<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 22:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนยังเชียร์‘ประยุทธ์’ จตุพรนัด24มิ.ย.ลุยไล่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิด้าโพลเผยคะแนนนิยม &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยังนำ ประชาชนเชียร์เหมาะนั่งนายกฯ แต่เรตติ้งลดลง พรรครัฐบาล คะแนนตามหลังฝ่ายค้าน เพื่อไทย-ก้าวไกล คนนิยมมากกว่าพลังประชารัฐ-ประชาธิปัตย์ &amp;quot;จตุพร-ไทยไม่ทนฯ&amp;quot; ลั่นกลองรบ 24 มิ.ย. นัดหมายมุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล ไล่ประยุทธ์ ย้ำไม่บุกเข้าไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2564 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 2/2564&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 11-16 มิถุนายน 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษาและอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 2,515 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจากการสำรวจ เมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 37.65 ระบุว่ายังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้, อันดับ 2 ร้อยละ 19.32 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะเป็นคนจริงจังกับการทำงาน ทำงานตรงไปตรงมา มีความซื่อสัตย์ สุจริต แก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนทุกเพศทุกวัยได้อย่างทั่วถึง อยากให้ทำงานอย่างต่อไปจนครบวาระในการดำรงตำแหน่ง และชื่นชอบเป็นการส่วนตัว, &amp;nbsp;อันดับ 3 ร้อยละ 13.64 ระบุว่าเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เพราะอยากให้ผู้หญิงขึ้นมาบริหารประเทศบ้าง มีประสบการณ์การทำงาน บริหารงานที่ผ่านมาได้ดี มีผลงานที่โดดเด่น เป็นคนตรงไปตรงมา และชื่นชอบเป็นการส่วนตัว, อันดับ 4 ร้อยละ 8.71 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จากพรรคเสรีรวมไทย เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา, &amp;nbsp;
อันดับ 5 ร้อยละ 5.45 ระบุว่าเป็นนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกล เพราะอยากได้คนรุ่นใหม่มาบริหารประเทศ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิด้าโพลเปิดเผยอีกว่า ส่วนอันดับ 6 ร้อยละ 3.62 ระบุว่าเป็นนายกรณ์ จาติกวณิช จากพรรคกล้า เพราะเป็นคนไฟแรง มีวิสัยทัศน์ที่ดี, อันดับ 7 ร้อยละ 2.35 ระบุว่าเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย เพราะมีผลงานในการทำงานที่ดี โดดเด่น, อันดับ 8 ร้อยละ 2.15 ระบุว่าไม่ตอบ/ไม่สนใจ, &amp;nbsp;อันดับ 9 ร้อยละ 2.11 ระบุว่าเป็นนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ จากพรรคเศรษฐกิจใหม่ เพราะมีทัศนคติที่ดี มีมุมมองด้านเศรษฐกิจที่ดี, อันดับ 10 ร้อยละ 1.47 ระบุว่านายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จากพรรคประชาธิปัตย์เพราะมีวิสัยทัศน์ที่ดี มีประสบการณ์ในการทำงานมาก ชื่นชอบแนวคิดการทำงาน เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจนิด้าโพลระบุว่า ผลสำรวจครั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 1/64 เดือนมีนาคม 2564 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และไม่ตอบ/ไม่สนใจ มีสัดส่วนลดลง ในขณะที่ผู้ที่ระบุว่ายังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายกรณ์ จาติกวณิช, นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 32.68 ระบุว่าไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย, อันดับ 2 ร้อยละ 19.48 ระบุว่าพรรคเพื่อไทย, อันดับ 3 ร้อยละ 14.51 ระบุว่าพรรคก้าวไกล, อันดับ 