
ปชป.เชื่อส่อแววเลื่อนเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเห็นจากฝ่ายการเมืองต่อการออกคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทางนายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่มีการออกคำสั่ง คสช.ที่ 16/2561 เรื่องการดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) โดยมีสาระสำคัญคือ จะมีการขยายเวลาการแบ่งเขตเลือกตั้งออกไปว่า คำสั่งดังกล่าวถือเป็นการแทรกแซงองค์กรอิสระอย่าง กกต. ซึ่งมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้มีความบริสุทธิ์ยุติธรรม เพราะขณะนี้ไม่ได้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า กกต.ไม่สามารถดำเนินการได้ตามตารางเวลา แต่ออกคำสั่งขยายเวลาให้กับ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งเท่ากับไม่เคารพการทำงานของ กกต. ขาดความน่าเชื่อถือ และอาจทำให้เชื่อว่าองค์กรอิสระอื่นอาจถูกแทรกแซงแต่ไม่เป็นข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ อาจจะทำให้การแบ่งเขตเลือกตั้งไม่เป็นไปตามกฎหมายพรรคการเมืองและระเบียบของ กกต. รวมถึง กกต.อาจจะไม่ใช้รูปแบบแบ่งเขตตามที่ประชาชนเสนอความเห็นก่อนหน้านี้ใน 3 รูปแบบ แต่อาจใช้รูปแบบที่ 4 ตามความต้องการของ คสช.และรัฐบาล เท่ากับว่า คสช.แทรกแซงและกำกับให้การเลือกตั้งเป็นไปตามที่รัฐบาลต้องการ สอดคล้องกับพรรคการเมืองที่มีแนวนโยบายสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง ทั้งนี้ เมื่อมีการแบ่งเขตเลือกตั้งเสร็จ ทางพรรคประชาธิปัตย์จะตรวจสอบว่าเป็นไปตาม 3 รูปแบบเดิมหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;ดังนั้นขอเรียกร้องให้คำสั่งฉบับดังกล่าวเป็นคำสั่งสุดท้ายในรัฐบาลนี้ เพราะที่ผ่านมา คสช.ดำเนินการเองทุกอย่างผ่านแม่น้ำ 5 สาย ดังนั้นการดำเนินดังกล่าวก็ไม่แตกต่างจากรัฐบาลเดิมที่ยึดอำนาจโดยทำเพื่อประโยชน์ตนเองและพวกพ้องมากกว่าประเทศชาติ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าต้องการสืบทอดอำนาจต่ออย่างชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเล็กจะยื่นหนังสือถึง กกต.ขอเลื่อนการเลือกตั้งออกไป นายธนากล่าวว่า เข้าใจว่า พรรคเล็กมีความพร้อมน้อยกว่าพรรคการเมืองใหญ่ แต่ทุกพรรคก็อยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน และอีกทั้งโรดแมปก็ประกาศมานานแล้ว ดังนั้นข้ออ้างนี้จึงไม่สามารถจะมาใช้เพื่อทำให้กระบวนการทางกฎหมายที่เดินอยู่ในขณะนี้สิ้นสุดลงได้
พท.-นปช.รุมสกรัมบิ๊กตู่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวในเรื่องนี้ว่า ประชาชนทั้งประเทศตั้งตาคอยจะไปเลือกตั้ง ที่บอกว่าจะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.62 เนื่องจากต้องการรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ความเชื่อมั่นในประเทศจะกลับมา ปัญหาปากท้องจะได้ดีขึ้น นอกจากนั้นทางสหภาพยุโรปจะเจรจาและเซ็นข้อตกลงการค้าเสรีกับไทยก็ต่อเมื่อมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ดังนั้นยิ่งเลือกตั้งเร็วเท่าไหร่ ย่อมดีต่อประชาชนและประเทศเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การมีคำสั่ง คสช.