<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>9สส.ออกเดินทาง ป๊อก-เอกเจ็บปวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เรียบร้อยโรงเรียน &amp;quot;เสี่ยหนู&amp;quot; &amp;nbsp;9 ส.ส.อดีตพรรคส้มหวานตบเท้าสมัครสมาชิกเรียบร้อย ดันภูมิใจไทยขึ้นแท่นพรรคการเมืองใหญ่อันดับ 3 &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ลั่นไม่ทวงโควตารัฐมนตรีเพิ่มขอแค่ 7 คนเหมือนเดิม &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; เกาะกระโปรง &amp;quot;เบญจา&amp;quot; ถล่มเผด็จการ สรุปเสร็จสรรพผิดกฎหมายมาตรา 30-31 พปชร.ชี้ 23 ล้านซื้อตัวไม่คุ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 25 ก.พ. นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะนายทะเบียนพรรคภูมิไทย (ภท.) ได้ทำหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแจ้งให้ทราบว่ามี ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 9 คน ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค ภท.เรียบร้อยเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ประกอบด้วย นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายฐิตินันท์ แสงนาค ส.ส.ขอนแก่น เขต 1, นายกฤติเดช สันติวชิระกุล ส.ส.แพร่ เขต 2, นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 1, ร.ต.อ.มณฑล โพธิ์คาย ส.ส.กทม. เขต 10, นายอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3, นายเอกการ ซื่อทรงธรรม ส.ส.แพร่ เขต 1, นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ส.ส.กทม. เขต 23 และนายสำลี รักสุทธี ส.ส.บัญชีรายชื่อ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การย้ายของ ส.ส.ทั้ง 9 คนทำให้พรรคภูมิใจไทยมี ส.ส.ในสภาเพิ่มจาก 52 คน เพิ่มเป็น 61 คน ส่งผลให้เป็นพรรคการเมืองที่ใหญ่เป็นลำดับที่ 3 แทนพรรคประชาธิปัตย์ และใหญ่เป็นอันดับสองของพรรคร่วมรัฐบาล
นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี ทวีตข้อความว่า เป็น ส.ส.สมัยแรกเจอนักการเมืองอาวุโสรุ่นพี่ก็ยกมือไหว้ทักทายให้เกียรติกัน ทั้งพี่หนู อนุทิน พี่ศักดิ์สยาม พี่สรอรรถ พี่ชาดา และพี่บุญลือ ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วหลายคนจาก ภท.ก็ให้กำลังใจเต็มไปหมด แต่สุดท้ายก็ดูด ส.ส.อนค.ไป ช่วยกันถามหน่อยครับว่าเก่งมาจากไหนได้ไปทีเดียว 9 คน
&amp;ldquo;เราจะปล่อยให้การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เพื่อดึง ส.ส.กลายเป็นเรื่องปกติอย่างนั้นหรือ นักการเมืองรู้ สื่อรู้ ประชาชนรู้ แต่ทำไมเราทำอะไรไม่ได้ นี่หรือคือผลลัพธ์ของการปฏิรูป 5 ปีที่ผ่านมา อนค.ตั้งใจทำการเมืองโปร่งใส แต่ถูกยุบ สุดท้ายประเทศไทยต้องการพรรคดูด ส.ส.แบบนี้หรือ&amp;rdquo; นายปิยบุตรทวีต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรค อนค.ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี โพสต์เฟซบุ๊กว่า น้อยคนในประเทศนี้ทั้งชีวิตจะมีเงิน 23 ล้านบาทได้ ดังนั้นจำนวนเงินที่หอมหวนเช่นนี้ย่อมชักจูงโน้มน้าวใจคนหลายคนได้ เหตุผลคือผู้ยื่นข้อเสนอต้องการรวบรวม ส.ส.ให้ครบจำนวนหนึ่งเพื่อต่อรองรัฐบาลให้ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งสงสัยว่าหาก ส.ส.คนใดมีพฤติกรรมเช่นนี้ หากได้เป็นรัฐมนตรีย่อมต้องการถอนทุนคืนด้วยภาษีประชาชน โดยเราเคยพูดในหลายครั้งหลายโอกาสว่าเรามีหลายคลิปของหลายคน นี่เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น นี่คือการทำลายระบบรัฐสภาโดยใช้อำนาจเงินเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว นี่คือการกระทำที่ไร้ยางอายที่พร้อมทำลายเสียงของประชาชนเพื่อประโยชน์ส่วนตน นี่คือการแสวงหาความมั่นคงในสภาโดยไม่สนใจเจตนาของประชาชน&amp;nbsp;
โหนเบญจาด่าเผด็จการ
