<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 23:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 23:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกันแห่บริจาคหนุน&#039;ไบเดน&#039;เดือนส.ค. ทำลายสถิติ&#039;โอบามา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; ตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐ สามารถระดมเงินบริจาคได้มากกว่า 11,450 ล้านบาทเมื่อเดือนสิงหาคม เป็นสถิติใหม่ของสหรัฐโดยทำลายสถิติเดิมของประธานาธิบดีบารัค โอบามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีมงานของไบเดนประกาศเมื่อวันพุธว่า อดีตรองประธานาธิบดีไบเดนและคณะกรรมการแห่งชาติพรรคเดโมแครต (ดีเอ็นซี) ระดมทุนสนับสนุนการหาเสียงของไบเดนได้รวมกัน 364.5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 11,454.54 ล้านบาท โดย 205 ล้านดอลลาร์เป็นเงินจากผู้บริจาครายเล็กๆ ที่รับปากให้ทุนผ่านการระดมทุนทางออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรายงานของซีบีเอสและนิวยอร์กไทมส์เผยว่า สถิติเดิมประธานาธิบดีโอบามาและดีเอ็นซีทำไว้ได้ที่เกือบ 200 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนกันยายน 2551&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนวัย 77 ปี เลือกคามาลา แฮร์ริส ส.ว.หญิงจากแคลิฟอร์เนีย เป็นคู่สมัครในตำแหน่งรองประธานาธิบดีของเขา ทำให้เธอเป็นสตรีผิวสีคนแรกที่ได้เป็นตัวแทนพรรคการเมืองใหญของสหรัฐในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ไบเดนเผยเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมว่า หลังจากเขาประกาศเลือกแฮร์ริสเป็นคู่หู ก็มีผู้บริจาคเงินสนับสนุนเขาถึง 26 ล้านดอลลาร์ภายใน 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนกรกฎาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และคณะกรรมการแห่งชาติพรรครีพับลิกัน ระดมทุนสนับสนุนได้ 165 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่เดโมแครตระดมทุนได้ 140 ล้านดอลลาร์ในเดือนเดียวกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76452</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเดโมแครต, เงินบริจาคหาเสียง, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200903/image_big_5f511a49e501b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 21:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เดโมแครตเลือก&#039;โจ ไบเดน&#039;ชิงปธน.อย่างเป็นทางการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ที่ประชุมใหญ่พรรคเดโมแครตประกาศอย่างเป็นการเมื่อวันอังคาร เลือกโจ ไบเดน เป็นตัวแทนพรรคลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐแข่งกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในเดือนพฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากวิดีโอถ่ายทอดสดจากที่ประชุมใหญ่พรรคเดโมแครต ที่โจ ไบเดน และ ดร.จิล ไบเดน ภริยา กล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนที่เลือกเขาเป็นตัวแทนพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมใหญ่พรรคเดโมแครตที่เมืองมิลวอกี รัฐวิสคอนซิน ซึ่งเป็นการประชุมออนไลน์เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ประกาศอย่างเป็นทางการในการประชุมวันที่สองเมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคม ว่าพรรคเลือกโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นตัวแทนของพรรคลงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนปีนี้ โดยไบเดนได้รับคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งของพรรคมากกว่า 