<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 07:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 07:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศกกต.สั่งยุบทิ้งพรรค&#039;ชูวิทย์ - ลีน่า จัง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งเรื่อง &amp;nbsp;การสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองของพรรคการเมืองที่จัดตั้งหรือเป็นพรรคการเมือง โดยมีทั้งสิ้น 14 พรรคการเมือง &amp;nbsp;ประกอบด้วย 1.พรรคสร้างไทย &amp;nbsp;2.พรรคไทยมหารัฐพัฒนา &amp;nbsp;3.พรรคเอกราชไทย 4.พรรคเพื่ออนาคต 5.พรรคธรรมาภิบาลสังคม 6.พรรคเงินเดือนประชาชน 7.พรรคเพื่อฟ้าดิน 8.พรรครักประเทศไทย 9.พรรคพลังเครือข่ายประชาชน 10.พรรคพลังประเทศไทย 11.พรรครวมพลังไทย 12.พรรคชาติไทยสามัคคี 13.พรรคปฏิรูปไทย 14.พรรคมหาประชาชน เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการตามมาตรา 141/1 วรรคหนึ่ง (1) (2) และวรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 13/2561เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานในจำนวน 14 พรรคการเมืองที่น่าสนใจคือ พรรครักประเทศไทย ที่มีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เป็นผู้ก่อตั้งพรรคและเป็นหัวหน้าพรรคคนแรก และพรรคมหาประชาชน โดยนางลีนา จังจรรจา หรือลีน่าจัง เป็นผู้ก่อนตั้งพรรค และเป็นอดีตหัวหน้าพรรค.

&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34244</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, พรรคมหาประชาชน, พรรครักประเทศไทย, ยุบพรรค, ลีนา จังจรรจา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190423/image_big_5cbe5d6c5eb5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2018 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2018 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยอ่าง&#039; อบรม &#039;ไพร่หมื่นล้าน&#039; ตั้งพรรค-เป็นหัวหน้าพรรคไม่ง่ายอย่างที่คิด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค.61 - นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;&amp;ldquo;ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์&amp;rdquo; แสดงความคิดเห็นกรณีสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ลาออกจากพรรค เพราะไม่พอใจการคัดเลือกผู้สมัคร &amp;ldquo;ไพรมารีโหวต&amp;rdquo; ที่ส่อไปในทางไม่โปร่งใส โดยระบุว่า &amp;ldquo;ทำให้ประเทศไทย ไม่ง่ายอย่างที่คิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากใครไม่รู้ คิดว่าการตั้งพรรคมันง่าย ใครๆก็เป็นหัวหน้าพรรคได้ ลองมาฟังชูวิทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเคยตั้งพรรคมาหลายพรรค เริ่มจากปี 47 พรรคแรก &amp;ldquo;พรรคต้นตระกูลไทย&amp;ldquo; ลงสมัครผู้ว่า กทม. ผู้คนเขาดูถูก เพื่อนฝูงหัวเราะเยาะเย้ย ว่า &amp;ldquo;เฮ้ย ! มึงล้อเล่นหรือเปล่า?&amp;rdquo; ผมตอบ &amp;ldquo;กูเอาจริง บ้าก็บ้าวะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมปูพรม ใช้กลยุทธ์ &amp;ldquo;ให้โอกาสชูวิทย์สักครั้ง&amp;rdquo; เพราะขณะนั้นเพิ่งจบการทะเลาะกับตำรวจนครบาล การเอาตัวรอดของผม ใช้ช่องกฎหมาย และลีลาประกอบ หากไม่ทำ คงเอาตัวไม่รอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมรู้ว่า การเมือง กทม. ยึดกระแสเป็นหลัก จึงเน้นใช้สื่อ ป้ายเยอะเข้าไว้ นโยบายไม่ต้องมากให้เลอะเทอะ คน กทม. เขายุ่งกับการทำมาหากิน บางทียังจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่า ผู้ว่า กทม. ชื่ออะไร ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลือกตั้งครั้งนั้น ผมได้ 300,000 กว่าคะแนน คนตกใจไม่คิดว่าจะได้มากขนาดนั้น เพื่อนฝูงเสียพนันรถกันเป็นคันๆ เพราะคิดว่ายังไงเสียก็ได้ไม่เกิน 100,000&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อมีคะแนนแบบนี้ ทางการเมืองเขาเรียกว่า &amp;ldquo;มีราคา&amp;rdquo; ขึ้นมาในบัดดล บรรหารเอาดอกไม้มาให้ ชวนเข้าพรรคชาติไทย เป็นรองหัวหน้าพรรค มีหรือที่ชูวิทย์จะไม่เอา จากย่านรัชดาฯ ประชุมกับหมอนวด เชียร์แขก เดินทางมาถึงดุสิต ได้ประชุมกับอดีตนายกรัฐมนตรี จากหัวหน้าพรรคที่ไม่มีใครเชื่อว่าจะทำได้ หาว่าออกทะเลไปแล้ว เจอลูกนี้เข้าไปมีมึน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังจำได้ชัด ผมบอกบรรหารว่า เลือกตั้งผู้ว่าฯหมดเงินไป 8 ล้าน บรรหารตกใจ &amp;ldquo;คุณทำได้อย่างไร? บ้านนอกลงเขตก็หมด 30 ล้านแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องราวการทำพรรคเป็นอย่างไร ชูวิทย์จะบอกเคล็ดลับให้รู้ไว้ ว่ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกโพสต์ของนายชูวิทย์ ระบุว่า EP.2 &amp;ldquo;เป็นหัวหน้าพรรคใหม่ ไม่ง่ายอย่างที่คิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องจริงที่หัวหน้าพรรคใหม่ต้องเจอ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเป็นหัวหน้าพรรคใหม่ มันช่างน่าปวดเศียรเวียนเกล้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนเริ่มตั้งพรรคเหมือนจะคุมได้ แต่พอสมาชิกเพิ่มขึ้น คนมากขึ้น เรื่องมันก็มากขึ้น มวลมหาสมาชิก กระสัน ใฝ่ฝัน อยากเป็น ส.ส. หรือแม้แต่เป็นแค่ &amp;ldquo;ผู้สมัคร&amp;rdquo; เพิ่มโปรไฟล์ประวัติชีวิตให้ดูมี &amp;ldquo;สตอรี่&amp;rdquo; หลากหลายประเภทที่เข้ามามีตั้งแต่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. รู้มาก แต่ไม่ทำ ขี้โม้ รู้จักตั้งแต่รัฐมนตรี ปลัด ผอ. ยันภารโรง แต่ไม่ยอมทำอะไรสักอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รู้น้อย แต่เสือกทุกเรื่อง ไปไหนไปด้วย ช่วยบาทเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มาเดี่ยว เก่งคนเดียว มาดนิ่งแบบนักวิชาการ ด็อกเตอร์เรียกพ่อ แต่หาพวกไม่มี (เงินก็ไม่มี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. บ้าการเมือง รู้เบื้องลึกถึงหลังบ้าน แต่พอเอาเข้าจริง ต้องเงินมางานถึงเดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ตัวเองเก่งกว่าคนอื่น ผ่านประสบการณ์ล้านแปด เป็นสารพัดที่ปรึกษา สารพันกรรมการ จนถึงอดีตผู้สมัคร ส.ส. หลายสมัย แต่ทุกสมัยได้คะแนนแค่หลักร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. พวกอยู่เป็น ยิ่งอยู่ ยิ่งรวย ชักเปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันรถหาเสียง บวกทุกอย่าง ทุกเรื่องที่ได้เงิน(ทอน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นหัวหน้าพรรค มันช่างชีช้ำ เงินไหลเป็นน้ำก๊อกบ้านเศรษฐี ไหลไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ เพราะไม่ว่าจะเป็นสมาชิกประเภทไหนที่กล่าวมาข้างบน ล้วนยึดถือนโยบายเดียวกัน คือ &amp;ldquo;หัวหน้าพรรค ควักคนเดียว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำธุรกิจหาเงินมาเลือดตาแทบกระเด็น แล้วต้องมาละเลงกับการเมือง คงหมดตัว ผมจึงตั้งนโยบายแม่น้ำสายเดียว คือ &amp;ldquo;ใครอยากลง จ่ายเงินกันเอง&amp;rdquo; ทั้งค่าป้ายหาเสียง รถหาเสียง ทีมงาน และค่าใช้จ่ายจิปาถะ ของใครของมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลลัพธ์ เหมือนคณะตลกออกงานบุญ บางคนเอาถุงปุ๋ยมาทำป้าย บางคนใส่เสาอากาศที่หัวเพื่อเรียกร้องความสนใจ บางคนเอารถซาเล้งมาทำเป็นรถหาเสียง เข้าทำนอง &amp;ldquo;คนจนผู้ยิ่งใหญ่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมคิดในใจ พังแน่กู !