4 ร้อยละ 10.70 ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐ, อันดับ 5 ร้อยละ 9.54 ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์, อันดับ 6 ร้อยละ 2.90 ระบุว่าพรรคเสรีรวมไทย, &amp;nbsp;อันดับ 7 ร้อยละ 2.47 ระบุว่าพรรคไทยสร้างไทย, อันดับ 8 &amp;nbsp;ร้อยละ 2.43 ระบุว่าพรรคภูมิใจไทย, อันดับ 9 ร้อยละ 1.71 ระบุว่าพรรคกล้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 1/64 เดือนมีนาคม 2564 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคเสรีรวมไทย และพรรคภูมิใจไทย มีสัดส่วนลดลง ในขณะที่ผู้ที่ระบุว่าไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย พรรคก้าวไกล พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคกล้า มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น&amp;quot; ผลสำรวจนิด้าโพลระบุไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ที่สถานีตำรวจชนะสงคราม นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย พร้อมพวก เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงฯ กรณีห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือการทำกิจกรรมที่มีการรวมคนที่มีความแออัดในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดและอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคโควิด-19 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้โดยง่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และฝ่าฝืนข้อกำหนดฉบับที่ 15 พ.ศ.2563 ที่ออกมาโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 กรณีกลุ่มไทยไม่ทนฯ จัดเวทีอภิปรายสาธารณะในวันที่ 4-7 เมษายน ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์กล่าวว่า รู้สึกสนุกดี เพราะไม่เคยโดนหมายเรียก อยู่มา 50 ปีแล้ว วันนี้ก็พาคณะมาทั้งหมด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า ได้รับการแจ้งจากพนักงานสอบสวนให้มารายงานตัว ในความเป็นจริงทีมทนายความได้นัดหมายในวันที่ 29 กรกฎาคม แต่เนื่องจากมีบรรดาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใครสั่งการให้มีการเร่งรัดคดีให้ มารายงานตัวก่อนการชุมนุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายน ที่ทางกลุ่มเคยบอกว่าต้องการปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เพราะผู้มีอำนาจเข้าไปแทรกแซงในชั้นพนักงานสอบสวน หลายกรณีเกิดขึ้นตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมต่างๆ คดีนี้พวกตนทุกคนไม่มีอะไรจะไหวหวั่น เคยต้องโทษคดีประหารชีวิตแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวต่อไปว่า กลุ่มคณะสามัคคีประชาชนฯ จะทำกิจกรรมในวันที่ 24 มิถุนายน เวลา 16.00 น. โดยจะไปทำเนียบรัฐบาล แม้จะต้องมีตู้คอนเทนเนอร์เต็มไปหมด ให้ประชาชนรอฟังจุดทำเนียบรัฐบาลคนขี้ขลาดตาขาวมักจะลงมือก่อนคือจะ ตั้งตู้คอนเทนเนอร์รอบไม่ให้เข้าไป ฉะนั้นจุดนัดพบอาจไม่ใช่ทำเนียบรัฐบาล แต่เป้าหมายคือทำเนียบรัฐบาล หากรัฐบาลฉลาด ไม่โง่ ไม่บ้าอำนาจ ต้องปล่อยให้ประชาชนไปที่ทำเนียบรัฐบาล จะไม่บุกเข้าไปข้างในทำเนียบรัฐบาลโดยเด็ดขาด จะไปด้วยมิตรไมตรี จะพูดด้วยท่วงทำนองมธุรสวาจา จะได้อธิบายว่าทำไมต้องมาขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น หากความรุนแรงเกิดขึ้นคือเกิดได้อย่างเดียวมาจากทางรัฐ จะใช้แนวทางสันติวิธีเจรจากันทุกขั้นตอน เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน ความเห็นแตกต่างกันไม่จำเป็นต้องฆ่ากัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ถูกดำเนินคดีทั้งหมดจำนวน 23 คน ประกอบด้วย 1.นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ 2.