3,900 เสียงตั้งแต่เดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนกล่าวผ่านการถ่ายทอดสดทางวิดีโอลิงก์ว่า &amp;quot;ขอบคุณมากๆ จากก้นบึ้งหัวใจของผม การได้รับเลือกมีความหมายมากต่อผมและครอบครัวของผม&amp;quot; ไบเดนจะกล่าวสุนทรพจน์ตอบรับการเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุมใหญ่ของพรรคเดโมแครตวันเดียวกันได้เผยแพร่ถ้อยแถลงของบิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ที่พุ่งเป้าโจมตีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ว่า ในช่วงเวลานี้ห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว ควรเป็นศูนย์บัญชาการแทนที่จะเป็นศูนย์กลางพายุที่มีแต่ความสับสนวุ่นวายอย่างที่เป็นอยู่&amp;nbsp; สิ่งเดียวที่ทรัมป์ไม่เปลี่ยนคือการปฏิเสธความรับผิดชอบและเลือกโทษคนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จิล ไบเดน ภริยาคู่ชีวิตของโจ ไบเดน มายาวนาน 43 ปี กล่าวผ่านวิดีโอว่า ไบเดนสูญเสียภรรยาคนแรกและลูกสาวจากอุบัติเหตุรถยนต์ในปี 2515 เธอเชื่อว่าไบเดนจะทำให้ชาติกลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันได้เช่นเดียวกับที่เขาทำสำเร็จมาแล้วหลังต้องประสบกับโศกนาฏกรรมของครอบครัว คือใช้ความรักและความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจ แม้จะเป็นการกระทำในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ และด้วยความกล้าหาญ ความเชื่อที่มั่นคง ชาวอเมริกันจะกลับมาเป็นหนึ่งเดียวกัน แม้ทรัมป์จะทำให้เราแตกแยกกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74967</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ประชุมใหญ่พรรคเดโมแครต, พรรคเดโมแครต, เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3d377997d61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2020 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คู่หู&#039;ไบเดน-แฮร์ริส&#039;ชูสร้างอเมริกาใหม่หลังยุคทรัมป์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ส.ว.คามาลา แฮร์ริส ขึ้นเวทีคู่โจ ไบเดน ครั้งแรกในฐานะคู่หูท้าชิงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งปลายปีนี้ ชี้คนอเมริกันโหยหาผู้นำที่จะเอาชนะวิกฤติโควิด, เศรษฐกิจและความอยุติธรรมด้านสีผิว ด้านไบเดนชูคำขวัญ &amp;quot;สร้างอเมริกาขึ้นใหม่&amp;quot; หลังยุคทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน (ซ้ายสุด) พร้อม ดร.จิล ไบเดน ภรรยา กับ ส.ว.คามาลา แฮร์ริส (ขวาสุด) ในการขึ้นเวทีปราศรัยร่วมกันครั้งแรกนับแต่ไบเดนเลือกแฮร์ริสเป็นคู่หูในตำแหน่งรองประธานาธิบดี ที่โรงเรียนอเล็กซิสดูพอนต์ เมื่อวันที่ 12 ส.ค.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตรองประธานาธิบดีไบเดนประกาศเมื่อวันอังคารว่า เขาเลือก ส.ว.หญิงจากแคลิฟอร์เนียวัย 55 ปี เป็นรองประธานาธิบดีของเขาหากสามารถเอาชนะโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ในการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายนปีนี้ ไบเดนและแฮร์ริสควงคู่กันขึ้นเวทีปราศรัยที่โรงเรียนมัธยมปลายในเมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ เมื่อวันพุธโดยมีเพียงทีมงานและผู้สื่อข่าวร่วมฟังเท่านั้น เนื่องจากความกังวลเรื่องโรคระบาด ทั้งสองต่างให้คำมั่นว่าจะเอาชนะทรัมป์ และ &amp;quot;สร้างประเทศนี้ขึ้นใหม่&amp;quot; ตามคำขวัญของไบเดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮร์ริสซึ่งมีพ่อเป็นชาวจาเมกาและแม่เป็นชาวอินเดียที่ย้ายมาตั้งรกรากในสหรัฐ สร้างประวัติศาสตร์เป็นหญิงผิวสีคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมืองใหญ่ในตำแหน่งนี้ เธอกล่าวว่า สหรัฐอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่ทรัมป์ไร้ความสามารถในตำแหน่งประธานาธิบดีและทำให้ประเทศนี้ขาดวิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อเมริกากำลังโหยหาผู้นำ ทว่าเรากลับมีประธานาธิบดีที่ห่วงตัวเองมากกว่าประชาชนที่เลือกเขามา&amp;quot; ส.