นายธนาธรโพสต์อีกว่า ฝากประชาชนและสื่อมวลชนช่วยถามแกนนำพรรคที่ยื่นข้อเสนอว่าจะจัดการอย่างไรกับ ส.ส.ของพรรคที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ พรรคนั้นจะมีท่าทีต่อ ส.ส.ท่านนั้นอย่างไร สำหรับคลิปเสียงนั้น มีองค์ประกอบความผิดครบทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 30 และมาตรา 31 ซึ่งคุณเบญจา แสงจันทร์ ผู้เปิดหลักฐาน คือผู้ที่กล้าหาญ กล้าแลกความปลอดภัยส่วนตัวเพื่อเปิดเผยความจริงที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องการให้ประชาชนรู้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมขอขอบคุณคุณเบญจาสำหรับความกล้าหาญนี้ และฝากให้พวกเราดูแลความปลอดภัยให้เธอ อย่าให้เธอถูกทำร้ายจากอำนาจทมิฬเพียงเพราะเธอพูดเรื่องจริงและเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชน รัฐธรรมนูญ 2560 ออกแบบมาให้พรรคการเมืองอ่อนแอ การยุบพรรคและการซื้อ ส.ส. คือตอนจบที่เผด็จการอยากเห็น คุณเบญจาเป็นคนหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้จบไม่เหมือนเดิม เราทุกคนมีพลังที่จะเปลี่ยนตอนจบของเรื่องให้ผู้ชนะคือประชาชน เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ&amp;rdquo; นายธนาธรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. กล่าวในเรื่องนี้ว่า ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมากี่คน มีการเขียนใบสมัครแล้ว แต่ยังไม่ได้นับ ยังไม่เซ็นสักใบ และไม่จำกัดว่าใครจะมาร่วม หากคุยกันรู้เรื่องเราก็ยินดีต้อนรับ เราไม่ได้เป็นพรรคขี้ริ้วขี้เหร่ ไม่มีการโน้มน้าวหรือโฆษณาชวนเชื่อว่าต้องมากับเรา เราใช้งานเป็นจุดดึงดูด ส.ส.เข้ามา รวมถึงโอกาส วิสัยทัศน์ ส่วนหาก 9 คนมาร่วมงานกับเราอาจโดนวิกฤติศรัทธานั้น ก็ต้องใช้ผลงานแก้ตัว ไพ่ถูกสับไปแล้ว ถูกล้างไปแล้ว เมื่อมาอยู่พรรคที่มีโอกาส พรรคที่จะสร้างผลงาน ก็เป็นทางเลือกของเขา คนที่มาอยู่ไม่ต้องเปลี่ยนอุดมการณ์ของสองพรรคคือทำทุกอย่างเพื่อบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายปิยบุตรทวีตข้อความว่า เคยเจอกัน ยกมือไหว้กัน สุดท้ายมาดูด ส.ส. อยากถามว่าเก่งมาจากไหน นายอนุทินตอบว่า เคารพนายปิยบุตรจะตาย ชอบความรู้ เพียงแต่ว่าบางอย่างแนวทางไม่เหมือนกัน แต่เรื่ององค์ความรู้ ความสามารถ การอภิปราย อาจารย์เป็นคนมีความรู้เยอะแยะไปหมด แต่ไม่เคยคุยเกินสองนาที เจอกันก็ยกมือไหว้ก่อนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จำนวนของ ส.ส.พรรคจะมีผลต่อโควตารัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อันนี้เขาเรียกว่าเล่นการเมือง เราไม่เล่นการเมือง ส.ส.มากขึ้นเราก็มีช่องทางทำงานให้ประชาชนมากขึ้น ไม่ได้เข้ามาเพื่อต่อรอง ยืนยันว่าไม่มีการต่อรอง มีความสุขอยู่แล้วเรามี 7 ตำแหน่งดีอยู่แล้ว ถึงจะมี ส.ส.มากขึ้นก็จะเอาแค่ 7 ตำแหน่งนี้ เพราะถือว่าตอนร่วมรัฐบาลไม่ว่าจะมี 7 หรือ 3 ตำแหน่ง ก็เป็นคนที่ร่วมก่อให้เกิดรัฐบาลนี้ขึ้นมา ซึ่งต้องยึดหลักตรงนี้&amp;nbsp;
น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค ภท. ปฏิเสธกระแสข่าวว่ามีส่วนช่วยดึง ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ว่า ไม่มี แต่แค่ตอบไปด้วยความเป็นจริง เมื่อมีคนมาถาม หลายคนถามว่าอยู่พรรคภูมิใจไทยเป็นอย่างไรบ้าง ก็ตอบไปว่าสบายดี เราอยู่กันเป็นครอบครัวเดียวกัน อบอุ่น และเราตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน การย้ายมาอยู่พรรคนี้ทำให้เกิดการพัฒนาได้มากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่พรรคอื่นแซวกันว่า ส.ส.ที่ย้ายออกไปเหมือนสามล้อถูกหวย น.ส.ศรีนวลกล่าวว่า ไม่มี เป็นความคิดของแต่ละคน เราห้ามกันไม่ได้ เขาคิดกันมาเอง ทำกันเอง ดังนั้นเราห้ามเขาคิดไม่ได้ เราตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อประชาชนให้ดียิ่งขึ้น
นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนค. กล่าวถึงกรณีย้ายมาพรรค ภท. ว่านายอนุทินได้ชักชวนมาหลายเดือนแล้ว แต่ขณะนั้นยังอยู่พรรคอนาคตใหม่ แต่ยืนยันว่าไม่มีค่าตัวใดๆ มาด้วยใจ เพราะรักในหัวหน้าพรรค ภท. &amp;nbsp;รู้จักกันมานาน 20 ปี ไม่มีลังเล เพราะตั้งใจที่จะมา มีการสมัครเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 24 ก.พ.