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ISHALLRETURN&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24501</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรครักประเทศไทย, พรรคอนาคตใหม่, อนค., ไพรมารี่โหวตพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181218/image_big_5c1872519b167.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชูวิทย์ปกปิดหุ้นกลับซังเตอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ชูวิทย์&amp;quot; กลับไปนอนในคุกอีกรอบ 1 เดือน ศาลชี้จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ กรณีไม่แสดงหุ้นภัตตาคาร 1.5 แสน ในบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. ระบุผู้ถูกกล่าวหาเคยต้องโทษในคดีบุกรุก ได้รับโทษเกิน 6 เดือน และพ้นโทษมาไม่เกิน 5 ปี จึงไม่อาจรอการลงโทษได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน นัดพิจารณาคดีครั้งแรกหรือนัดฟังคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำ อม.26/2561 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง ยื่นฟ้องนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ กรณีไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินร่วมลงทุนภัตตาคารแห่งหนึ่ง มูลค่า 150,000 บาท ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 34, 119 และขอให้สั่งห้ามผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ป.ป.ช.ผู้ร้อง และนายชูวิทย์ ผู้ถูกกล่าวหา เดินทางมาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลาประมาณ 13.30 น. ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านและอธิบายคำฟ้องให้นายชูวิทย์ผู้ถูกกล่าวหาฟัง โดยนายชูวิทย์ให้การรับสารภาพ พร้อมแถลงประกอบคำรับสารภาพว่า ตนมีทรัพย์สินมากกว่า 500 ล้านบาท โดยไม่ได้เจตนาปกปิดการรายงานหุ้นร่วมลงทุนจำนวน 150,000 บาท เนื่องจากผู้ทำรายงานคงตกหล่นไป ประกอบกับในปี 2546 ตนได้โอนหุ้นดังกล่าวให้กับบุคคล 2 คนเป็นผู้ถือหุ้นแทน เนื่องจากการขอใบอนุญาตสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมให้ใช้ชื่อตนเป็นผู้ประกอบการ และหุ้นของภัตตาคารดังกล่าวไม่มีรายได้ จึงเข้าใจว่าไม่ต้องรายงานทรัพย์สินดังกล่าวแก่ ป.ป.ช. ที่ผ่านมาตั้งแต่ตนเข้ารับตำแหน่งทางการเมืองปี 2548 ก็ไม่เคยรายงานทรัพย์สินดังกล่าว ขอให้ศาลใช้ดุลพินิจนำคำแถลงประกอบคำรับสารภาพของตนเพื่อใช้ดุลพินิจพิจารณาโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาแล้วผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ คดีไม่จำเป็นต้องไต่สวนพยานอีก จึงอ่านคำพิพากษาทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์คำร้องเอกสารประกอบคำฟ้องและคำให้การผู้ถูกกล่าวแล้วเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เมื่อปี 2554 พ้นจากตำแหน่งปี 2556 ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของตนเอง คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะแก่ ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน นับจากวันเข้ารับตำแหน่ง, วันที่พ้นตำแหน่ง และวันที่พ้นตำแหน่งมาแล้ว 1 ปี ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 32, 33 ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาเคยยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินในการดำรงตำแหน่ง ส.ส. ครั้งที่ 1 และ 2 มาแล้ว ย่อมทราบดีว่าผู้ถูกกล่าวหามีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฯ ให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ผู้ถูกกล่าวหายื่นรายการแสดงทรัพย์สินโดยไม่แสดงรายการเงินลงทุนกับภัตตาคารแห่งหนึ่ง มูลค่า 150,000 บาท โดยชี้แจงต่อ ป.ป.ช.