<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสี้ยมพรรคร่วมแตกคอ โพลยี้การสืบทอดอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; เล่นบทเสี้ยม อ้างพรรคร่วมรัฐบาลเริ่มแตกคอกับนายกฯ-พลังประชารัฐ ฟันธงนับถอยหลังอยู่ไม่ครบเทอม ขู่ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย จอมพลโดนขับไล่ออกนอกประเทศ! ซูเปอร์โพลเผยประชาชนยี้สืบทอดอำนาจ-เอื้อครอบครัว-พวกพ้อง หวั่นการสืบทอดอำนาจกลุ่มทุนใหญ่ใกล้ชิดกลุ่มการเมืองทำลายโครงสร้างเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 เมษายน นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า รัฐบาลบอกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ดังนั้นรัฐบาลควรเป็นเจ้าภาพ แต่ข้อเท็จจริงวันนี้พรรคร่วมรัฐบาลยังเสนอแนวทางไปคนละทิศคนละทาง รัฐบาลควรจะตกผลึกความคิดด้วยกันก่อนค่อยนำเสนอร่างแก้ไข ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านยืนยันจะยื่นแก้ 2 ร่าง คือแก้ทั้งฉบับกับรายมาตรา ยื่นคู่ขนานกันไป อันไหนที่ตรงกับรัฐบาลเราก็มาร่วมกันทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ฟันธงได้เลยว่าคนที่มีอำนาจจริงๆ ในการสั่งการแก้รัฐธรรมนูญก็คือ พล.อ.ประยุทธ์และพี่น้อง 3 ป. ดังนั้นขอว่าอย่าหลบเลี่ยงคำตอบนี้ อย่าโยนว่าเป็นเรื่องของสภาอย่างเดียว เพราะท่านเป็นผู้มีอำนาจตัวจริง เว้นแต่ท่านไม่อยากแก้ท่านก็บอกมา ประชาชนจะได้รู้ความจริงและได้ตัดสินใจถูกว่า เมื่อถึงวันเลือกตั้งควรตัดสินใจเลือกใคร&amp;quot; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีแต่ละฝ่ายยังมีข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ตรงกัน แล้วการแก้ไขจะเกิดขึ้นจริงได้อย่างไรว่า เป็นธรรมดาที่ความเห็นแต่ละฝ่ายจะไม่ตรงกัน เพราะความต้องการของแต่ละคนแต่ละพรรคไม่เหมือนกัน เชื่อว่าเมื่อแต่ละฝ่ายได้ยื่นความต้องการของตัวเองเข้าไปแล้ว ถ้าทุกคนคำนึงถึงความต้องการของประชาชนเป็นสำคัญ ก็เชื่อว่ากระบวนการของสภาจะหาแนวทางที่เดินร่วมกันได้เอง แต่ถ้าทุกฝ่ายไม่คำนึงถึงความต้องการของประชาชนเป็นหลัก การหาข้อสรุปร่วมกันก็ยากขึ้น ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งใหม่ประชาชนจะต้องส่งเสียงและแสดงถึงความต้องการให้ดังกว่าเดิม เพื่อให้ฝ่ายการเมืองรับทราบและตระหนักถึงความต้องการที่แท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล&amp;nbsp; กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ที่มีมวลชนนัดออกมาเคลื่อนไหวว่า หลายปัญหารุมเร้ารัฐบาลจนเหมือนฝีใกล้จะแตก ความไม่พอใจของประชาชนพุ่งสูงโดยเฉพาะเรื่องโควิด-19 มีคนของรัฐบาลเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคลัสเตอร์ เรื่องโควิดจะชี้ขาดรัฐบาลหากบริหารจัดการไม่ได้ แต่เราต้องให้โอกาสรัฐบาลทำงาน แม้เราเห็นแน่ๆ ว่าการบริหารจัดการวัคซีนนั้นบกพร่อง พรรคก้าวไกลเตือนเรื่องนี้มาตลอด แต่ก็ต้องช่วยกันสนับสนุนผลักดันรัฐบาลให้จัดการได้ดีกว่านี้ เพราะปัญหานี้จะไปผสมกับปัญหาอื่นเดิมๆ ก่อนการระบาดระลอกใหม่ เศรษฐกิจก็น่าเป็นห่วงอยู่แล้ว ทั้งวิกฤติทางการคลัง&amp;nbsp; เศรษฐกิจระดับครัวเรือน บวกกับความไม่พอใจทางการเมือง คือท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ชัดเจนว่าไม่ต้องการให้มี ส.