เมื่อถามว่า ได้คุยกับนายธนาธรและนายปิยบุตรแล้วหรือยัง นายวิรัชกล่าวว่า ไม่ต้องคุย มันเป็นสิทธิ เมื่อพรรคถูกยุบแล้วถือเป็นสิทธิ เพราะไม่ได้ย้ายตอนพรรคอนาคตใหม่ยังอยู่ และจะไปไหนจะดูว่าไปสร้างประโยชน์ให้กับบ้านที่เคยอยู่&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ระหว่างนายวิรัชให้สัมภาษณ์ นายอนุทินได้เดินมาพอดี นายวิรัชยิ้มและได้ชี้ไปที่นายอนุทินพร้อมกล่าวว่า &amp;ldquo;ผมรักท่านมากที่สุด&amp;rdquo; ขณะที่นายอนุทินกล่าวว่า &amp;ldquo;ผมรู้จักท่านมา 30 ปีแล้ว ท่านให้คำแนะนำเกี่ยวกับข้อกฎหมายเยอะมาก เพราะเป็นคนที่มีความรู้ด้านกฎหมาย เราต้องการความรู้ความสามารถของท่าน
23 ล้านบาทเกินตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีการเผยแพร่คลิปเสียงที่ระบุว่ามีเสนอเงินให้ 23 ล้านบาทเพื่อซื้อตัว ส.ส.นั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้จริงๆ ส่วนที่บอกว่าเสียงคล้าย ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐนั้นก็ไม่รู้ ไปถามเขาดูเอง
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวเรื่องนี้ว่า เบื้องต้นยังเป็นเพียงการกล่าวอ้าง ต้องขอไปตรวจสอบก่อนว่าเป็นใคร ยังไง เป็นข่าวจริงหรือไม่ ซึ่งจะจริงหรือไม่นั้นค่อยว่ากัน แต่พรรคเราไม่มีนโยบายเรื่องเงินเรื่องทอง และยังไม่มีการคุยในพรรคเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ถ้าใครจะเข้าพรรค สิ่งสำคัญต้องมีใจที่อยากจะทำงานร่วมกับพรรค เพราะว่าการทำงานในพรรค ไม่เพียงแต่อยากจะเข้ามาเป็นลูกพรรคเท่านั้น แต่ต้องทำงานและเติบโตไปกับพรรค สร้างความมั่นคงกับพรรคต่อไป
&amp;ldquo;เรื่องตัวเลขผมไม่ทราบ เพราะไม่รู้ว่าตัวเลขขนาดนั้นจะเอาเงินที่ไหนมาให้ เพราะพรรคไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น&amp;rdquo; นายสนธิรัตน์กล่าวชี้แจงถึงการใช้เงิน 23 ล้านบาทซื้อตัว ส.ส.
นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะแกนนำพรรค พปชร. กล่าวถึงคลิปเสียงคล้าย ส.ส.กทม. พรรค พปชร.เสนอเงินให้ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่มาอยู่กับ พปชร.ว่า ส.ส.กทม.ของพรรคไม่ได้ไปดึงใครจากที่ไหน อะไรอย่างไร ยืนยันได้ ส่วนที่จะไปพิสูจน์ว่าเป็นใครเป็นหน้าที่ของคนที่ออกมาเปิดเผย ส่วนจะมีการทำเรื่องไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้นเชื่อว่าไม่มีปัญหา เพราะไม่สามารถบอกได้ว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของใคร แต่ในส่วนของพรรค พปชร. กำลังตรวจสอบในเรื่องนี้ว่าเป็นคนของพรรคหรือไม่
&amp;ldquo;ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะเป็นตัวเลขที่ไม่มีเหตุผลรองรับ ดังนั้นรอให้หลักฐานออกมา รอให้มีการพิสูจน์กันก่อนและมีการพิสูจน์ก่อนเชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร&amp;rdquo; นายณัฏฐพลกล่าวถึงตัวเลข 23 ล้านบาทในการซื้อตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า พรรค พปชร.ในเวลานี้มีจำนวน ส.ส.มากพอสมควร ซึ่งหัวหน้าและเลขาธิการพรรคคิดว่าในเวลานี้ยังไม่มีความจำเป็นในการหาเสียงเพิ่ม ส่วนจะไปฝากกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นหรือไม่นั้น ก็ไม่ทราบว่าไปฝากไว้กับใครบ้าง และถ้าดูด้วยเหตุด้วยผลไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะเงิน 23 ล้านบาทกับอีก 3 ปีที่จะถึง และในสถานการณ์เช่นนี้ ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงที่เข้มแข็งอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวเรื่องนี้ว่า ต้องดูข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่ หรือเป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคล เรื่องนี้ต้องว่ากันอีกครั้งหนึ่ง คงไม่ใช่เรื่องนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะมีเรื่องของจริยธรรมที่สภาต้องเข้ามาตรวจสอบหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า วันนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนเรื่องพฤติกรรมของแต่ละคนเป็นอย่างไรก็เป็นอีกเรื่อง ต้องว่าไปตามเรื่องนั้นๆ คิดว่าถ้าไปทำผิดในเรื่องของจริยธรรม หรือผิดกฎหมายก็ต้องว่าไปตามเรื่องนั้นๆ เรื่องนี้ไม่ค่อยปรากฏ คนซื้อคนขายไม่ปรากฏตัว เราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้ สมมติมีการทำอะไรที่ไม่ถูกต้องก็มีกฎหมาย ทั้งประมวลกฎหมายอาญา กฎหมายพรรคการเมือง และกฎหมายอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทุกคนมีหน้าที่ก็ต้องทำหน้าที่ ซึ่งผมเชื่อว่าการทำหน้าที่คือสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ พูดตามคำพระ อย่างท่านพุทธทาสภิกขุ การปฏิบัติหน้าที่คือการปฏิบัติธรรมะ และธรรมะก็คือหน้าที่ แต่ต้องเป็นหน้าที่ที่สุจริต ซึ่งในฐานะนักการเมือง ก็ต้องทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ&amp;rdquo; นายชวนระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58185</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรคภูมิใจไทย, พรรคส้มหวาน, พรรคอนาคตใหม่, ส.ส.ย้ายพรรค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล, เสี่ยหนู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e552dc565476.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้ก่อตั้งอนาคตใหม่&#039; แฉทีมบริหารห่วยทำคนรุ่นใหม่ดูโง่กลายเป็นพรรคบันเทิง ทำงานไม่คมไร้พลัง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.62 - น.ส.วิภาพรรณ วงษ์สว่าง หรือ นานา หนึ่งในผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ และเป็นอดีตแกนนำเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่ (NGN) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า &amp;quot;พรรคส้มบอกว่าตัวเองทำงานเยอะ แต่สังคมดันจดจำในฐานะพรรคบันเทิง สีสันโป๊ะชึ่ง สิ่งที่ควรทำไม่ใช่ไล่ประชาชนให้ไปดูประชุมสภาจะได้รู้ว่าเราทำงานหนัก แต่พรรคอนาคตใหม่ต้องเปลี่ยนทิศทางยุทธศาสตร์สื่อขององค์กร&amp;nbsp;หรือเปลี่ยนทีมไปเลยถ้าทีมเก่าทำไม่ได้ มีคนเยอะแยะที่สามารถจับสาระจริงๆมานำเสนอจะดีกับพรรค ดีกับประชาชน ดีกับคนอื่นในพรรคที่ตั้งใจทำงานจริงๆและไม่มีซีนด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ น.ส.วิภาพรรณ ยังได้แสดงความคิดเห็นต่อว่า ในระยะยาวนี่เซ็งมาก การเคลื่อนไหวมีเจตนาที่ดีแต่ไม่คม ได้ข่าวแต่ไม่ได้สร้างผลกระทบเท่าที่ควรจะเป็น ลงเอยที่ทำให้ความหลากหลาย อัตลักษณ์ ผู้หญิง คนรุ่นใหม่ ดูโง่ไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40688</URL_LINK>
                <HASHTAG>นานา-วิภาพรรณ วงษ์สว่าง, ผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่, พรรคส้มหวาน, วิภาพรรณ วงษ์สว่าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d26a9839f459.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้ปม‘พ่อฟ้า’ใช้โทรศัพท์/ร้องพปชร.ถือหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นักร้องเบอร์หนึ่งรุกหนัก! &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; &amp;nbsp;ยื่นเอกสารมัด &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; เพิ่ม จี้ กกต.ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ เพราะจะเป็นตัวบ่งชี้ชัดเจน 8 ม.ค.หัวหน้าพรรคส้มหวานอยู่ไหน &amp;quot;คำนูณ&amp;quot; ตั้งข้อสังเกต บอจ.5 ปรากฏเป็นครั้งแรกต่อทางราชการคือวันที่ 21 มี.ค. เป็นวันหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง ฉะนั้นจะยึดตามกฎหมายเอกชนหรือกฎหมายมหาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 26 เมษายน นายศรีสุวรรณ จรรยา &amp;nbsp; เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้าให้ถ้อยคำเพิ่มเติมกรณีที่สมาคมเคยยื่นคำร้องเรียน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถือครองหุ้นสื่อสิ่งพิมพ์ของบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณเผยว่า ได้นำเอกสารเพิ่มเติมมาอีก 1 ฉบับ ให้กับคณะกรรมการไต่สวนฯ ถึงข้อมูลที่นายธนาธรอ้างว่าโอนหุ้นของบริษัทดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงข้อสงสัยของการแสดงตัวตนของนายธนาธร เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่อ้างว่าอยู่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งตนไม่เชื่อว่ามีการโอนหุ้นจริง และไม่เชื่อว่าอยู่ จ.บุรีรัมย์จริง นอกจากนี้ อยากให้ กกต.ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของนายธนาธรในวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา และจะเป็นตัวบ่งชี้ชัดเจนให้เป็นที่ประจักษ์พยานได้ว่านายธนาธรอยู่ในต่างจังหวัดหรือกรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ในส่วนของการออกเช็คโอนหุ้น ตนยังมีข้อสงสัยว่ามีการกระทำจริงหรือไม่ จึงอยากให้นำต้นขั้วเช็คของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ (มารดาของนายธนาธร) มาตรวจสอบรันนัมเบอร์เช็คว่าเช็คมีการกระโดดไปมาหรือไม่ ซึ่งจะทำให้ทราบวันเวลาออกเช็คที่แท้จริง รวมถึงเช็คดังกล่าวได้มีการนำเข้าธนาคารแล้วหรือไม่ เพื่อจะดูว่าได้มีการนำเงินเข้าช่วงเดือน ธ.ค.ถึงปัจจุบัน เพราะจะทำให้ทราบว่านำเช็คเข้าทำธุรกรรมจริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนี้ กกต.ต้องดำเนินการนำเอาเอกสารต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นมาใช้ในการตรวจสอบเพิ่มเติม หาก กกต.ตรวจสอบแล้วพบความจริง ทาง กกต.ก็จะต้องเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมืองเพิกถอนสิทธิการรับสมัครเลือกตั้งของนายธนาธร และดำเนินการเอาผิดทางอาญา โทษจำคุก 1-10 ปี พร้อมถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี และอาจโทษหนักขัด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ตามมาตรา 132 ก็จะส่งศาลรัฐธรรมนูญส่งให้ยุบพรรคได้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เบื้องต้นทราบว่าคุณธนาธรจะเข้ามาชี้แจงต่อ กกต.ในวันที่ 29 เม.ย.นี้ หาก กกต.มีข้อสรุปอย่างไรตนก็จะเข้ามายืนยันคำร้องคัดค้านคำชี้แจงของนายธนาธร&amp;rdquo; นายศรีสุวรรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เปิดเผยว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะเข้าให้ถ้อยคำกรณีการถือหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันอังคารที่ 30 เมษายนนี้ ช่วงบ่าย จากเดิมที่ตั้งใจจะเข้าชี้แจงวันจันทร์ที่ 29 เมษายน แต่จากการประสานไปยัง กกต. สะดวกให้เข้าชี้แจงวันที่ 30 เมษายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคดีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการจัดรายการผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์นั้น น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า อัยการได้เลื่อนฟังคำสั่งฟ้องคดีเป็นวันที่ 28 พฤษภาคมนี้
ความลับในคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนายธนาธร เผยว่าสาเหตุที่เลื่อนฟังคำสั่งในวันนี้ เนื่องจากยังสอบสวนพยานเพิ่มเติมตามที่เราได้ร้องขอความเป็นธรรมยังไม่เสร็จสิ้น ส่วนที่ว่าได้สอบพยานเพิ่มไปกี่ปาก คืบหน้าแค่ไหน ตนไม่ทราบ ทางพนักงานอัยการไม่ได้แจ้งมา เพราะอาจจะเป็นความลับในคดี ในนัดหน้าทางอัยการก็ยังไม่ได้มีการกำชับใดๆ เป็นพิเศษว่าตัวนายธนาธรต้องมาหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Kamnoon Sidhisamarn กรณีนายธนาธร โดยระบุว่า กกต.จะยึดถือวันใดเป็นวันโอนหุ้นจริง 1. ยึดวันที่บริษัทส่งแบบ &amp;#39;บอจ.5&amp;#39; ต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ คือวันที่ 21 มีนาคม 2562 อันเป็นวันหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือ 2.ยึดถือวันที่มีการโอนกันจริงตามที่ฝ่ายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวอ้าง คือวันที่ 8 มกราคม 2562 อันเป็นวันก่อนวันสมัครรับเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาระบุว่า นายธนาธรและฝ่ายสนับสนุนยึดถือเวลาตามข้อ 2 โดยมีประมวลแพ่งมาตรา 1129 วรรคสามนี้เป็นฐานสำคัญ ความหมายตามมาตรา 1129 วรรคสามนี้ คือเมื่อมีการจดแจ้งลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท ก็ถือว่ามีผลสมบูรณ์แล้ว ไม่ถึงขนาดต้องส่งแบบ บอจ.5 แจ้งต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัททุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะโดยปกติจะแจ้งปีละ 1 ครั้งเท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การที่สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นอยู่ที่บริษัทนี่แหละคือปมปัญหา เมื่อนำมาใช้กับกรณีนี้ เพราะโดยทั่วไปแล้วบุคคลภายนอกย่อมยากจะรู้ได้ว่าในระหว่างปีมีการโอนหุ้นกันกี่ครั้ง และเอกสารการโอนหุ้นในแต่ละครั้งก็ยากที่จะรู้ได้แน่นอนว่าเป็นจริงตามวันที่ในเอกสาร หรืออาจจะมีการทำขึ้นย้อนหลังหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยตรง โดยเฉพาะกฎหมายแพ่ง แต่มีหลักคิดผุดขึ้นมาว่า มาตรา 1129 วรรคสาม คือเหตุผลของกฎหมายแพ่ง ซึ่งเป็น &amp;#39;กฎหมายเอกชน&amp;#39; มีวัตถุประสงค์ในการวางกฎเกณฑ์ในความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่อบุคคลที่ได้รับการสันนิษฐานว่ามีความเท่าเทียมกัน ทำมาค้าขายกัน ซึ่งจะต้องใช้ความระมัดระวังตนเองกันตามสมควร รัฐไม่ควรวางกฎเกณฑ์ที่อาจจะสร้างภาระให้แต่ละฝ่ายมากเกินไป&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามคือ จะเอากฎเกณฑ์ตาม &amp;#39;กฎหมายเอกชน&amp;#39; มาใช้กับ &amp;#39;กฎหมายมหาชน&amp;#39; ได้แค่ไหน เพียงใด โดยเฉพาะ &amp;#39;กฎหมายมหาชน&amp;#39; ในระดับรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่วางกฎเกณฑ์ &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; ของบุคคลที่จะเข้าสู่อำนาจรัฐ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ว่ากฎเกณฑ์ กฎหมายเอกชน นั้นไม่สามารถนำมาใช้เป็นกฎเกณฑ์ทาง &amp;#39;กฎหมายมหาชน&amp;#39; ได้ทั้งหมด หากแต่สามารถนำมาใช้ได้เฉพาะบางประการที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อการทำหน้าที่ขององค์กรที่ทำหน้าที่ในทางมหาชนเท่านั้น เพราะวัตถุประสงค์หลักของกฎหมายทั้ง 2 ลักษณะแตกต่างกัน