ว่า ได้โอนหุ้นให้พนักงานสถานประกอบการไฮคลาส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ 2 ราย ไปก่อนกำหนดการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งขัดกับคำให้การของพนักงานสถานประกอบการไฮคลาสฯ ทั้ง 2 รายต่ออนุกรรมการไต่สวนว่าพยานเป็นเพียงพนักงานของสถานประกอบการไฮคลาสฯ และมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นแทนผู้ถูกกล่าวหาเพื่อยื่นเรื่องขอใบอนุญาตสถานประกอบการเท่านั้น แต่ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้ถือหุ้นที่แท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พฤติการณ์จึงเชื่อว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ถือหุ้นของภัตตาคารที่ร่วมลงทุน แต่มีเจตนาไม่แสดงรายการทรัพย์สินดังกล่าว ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีหน้าที่ยื่นบัญชีรายการแสดงทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องปฏิบัติ เพื่อใช้ตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ จึงฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ กรณีพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.ครั้งที่ 2&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาว่า นายชูวิทย์จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 32, 33 ห้ามผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ 9 ธ.ค.2556 ที่พ้นจากตำแหน่ง ส.ส. ครั้งที่ 2 ตามมาตรา 34 วรรคสอง และเป็นความผิดตามมาตรา 119 ให้ลงโทษจำคุก 2 เดือน แต่ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาเคยต้องโทษในคดีหมายเลขแดงที่ 3220/2549 ฐานทำให้เสียทรัพย์/บุกรุก ของศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้รับโทษจำคุกเกิน 6 เดือน ซึ่งไม่ใช่คดีประมาทหรือลหุโทษ และพ้นโทษมาไม่เกิน 5 ปี จึงไม่อาจรอการลงโทษได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนายชูวิทย์ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 200,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ &amp;nbsp;โดยศาลพิจารณาแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ และเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน คดีไม่อาจรอการลงโทษได้ องค์คณะมีมติไม่ให้ปล่อยชั่วคราว เพราะจำเลยอาจหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวนายชูวิทย์ ขึ้นรถเรือนจำไปควบคุมตัวรับโทษที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับองค์คณะที่พิจารณาคดีนี้ ประกอบด้วย 1.นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ รองประธานศาลฎีกา 2.นายประมวญ รักศีลธรรม ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา 3.นายจิรนิติ หะวานนท์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา 4.นายบุญไทย อิศราประทีปรัตน์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา 5.นายชลิต กฐินนะสมิต ผู้พิพากษาศาลฎีกา 6.นายเสมอดาว เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้พิพากษาศาลฎีกา 7.นายชัยชนะ ตัญจพัฒน์กุล ผู้พิพากษาศาลฎีกา 8.นางคำนวน เทียมสอาด ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และ 9.นายกีรติ กาญจนรินทร์ พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11876</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีรติ กาญจนรินทร์, คำนวน เทียมสอาด, จิรนิติ หะวานนท์, ชลิต กฐินนะสมิต, ชัยชนะ ตัญจพัฒน์กุล, ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์, บุญไทย อิศราประทีปรัตน์, ประมวญ รักศีลธรรม, พรรครักประเทศไทย, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสมอดาว เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา, ไสลเกษ วัฒนพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180621/image_big_5b2bb17739332.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
