<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพบูลย์&#039; งานเข้า! &#039;สมชัย&#039; จี้ กกต.แจงเงินบริจาค 19.9 ล้าน &#039;พรรคประชาชนปฏิรูป&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.63 - นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ตุลาคม 2563 คือวันครบรอบ 390 วันที่ กกต.มีประกาศยุบพรรคประชาชนปฏิรูป ของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ที่ลงมติยุบพรรคและนำตัวเองไปเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ (ราชกิจจาฯ ประกาศวันที่ 6 กันยายน 2562) &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครบ 390 วัน สำคัญอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตาม มาตรา 95 ของ พรบ.พรรคการเมือง หากพรรคการเมืองใดยุบพรรค ต้องส่งบัญชีและงบแสดงฐานะทางการเงิน รวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับการเงินให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ภายใน 30 วัน และ กกต.ต้องส่งเรื่องให้ สตง.ชำระบัญชีให้แล้วเสร็จใน 180 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียนพรรคการเมือง (เลขาธิการ กกต.) และสามารถขยายได้อีก 180 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น วันที่ 1 ตุลาคม 2563 นี้ จึงเป็นวันที่ครบ 30+180+180 วัน ตามกำหนดดังกล่าว แต่กลับไม่มีข่าวคราวความคืบหน้าใดที่ให้ประชาชนได้รับรู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับแต่ตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2561 &amp;nbsp;จนถึงวันสิ้นสภาพพรรค เมื่อ 6 กันยายน 2562 &amp;nbsp;พรรคประชาชนปฏิรูปมีรายได้จากการบริจาค &amp;nbsp;ในแต่ละเดือนดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธันวาคม 2561 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 330,000 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;บาท
มกราคม 2562 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 9,920,000 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บาท
กุมภาพันธ์ 2562 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;7,780,000 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บาท
มีนาคม 2562 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1,110,000 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บาท
กรกฎาคม 2562 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 650,000 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บาท
สิงหาคม 2562 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 170,340 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บาท
รวมเป็นเงิน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 19,960,340 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงิน 19.9 ล้านบาทนี้ &amp;nbsp;เมื่อหักลบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่วงดำเนินกิจการพรรค เหลือเท่าไรต้องมอบให้องค์กรสาธารณกุศล ตามมติของกรรมการบริหารพรรค แต่หากไม่มีการระบุ เงินที่เหลือต้องตกเป็นของกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองที่มีประธาน กกต.เป็นผู้ดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามสำคัญ ที่ฝากสื่อมวลชนไปถาม กกต. วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.รายงานการประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาชนปฏิรูปครั้งสุดท้ายที่มีมติยุบพรรค ได้ระบุว่าจะยกเงินให้แก่องค์กรสาธารณกุศลใด และปัจจุบันได้มอบเงินให้แก่องค์กรดังกล่าวแล้วหรือยัง เป็นจำนวนเท่าใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.พรรคประชาชนปฏิรูปได้ส่งรายงานบัญชีและงบการเงินและเอกสารการเงินต่างๆให้แก่ กกต.ตรงตามกำหนด 30 วันหลังจากยุบพรรคหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ปัจจุบัน กกต.ได้ส่งเอกสารทั้งหมดให้ สตง.ทำการตรวจสอบแล้วหรือยัง หากส่งแล้ว ได้ส่งไปในวันที่เท่าไร และมีรายงานกลับมาที่ กกต.แล้วหรือยัง
&amp;nbsp;