นายจตุพร พรหมพันธุ์ 3.นายการุณ ใสงาม &amp;nbsp;4.นายวีระ สมความคิด 5.นายยศวริศ ชูกล่อม (เจ๋ง ดอกจิก) 6.นางพะเยาว์ อัคฮาด 7. นายณัทพัช อัคฮาด 8.นายวสันต์ สิทธิเขตต์ 9.นายเมธา มาสขาว 10.นายศักดิ์ณรงค์ มงคล 11.นายสุวิช สุมานนท์ 12.นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง 13.นายพงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง 14.นายไทกร พลสุวรรณ 15.นายสมบูรณ์ ทองบุราณ 16.นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ 17.น.ส.วรรณพร ฉิมบรรจง 18.พ.ท.หญิงกมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี 19.นายเศวต ทินกูล 20.ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี 21.นายธนเดช ศรีสงคราม 22.นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา 23.นายจอมพล รุ่งเรืองชูเลิศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำและสมาชิกกลุ่มไทยไม่ทนฯ ที่เดินทางมาครั้งนี้ เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ชนะสงคราม มีด้วยกัน 14 คน โดยพบว่าทั้งหมดให้การปฏิเสธต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งกระบวนการต่างๆ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายจตุพรให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ไม่ได้มีความวิตกกังวลอะไรแต่อย่างใด เนื่องจากมาแสดงตนอย่างสุจริตตรงไปตรงมา และเห็นว่าไม่ควรถูกดำเนินคดี ให้ว่าตามข้อกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ก่อนวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ จะให้ถ้อยคำเพิ่มเติม สอบพยาน ก่อนที่ทางพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม จะส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย หอมลออ ทนายความ กล่าวว่า การแจ้งข้อกล่าวหากระทำความผิดร่วมกันมั่วสุมชุมนุมแพร่ระบาดเชื้อโรคตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ควรนำมาใช้กับการชุมนุมหรือการตรวจสอบรัฐบาล เนื่องจากรัฐธรรมนูญรับรองสิทธิแสดงความคิดเห็นของประชาชน นอกจากนี้การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถือเป็นการใช้กฎหมายอย่างเลือกปฏิบัติ เป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ผิดเจตนารมณ์ของการใช้กฎหมาย กรณีดังกล่าวถือเป็นการใช้อำนาจแทรกแซงการทำงานพนักงานสอบสวน เชื่อว่าทางพนักงานอัยการน่าจะมีคำสั่งไม่ฟ้อง แต่ถ้าอัยการมีคำสั่งฟ้องต่อศาล มีความเชื่อมั่นว่าศาลยกฟ้องในที่สุด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107019</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่, ประชาชนเชียร์เหมาะนั่งนายกฯ, พรรครัฐบาล, พลังประชารัฐ-ประชาธิปัตย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพื่อไทย-ก้าวไกล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cf4563ed1a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แม่ยกปชป.&#039;ให้ทายนักการเมืองซีกรัฐบาลคนไหนอยู่กับพรรคใดเจ๊งหมด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.63- &amp;nbsp; นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ ติ๊งต่าง เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มชาวไทยหัวใจรักสงบ แม่ยกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กKanjanee Valyasevi ว่า ให้ทายว่านักการเมืองคนไหนเอ่ยอยู่กับพรรคใด เจ๊งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใบ้ให้ว่าเป็นรบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68713</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนี วัลยะเสวี, พรรครัฐบาล, อยุ่พรรคไหนเจ๊งหมด, แม่ยกปชป.