ที่ 16/61 ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าจะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปหรือไม่ ซึ่งเป็นความกังวลที่เกิดขึ้น และผู้มีอำนาจต้องทำให้เกิดความชัดเจน ถ้ามีการเลื่อนเลือกตั้งจริง ย่อมไม่เป็นผลดีต่อประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดลกล่าวอีกว่า นอกจากนั้นการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม และน่าเชื่อถือจะเป็นทางออกของประเทศ แต่คำสั่งที่ 16/61 ที่ให้อำนาจ กกต. แบ่งเขตเลือกตั้ง โดยบางกรณีอาจไม่ต้องทำตามกฎหมาย ระเบียบ และประกาศของ กกต. และคำสั่งนี้รับรองความชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ไม่อาจฟ้องร้อง กกต. ในเรื่องการแบ่งเขตได้ ประเด็นจึงมีว่า 1.กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งเสร็จแล้วและพร้อมประกาศก่อนมีคำสั่งที่ 16/61 ใช่หรือไม่ ถ้าเช่นนั้น ทำไมจึงมีคำสั่งที่ 16/61 กกต.ไม่ได้ขอให้ คสช. ออกคำสั่งนี้ใช่หรือไม่ 2.การออกคำสั่งยกเว้นในกรณีจำเป็นเร่งด่วนให้ กกต. ไม่ต้องทำตามกฎหมาย และระเบียบของ กกต. ในการแบ่งเขตเลือกตั้ง เป็นการเคารพหลักนิติธรรมอย่างไร และจะมีหลักประกันอย่างไรว่าจะมีการแบ่งเขตที่ถูกต้อง เป็นธรรมกับทุกพรรค และการพิจารณาแบ่งเขตได้ทำเป็นขั้นเป็นตอนตามลำดับ นึกไม่ออกว่าจะมีกรณีจำเป็นเร่งด่วนเพื่อไม่ต้องทำตามกฎหมายหรือระเบียบได้อย่างไร 3.ถ้า กกต.ได้แบ่งเขตเสร็จแล้วเหลือเพียงประกาศตามที่เป็นข่าว &amp;nbsp;แสดงว่า กกต.ได้รับฟังความเห็นประชาชนและนักการเมือง และได้ดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบ กกต.ครบถ้วนแล้วใช่หรือไม่ สมมติว่าถ้าจะมีการทบทวนการแบ่งเขต จะใช้เหตุผลอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดลกล่าวว่า ในอนาคตควรหลีกเลี่ยงการออกคำสั่งใดๆ ที่จะกระทบการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม และใครที่อยากมีอำนาจ ถ้าผ่านการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือจะสง่างามและมีศักดิ์ศรีกว่า เวลานี้ควรปลดล็อกให้พรรคต่างๆ ทำกิจกรรมและหน้าที่ของตนได้แล้ว หวังว่า กกต.จะยึดความถูกต้อง แบ่งเขตอย่างเป็นธรรม และทำหน้าที่ของตนอย่างตรงไปตรงมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า กกต.ได้ออกมาชี้แจงหลายครั้งหลายหนแล้วว่า การแบ่งเขตเรียบร้อยแล้ว และจะประกาศในราชกิจจาฯ ภายในสัปดาห์ที่ผ่านมา (คือวันศุกร์ที่ 16 พ.ย.61) แต่คำสั่งฟ้าผ่าดังกล่าวก็ออกมาตัดหน้าการดำเนินการตามกฎหมายกำหนดของ กกต.เพียงเส้นยาแดงผ่าแปด เพื่อดึงดันให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ คสช. กรณีนี้ชัดเจนจนแทบไม่ต้องสงสัยว่า คสช.ต้องการที่จะเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ทั้งนี้ เนื่องจากการดำเนินการตามแผนการของพวกตน (เพื่อสืบทอดอำนาจ คสช. ปูทาง พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ) ยังไม่บรรลุตามต้องการ ประชาชนไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.61 (ซึ่งถูกเลื่อนมาอย่างตั้งใจเพื่อให้เป็นไปตามกลยุทธ์ของ คสช.ถึง 4 ครั้ง 4 คราด้วยกัน) จะเป็นวันที่ประชาชนร่วมกันตัดสินใจชะตากรรมของประเทศไทยต่อไปในอนาคต แต่การออกคำสั่งที่ 16/2561 นั้น ทำให้ความหวังของประชาชนที่จะกำหนดชะตากรรมของประเทศโดยประชาชนเลือนรางออกไปอย่างน่าใจหาย เพราะการดำเนินการของ คสช.ครั้งนี้ เท่ากับประกาศชัดว่าชะตากรรมของประเทศไทยนั้นต้องกำหนดโดย คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวถึงการเลื่อนการเลือกตั้งว่า ยังไม่มั่นใจว่าจะมีการเลื่อนการเลือกตั้งหรือไม่ แต่สิ่งที่กังวลคือความน่าเชื่อถือของ กกต.