ว.แฮร์ริสกล่าว โดยโจมตีทรัมป์ว่าเป็นผู้นำที่ล้มเหลวทั้งในการควบคุมโรคระบาด, ประคับประคองเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรค รวมไปถึงปัญหาการใช้ความรุนแรงของตำรวจและความเหลื่อมล้ำทางสีผิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะไม่สามารถจัดปราศรัยและเดินสายหาเสียงได้ตามปกติ แต่โพลระดับชาติส่วนใหญ่ชี้ว่าไบเดนมีคะแนนนำทรัมป์ รวมถึงในรัฐที่คะแนนพลิกผันได้ เช่น ฟลอริดาและวิสคอนซิน การเปิดตัวแฮร์ริสเป็นคู่หูในตำแหน่งรองประธานาธิบดียังเพิ่มความสดใหม่และดึงคะแนนในกลุ่มคนหนุ่มสาวและสตรีได้ด้วย ไบเดนเผยว่าพวกเขาระดมทุนสนับสนุนได้ถึง 26 ล้านดอลลาร์ในเวลา 24 ชั่วโมงนับแต่ประกาศข่าวเลือกแฮร์ริส ซึ่งเป็นสถิติใหม่สำหรับยอดบริจาครายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนยังตอบโต้ที่ทรัมป์แขวะแฮร์ริสว่าเป็นคนน่ารังเกียจ ด้วยการตอกทรัมป์กลับว่า ทรัมป์ดีแต่คร่ำครวญว่าแฮร์ริสใจร้ายกับคนที่ทรัมป์แต่งตั้ง แต่ไม่น่าประหลาดใจเพราะการคร่ำครวญคือสิ่งที่ทรัมป์ทำได้ดีกว่าประธานาธิบดีคนใดในประวัติศาสตร์ และคงไม่มีใครประหลาดใจที่ทรัมป์มีปัญหากับผู้หญิงแกร่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74362</URL_LINK>
                <HASHTAG>คามาลา แฮร์ริส, พรรคเดโมแครต, เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f35491761d16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62653</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2020 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2020 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.แซนเดอร์ส&#039;ยอมถอย เปิดทาง &#039;ไบเดน&#039; ชน &#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส ประกาศยุติการหาเสียงแล้วเมื่อวันพุธ เปิดทางให้อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีกับโดนัลด์ ทรัมป์ วันที่ 3 พฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบอร์นี แซนเดอร์ส ส.ว.เวอร์มอนต์ วัย 78 ปี ผู้นำเสนอตนเองในฐานะนักสังคมนิยมประชาธิปไตย เคยเป็นตัวเก็งในช่วงแรกของการแข่งขันภายในพรรคเดโมแครต และกวาดคะแนนได้มากที่สุดในการเลือกตั้งขั้นต้นหรือการหยั่งเสียงของพรรคใน 3 มลรัฐแรก ทว่า ถึงช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ อดีตรองประธานาธิบดีไบเดนวัย 77 ปี กลับมาแรงและกวาดชัยชนะติดต่อกันหลายมลรัฐ และบรรดาคู่แข่งพากันถอนตัวจนเหลือแค่พวกเขา 2 คนต่อสู้กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในสหรัฐทำให้ทั้งสองไม่สามารถออกพบปะหาเสียงกับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งโดยตรง และการหยั่งเสียงของหลายมลรัฐถูกเลื่อน ในวิดีโอประกาศถอนตัวเมื่อวันพุธที่ 8 เมษายน 2563 แซนเดอร์สยอมรับว่า การหาเสียงของเขาไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ในขณะที่ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนของพรรคลงความเห็นกันแล้วว่า ไบเดนเป็นผู้แทนพรรคที่แข็งแกร่งกว่าในการต่อสู้กับประธานาธิบดีทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมได้ข้อสรุปว่า การต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งผู้แทนพรรคเดโมแครตจะไม่ประสบความสำเร็จ&amp;quot; แซนเดอร์สกล่าวกับผู้สนับสนุนของเขาผ่านวิดีโอสตรีมสดออนไลน์จากบ้านของเขาที่เมืองเบอร์ลิงตัน รัฐเวอร์มอนต์ พร้อมประกาศชัดว่า อดีตรองประธานาธิบดีไบเดนจะเป็นนอมินีของพรรคลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.