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6dc54e5f8b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 14:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.หั่นสส.เหลือ10อภิปรายนโยบายรัฐบาล เมินป้อง&#039;3 ป.&#039;หากถูกฝ่ายค้านรุมสับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.62 &amp;nbsp;- ที่พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;นายจุรินทร์ &amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ในวันที่ 25 &amp;ndash; 26 ก.ค.นี้ ว่า หลังการหารือร่วมกันในพรรคเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ได้ตัดทอนจำนวน ส.ส.ที่ต้องการอภิปรายในสภาเหลือเพียง 10 คน เนื่องจากได้เวลาในการอภิปรายประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งจะอภิปรายเรื่องนโยบายเป็นหลัก ทั้งการชี้แจงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับพรรคและการอภิปรายสนับสนุน ยืนยันว่า ส.ส.ของพรรคจะอภิปรายอย่างสร้างสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ส่วนการเตรียมความพร้อมเรื่องนโยบายการแก้ไขปัญหาเกษตรกรนั้น ได้บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว แต่หากมีข้อสงสัยพรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมอธิบายเพิ่มเติมได้ เช่นเดียวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ก็อยู่ในนโยบายเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายเรื่องคุณสมบัติของรัฐมนตรีที่มีคดีค้างเก่า และอภิปรายคุณสมบัติของกลุ่ม 3 ป. &amp;nbsp;คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พรรคจะอภิปรายช่วยหรือไม่นั้น เห็นว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องส่วนตัว จึงเชื่อว่าหากมีการพาดพิงถึงใคร บุคคลนั้นจะสามารถชี้แจงเองได้ดีที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41827</URL_LINK>
                <HASHTAG>3ป., จุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์, ปชป., พรรครัฐบาล, อภิปรายนโยบายรัฐบาล, แถลงนโยบายรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d3035ad4fecb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองหนุนยี้โผครม.!ถามลั่น&#039;บิ๊กตู่&#039;จะเลือก&#039;ตัวช่วย&#039;หรือ&#039;ตัวฉุด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.62 - นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสตเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเลือกรัฐมนตรี ที่เป็น&amp;rdquo;ตัวช่วย&amp;rdquo;หรือ&amp;rdquo;ตัวฉุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนจะเป็นรัฐมนตรี ควรเป็น &amp;ldquo;ตัวช่วย&amp;rdquo;หนุนเสริมรัฐบาลให้หมดความกังวล เพื่อรวมศูนย์พลังทั้งหมดไปแก้ปัญหา ไปผลักดันนโยบายร่วมของพรรครัฐบาลให้ปรากฏเป็นจริงในภาคปฏิบัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระแสข่าวขณะนี้ พบว่าจะมีว่าที่รัฐมนตรีสีเทาโผล่เข้ามาแบ่งเก้าอี้ด้วย บางคนมีคดีค้างอยู่ใน ปปช.บางคนมีคนใกล้ชิดที่มัวหมอง บางคนได้ชื่อว่าเป็นมาเฟียท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่แปลว่าระบบโควต้า หรือใครมี สส.