คนภายนอก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคำนูณระบุว่า กฎหมายมหาชนมุ่งคุ้มครองมหาชนที่ประกอบด้วยบุคคลมีระดับความรู้ความสามารถและสถานะแตกต่างกัน รัฐจำเป็นต้องให้ความคุ้มครองบุคคลส่วนใหญ่ที่ด้อยโอกาสกว่า ซึ่งแตกต่างโดยพื้นฐานกับกฎหมายเอกชน ที่รัฐเพียงวางกฎเกณฑ์สำหรับการทำมาหากินของบุคคลที่ได้รับการสันนิษฐานว่าเท่าเทียมกัน รัฐไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายมากเกินความจำเป็น กลับมาสู่กรณีธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีนี้ &amp;#39;คนภายนอก&amp;#39; ตามประมวลแพ่งมาตรา 1129 วรรคสาม เป็นองค์กรอิสระนาม &amp;#39;กกต.&amp;#39; ที่ทำหน้าที่สำคัญยิ่งตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญในการกลั่นกรองบุคคลที่มี &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; ออกไปจากการเข้าสู่อำนาจรัฐ มิหนำซ้ำ &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; นี้ยังมีโทษค่อนข้างแรง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ถ้าจะยึดถือประมวลแพ่งมาตรา 1129 เป็นเกณฑ์อย่างเคร่งครัด กกต.จะรู้ได้อย่างไรว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ยังคงถือหุ้นที่มี &amp;#39;ลักษณะต้องห้าม&amp;#39; อยู่หรือไม่ ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 อันเป็นวันสมัครรับเลือกตั้ง ในเมื่อเอกสารแบบ บอจ.5 ที่ทางราชการรับทราบการโอนหุ้นของเขาเป็นครั้งแรกคือวันเวลาตามข้อ 1 วันที่ 21 มีนาคม 2562 หลังวันสมัครรับเลือกตั้งแล้ว กกต.จะไปรู้ถึงการโอนหุ้นตามข้อ 2 ที่มีการกล่าวอ้างว่าเกิดขึ้นในวันที่ 8 มกราคม 2562 ได้อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อเกิดการโต้แย้งแตกแขนงไปอีกหลายประเด็นว่าการโอนหุ้นในวันนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎเกณฑ์ทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรคสาม จึงไม่น่าจะนำมาหักล้างกับรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งมาตรา 42 (3) ได้ทั้งหมด เมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้น เชื่อว่า กกต.น่าจะต้องยึดถือระยะเวลาตามข้อ 1 ตามเอกสารที่ปรากฏต่อราชการเป็นหลัก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กล่าวคือยึดตามแบบ บอจ.5 ที่ปรากฏเป็นครั้งแรกต่อทางราชการ นั่นคือวันที่ 21 มีนาคม 2562 อันเป็นวันหลังวันสมัครรับเลือกตั้ง&amp;quot; นายคำนูณระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นว่า เรื่องเข้าใจง่ายๆ เจ้าของหรือหุ้นส่วนสื่อมวลชนทุกประเภท ต้องลาออกก่อนสมัคร ส.ส. พิธีกร นักข่าว ดารา นักร้อง ตัวตลก ตัวโกง แม้แต่เป็นตัวแสดงในโฆษณา หรือเดินไปมาในมิวสิกวิดีโอยังต้องยุติออกอากาศ เพื่อไม่เอาเปรียบผู้สมัครอาชีพอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นไหน จะใหม่จะอาวุโส อย่าทำให้สังคม สับสนเลยครับ!! เรื่องแค่นี้ไม่เข้าใจคุณก็กลับไปจุดเริ่มต้นเสียใหม่
&amp;quot;สมชัย&amp;quot;สอน กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า ประเด็นนายธนาธรยังมีมุมที่ใครต่อใครไม่ได้นึกถึง รวมทั้ง กกต.เองด้วย ประเด็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครในส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น ให้ดูที่มาตรา 60 และมาตรา 61 ของ พ.ร.ป.ส.ส. โดยสรุปให้ฟังง่ายคือมาตรา 60 กล่าวว่า หาก กกต.รับสมัครผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใดแล้ว ก็ให้ประกาศรายชื่อผู้สมัครภายใน 7 วัน นับแต่วันรับสมัคร และหากจะมีใครทักท้วง ให้ยื่นภายใน 7 วัน นับจากวันที่ประกาศรายชื่อ &amp;nbsp;ประกาศรายชื่อ 15 กุมภาพันธ์ ดังนั้นร้องได้ถึง 22 กุมภาพันธ์ 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 61 กล่าวว่า ก่อนวันเลือกตั้ง หาก กกต.เห็นว่าผู้สมัครรายใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้ถอนรายชื่อจากผู้สมัครเลือกตั้ง 24 มีนาคม ดังนั้นก่อนวันเลือกตั้งวันสุดท้ายคือ 23 มีนาคม 2562&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของรองเลขาธิการ กกต. เมื่อ 23 เมษายน 2562 แจ้งว่ามีมติ กกต.ให้แจ้งข้อกล่าวหานายธนาธร เนื่องจากมี &amp;quot;ผู้ร้อง&amp;quot; ว่านายธนาธรเป็นผู้มีลักษณะต้องห้าม ถ้าไปค้นดูผู้ร้องคือ นายศรีสุวรรณ จรรยา มีการร้องธนาธร 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่องนายธนาธรลงประวัติตัวเองเป็นเท็จเรื่องตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่สองเมื่อ 25 มีนาคม 2562 เรื่องการถือหุ้นสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การยื่นทั้งสองครั้ง จึงเป็นการยื่นคัดค้านคุณสมบัติตามมาตรา 60 ซึ่งต้องดำเนินการภายในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 การยื่นที่เกินกำหนดเวลา เป็นเรื่องที่ กกต.ไม่อาจรับคำร้องมาพิจารณาได้ นี่รับแล้วตั้งอนุกรรมการไต่สวน และมีมติแจ้งข้อกล่าวหา ส่วน กรณีจะเป็นความปรากฏต่อ กกต.