ผู้นี้กล่าวด้วยว่า เขาไม่อยากหาเสียงทั้งที่ไม่สามารถชนะต่อไปอีก ซึ่งเป็นการไปรบกวนการทำงานต่อสู้กับวิกฤติไวรัสโคโรนาของสหรัฐ แต่ถึงแม้จะยุติการหาเสียงแล้ว แต่เขาจะยังไม่ถอนชื่อออกจากการหยั่งเสียง โดยหวังรวบรวมคณะผู้เลือกตั้งให้ได้มากที่สุดเท่าที่ได้ เพื่อผลักดันวาระของเขาให้เข้าไปรวมในแนวนโยบายของพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แซนเดอร์ส ซึ่งชูนโยบายความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจสำหรับอเมริกันชนทุกคนและเสนอแผนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า กล่าวแสดงความยินดีกับไบเดน และยกย่องว่าเขาเป็นคนที่น่านับถือ ผู้จะทำงานเพื่อผลักดันแนวคิดก้าวหน้าให้เดินหน้าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวนโยบายเสรีนิยมของแซนเดอร์สได้รับความนิยมในกลุ่มผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรกและกลุ่มคนหนุ่มสาว รวมถึงกลุ่มชนชั้นแรงงานที่ไม่ยึดติดกับพรรคการเมืองใด แต่เห็นด้วยกับความคิดต่อต้านกลุ่มอำนาจการเมืองเก่า นักการเมืองหลายคนในพรรคเดโมแครตก็ประกาศตัวสนับสนุนแนวนโยบายของ ส.ว.อาวุโสรายนี้ แม้แต่ไบเดนยังปรับตัวยอมรับแนวคิดฝ่ายซ้ายของแซนเดอร์สเข้าไว้ด้วย ยกเว้นเรื่องแผนประกันสุขภาพถ้วนหน้า &amp;quot;เมดิแคร์ฟอร์ออลล์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนกล่าวยกย่องแซนเดอร์สทันใดว่า เป็นคนดี เป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม และเป็นหนึ่งในเสียงที่ทรงอิทธิพลที่สุดเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ เขายังเรียกร้องผู้สนับสนุนแซนเดอร์สมาเข้าร่วมกับเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ บรรดาคู่ต่อสู้ของไบเดนต่างหันมาประกาศสนับสนุนเขาเป็นเสียงเดียว ซึ่งรวมถึง ส.ว.คามาลา แฮร์ริส และเอมี โคลบูชาร์ และอดีตนายกเทศมนตรีพีต บุตติเจิจ จากอินดีแอนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ก็ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยเช่นกัน โดยออดอ้อนบรรดาผู้สนับสนุนแซนเดอร์สให้หันมาสนับสนุนตัวเขาและพรรครีพับลิกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2559 ด้วยแรงหนุนจากกลุ่มชนชั้นแรงงานที่เชื่อกันว่าพวกนักการเมืองในวอชิงตันละเลยพวกเขา แนวนโยบายของแซนเดอร์ส ซึ่งรวมถึงการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็นชั่วโมงละ 15 ดอลลาร์ และการขึ้นภาษีคนรวย กำลังดึงดูดผู้มีสิทธิ์ออกเสียงกลุ่มนี้เช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62653</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิงประธานาธิบดี, พรรคเดโมแครต, ยุติหาเสียง, ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8efa71913d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน-แซนเดอร์ส&#039;ผนึกกำลังรุมจวก&#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เดโมแครตจัดโต้อภิปรายครั้งที่ 11 เมื่อวันอาทิตย์ เหลือ &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; ดวลกับ &amp;quot;เบอร์นี แซนเดอร์ส&amp;quot; แบบตัวต่อตัวโดยไม่มีผู้ชม สองผู้สมัครรุมวิจารณ์ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; สร้างความปั่นป่วนต่อการรับมือโรคระบาดโควิด-19 ด้วยการให้ข้อมูลผิดๆ ขัดแย้งกับนักวิทยาศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน (ซ้าย) โต้ฝีปากกับ ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การหยั่งเสียงของพรรคเดโมแครตเพื่อหาผู้แทนพรรคลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแข่งกับประธานาธิบดีทรัมป์ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ เหลือการต่อสู้ระหว่างอดีตรองประธานาธิบดีไบเดน และ ส.