<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหมโรงเลือกตั้งใหม่ กกต.ร่อนหนังสือให้เตรียมพร้อม/ศึกใน‘พปชร.’ส่อเค้าเดือด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ กกต.ส่งหนังสือแจ้งทุกพรรคการเมืองให้เตรียมพร้อมเลือกตั้ง กำชับให้เร่งทำตามกฎหมาย ยันไม่เกี่ยวข่าวลือจ่อยุบสภา พปชร.ร้องจ๊าก ส่อแววหาช่องเลิกไพรมารีโหวต พรรคลุงฉิ่งทำ พปชร.ฟาดปากกันยับ &amp;quot;สิระ-สุชาติ&amp;quot; คู่ปรับ เจอกันวันนี้ที่สงขลา หอบใบลาออกไปให้ เพื่อนบิ๊กตู่ลากไส้ ส.ส.ก๊วนใต้ได้เงินไป 7 ล้าน จวกวัวลืมตีน ปชป.ฮึด จี้นายกฯ คลาย 4 กรมคืนให้จุรินทร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 ต.ค.64 พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงนามหนังสือส่งถึงหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรคการเมือง เรื่อง การเตรียมความพร้อมในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหนังสือดังกล่าวมีประเด็นหลัก 4 ข้อ ประกอบด้วย 1.การดำเนินการให้มีสมาชิกพรรคการเมือง โดยพรรคการเมืองต้องดำเนินการตามมาตรา 24, 25, 26, 27 ตามพระราชบัญญัติ​ประกอบ​รัฐธรรมนูญ​ (พ.ร.ป.) ​ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ข้อ 24, 25 ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยพรรคการเมืองและประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่องสมาชิกพรรคการเมือง โดยเฉพาะการบันทึกข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองในระบบฐานข้อมูลพรรคการเมืองให้เป็นปัจจุบัน 2.การจัดตั้งสาขาพรรคการเมือง 3.การแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด และ 4.การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอกสารดังกล่าวที่ลงนามโดยเลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เป็นเอกสารจริงที่นายทะเบียนพรรคการเมืองส่งให้กับพรรคการเมืองทุกพรรค แต่เป็นเพียงขั้นตอนการประสานงานกับพรรคการเมืองให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งโดยปกติแล้วนายทะเบียนพรรคการเมืองจะประสานทั้งทางหนังสือที่เป็นเอกสารและทางโทรศัพท์ เพื่อย้ำเตือนพรรคการเมือง โดยเฉพาะ ข้อ 4 ในเรื่องการสรรหาผู้สมัคร เนื่องจากจะต้องแบ่งเขตใหม่ 400 เขต จะทำให้เขตเลือกตั้งเปลี่ยนจากเดิม ดังนั้น จังหวัดที่เขตเลือกตั้งเพิ่ม ควรรอการสรรหาผู้สมัครไว้ตามความเหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต. ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่เกี่ยวกับกระแสการเมืองที่จะมีข่าวในเรื่องการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งในเร็วๆ นี้ หากรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเห็นจากพรรคการเมืองต่อกรณีดังกล่าว นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะนายทะเบียนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ว่า พรรคได้รับหนังสือแล้ว แต่ยังไม่ได้ดูรายละเอียด เพราะลงพื้นที่ต่างจังหวัด โดยฝ่ายกฎหมายจะวิเคราะห์ประเด็นออกมา รายละเอียดเบื้องต้นให้เตรียมผู้สมัคร หากรอประกาศเลือกตั้ง อาจดำเนินการไม่ทัน เพราะต้องเริ่มที่ตัวแทนพรรคประจำจังหวัดในแต่ละเขต ต้องมีการจัดประชุมและเสนอชื่อเข้ามา ทาง กกต.จึงแจ้งว่ากระบวนการเหล่านี้สามารถทำก่อนได้เลย ไม่ต้องรอสามารถทำรอล่วงหน้าไว้ได้ไม่เป็นไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะนำเรื่องการเตรียมเลือกตั้งสมัยหน้าเข้าหารือในประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค พปชร.