ผู้รับผิดชอบที่สมควรตอบคำถามทั้งสามคำถาม คือ เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง &amp;nbsp;และ ประธาน กกต. ในฐานะ ประธานคณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคเมือง ครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79187</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., กรรมการการเลือกตั้ง, การเมือง, พรรคการเมือง, พรรคประชาชนปฏิรูป, ยสมชัย ศรีสุทธิยากร, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f755703557c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯเผยแพร่ประกาศกกต.&#039;พรรคประชาชนปฏิรูป&#039;สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.62 - ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งเรื่อง พรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๑ เรื่อง รับจดทะเบียนจัดตั้ง พรรคประชาชนปฏิรูปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ได้มีหนังสือแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาชนปฏิรูป ครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๒เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๒ ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้เลิกพรรคประชาชนปฏิรูปตามข้อบังคับพรรคประชาชนปฏิรูป พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๑๒๒ กรณีดังกล่าวจึงเป็นเหตุให้พรรคประชาชนปฏิรูป สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา ๙๑ วรรคหนึ่ง (๗) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงประกาศให้พรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองตามมาตรา ๙๑ วรรคหนึ่ง (๗) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ
ณ วันที่
3 กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒
อิทธิพร บุญประคอง
ประธานกรรมการการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45132</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., พรรคประชาชนปฏิรูป, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องกกต.ส่งศาลรธน.ชี้ขาดยุบพรรคประชาชนปฏิรูป ส่อล้มล้างปกครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย. 62 &amp;ndash; ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องต่อประธาน กกต. ขอให้ตรวจสอบกรณีที่พรรคประชาชนปฏิรูปของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ได้มีมติยุบเลิกพรรคตัวเอง และ กกต. มีมติให้สิ้นสภาพ แต่ตนเห็นว่ายังมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเห็นว่าจะส่งผลให้ลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อเปลี่ยนแปลง ประกอบพรรคประชาชนปฏิรูปได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ ส.ส.พึงมี การมายุบเลิกพรรคในช่วงที่ยังไม่ครบ 1 ปี อาจขัดต่อกฎหมาย เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (4) ประกอบมาตรา 93ระบุเหตุการสิ้นสภาพ ส.ส.ไว้ว่า กรณีมีการเลือกตั้งซ่อมหรือรวมคะแนนใหม่ภายใน 1 ปีนับแต่วันเลือกตั้ง&amp;nbsp; แต่มายุบเลิกในขณะนี้ไม่เป็นไปตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เหตุผลการยุบพรรคไม่มีน้ำหนักเพียงพอและกระทบต่อเสรีภาพประชาชนที่ไปเลือกตั้ง เป็นรูปแบบที่ไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง น่าจะเป็นเล่ห์ฉลที่ประชาชนอุตสาห์เลือกพรรคประชาชนปฏิรูป&amp;nbsp; เป็นโมเดลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งควรจะยุบเมื่อพ้นเลือกตั้งไปแล้ว 1 ปี การมายุบตัวเองเช่นนี้ไม่น่าจะถูกต้อง&amp;ldquo; นายศรีสุวรรณ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอให้ กกต. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านายไพบูลย์ยังมีสถานะเป็น ส.ส.หรือไม่ การยุบพรรคก่อน 1 ปีคะแนนของพรรคการเมืองที่ยุบเลิกควรกลายเป็นศูนย์ หรือนำคะแนนไปรวมกับพรรคใหม่ และการยุบพรรคก่อน 1 ปีเข้าข่ายล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามมาตรา 92 ( 1) พ.ร.ป.