จะลดลงหรือไม่ เนื่องจากเห็นว่ามีความพยายามแทรกแซงการทำหน้าที่ของ กกต. ทั้งนี้ กกต.เป็นองค์กรอิสระที่จะต้องทำให้การเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม เพราะไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและต้องสร้างความน่าเชื่อถือ ให้ประชาชนทั้งในและต่างประเทศเชื่อถือ แต่เมื่อใดที่ กกต.ขาดความน่าเชื่อถือ ประชาชนก็มีความรู้สึกว่า กกต.ถูกแทรกแซงได้ จนนำไปสู่การเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังจากที่นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า กกต.มีการแบ่งเขตครบ 350 เขต และเตรียมประกาศในอีกไม่กี่วัน แต่ถัดมา 2 วัน ก็มีประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 ให้อำนาจ กกต. ขยายเวลาในการปรับปรุงเขตเลือกตั้งจนกว่าจะถึงวันรับสมัคร ส.ส. ซึ่งหลายพรรคมองว่าจะเป็นเหตุในการเลื่อนการเลือกตั้ง ผมมองว่าประกาศดังกล่าวเป็นสิ่งที่ย้อนแย้งกับคำพูดของประธาน กกต. ดังนั้นอยากขอให้ กกต.ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มความสามารถ ไม่อยู่ใต้อาณัติของใคร&amp;rdquo; นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า คาดว่าจะมีการเปิดรับสมัครสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ระหว่างวันที่ 26-30 พ.ย.นี้ โดยคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ว.นั้น ต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี ในวันสมัครรับเลือก มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่า 10 ปี และผู้สมัครต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้คือ เป็นบุคคลซึ่งเกิดในอำเภอที่สมัครรับเลือก มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในอำเภอที่สมัครรับเลือกมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือก ทำงานอยู่ในอำเภอที่สมัครรับเลือกมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันสมัครรับเลือก เคยทำงานหรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านอยู่ในอำเภอที่สมัครรับเลือก แล้วแต่กรณี เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี รวมถึงเคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในอำเภอที่สมัครรับเลือกเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปีการศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. กำหนดให้มี ส.ว. 200 คน แต่ในวาระแรก 5 ปี ให้มี ส.ว. 250 คน จาก 3 ช่องทาง คือ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สรรหาจำนวน 194 คน ผู้บัญชาการเหล่าทัพ เป็น ส.ว. โดยตำแหน่ง 6 คน และเลือกโดยกลุ่มวิชาชีพ โดยการเลือก 3 ระดับ คือ อำเภอ จังหวัด และประเทศ ได้ 200 คน จากนั้นส่งให้ คสช.คัดเลือก 50 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ส.ว.