เมื่อใด นายบุญสิงห์กล่าวว่า หลังจากที่ดูรายละเอียดครบเรียบร้อยแล้วจะเสนอเข้าที่ประชุมของกรรมการบริหารพรรค แต่ประเด็นนี้พรรคยังไม่ได้หยิบยกขึ้นมาหารือ เพราะเวลานี้ให้ความสนใจเกี่ยวกับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การส่งหนังสือให้เตรียมพร้อม ถือเป็นการส่งสัญญาณยุบสภาหรือไม่ นายบุญสิงห์กล่าวว่า ยัง และถ้าการเลือกตั้งเที่ยวหน้าใช้กระบวนการเหล่านี้เต็มรูปแบบจะค่อนข้างยากมาก โดยเฉพาะพรรคที่ยังไม่มีการเตรียมพร้อม &amp;nbsp;ยังไม่มีสมาชิกแต่ละเขตเลือกตั้งถึง 100 คน ยังไม่มีการตั้งตัวแทนประจำจังหวัดประจำเขตเลือกตั้งจะลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทางพรรคเพื่อไทยก็มีความเห็นเช่นกัน โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หนังสือดังกล่าวเป็นการแจ้งให้พรรคการเมืองปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่กำหนดให้การส่งผู้สมัค ส.ส.ต้องดำเนินการขั้นตอนต่างๆอาทิ การจัดตั้ง สาขาพรรคการเมือง การแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดและการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มองว่าหนังสือดังกล่าวเป็นสัญญาณเลือกตั้งในเร็วๆ นี้หรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ แต่เข้าใจว่า กกต.มองว่าในปัจจุบันพรรคการเมืองหลายพรรคยังไม่ได้จัดตั้งสาขาครบตามที่กฎหมายกำหนด จึงเป็นการแจ้งเตือนเพื่อเตรียมความพร้อมเท่านั้น แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทยเราดำเนินการในส่วนนี้ไปมากแล้วขาดตัวแทน พรรคการเมืองประจำจังหวัดในบางพื้นที่เท่านั้น แต่การเลือกตั้งครั้งต่อไปเราจะส่งทุกเขตเลือกตั้งเรื่องเหล่านี้จะเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการต่อไป
สุชาติลากไส้ 13 ส.ส.ใต้ พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในพรรคพลังประชารัฐก็น่าสนใจเช่นกัน &amp;nbsp;หลังมีความเคลื่อนไหวการจัดตั้งพรรคการเมืองของนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่มีกระแสข่าวอาจได้เป็น รมช.มหาดไทย ในการปรับครม.ที่จะมีขึ้น โดยการตั้งพรรคดังกล่าว จะมี พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ พรรค พปชร. และผู้ร่วมก่อตั้งพรรค พปชร.ไปร่วมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรค พปชร.ว่า ภายหลังจากที่ พ.อ.สุชาติประกาศจะลาออกจากพรรคเพื่อไปร่วมงานในพรรคการเมืองใหม่กับนายฉัตรชัย มีรายงานว่า วันที่ 4 ต.ค.นี้ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พลังประชารัฐ จะเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับ ส.ส.ภาคใต้ของพลังประชารัฐ เช่น นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา, นายอรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา พรรค พปชร. โดยหลังเสร็จภารกิจ นายสิระจะเดินทางไปพบ พ.อ.สุชาติ เพื่อนำใบลาออกจากพรรค พปชร.ไปให้เซ็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล กล่าวถึงกรณีแกนนำและ ส.ส.ภาคใต้พรรค พปชร. วิจารณ์ว่าเสียมารยาทหากจะชวน ส.ส.พปชร.ไปร่วมงานกับพรรคใหม่ ว่าไม่เคยไปชักชวน ส.ส.พปชร.แม้แต่คนเดียว เพราะการตัดสินใจเป็นสิทธิ์ของแต่ละคน ส่วนที่จะย้ายไปคือผู้ที่ทำงานในการอำนวยการเลือกตั้งของภาคใต้ร่วมกันมา และยังไม่ได้เจาะจงว่าจะไปอยู่กับพรรคไหน คำว่าพรรคใหม่ อาจเป็นพรรคตั้งใหม่หรือพรรคที่มีอยู่เดิมก็ได้​ เวลานี้ยังเป็นเจ้าไม่มีศาล เพราะต้องขอรอดูความชัดเจนในขั้นตอนธุรการของพรรคนั้นๆก่อนที่จะไปร่วมงาน แต่ที่พูดชัดคือพรรคที่จะไปต้องสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดังนั้นที่ ส.ส.ใต้แต่ละคนออกมาวิจารณ์ว่าตนไปชวนนั้นเพี้ยน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ออกมาพูดถึงผม ผมก็สร้าง ทำทางมาให้ทั้งนั้น มาจากพวกอำนวยการเลือกตั้ง ทำทางไว้ให้​ อย่ามาปฏิเสธ ขอท้าทั้ง 13 คน ให้มาพูดตัวต่อตัวว่าผมเคยไปชวนหรือไม่ โดยเฉพาะนายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช ถ้าไม่มีผมไม่ได้เป็นส.ส. ให้ย้อนไปถึงตอนที่ต้องไปลาออกจากมหาวิทยาลัย ใช้เงิน​ 7 ล้านบาทเพื่อจะมาลง ส.ส. ไม่ใช่เงินที่มาจากพรรคพปชร. แต่มาจากเบี้ยที่ พ.อ.สุชาติและทีมงานช่วยกันหามา ขอให้เข้าใจใหม่ อย่าอวดตัว อวดเก่ง อย่าเป็นวัวลืมตีน&amp;rdquo; พ.อ.สุชาติกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.สุชาติกล่าวว่า ส่วนที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรค พปชร. ระบุจะนำเอกสารการลาออกจากสมาชิกพรรคพปชร.มาให้เซ็นนั้น ก็คอยอยู่ให้มาเจอ จะบอกว่าใบเดียวน้อยเกินไป ไม่พอ ให้กลับไปเตรียมมาใหม่เป็นพันใบ เพราะสมาชิกในภาคใต้ที่ช่วยกันหามาก็พร้อมที่จะออกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ จากกระแสข่าวย้ายพรรค อาจสร้างความไม่พอใจให้แกนนำ รวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp;