พรรคการเมือง เพื่อสร้างบรรทัดฐานไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ดูถูกคะแนนเสียงประชาชนที่เลือกมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44974</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ขัดรธน., พรรคประชาชนปฏิรูป, ศรีสุวรรณ, ศาลรธน., ไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6f396a706c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมชัย&#039; เรียกร้องกกต.สร้างความชัดเจนสถานภาพ &#039;ไพบูลย์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;29 ส.ค.62 - นายสมชัย ศรีสุทธิยากร&amp;nbsp; อดีต กกต. กล่าวถึง ประเด็น การยุบพรรคประชาชนปฏิรูป ของนายไพบูลย์ นิติตะวัน&amp;nbsp; ว่าน่าจะเป็นประเด็นที่ กกต. ต้องมีคำตอบให้ชัดเจนหลายเรื่อง&amp;nbsp; คือ การสมัครเข้าไปเป็นสมาชิกพรรคใหม่ จะเริ่มกระทำได้เมื่อใด ในเมื่อมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า สถานการเป็นหัวหน้าพรรคยังคงอยู่&amp;nbsp; และต้องมีภาระในการชำระบัญชีของพรรคการเมืองที่ถูกยุบให้เสร็จสิ้น&amp;nbsp; การเข้าไปอยู่ในพรรคใหม่&amp;nbsp; มีสถานะเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะอยู่ในอันดับใดของ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากสถานะของ ส.ส.บัญชีรายชื่อจะกระทบทุกครั้งเมื่อมีการเลือกตั้ง ส.ส.เขตใหม่ใน 1 ปี&amp;nbsp; หลังวันเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;ldquo;การวินิจฉัยของ กกต. จะเป็นคำตอบให้เกิดความชัดเจนในสังคม&amp;nbsp; แต่ยังไม่เป็นบรรทัดฐาน&amp;nbsp; เนื่องจากอาจมีผู้มีส่วนได้เสียร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยในเรื่องดังกล่าว จึงถือเป็นที่สุด&amp;rdquo; นายสมชัยกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44563</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคประชาชนปฏิรูป, สมชัย ศรีสุทธิยากร, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cbfe7d7b7f07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพบูลย์&#039; นำเงิน 8.8 แสนบาท ส่งคืนกองทุนพรรคการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;29 ส.ค.62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถ.แจ้งวัฒนะ นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป นำแคชเชียร์เช็ค จำนวน 882,909.67 บาท ซึ่งเป็นเงินที่พรรคได้รับการจัดสรรจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง มาคืนให้กับ กกต.เนื่องจากหากรอ กกต.ประกาศให้พรรคสิ้นสภาพในราชกิจจานุเบกษา ตนก็จะไม่มีอำนาจที่จะเช็คดังกล่าวมาคืน เพราะถือว่าพ้นจากการเป็นหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งต้องการเป็นการสร้างบรรทัดฐานในทางการเมืองว่าเมื่อเลิกพรรคแล้วก็ควรคืนเงินอุดหนุนเป็นอันดับแรก และเมื่อมีประกาศ กกต.ในราชกิจจานุเบกษาให้พรรคสิ้นสภาพแล้ว ตนก็จะนำส่งงบการเงินมาให้นายทะเบียนพรรคภายใน 30 วัน จากนั้นสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจะเข้ามาตรวจสอบการชำระบัญชีให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน ซึ่งตนก็จะมีหน้าที่เป็นอดีตหัวหน้าพรรคที่ต้องชี้แจงการใช้เงินของพรรคเท่านั้น ไม่รอให้การชำระบัญชีเสร็จแล้วจึงจะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นได้ แต่สามารถไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคอื่นได้หลังมีประกาศ กกต.ให้พรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นภาพในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้น การที่มีเจ้าหน้าที่ของ กกต.ออกมาแสดงความเห็น จึงเป็นการให้ข้อมูลกฎหมายที่ไม่ถูกต้อง กกต.ควรที่จะตักเตือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายไพบูลย์ กล่าวย้ำว่า จะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งก็จะถือว่าเป็น ส.ส.ของพรรค และจะมาขอหนังสือรับรองจากนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อนำไปยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ ไม่ต้องกังวลในเรื่องของลำดับที่ของ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยตนถือเป็นเพียง ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค พปชร.