เองตามมาตรา 61 ก็ต้องดำเนินการก่อนวันที่ 24 มีนาคม 2562 ในกรณีที่จะใช้มาตรา 132 ว่าเป็นการกระทำที่ให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม จนให้ใบส้ม ต้องตั้งเรื่องใหม่ ไม่สามารถนำคำร้องที่เกินกำหนดมาเป็นต้นเรื่องในการพิจารณาได้ ระวังจะโดนข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. นายณรงค์ รุ่งธนวงศ์ หัวหน้าศูนย์ข้อมูลและสถิติ กองอำนวยการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือขอให้ กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติของนายชาญวิทย์ วิภูศิริ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตเลือกตั้งที่ 15 พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับคะแนนเลือกตั้งเป็นอันดับที่ 1 เนื่องจากตรวจสอบเอกสารแผ่นพับหาเสียงที่ระบุเป็นผู้บริหารบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง ซึ่งสืบจากข้อมูลกรมธุรกิจการค้าและพาณิชย์ พบว่านายชาญวิทย์ หรือผู้ถูกร้อง เป็นเจ้าของและผู้ถือหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนประกอบกิจการหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน โดยพบว่าถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวจำนวน 250 ล้านหุ้น และเป็นผู้มีอำนาจในการลงนามของบริษัทดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า การกระทำดังกล่าวจึงอาจขัดรัฐธรรมนูญ ม.98 (3) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 42 (3) ที่ห้ามไม่ให้บุคคลที่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ขอให้ กกต.เร่งตรวจสอบและวินิจฉัยกรณีนี้ หากพบว่ากระทำความผิดจริงนายชาญวิทย์ก็จะมีความผิดรับรองคุณสมบัติตนเองเป็นเท็จ ซึ่งก็จะมีความผิดทางอาญาด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34554</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์, นักร้องเบอร์หนึ่ง, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด, พรรคส้มหวาน, พ่อฟ้า, ศรีสุวรรณ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190426/image_big_5cc312111d943.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2019 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2019 08:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่คนดี&#039;ร่ายกลอนย้อนก๊วนส้มหวานเจ็บจี๊ด!เชิญ&#039;เซฟบุญรอด&#039;เยียวยารักษาพันธุ์ดีกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19เม.ย.62-เฟซบุ๊กแฟนเพจ P.khondee ( พี่คนดี กวีสมัครเล่น) โพสต์บทกลอนลงบนเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;150/2019 #SaveBoonrod&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แท็กปั่นถึง อันดับหนึ่ง จึงกล่าวอ้าง&amp;nbsp;
ว่ามีคน เข้าข้าง อยู่อักโข
อ้างกันเอง เลยวุ้ย โคตรคุยโว&amp;nbsp;
หัวที่โผล่ นับดีดี มีกี่ราย
กูไม่ผิด ถ้ากูผิด กฎหมายผิด&amp;nbsp;
อ้างมีสิทธิ์ ล้นเหลือ เหนือกฎหมาย
สอนลูกศิษย์ ลูกหา มามากมาย&amp;nbsp;
มาแก้ตัว แบบง่ายง่าย ก็ได้ฤา
เมื่อตัวเอง กล้าซ่า ฝ่ากฎหมาย&amp;nbsp;
ว่าทหาร ให้ร้าย ก็ได้หรือ
หวังจะใช้ คนทั้งเมือง เป็นเครื่องมือ&amp;nbsp;
คิดอาศัย ผู้ใหญ่ดื้อ เด็กถือดี
ที่เห็นนั้น เด็กวัยรุ่น หรือคุณย่า&amp;nbsp;
โถน้องฟ้า ผู้รักส้ม ผมเปลี่ยนสี
เพราะมึนงง หลงใหล ในวจี&amp;nbsp;
จึงร่วมวง ปาหี่ กำลังใจ
คนที่มา ตามชวน เป็นส่วนน้อย&amp;nbsp;
แต่นักข่าว มายืนคอย เป็นส่วนใหญ่
เมื่อถ่ายภาพ ผู้ชุมนุม จากมุมไกล&amp;nbsp;
จะเห็นอะไร เป็นอะไร ในโลกจริง
เรามีผู้ ประสพภัย ให้ต้องช่วย&amp;nbsp;
เช่นคนป่วย สุนัขเล็ก เด็ก ผู้หญิง
เซฟ เสือ ช้าง ค่าง หมี ชะนี ลิง&amp;nbsp;
ยังเป็นสิ่ง ที่เราล้วน ควรกระทำ
คนตั้งใจ วิจารณ์ศาล จนงานงอก&amp;nbsp;
ไยมาหลอก พี่ป้า ช่างน่าขำ
เชิญหัวแดง แทรกแซง เรื่องหัวดำ&amp;nbsp;
เป็นเวรกรรม ที่ใครทำ กับเมืองไทย
เรียนกฎหมาย มาก็มาก ไยปากพล่อย&amp;nbsp;
ใช่เด็กน้อย ความรู้เตี้ย เสียที่ไหน
ที่ปราศรัย ใช่หลุดปาก หากตั้งใจ&amp;nbsp;
น่าสงสัย คิดการณ์ใหญ่ อะไรมึง
มีคนเชิญ ให้คุณคุณ &amp;ldquo;เซฟบุญรอด&amp;rdquo;&amp;nbsp;
ที่ว่ายน้ำ เองตลอด ได้จนถึง
ก่อนจะเจอ เพื่อนมนุษย์ ช่วยฉุดดึง&amp;nbsp;
เราควรจึง ช่วยเยียวยา รักษาพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่คนดี
18/4/2562
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33952</URL_LINK>