พ.อ.สุชาติกล่าวว่า เกมของคนที่มีตำแหน่งในพรรคบางคน เขาต้องการทำลาย และสร้างคนใหม่ ทำลายคนเก่าออกไป​ และสร้างคนใหม่ของเขาขึ้นมาแทนในแต่ละที่ เช่นในการเลือกตั้งนายกอบจ.สงขลาครั้งที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีว่า การปรับ ครม.น่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะมีรัฐมนตรีช่วยสองคนออกไป เชื่อว่านายกรัฐมนตรีพิจารณาอยู่ เพราะเรื่องนี้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่จะเลือกความเหมาะสมเข้ามา ถ้าทีมเศรษฐกิจหากดูแล้วไม่เพียงพอ การเสริมทีมด้านนี้ก็สามารถทำได้ เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน หรืออาจจะเป็นคนในพรรคที่จะมาร่วมทำงานเสริมสร้างความเข้มแข็งในพรรคให้ดียิ่งขึ้น แต่ทุกอย่างอยู่ที่นายกรัฐมนตรีตัดสินใจ ส่วนตัวคิดว่ามีประโยชน์ทั้งสองทาง พร้อมย้ำว่าการปรับ ครม.ในครั้งนี้จะส่งผลดีเพื่อที่จะมีคนเก่งเข้ามา ช่วยทำงานให้บ้านเมือง เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะเลือกคนดีมีความรู้ความสามารถ ส่วนจะเป็นคนใน คนนอกพรรค ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ยืนยันภายในพรรคพลังประชารัฐไม่มีแรงกระเพื่อมใดๆ คนในพรรค ทั้ง ส.ส. และกรรมการบริหารพรรคทำงานด้วยกันดี มีแต่คนนอกพรรคเท่านั้นที่พูด คนในพรรคยืนยันจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ประชุมร่วมรัฐสภาก็โหวตทุกกฎหมายให้ผ่านหมดไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น ยืนยันภายในพรรคยัง รักกันเหมือนเดิม ข่าวที่ออกไปเป็นเพียงคนนอกที่พูดคนในพรรคไม่เคยพูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ จะเดินทางไปจังหวัดสงขลา เอาเอกสารให้ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. ลาออกจากสมาชิกพรรค ยืนยันว่า พ.อ.สุชาติไม่ได้เป็น ส.ส.หรือกรรมการบริหารพรรค ดังนั้นอย่าเอาคนนอกหรือคนไม่เกี่ยวข้องมาเป็นประเด็น เนื่องจากบางคนอาจจะเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องบางสิ่งบางอย่างอาจไม่สมหวัง ก็มีการสร้างข่าวสร้างกระแสขึ้นมา พร้อมย้ำคนส่วนใหญ่ในพรรคยังรักและสามัคคีร่วมใจกันทำงานกันด้วยดีไม่มีปัญหาใดๆ เมื่อเปิดสมัยประชุมสภามาก็เร่งผลักดันกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้ได้พูดคุยกันหมดแล้ว
ปชป.อัดพปชร.ให้เกียรติกันบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่พรรคจะเสนอนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้านั้น ไม่มีนัยใดๆ ทางการเมืองที่เกี่ยวโยงกับปัญหาการกำกับดูแล 4 กรมของกระทรวงเกษตรฯ แต่อย่างใด เป็นเพียงการพูดถึงแนวทางหลักการของพรรคประชาธิปัตย์ยุคปัจจุบันและคุณสมบัติของนายจุรินทร์ มีความพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นนักบริหารที่มีวิสัยทัศน์ทันสมัย ก้าวหน้า ทำงานไว มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน โดยเฉพาะความสามารถในการสร้างรายได้ให้กับประเทศจากการส่งออกที่เติบโตต่อเนื่องแม้ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์โควิด-19 ไม่ใช่การบลัฟนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อคำถามที่ว่า ปัญหาเรื่อง 4 กรมของกระทรวงเกษตรฯ จะสร้างรอยร้าวถึงขั้นถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอลงกรณ์ตอบว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น กรณีดังกล่าวไม่ใช่ความขัดแย้งในเชิงนโยบาย แต่เป็นปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินในการมอบหมายงานของนายกรัฐมนตรี ที่เดิมนายจุรินทร์กำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ แต่มาแก้ไขคำสั่งให้รองนายกรัฐมนตรีอีกคน (พล.