เท่านั้น แม้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งต้องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ใหม่ ตนเองก็ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือถูกกระทบ รวมทั้งหากมีการคำนวณคะแนนใหม่จริงโดยที่พรรคประชาชนปฏิรูปยังไม่สิ้นสภาพ ตนก็อยู่ในเซฟโซน เพราะยังมีอีก 5 พรรค ก่อนหน้าที่มีคะแนนน้อยกว่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44555</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., พรรคประชาชนปฏิรูป, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d675d79a4105.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพบูลย์&#039;เดือดอีก! ขู่ฟ้อง&#039;อ.เจษฎ์&#039;จี้ใจดำเผาบ้านเอาประกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค. 62 - นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป เปิดเผยว่า ในเร็วๆ นี้ จะจะฟ้องดำเนินคดีกับ นายเจษฎ์ โทณวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ต่อศาลอาญา ในความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยวิธีโฆษณาทางทีวีและสื่อโซเชียลมีเดีย&amp;nbsp; เนื่องจากนายเจษฎ์ ได้ให้สัมภาษณ์ออกเผยแพร่ทาง นิวทีวี ช่อง 18 เมื่อวันที่ 23 ส.ค.2562 และให้สัมภาษณ์ออกเผยแพร่ทางรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2562 และให้สัมภาษณ์อีกครั้งออกเผยแพร่ทางรายการตอบโจทย์ ทีวีช่อง ไทยพีบีทีเอส เมื่อวันที่ 27 ส.ค2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยทั้ง 3 ครั้งนายเจษฏ์ได้ให้สัมภาษณ์โดยมีข้อความ ที่มีการใส่ความ กล่าวหาให้ผู้ชมรายการทีวีและสื่อออนไลน์ เข้าใจผิดว่าผมซึ่งได้นำมติคณะกรรมการบริหารพรรค16 คนไปยื่นจดแจ้งเลิกพรรค นั้นบิดเบือนข้อเท็จจริงให้เข้าใจว่า &amp;ldquo;นายไพบูลย์ยื่นยุบพรรคตัวเอง เป็นการเผาบ้านตัวเองเพื่อเอาประกัน&amp;rdquo; และถ้อยคำอื่นๆ ที่ผิดกฎหมาย การกระทำดังกล่าวทั้ง 3 ครั้ง ของนายเจษฎ์ เป็นการกระทำการไส่ความโดยวิธีโฆษณาเผยแพร่ในสื่อทีวี 2 ช่อง และสื่อออนไลน์ 1 แห่งทำให้ผมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ดังนั้นการกระทำทั้ง 3 ครั้งของนายเจษฎ์ จึงเข้าข่ายกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328&amp;rdquo; นายไพบูลย์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายไพบูลย์ว่าระบุจะฟ้องดำเนินคดี นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีตส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ที่โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาเป็นคนทรยศเสียงของประชาชน ในข้อหาเดียวกันกับที่จะฟ้องนายเจษฎ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44472</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคประชาชนปฏิรูป, ฟ้องหมิ่นประมาท, เจษฎ์ โทณวณิก, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180526/image_big_5b08a220ab34c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ยุบพรรคไพบูลย์รอศาลชี้ขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; กกต.ประชุมมีมติให้พรรคประชาชนปฏิรูปของ &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; สิ้นสภาพพรรคการเมืองแล้ว &amp;nbsp;&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; รับมึนกรณี &amp;ldquo;ไพบูลย์โมเดล&amp;rdquo; โยนเผือกร้อน &amp;ldquo;กกต.-ศาลรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; ชี้ขาด อดีต กรธ.ลั่นทำไม่ได้ &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; ยกเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญอัด อนาคตใหม่แจ้นโต้ข่าวเดินตามรอยพรรค ปชช. &amp;ldquo;ช่อ&amp;rdquo; เชื่อมั่นไม่มีแน่ โวยแค่คดีอิลลูมินาติไม่ถึงขั้นถูกสอย หากเลวร้ายที่สุดก็หาสังกัดใหม่ให้สมาชิกได้ แนะ พท.ควรสนใจเรื่องใหญ่กว่าเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกเอกสารข่าวชี้แจงหลังการประชุม กกต.ระบุว่า ตามที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) ได้มีหนังสือแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่าพรรค ปชช.