ในมือ3-4 คน มีความสำคัญยิ่งใหญ่กว่าอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนทั่วไปที่ไม่ต้องการให้&amp;rdquo;คนไม่ดีมาปกครองบ้านเมือง&amp;rdquo; ตามพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเป็นเช่นนี้ เท่ากับว่ารัฐมนตรีสีเทากลายเป็น &amp;quot;ตัวฉุด&amp;quot; ตัวรั้ง เป็นภาระของรัฐบาลโดยใช่เหตุ &amp;nbsp;รัฐบาลจะไปรอดหรือไปเร็ว จะสง่างามหรือหม่นมัว ก็อยู่ที่หัวหน้ารัฐบาลจะเลือกคนที่เป็นตัวช่วยหรือตัวฉุดนั่นเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38478</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตุ่, ประสาร มฤคพิทักษ์, พรรครัฐบาล, โควต้ารัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190609/image_big_5cfbf9a8ac34c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาเลเซียคึกคักนาจิบขี่มหาเธร์ ชิงเก้าอี้&#039;ผู้นำ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเมืองครูล้างศิษย์ มาเลเซียจัดการเลือกตั้งครั้งสูสีที่สุดเท่าที่พรรครัฐบาลเคยเผชิญในรอบ 61 ปีที่บริหารประเทศ อดีตนายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด วัย 92 โดดลงสนามในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ต่อกรกับลูกศิษย์เก่า &amp;quot;นาจิบ ราซัค&amp;quot; ที่เจอมรสุมคอร์รัปชันกองทุนวันเอ็มดีบี แต่ยังเชื่อมั่นว่ารัฐบาลผสมสหมาเลย์ยังเอาตัวรอดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียเมื่อวันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2561 เป็นการช่วงชิงครั้งที่ดุเดือดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกือบ 14.5 ล้านคน จะทำการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 222 ที่นั่ง พร้อมกับการเลือกสมาชิกสภาระดับรัฐอีก 505 ที่นั่ง การลงคะแนนเริ่มในเวลา 08.00 น. และปิดหีบเวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งเร็วกว่าเวลาไทย 1 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีนาจิบ ซึ่งประกาศยุบสภาเมื่อต้นเดือนเมษายนเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันพุธที่ผ่านมา พยายามดิ้นรนครองอำนาจต่อไปในฐานะผู้นำของพรรคองค์การสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) ที่เป็นแกนหลักของรัฐบาลผสมบาริซันเนชันแนล (บีเอ็น) ที่บริหารประเทศอย่างต่อเนื่องมานับแต่เป็นเอกราชเมื่อปี พ.ศ.2500 แต่ในครั้งนี้เขาเผชิญกับคู่แข่งตัวฉกาจซึ่งก็คือครูทางการเมืองของเขาเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายกรัฐมนตรีมหาเธร์กลับเข้าสู่สังเวียนการเมืองในวัย 92 ปี เพราะโกรธต่อเรื่องอื้อฉาวคอร์รัปชันที่ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ มหาเธร์จับมือกับพรรคพันธมิตรฝ่ายค้านที่เคยต่อต้านเขาเมื่อครั้งที่เขายังครองอำนาจ ซึ่งรวมถึงอันวาร์ อิบราฮิม อดีตรองนายกรัฐมนตรีของเขาเอง ที่กลายเป็นเจ้ากรรมนายเวรต่อกัน แต่ปัจจุบันได้หันมาจับมือกันเพื่อต่อกรกับนาจิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า รัฐบาลผสมบีเอ็นน่าจะครองอำนาจบริหารประเทศได้ต่อไปอีก ส่วนใหญ่สืบเนื่องจากระบบการเลือกตั้ง ที่ถูกวิจารณ์ว่าปรับเปลี่ยนขนานใหญ่เพื่อให้เอื้อประโยชน์ต่อรัฐบาล แต่นักวิเคราะห์หลายคนทำนายว่า บีเอ็นจะพ่ายแพ้คะแนนดิบรวมทั้งประเทศอีกเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากเคยแพ้มาแล้วในการเลือกตั้งเมื่อปี 2556 ซึ่งอาจทำให้สถานะนายกรัฐมนตรีของนาจิบสั่นคลอนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเข้าสู่สังเวียนเลือกตั้งของมหาเธร์ ซึ่งปกครองมาเลเซียด้วยกฎเหล็กยาวนาน 22 ปี ช่วยเพิ่มคะแนนให้กลุ่มพันธมิตรฝ่ายค้าน ซึ่งอ่อนแอลงเพราะความแตกแยกภายใน และแกนนำโดนปราบปราม ขณะที่อันวาร์ยังคงติดคุกในคดีรักร่วมเพศที่เขาระบุว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง โดยเชื่อว่ามหาเธร์น่าจะดึงคะแนนจากชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์ที่เป็นประชากรส่วนใหญ่และเป็นฐานเสียงสำคัญของรัฐบาลได้บ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่า ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ฝ่ายค้านชนะได้คือจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิที่มาก แต่ตามข้อมูลของคณะกรรมการการเลือกตั้ง จำนวนผู้ใช้สิทธิเมื่อถึงเวลา 2 ชั่วโมงก่อนปิดหีบ อยู่ที่ 69% เท่านั้น ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้สิทธิครั้งนี้น้อยกว่าครั้งที่แล้วซึ่งมีถึง 85%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ผู้สมัครทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างร้องเรียนว่ามีการทุจริตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นคำกล่าวหาเป็นปกติเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ภายหลังเปิดหีบทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านอ้างว่าโทรศัพท์ของพวกเขาไม่สามารถสื่อสารกับคณะทำงานได้ เนื่องจากได้รับสายสแปมที่กระหน่ำโทร.เข้ามา หน่วยงานที่ดูแลด้านอินเทอร์เน็ตกล่าวโทษว่าเกิดจากโปรแกรมอัตโนมัติที่ก่อกวน และเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สมัครฝ่ายค้านและผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังโวยวายผ่านโซเชียลมีเดียด้วยว่าต้องต่อแถวรอใช้สิทธินานหลายชั่วโมง แต่ไม่ชัดเจนว่าเกิดจากปัญหาอะไร ส่วนมหาเธร์ ซึ่งไปลงคะแนนที่เมืองอลอร์สตาร์ พร้อมกับภรรยาของเขา กล่าวก่อนปิดหีบว่า เขากังวลว่าผู้มีสิทธิอาจไม่มีโอกาสได้ลงคะแนน เพราะกระบวนการล่าช้ามาก แต่เขายังแสดงความมั่นใจว่าฝ่ายค้านจะชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนาจิบ วัย 64 ปี ซึ่งสืบสายเลือดการเมืองจากบิดา ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของประเทศนี้ ไปใช้สิทธิที่เมืองเปกัน เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนจะได้ตัดสินใจกำหนดชะตาของประเทศนี้ และต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาจิบเผชิญมรสุมอื้อฉาวกรณีคอร์รัปชันภายในกองทุนวันมาเลเซียดีเวลอปเมนต์เบอร์ฮัด (วันเอ็มดีบี) ซึ่งเขาเป็นผู้ก่อตั้งและกำกับดูแลเอง หลังจากกองทุนเพื่อการพัฒนาของประเทศแห่งนี้ถูกเปิดโปงเมื่อปี 2558 ว่ามีการยักยอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์ แต่นาจิบและวันเอ็มดีบีปฏิเสธว่าไม่มีการทำผิดกฎหมาย นอกจากเรื่องอื้อฉาวนี้แล้ว ความนิยมของรัฐบาลในชนบทก็ลดน้อยลงเนื่องจากปัญหาปากท้อง โดยเฉพาะหลังจากรัฐบาลขึ้นภาษีการขายเมื่อปี 2558 ที่กระทบต่อคนยากจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงกระนั้น ฝ่ายค้านยังเจอกับงานยากลำบากหากจะเอาชนะรัฐบาลผสมบีเอ็นที่ไม่เคยพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเลย นักวิจารณ์หลายคนยังกล่าวหาบีเอ็นว่าใช้กลโกงเพื่อให้ชนะเลือกตั้ง ด้วยการกำหนดเขตเลือกตั้งใหม่เพื่อให้เป็นประโยชน์กับรัฐบาลมากที่สุด ขณะที่นักเคลื่อนไหวหลายคนกล่าวกันว่ามีการทุจริตรายชื่อผู้มีสิทธิจำนวนมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกผู้แทนของฝ่ายค้านยังตกเป็นเป้าหมายเล่นงานของเจ้าหน้าที่รัฐระหว่างการหาเสียง ไม่เว้นแม้แต่มหาเธร์ ซึ่งถูกตำรวจสอบสวนว่าทำผิดกฎหมายฉบับใหม่ที่ต่อต้าน &amp;quot;ข่าวปลอม&amp;quot; หลังจากมหาเธร์อ้างว่าเครื่องบินที่เขาเช่านั้นโดนลอบก่อวินาศกรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8878</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมืองครูล้างศิษย์, จัดการเลือกตั้ง, นาจิบ ราซัค, พรรครัฐบาล, มรสุมคอร์รัปชันกองทุนวันเอ็มดีบี, มหาเธร์ โมฮัมหมัด, มาเลเซีย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โดนลอบก่อวินาศกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af2fad2e2ac6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