                <HASHTAG>SaveBoonrod, พรรคส้มหวาน, พี่คนดี กวีสมัครเล่น, เหนือกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190419/image_big_5cb9287a4cd52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2019 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2019 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อั้ม เนโกะ&#039;สอนวิธีลากไส้&#039;ธนาธร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.2562 - ศรัณย์ ฉุยฉาย หรือ &amp;ldquo;อั้ม เนโกะ&amp;rdquo; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า จะวิจารณ์ธนาธรอะไรก็ให้มันแฟร์ๆ หน่อยนะคะ สลิ่มขา ไอ้ข้อหาเดิมๆ เลิกเหอะ ล้มเจ้า ล้มศาสนา ไม่รักชาติ ฟังไม่ขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะวิจารณ์ว่ากล่าวธนาธรก็ขอให้มันอยู่บนหลักความเป็นจริง เช่น ธนาธรและพรรคส้มหวาน ยังไม่เคยได้รับเลือกตั้งมีผลงานทางการเมือง ธนาธรและบริษัทในเครือก็ไล่พนักงานและชาวสหภาพแรงงานในบริษัทออกไปแล้ว โดยอ้างว่าขาดทุนทั้งที่บ้านตัวเองรวยล้นฟ้า หรือขนาดยังไม่ได้รับเลือกตั้งก็มีการกงการเลือกตั้ง primary vote ในกรุงเทพ โดยการเอารายชื่อคู่แข่งคนอื่นออก แล้วก็ใส่ชื่อคนที่พรรคผลักดันใส่แทนคนเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือการกลับกลอกย้อนแยงของพรรคที่จะต้านเผด็จการทหาร แต่โฆษกพรรคแถลงว่าการเชียร์เผด็จการเป็นสิทธิ ดังนั้นเลิกวิจารณ์คุณธนาธรด้วยการใส่ร้ายแบบนั้นเถอะคะ เราต้องหันมาพูดความจริงที่พรรคและคนแดกส้มพยายามปิดหูปิดตาตัวเองกันดีกว่านะคะ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29288</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร, พรรคส้มหวาน, ศรัณย์ ฉุยฉาย, อั้ม เนโกะ, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190217/image_big_5c68c8b301699.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2019 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาตามตรงนะคะ&#039;อั้ม&#039;ขัดใจปรัชญาเชี่ยๆส้มหวานก้าวข้ามความขัดแย้งเหลืองแดงแต่เพิกเฉยการกดขี่-ชนชั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.62- นายศรัณย์ ฉุยฉาย หรือ &amp;ldquo;อั้ม เนโกะ&amp;rdquo; &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;nbsp;Aum Neko ว่า เอาตามตรงนะคะ สำหรับอั้มสิ่งที่มันขัดใจที่สุดในพรรคส้มก็คือ philosophy เชี่ยๆ จำพวก ก้าวข้ามความขัดแย้ง &amp;quot;เหลืองแดง&amp;quot; หรือคอนเซปต์ binary polarization วิธีคิดนี้มันมีปัญหาในตัวของมันเองมากๆ ตรงที่ว่ามันคือวิธีการปฏิเสธและเพิกเฉยต่อสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคมว่ามันมี ผู้กดขี่ และ ผู้ถูกกดขี่ อยู่จริง เช่น จะทำยังไงถึงจะก้าวข้ามปัญหาทางชนชั้น คนรวย vs คนจน ได้ ตราบเท่าที่การครอบครองปัจจัยและทุนของคนสองกลุ่มนี้ไม่เท่าเทียมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และยังมีกฏเกณฑ์ที่เอื้อให้คนกลุ่มน้อยสามารถกดขี่คนส่วนมากของสังคมด้วยการกระจายทุนที่ไม่เท่าเทียม ความเท่าเทียมกันทางเพศก็เช่นกัน เราไม่อาจก้าวข้าม f&amp;eacute;minisme ได้หาก ระบบชายเป็นใหญ่ยังคงอยู่ในระบบ สังคม การเมือง และเศรษฐกิจ แม้กระทั่งกลุ่ม queer ที่เป็นวิธีคิดที่ก้าวออกจากบทบาทที่ถูกกำหนดชาย-หญิง hetero-homo ก็ไม่อาจละเลยต่อการวิพากย์พื้นฐานความไม่เท่าเทียมกันทางอำนาจที่คนกลุ่มหนึ่ง (ผู้ชาย-hetero-cis) กดคนอีกกลุ่มหนึ่ง ดังนั้นคะมึงจะก้าวข้ามความขัดแย้งสองขั้วสามขั้วได้ก็ต่อเมื่อคนที่ถูกกดขี่ได้รับความยุติธรรมเสียก่อน !
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29010</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวข้าม, ขั้วขัดแย้ง, ความเท่าเทียม, ปรัชญา, พรรคส้มหวาน, พรรคอนาคตใหม่, อั้ม เนโกะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c638358d80bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2019 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2019 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส้มหวาน&#039;เลิกหาเสียง แจ้งข่าวตั้งแต่บ่ายว่าจะแถลงข่าวด่วนตอนเย็น!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.พ.62- &amp;nbsp;ปิยบุตร แสงกนกกุล &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเพจ Piyabutr Saengkanokkul &amp;nbsp;ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวด่วน ! ติดตามได้ทางเฟซบุ๊กไลฟ์ วันนี้ 17.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมกำลังเดินทางกลับไปกรุงเทพฯ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องขออภัยผู้สมัคร ส.ส. สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ทุกคน และพี่น้องประชาชนด้วยครับที่ผมจำเป็นต้องยกเลิกกิจกรรมรณรงค์หาเสียงในจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน เพราะต้องรีบเดินทางกลับไปแถลงข่าวประเด็นร้อนของวันนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28616</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรคส้มหวาน, เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่, แถลงข่าวด่วน!</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190208/image_big_5c5d24524e7e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