ขอเลิกพรรคการเมืองตามข้อบังคับพรรค &amp;nbsp;ปชช. ซึ่งนายทะเบียนพรรคการเมืองได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วมีความเห็นว่า มีกรณีที่เป็นเหตุให้พรรค ปชช.สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองตามมาตรา 91 (7) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 จึงเสนอที่ประชุม กกต.พิจารณา โดย กกต.ได้พิจารณากรณีดังกล่าวแล้ว เห็นว่าพรรค ปชช.มีเหตุสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองตามความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมือง จึงเห็นควรประกาศการสิ้นสภาพของพรรคประชาชนปฏิรูปในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายไพบูลย์ยื่นยุบพรรคตัวเองเพื่อเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยยอมรับว่ายังงงกับเรื่องนี้อยู่ จึงต้องให้ กกต.เป็นผู้พิจารณา และไม่รู้ว่าหากยุบพรรคจริงคะแนนในส่วนของพรรคประชาชนปฏิรูปนั้นจะเป็นอย่างไร ซึ่งการยุบพรรคตัวเองไม่ใช่เรื่องลำบากแต่จะกระทบต่อ ส.ส. ซึ่งรัฐธรรมนูญบัญญัติถึงเรื่องนี้ 3 กรณีเท่านั้น 1.ส.ส.ลาออก ทำให้ขาดการเป็นสมาชิกภาพของพรรค 2.พรรคขับออกจากการเป็นสมาชิก จึงต้องไปหาพรรคใหม่ภายในเวลาที่กำหนด และ 3.มีคำสั่งยุบพรรค จึงต้องไปหาพรรคใหม่ภายใน 60 วัน แต่กรณีนายไพบูลย์นั้นไม่เกี่ยวกับ 3 ข้อที่ยกมา จึงไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลักการเมื่อพรรคถูกยุบต้องอยู่บนพื้นฐานที่ว่าทุกคนต้องมีพรรคสังกัด ขณะเดียวกัน ส.ส.ที่ไม่ได้กระทำความผิดต้องดำเนินการอย่างไร เพราะบางครั้ง ส.ส.กระทำความผิดแล้วถูกพรรคไล่ออกก็ยังไม่ขาดจากการเป็น ส.ส.เลย แต่กรณีนี้นายไพบูลย์ยื่นยุบพรรคเอง ก็ต้องคุ้มครองคนที่ไม่ได้กระทำความผิดด้วย แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะพรรคประชาชนปฏิรูป แต่หมายถึงทุกพรรคการเมือง จึงเป็นเรื่องที่ กกต.ต้องพิจารณา และเรื่องดังกล่าวที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องพิจารณาอยู่ดี&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าไม่ว่า กกต.หรือศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอย่างไร จะถือเป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคตใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบทันทีว่า &amp;quot;แน่นอน ส่วนจะวุ่นวายหรือไม่ ไม่ทราบ&amp;quot; ส่วนกรณีพรรคเล็กซึ่งมีไม่ถึง 7 &amp;nbsp;หมื่นคะแนนจะยื่นยุบพรรคตัวเองเพื่อเข้าร่วมกับพรรค พปชร.เหมือนนายไพบูลย์หรือไม่นั้น รัฐธรรมนูญมาตรา 99 ระบุว่าห้ามมีการควบรวมพรรค ซึ่งหมายถึงการยุบพรรคหนึ่งไปรวมกับอีกพรรคหนึ่ง แต่กรณีนายไพบูลย์ระบุว่าไม่ได้ควบรวม แต่ยุบทิ้งให้หายไปเฉยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) วิเคราะห์ว่า หากนายไพบูลย์ยุบพรรคได้ คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อถูกเฉลี่ยนับใหม่ให้พรรคอื่นๆ ซึ่งต่อไปอาจมีการยุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ทำให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 50 คนหายไปทันที นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบ ตอบไม่ถูก ส่วนเมื่อพรรคถูกยุบแล้ว ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะยังมีสถานะเป็น ส.ส.หรือไม่นั้นก็ไม่ทราบ เพราะถือเป็นโจทย์ยาก แต่ไม่ใช่เรื่องของนักกฎหมายที่ต้องคิดหาทางออก เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ที่รับผิดชอบ คนที่จะไขโจทย์นี้คือ กกต.และศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนจะใช้เวลานานหรือไม่นั้นไม่ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ส.ย้ายพรรคได้ก็ต่อเมื่อถูกขับออก เนื่องจากมีจุดยืนไม่เหมือนกับพรรค โดย ส.ส.และกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ลงมติโดยใช้เสียง 2 ใน 3 ขับออกจากพรรค จากนั้นต้องไปหาพรรคใหม่สังกัดภายใน 30 วัน ถ้าหาพรรคสังกัดใหม่ไม่ได้ก็ต้องพ้นจากการเป็น ส.ส. ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดไว้แค่นี้&amp;nbsp;