ส.ร.มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคก้าวไกลกล่าวอีกว่า เมื่อหลายอย่างรุมเร้าอาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนรัฐบาลที่เร็วขึ้นได้ แต่คิดว่าบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลหลังจากนี้ เราอาจจะเริ่มเห็นการเว้นระยะห่างระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลกับนายกฯ กับพรรคพลังประชารัฐ เช่นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเห็นชัดกับท่าทีของพรรคภูมิใจไทย, ประชาธิปัตย์, ชาติไทยพัฒนา เริ่มเว้นระยะห่างออกจากท่าทีของพลังประชารัฐ เพราะรู้ดีว่าถึงจุดหนึ่งคงไม่สามารถแบกเอา พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นภาระพรรคของตน จนกระทบความนิยมทางการเมืองในสนามเลือกตั้งครั้งหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนตัวคิดว่าทั้งหมดทั้งมวล ผมคิดว่ารัฐบาลไม่น่าจะอยู่ครบเทอม แต่แน่นอนว่า พล.อ.ประยุทธ์และเครือข่ายตัวเองอาจยังเข้าใจไปเองว่ายังประคับประคอง และมีอำนาจค้ำบัลลังก์ตนเองไปจนครบวาระได้ และยังอยากจะอยู่ต่ออีกวาระหนึ่ง โดยคิดว่าไม่มีใครสามารถทำอะไรกับตนเองได้ จนบางครั้งเผลอทำอะไรที่ลุแก่อำนาจ ก็เป็นอันตราย&amp;quot; นายชัยธวัชกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีบทเรียนกรณีจอมพลของไทยในอดีต เคยลุแก่อำนาจ สุดท้ายจบชีวิตทางการเมืองไม่สวยสักคนที่ต่างประเทศ รอบนี้มีสิทธิ์หรือไม่ที่ประวัติศาสตร์การถูกขับไล่จะเกิดซ้ำรอย นายชัยธวัชกล่าวว่า มองบทเรียนจุดจบของรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจจากการทำรัฐประหารแล้วก็อาจมีสิทธิ์จะจบแบบนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ฟางเส้นสุดท้ายของประชาชนไม่รู้จะอดทนได้นานแค่ไหน แต่รูปธรรมมันมีอะไรที่คาดไม่ถึงมาเป็นตัวกระตุ้นให้ประชาชนออกมาบอกว่ายอมไม่ได้อีกแล้ว ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์เป็นตัวแทนของระบอบประยุทธ์ องคาพยพอำนาจที่อยู่เหนือประชาชน เช่น กองทัพ, กลุ่มนายทุนผูกขาดไม่กี่เจ้าที่ผูกพันกันด้วยระบบอุปถัมภ์, ส.ว., องค์กรอิสระ บางคนในเครือข่ายวันนี้อาจเริ่มคิดผละหนีออกมาจากเรือลำนี้ หลังจากเห็นการลุแก่อำนาจผูกขาดอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ฟังใคร ก็อาจเป็นอันตรายในท้ายที่สุดก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง สืบทอดอำนาจในความคิดของประชาชน&amp;nbsp; กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน&amp;nbsp; 1,322 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 6-10&amp;nbsp; เมษายน 2564 พบว่าเมื่อถามถึงการสืบทอดอำนาจที่ประชาชนไม่ต้องการ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.0 ไม่ต้องการการสืบทอดอำนาจจากคนโกงไปให้ครอบครัว เครือญาติและพวกพ้อง รองลงมาคือร้อยละ 87.4 ไม่ต้องการ การสืบทอดอำนาจ ครอบงำสังคม ปล่อยต่างชาติทำคนไทยในชาติแตกแยก ร้อยละ 86.5 ไม่ต้องการการสืบทอดอำนาจ ครอบงำการเมืองและราชการ แต่งตั้งโยกย้ายเครือญาติคุมผลประโยชน์ ร้อยละ 86.4 ไม่ต้องการการสืบทอดอำนาจ ครอบงำเศรษฐกิจ กินรวบผูกขาดธุรกิจ เอื้อประโยชน์นายทุน และร้อยละ 86.4 เช่นกันไม่ต้องการการสืบทอดอำนาจ เผด็จการรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงการสืบทอดอำนาจที่ประชาชนต้องการ พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.0 ต้องการการสืบทอดอำนาจแล้วบ้านเมืองสงบสุข ไม่วุ่นวาย&amp;nbsp; ร้อยละ 90.3 ต้องการการสืบทอดอำนาจแล้วเงินในกระเป๋าของประชาชนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 90.0 ต้องการการสืบทอดอำนาจแล้วเป็นประชาธิปไตย ร้อยละ 89.0 ต้องการการสืบทอดอำนาจแล้วเศรษฐกิจดี ร้อยละ 88.2 ต้องการการสืบทอดอำนาจแล้วประชาชนอยู่ดีมีสุข ร้อยละ 86.9 ต้องการการสืบทอดอำนาจแล้วลดความเหลื่อมล้ำ ช่วยเหลือคนรากหญ้า ร้อยละ 86.9 เช่นกัน ต้องการการสืบทอดอำนาจแล้วบ้านเมืองเจริญ เส้นทางคมนาคมดีขึ้น และร้อยละ&amp;nbsp; 86.1 ต้องการการสืบทอดอำนาจแล้วประชาชนไม่ตกงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า เสียงของประชาชนยังสะท้อนและให้น้ำหนักกับการสืบทอดอำนาจของกลุ่มทุนใหญ่ผูกขาดที่ใกล้ชิดกับกลุ่มการเมืองทุกขั้ว ซึ่งมีผลต่อทิศทางนโยบายของทุกรัฐบาลที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนใหญ่ ผูกขาดและทำลายโครงสร้างการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และโอกาสทางธุรกิจระดับกลางและระดับล่าง ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากเติบโตยากและอยู่ภายใต้การครอบงำของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ จนคล้ายกับสภาพ &amp;quot;ปลาใหญ่กินปลาเล็ก&amp;quot; นอกจากนี้ยังเห็นได้ชัดถึงความพยายามสืบทอดอำนาจทางสังคมของกลุ่มผลประโยชน์ที่มีอิทธิพลทางความคิด โดยร่วมมือกับต่างประเทศนำพาชักศึกเข้าบ้าน เข้าไปมีอิทธิพลชี้นำสังคมผ่านชุดความรู้ในสถาบันการศึกษา บทความผ่านสื่อ การปลุกระดมเคลื่อนไหวชุมนุมผ่านม็อบต่างๆ รวมทั้งเคลื่อนไหวชี้นำสังคมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นการทำลายรากเหง้าวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทยและการขัดแย้งทางความคิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การสืบทอดอำนาจดังกล่าวนี้จึงเป็นอันตรายต่อระบบสังคมยิ่ง นำมาซึ่งปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเฉพาะปัญหาการทุจริตและคดโกงที่ถูกเบี่ยงเบนและกลบเกลื่อนมาโดยตลอด ซึ่งจำเป็นที่เราทุกคนต้องมองให้ทะลุเพื่อร่วมกันแก้ปัญหารากเหง้าที่นำมาซึ่งความเสื่อมถอยของสังคมไทยอย่างแท้จริง&amp;quot; ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99318</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, ซูเปอร์โพล, พรรคร่วมรัฐบาลเริ่มแตกคอ, พลังประชารัฐ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_6074560e91c0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