สรรหา ตามบทเฉพาะกาลที่มีวาระ 5 ปี ไม่ได้มีหน้าที่เพียงกลั่นกรองกฎหมาย แต่ยังมีภารกิจพิเศษคือการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22234</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคความหวังใหม่, พรรคชาติพัฒนา, พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคทางเลือกใหม่, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคพลังธรรมใหม่, พรรคภูมิใจไทย, พรรคอนาคตใหม่, พรรคเพื่อไทย, พรรคเศรษฐกิจใหม่, พรรคไทยรักษาชาติ, รวมพลังประชาชาติไทย, สมชัย ศรีสุทธิยากร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181118/image_big_5bf17984b5fb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2018 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2018 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับลูกกันแล้ว!พรรคทางเลือกใหม่เสนอเลื่อนเลือกตั้งจาก24กพ.62ไปอีก30วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16พ.ย.61 -ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ นายราเชน ตระกูลเวียง หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ พร้อมสมาชิกเข้ายื่นหนังสือต่อกกต. ขอให้พิจารณาเลื่อนวันเลือกตั้ง โดยยืนยันว่าพรรคมีความพร้อมส่งผู้สมัครทั่วประเทศแต่คสช.ยังไม่ปลดล็อกพรรคการเมืองทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง จึงอยากให้คสช.ปลดล็อกพรรคการเมืองทันทีหากจะเลือกตั้งวันที่ 24 ก.พ. 62 เพื่อให้ทุกพรรคมีระยะเวลาที่เหมาะสมและเท่าเทียมกันในการเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทส แต่ถ้ายังไม่ปลดล็อกก็ขอให้เลื่อนเลือกตั้งออกไปอีกประมาณ 30 วันจากกำหนดเดิม คือไปเลือกตั้งช่วงปลายมี.ค.หรือต้นเม.ย.ซึ่งยังอยู่ในกรอบเวลาที่ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน นับแต่พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มีผลบังคบใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้มีพรรคการเมืองแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่คือ 1 กลุ่มทุนนิยม ซึ่งอยากให้ปลดล็อกและเลือกตั้งเร็วที่สุด 2 กลุ่มอำนาจนิยม ที่อยากล็อกให้นานที่สุดและเลือกตั้งช้าที่สุด กับ 3 กลุ่มอุดมการณ์นิยมที่อยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับการเลือกตั้งมากที่สุดซึ่งพรรคทางเลือกใหม่อยู่ในกลุ่มนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าคสช.ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้วันนี้ก็จะถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน และไม่ต้องกลัวเพราะยังมีมาตรา 44 ที่มีอำนาจในการที่จะดูแลอย่าไปกลัว และขอให้คืนอำนาจให้ประชาชนเดี๋ยวนี้เพื่อแสดงความจริงใจ แต่ถ้าไม่ปลดล็อกพรรคก็ขอเวลาโดยให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก 30 วันจากเดิมคือวันที่ 24 ก.พ. 62 ก็จะไปอยู่ในช่วงปลายมี.ค. หรือต้นเม.ย. 62 ซึ่งก็ยังอยู่ในกรอบเวลา 150 วันก็ยังเป็นไปตามกฎหมาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเชน กล่าวด้วยว่า การเสนอเลื่อนวันเลือกตั้งของพรรคไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองไหนทั้งสิ้น ไม่ได้อยู่ข้างใคร ไม่เกี่ยวกับ 20 กลุ่มการเมืองที่นำโดยนายสาธุ อนุโมทามิ หัวหน้าพรรคพลังไทยดี และจะมีการยื่นหนังสือต่อกกต.วันที่ 22 พ.ย.นี้ แม้ว่าเขาจะติดต่อมาให้ไปร่วมแต่ได้ปฏิเสธไปเพราะมีจุดยืนของพรรคที่อยากให้เลื่อนการเลือกตั้งเนื่องจากต้องการให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลและนโยบายของพรรคการเมืองอย่างเหมาะสม และเห็นว่าพรรคพลังไทยดี เป็นเพียงกลุ่มการเมืองที่มายื่นจดจองชื่อไว้เท่านั้นยังไม่ได้จดจัดตั้งพรรค จึงไม่มีสิทธิ์ที่จะนำเสนอให้เลื่อนวันเลือกตั้ง ขณะเดียวกันพรรคที่ถูกอ้างว่าเป็นหนึ่งใน 20 กลุ่มที่ยื่นนั้นบางพรรคก็เป็นพรรคการเมืองเก่าที่กำลังจะตกชั้นการนำเสนอจึงไม่น่าจะมีน้ำหนักมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22090</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช.ปลดล็อก, นายสาธุ อนุโมทามิ, พรรคทางเลือกใหม่, พรรคพลังไทยดี, ราเชน  ตระกูลเวียง, เลื่อนเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181116/image_big_5bee4b7ea24ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทางเลือกใหม่&#039;เตือนกลุ่มอยากเลือกตั้งสร้างเงื่อนไขเลื่อนเลือกตั้ง-ท้าตั้งพรรคอย่าลงถนนป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย. 61 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ก่อตั้งพรรคทางเลือกใหม่ นำโดยนายราเชน &amp;nbsp;ตระกูลเวียง ว่าที่หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ได้เดินทางเข้ามายื่นจัดตั้งพรรคทางเลือกใหม่ พร้อมนำเอกสารประกอบการยื่นให้กับ กกต. โดยพรรคทางเลือกใหม่ได้จัดประชุมสามัญพรรคทางเลือกใหม่ครั้งที่ 1 / 2561 แล้วเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเชน กล่าวว่า พรรคทางเลือกใหม่มีการเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี เราเตรียมการหลังจากกฎหมายรัฐธรรมนูญผ่าน &amp;nbsp;เราศึกษาด้านกฎหมายมาก่อนหน้านี้แล้ว &amp;nbsp;ไม่ใช่ว่านึกอยากจะตั้งเมื่อวานซึนแล้ววันนี้นึกอยากมายื่น เราเป็นเหมือนกับนักมวยที่หมั่นฟิตซ้อม ขณะนี้ความพร้อมในการทำไพมารีโหวตมีร้อยเปอร์เซ็นต์ สมาชิกพรรคก็เกิน 500 คน และเงินทุนประเดิม 1 ล้านบาท โดยยืนยันว่าจะส่งผู้สมัครครบทุกเขต ส่วนจุดยืนของพรรคในการเลือกนายกรัฐมนตรี เห็นว่ายังเป็นเรื่องที่ยาวไกล เรายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญ ประชาชนทุกคนในประเทศไทยมีโอกาสเป็นนายกฯเหมือนกันหมด แต่ผู้ที่ใกล้กับตำแหน่งนายกฯมากที่สุดก็คือบรรดาหัวหน้าพรรคการเมืองที่ยื่นจดจัดตั้งทั้งพรรคใหม่และพรรคเก่า มีสิทธิเท่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเชน กล่าวด้วยว่าอยากฝากถึงกลุ่มคนอยากเลือกตั้งว่า คนที่อยากเลือกตั้งจริงๆก็อยากให้เข้ามาสู่ กระบวนการทางกฎหมาย เพราะสิ่งที่ท่านกำลังทำอยู่ตนคิดว่าสุ่มเสี่ยงทำให้ไม่มีการเลือกตั้งก็เป็นได้ อาจจะเป็นเหตุให้คสช. หรือผู้มีอำนาจเลื่อนหรือยกเลิกได้ ดังนั้นถ้าเคลื่อนไหวต้องทำไปตามกฎหมาย และทำเพื่อปากท้องของประชาชนอย่างแท้จริง ผมเคยบอกไว้ว่าใครลงถนนคนนั้นเพ้ ในวันนี้ใครลงถนนก็ต้องโดนคดี และสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเครื่องมือของบุคคลที่ 3 ทำให้บ้านเมืองไม่เกิดความสงบ คนที่อยากเลือกตั้งมากที่สุดคือพรรคทางเลือกใหม่ อยากให้เดินหน้าไปได้ เราจึงทำตามกฎหมาย ซึ่งตอนนี้กฎหมายได้เปิดโอกาสกว้าง กลุ่มอยากเลือกตั้งถ้าอยากเข้ามาตั้งพรรคก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่น่าแปลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6533</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กลุ่มอยากเลือกตั้ง, พรรคทางเลือกใหม่, ราเชน  ตระกูลเวียง, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac5c4565579e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