&amp;rdquo;นายไพบูลย์อยู่ๆ จะมายุบตัวเองแล้วเป็น ส.ส.ต่อนั้นไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ส.ต้องสังกัดพรรค แต่อยู่ดีๆ มีบ้านอยู่แล้วมาเผาบ้านตัวเอง แล้วคุณจะกลายเป็นอะไร ซึ่งมันไม่ใช่&amp;quot; นายชาติชายกล่าวและว่า หากนายไพบูลย์จะยุบพรรคต้องนำเข้าสู่ที่ประชุม กก.บห.เพื่อขอมติยุบพรรค แต่อยู่ๆ &amp;nbsp;จะมาทำตามอำเภอใจไม่ได้ หาก กก.บห.มีมติยุบพรรคจริง นายไพบูลย์ต้องไปหาพรรคการเมืองอื่นสังกัดตามกฎเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญ
หวั่นผียุคระบอบทักษิณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวประเด็นนี้ว่า &amp;nbsp;รู้สึกแปลกใจมากเพราะเป็นพรรคการเมืองเพิ่งจัดตั้งใหม่ ทำงานการเมืองในสภาได้เพียงไม่กี่เดือนก็ประกาศยุติบทบาทไป ซึ่งความเป็นจริงคงอยากจะไปสังกัดพรรค พปชร. ซึ่งนายไพบูลย์น่าจะไปสังกัดตั้งแต่ต้น ไม่ควรมาตั้งพรรคเสียด้วยซ้ำไป โดยการเลิกพรรคแล้วให้ ส.ส.ของพรรคไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น ในทางพฤตินัยก็คือการยุบพรรค ซึ่งเป็นการขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 99 &amp;nbsp;เพราะเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ต้องการให้มีการควบรวมพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไทกล่าวว่า ในอดีตเคยมีการใช้วิธีควบรวมหรือเทกโอเวอร์พรรคการเมืองเหมือนกับการทำธุรกิจของพรรคไทยรักไทย พรรคความหวังใหม่ และพรรคเสรีธรรม เพื่อให้เป็นพรรคที่มีเสียงเกินครึ่งของสภา จัดตั้งรัฐบาลได้อย่างเบ็ดเสร็จและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของฝ่ายค้าน จนเกิดปรากฏการณ์เสียงข้างมากลากไปหรือเผด็จการรัฐสภา ด้วยสาเหตุนี้เองจึงเป็นที่มาของการมีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในเรื่องการควบรวมพรรคการเมืองตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 104 และยังมีในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 99 ในฉบับปัจจุบันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การประกาศของนายไพบูลย์ไปสังกัดพรรค พปชร.ครั้งนี้ ถ้าสามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมายจะก่อให้เกิดลัทธิเอาอย่าง อาจทำให้พรรคการเมืองหลายพรรคใช้วีธีการดังกล่าว ซึ่งเป็นการถอยหลังเข้าคลองเป็นวงจรอุบาทว์ ไม่ต่างอะไรกับการเมืองยุคระบอบทักษิณในอดีตที่ผ่านมา จึงอยากจะขอความชัดเจนในเรื่องนี้จาก กกต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้รีบวินิจฉัยหรือตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อเป็นบรรทัดฐานทางการเมือง&amp;rdquo; นายเทพไทระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค พท. ในฐานะคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคกล่าวว่า ประเด็นการขอเลิกความเป็นพรรคการเมืองของบางพรรคเพื่อให้มีผลตามกฎหมาย เมื่อไปดูกฎหมายมีการเขียนในลักษณะดังกล่าวจริง โดยระบุไว้หลายวิธี เช่น สมาชิกพรรคไม่ครบ ไม่มีการจัดประชุมใหญ่ตามที่กฎหมายกำหนด แต่ต้องให้นายทะเบียนร้องขอ ส่วนกรณีที่พรรคนั้นมีมติขอให้เลิกเอง แม้กฎหมายระบุว่าถ้าพรรคใดเลิกที่เป็นลักษณะนี้ถือว่าพรรคถูกยุบตามกฎหมายด้วย ส่วนของสมาชิกจะได้รับความคุ้มครองคือให้สมาชิกไปหาพรรคอยู่ใหม่ได้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;แม้กฎหมายเขียนไว้ แต่จะเป็นไปตามเจตนารมณ์กฎหมายอย่างนั้นหรือ ในการเลือกตั้งประชาชนที่ชื่นชอบพรรคนั้นได้ไปเลือกพรรคและ ส.ส.ให้มาทำหน้าที่ แต่ต่อมาพรรคมาขอเลิก ทำให้พรรคถูกยุบแล้วไปหาพรรคใหม่สังกัด เจตนารมณ์ต้องการเช่นนั้นหรือ หากทำได้แสดงว่าสิ่งที่ประชาชนเลือก ส.ส.และพรรคนั้นมาไร้ความหมาย ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ รวมทั้งกฎหมายยังห้ามไม่ให้ควบรวมพรรคการเมืองในขณะที่อยู่ในสมัยประชุมที่มีสภาผู้แทนราษฎร เพราะไม่ต้องการให้ยุบพรรคเล็ก เมื่อเป็นเช่นนี้จะเข้าข่ายการควบรวมพรรคการเมืองทั้งที่กฎหมายห้ามเอาไว้หรือไม่&amp;rdquo; นายชูศักดิ์ตั้งข้อสังเกต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชูศักดิ์กล่าวอีกว่า พรรคเห็นว่าแม้บทบัญญัติกฎหมายระบุในทำนองที่เหมือนทำได้ แต่สิ่งที่บางพรรคกำลังทำไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ กฎหมายพรรคการเมืองและความต้องการของประชาชน ซึ่งความสิ้นสุดหรือไม่สิ้นสุดความเป็นพรรคคงอยู่ที่ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ที่ต้องชี้ขาดในประเด็นนี้ การเลิกพรรคการเมืองที่พรรคนั้นขอเลิกตนเอง ถ้าทำได้เท่ากับไปทำลายความต้องการของประชาชนที่ได้เลือกมา เราวิตกกังวลที่อาจทำให้พรรคเล็กพรรคน้อยขอเลิกตัวเองเพื่อไปหาสังกัดใหม่ ที่เราให้ความสำคัญมากคือ เราแคร์ความรู้สึกพี่น้องประชาชนที่เลือกพรรคเหล่านั้นมา