อ.ประวิตร) มากำกับดูแล 4 กรมแยกออกไปทำให้เกิดความสับสนและทับซ้อนการบริหารของรัฐมนตรีว่าการกับรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวง ซึ่งไม่เคยมีการมอบหมายงานแบบแยกส่วนเช่นนี้มาก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ใช่เรื่องประชาธิปัตย์ทวงคืน 4 กรมแต่เป็นประเด็นการบริหารกระทรวงและปัญหาการไม่ปรึกษาหารือกันก่อนมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ปัญหานี้แก้ไขไม่ยากหากมีความจริงใจต่อกันและให้เกียรติกัน&amp;quot; รองหัวหน้าพรรค ปชป.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอลงกรณ์กล่าวอีกว่า มีข้อแนะนำ 3 ประการเพื่อคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น และป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า 1.ยกเลิกคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ฉบับดังกล่าว 2.เร่งแต่งตั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามโควตาของพรรคพลังประชารัฐโดยเร็ว 3.ควรปรึกษาหารือกับนายจุรินทร์และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ในกรณีมีประเด็นการบริหารราชการแผ่นดินที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงที่พรรคประชาธิปัตย์กำกับดูแล &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ วิพากษ์วิจารณ์ตนนั้น ไม่ถือสา แต่ต่อไปควรใช้ถ้อยคำอย่างสุภาพมีสัมมาคารวะ และมีเหตุผลให้มากกว่านี้ให้สมกับความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวไว้ก่อนหน้าการให้สัมภาษณ์ของนายอลงกรณ์ว่า การที่ นายอลงกรณ์ออกมาตำหนิถึงคำสั่งของนายกรัฐมนตรีที่มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตรคุม 4 กรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าที่ผ่านมาทั้ง 4 กรมอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐมนตรีในส่วนของพรรคพลังประชารัฐอยู่แล้ว โดยถือเป็นอำนาจโดยชอบธรรมของนายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบหมายเรื่องดังกล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี แล้วนายอลงกรณ์เป็นใคร มีตำแหน่งเพียงแค่ที่ปรึกษาเท่านั้น จะออกมาพูดอะไรให้ดูสถานะตัวเองด้วย ต้องมีความเคารพผู้หลักผู้ใหญ่บ้าง จึงขอฝากให้นายเฉลิมชัยช่วยสั่งสอนที่ปรึกษาของตัวเองบ้าง ถ้าแก้พฤติกรรมเสียมารยาทไม่ได้ ก็สั่งสอนด้วยการหาขี้เถ้ามาอุดปากเสียบ้าง หรือหาตะกร้อมาครอบปาก อย่าปล่อยให้มาระรานผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง แต่ถ้านายอลงกรณ์แก่เกินแกง นายเฉลิมชัยก็ควรเปลี่ยนตัวที่ปรึกษาได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรค ปชป.ว่า การเลือกตั้งในครั้งหน้า พรรคประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส.เพิ่มขึ้นด้วยเหตุผลเช่น เลือกตั้งในครั้งหน้าจะมี ส.ส.เขตเพิ่มขึ้นมาอีก 50 คน ซึ่งในภาคใต้จะน่าจะมีการเพิ่มเขตเลือกตั้งราวๆ 5-6 เขต ถือเป็นโอกาสอันดีที่พรรคจะได้ ส.ส.ในเขตภาคใต้เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าทางพรรคน่าจะได้ ส.ส.ในภาคใต้ไม่ต่ำกว่า 40 คน โดยพรรคมีเป้าหมายว่า ส.ส.ต้องเกินร้อย และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118666</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;สิระ-สุชาติ&quot;, กกต, พปชร.ร้องจ๊าก, พรรคลุงฉิ่งทำ พปชร., พร้อมเลือกตั้ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โหมโรงเลือกตั้งใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e954f841816.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