พท.หมดมุกเล่นไพบูลย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า กกต.ยอมให้ยุบพรรค พรรคจะยื่นเอาผิดหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า ถ้าเลิกพรรคแบบนี้ กฎหมายถือว่าให้เลิกพรรคและให้ความคุ้มครอง ส.ส. ทำให้ ส.ส.ไปหาสังกัดพรรคใหม่ได้ ที่ถามว่าเราร้องอะไรหรือไม่ คงต้องไปคิดอีกทีว่าเรามีส่วนได้เสียอะไรหรือไม่ อย่างไรก็ดีพรรคเล็กๆ ต้องคิดให้มาก &amp;nbsp;เพราะคะแนนที่แต่ละพรรคได้มาระดับหมื่นต่อพรรค แสดงว่าประชาชนตัดสินใจดีแล้วเลยลงคะแนนให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสามารถ แก้วมีชัย รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าวว่า ต้องโทษคนออกแบบกฎหมาย แทนที่จะส่งเสริมการเจริญเติบโตพรรคการเมือง กลับมีกับดักหลุมพรางทำให้พรรคอยู่ไม่ได้ เลยทำให้พรรคเล็กหาทางให้พรรคตัวเองรอด เป็นการเขียนกฎหมายไม่รอบคอบ สุกเอาเผากิน จึงจำเป็นต้องสังคายนารัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อวางกฎเกณฑ์ให้เหมาะสม ไม่เช่นนั้นหากตีความไปตีความมาอาจทำให้เกิดความสับสน ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท.กล่าวว่า นอกจากข้อกฎหมายที่ระบุว่าทำได้หรือไม่ได้แล้ว เรื่องสำนึกประชาธิปไตยใหญ่กว่า ควรเลิกหรือไม่เลิกควรคิดถึงเรื่องนี้มากกว่า เมื่อลงเลือกตั้งได้แสดงตัวตนเพื่อขอให้ประชาชนเลือก พอเลือกมากลับเอาคะแนนไปให้พรรคอื่น มันอาจเป็นการเลือกตั้งที่ฉ้อฉล เมื่อไปตรวจสอบย้อนหลัง หลายพรรคตอนหาเสียงแสดงจุดยืนจะไม่ร่วมงานกับพรรคสืบทอดอำนาจ แต่พอเลือกมาแล้วกลับไปอยู่กับพรรคดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านรู้สึกผิดหวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค อนค.แถลงถึงกรณีกระแสข่าวการยุบพรรค อนค. ว่า แม้เราจะชินแล้วกับกระแสข่าวนี้เพราะมีมาอย่างต่อเนื่อง แต่สาเหตุที่พูดถึงอีกครั้งเพราะมีการตั้งข้อสังเกตและเชื่อมโยงกับกรณีของนายไพบูลย์ ว่าหากยุบพรรคโดยยุบเองหรือไม่ได้ยุบเองนั้นต่างกันอย่างไร ซึ่งก่อนอื่นขอทำความเข้าใจก่อนว่าทุกคดีที่มีต่อพรรค ไม่มีคดีไหนที่เรารู้สึกไม่มั่นใจ หรือมีมูลฐานทางกฎหมายเพียงพอที่จะเอาผิดแกนนำหรือพรรคได้เลย แต่นั่นเป็นเพียงมูลเหตุทางกฎหมาย &amp;nbsp;แต่ถ้ามีการใช้กระบวนการนอกเหนือจากพื้นฐานทางกฎหมายก็อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา ซึ่งคดีเดียวที่ตอนนี้เข้าข่ายมากที่สุดคือ คดีอิลลูมินาติ ที่ระบุว่าพรรคเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่เรายืนยันว่าตั้งแต่ตั้งพรรคจนได้รับเสียงจากประชาชนกว่า 6.3 ล้านเสียงนั้น เราไม่มีการกระทำข้อใดที่จะเข้าข่ายล้มล้างการปกครองแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งว่ามีพฤติกรรมที่เข้าข่ายจริง ก็ไม่มีอำนาจสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ได้ &amp;nbsp;สามารถสั่งให้เพียงหยุดพฤติกรรมที่เข้าข่ายเท่านั้น เพราะฉะนั้นการยุบพรรคหรือตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการยุบพรรค เป็นเพียงการลือโดยไม่ได้ดูพื้นฐานทางกฎหมาย&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวต่อว่า หากมีการยุบพรรคจริงแล้วมีการเปรียบเทียบกับกรณีนายไพบูลย์นั้น &amp;nbsp;กรณีนายไพบูลย์เป็นการยุบพรรคตัวเอง แต่ของพรรคเป็นการยุบโดยคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งกฎหมายระบุไว้อยู่แล้วว่ามีเวลา 60 วัน สำหรับ ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อหาพรรคใหม่สังกัด หากเกินเวลาดังกล่าวจึงถือสิ้นสภาพความเป็น ส.ส. จึงขอย้ำตรงนี้ว่า พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนไม่ต้องมีใครมาตั้งข้อสังเกตในเรื่องนี้ นี่คือความรับผิดชอบที่พรรคต้องจัดการให้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของเรามีสังกัด &amp;nbsp;เป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคที่จะหาให้ ส.ส.โดยไม่สูญเสียสถานะแน่นอน หากเกิดกรณีเลวร้ายที่สุด&amp;nbsp;
ช่อสอน พท.มีเรื่องใหญ่กว่า
&amp;ldquo;ที่พรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการยุบพรรคอนาคตใหม่ เรื่องนี้เราถือว่าแทนที่จะเป็นห่วงว่าเพื่อนบ้านหรือตัวเองจะถูกปล้น ตอนนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านมีงานเต็มมือในการตรวจสอบพฤติกรรมต่างๆ &amp;nbsp;ของคณะรัฐมนตรีและงานใหญ่อย่างการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ แทนที่จะสนใจเรื่องดังกล่าว เราควรช่วยกันโดยการช่วยกันป้องปรามโจรในการปล้นผลประโยชน์ของประชาชน นี่คือสิ่งที่เราต้องร่วมมือกันมากกว่า ซึ่งประเด็นดังกล่าวยังไม่ได้มีการหารือพูดคุยร่วมกันกับพรรคเพื่อไทย แต่เรายืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานร่วมกันแน่นอน&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความคืบหน้าคดีของพรรคที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ น.ส.พรรณิการ์ระบุว่า คดีที่อยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนั้น คาดว่าศาลน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือนในการพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งเราได้ส่งคำชี้แจงต่างๆ ครบหมดแล้ว และเรามั่นใจว่าเอกสารที่ส่งไปนั้นครบถ้วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค.โพสต์เฟซบุ๊กว่า ช่วงนี้มีกระแสว่าพรรคจะถูกยุบ ไปประชุมสภา ส.ส.จากพรรคอื่นก็พูดกับ ส.ส.เราว่าถูกยุบแน่ พรรคเพื่อไทยก็วิเคราะห์ว่าหากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ จะถูกวิธีพิสดารตัด ส.ส.บัญชีรายชื่อออก ซึ่งตอนนี้พรรคมีคดีอิลลูมินาติคดีเดียวที่ถูกร้องไปศาลรัฐธรรมนูญ และคดีนี้ก็ไม่มีบทให้ยุบพรรคด้วย แต่เพราะอะไรจึงมีกระแสข่าวแบบนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเชื่อมั่นว่าพรรคอนาคตใหม่จะไม่ถูกยุบ ในที่ประชุม ส.ส.ของเรา ผมพูดเสมอว่าในทางกฎหมายก็สู้เต็มที่ แต่ปากกาไม่ได้อยู่ที่เรา เราไม่ใช่คนตัดสิน วิธีป้องกันการยุบพรรคที่ดีที่สุดก็คือ การทำงานอย่างสร้างสรรค์ทุกวันเพื่อให้สังคมเห็นว่าต้องมีพรรคแบบนี้ แม้คนที่ไม่ชอบเราก็ยังอยากให้มีพรรคนี้ต่อไป&amp;rdquo; นายปิยบุตรโพสต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท.กล่าวถึงกรณีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ &amp;nbsp;เลขาธิการพรรค พปชร.ระบุยังไม่มีแนวคิดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ถือเป็นสิทธิ์ของพรรค พปชร.ที่จะพูด แต่ต้องให้ความเคารพประชาชน ความหมายของคำว่านโยบายเร่งด่วนพรรค พปชร.จะตีความเป็นอื่นได้อย่างไร การที่พรรคฝ่ายค้านเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และเชิญพรรคร่วมรัฐบาลมามีส่วนร่วม เพราะแม้แต่ในนโยบายของรัฐบาลที่เสนอต่อรัฐสภาในข้อ 12 ก็บอกว่าจะศึกษาแนวทางการแก้รัฐธรรมนูญ โอกาสนี้ควรมาร่วมมือกันดำเนินการ หรือที่ไม่มาร่วมและยังไม่เห็นความจำเป็นเพราะตัวเองได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;พรรคกำลังให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมและตรวจสอบ หากพบว่านโยบายใดที่แถลงแล้วไม่ดำเนินการจะยื่นเรื่องให้ กกต.พิจารณาว่าเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ เช่น นโยบายเงินเดือนปริญญาตรี การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ประชาชนจะได้เห็นจุดยืนว่าพรรคใดพูดแล้วทำ พรรคใดพันธสัญญาที่ให้ไว้ตอนหาเสียงเป็นเพียงสัญญาปากเปล่า&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44356</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., พรรคประชาชนปฏิรูป, ยุบพรรค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพบูลย์ นิติตะวัน, ไพบูลย์โมเดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d63ec1314d31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