ส.แซนเดอร์ ทั้งคู่ขึ้นเวทีโต้อภิปรายเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม โดยปราศจากผู้ชมแต่มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อ ไบเดนและแซนเดอร์สทักทายกันด้วยการใช้ข้อศอกชนกัน และยืนอภิปรายห่างกัน 6 ฟุต หรือ 1.8 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโต้อภิปรายครึ่งชั่วโมงแรกอุทิศให้กับการโจมตีประธานาธิบดีทรัมป์เรื่องการรับมือกับวิกฤติโควิด-19 ที่คร่าชีวิตผู้ป่วยในสหรัฐแล้วเกือบ 70 ราย จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 3,600 รายทั่วประเทศ จากนั้นจึงเป็นการตอบโต้ระหว่างทั้งคู่กันเรื่องนโยบายด้านต่างๆ ตั้งแต่แผนประกันสุขภาพถ้วนหน้า, ภาวะโลกร้อน ไปจนถึงเรื่องการเนรเทศคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย และนโยบายต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดน วัย 77 ปี ซึ่งกำลังมีคะแนนนำห่างหลังจากชนะการเลือกตั้งหยั่งเสียงหลายรัฐช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความฮือฮาบนเวทีนี้ด้วยการให้คำมั่นว่าเขาจะเลือกผู้หญิงเป็นคู่สมัครในตำแหน่งรองประธานาธิบดีของเขาหากเขาได้รับเลือกจากพรรค ส่วนแซนเดอร์สวัย 78 ปีกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่เขาจะเลือกผู้หญิงเป็นรองประธานาธิบดีเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำอภิปรายเรื่องไวรัส ส.ว.เวอร์มอนต์ผู้นี้โจมตีทรัมป์ว่าสร้างความสับสนและบั่นทอนความไว้วางใจของประชาชนในช่วงเวลาที่ชาวอเมริกันกำลังเผชิญกับวิกฤติ &amp;quot;เราต้องทำให้ประธานาธิบดีหุบปากเสียแต่ตอนนี้ เพราะเขากำลังบั่นทอนแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังพยายามช่วยชาวอเมริกัน&amp;quot; แซนเดอร์สกล่าวถึงการให้ทัศนะหลายครั้งของทรัมป์ที่ขัดแย้งกับทัศนะของผู้เชี่ยวชาญ &amp;quot;เป็นเรื่องยอมรับไม่ได้ที่ให้ทรัมป์พล่ามข้อมูลขัดต่อข้อเท็จจริงซึ่งกำลังทำร้ายสาธารณชนชาวอเมริกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนก็เห็นด้วยกับแซนเดอร์ส โดยกล่าวว่า ภัยคุกคามที่ดำรงอยู่ต่อสหรัฐอเมริกาขณะนี้ก็คือโดนัลด์ ทรัมป์ &amp;quot;เรากำลังทำสงครามกับไวรัส&amp;quot; อดีตรองประธานาธิบดีกล่าว และว่า ถ้าเป็นเขา เขาจะเรียกกองทัพเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันอังคารนี้เดโมแครตจะจัดหยั่งเสียงอีก 4 รัฐ ซึ่งรวมถึงฟลอริดา, อิลลินอยส์ และโอไอโอ ซึ่งมีคณะผู้เลือกตั้งให้ช่วงชิงจำนวนมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59968</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเดโมแครต, เบอร์นี แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์, โต้อภิปราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200316/image_big_5e6f88c1c4749.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 21:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไมเคิล บลูมเบิร์ก&#039; มหาเศรษฐีเจ้าพ่อสื่อ ลงชิงเก้าอี้ ปธน.สหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มหาเศรษฐีไมเคิล บลูมเบิร์ก เจ้าของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ประกาศลงแข่งขันเพื่อเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ไมเคิล บลูมเบิร์ก อดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก ตอบคำถามนักข่าวเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562 ถึงความเป็นไปได้ที่จะลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐีอายุ 77 ปีที่มีทรัพย์สินราว 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นเจ้าของสำนักข่าวบลูมเบิร์กและอดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก โพสต์ทางทวิตเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายนว่า เขาเริ่มแคมเปญหาเสียงอย่างเป็นทางการในการเป็นผู้สมัครคนที่ 18 เพื่อชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่จะมีขึ้นในปีหน้า โดยจะมีการเลือกตั้งตัวแทนพรรคเดโมแครตครั้งแรกที่รัฐไอโอวาในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บลูมเบิร์กระบุว่า เราต้องชนะเลือกตั้ง และเราจะเริ่มสร้างอเมริกาขึ้นใหม่ เราไม่สามารถทนไปอีก 4 ปีกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สะเพร่าและมีการกระทำที่ผิดศีลธรรมจรรยา ทรัมป์เป็นภัยที่คุกคามต่อประเทศของเราและคุณค่าของชาวอเมริกัน ถ้าเขาชนะเลือกตั้งอีกสมัย เราอาจไม่สามารถฟื้นฟูความเสียหายขึ้นมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกาศลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐของบลูมเบิร์กครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังมีข่าวเรื่องนี้มาหลายสัปดาห์ โดยเขาเตรียมพร้อมที่จะลงแข่งขันเพื่อเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งแบบไพรมารีในหลายรัฐ รวมถึงยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งของรัฐบาลกลางสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลโพลผู้สมัครตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐก่อนที่บลูมเบิร์กจะประกาศลงสมัคร ผู้ที่มีคะแนนอันดับ 1 คือ โจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดี ตามมาด้วยผู้สมัครในปีกฝ่ายซ้ายคือ เอลิซาเบธ วอร์เรน และเบอร์นี แซนเดอร์ส และอันดับ 4 คือ พีต บูติเจิจ ผู้สมัครสายกลาง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51095</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเดโมแครต, ลงชิงประธานาธิบดี, สำนักข่าวบลูมเบิร์ก, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมเคิล บลูมเบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddbe4959a1b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2019 21:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บลูมเบิร์ก&#039; เล็งสมัครชิงประธานาธิบดีแข่ง &#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไมเคิล บลูมเบิร์ก อดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์กและเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 8 ของสหรัฐ อาจลงสังเวียนเลือกตั้งของพรรคเดโมแครตเพื่อเป็นตัวแทนพรรคลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีกับโดนัลด์ ทรัมป์ ปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ไมเคิล บลูมเบิร์ก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน อ้างรายงานข่าวของสื่ออเมริกันหลายแห่ง รวมถึงนิวยอร์กไทมส์ ว่าบลูมเบิร์กน่าจะยื่นเอกสารเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเบื้องต้นของพรรคเดโมแครตในรัฐใดรัฐหนึ่งสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าจะเป็นที่รัฐแอละแบมา เพื่อเปิดทางเลือกไว้สำหรับการลงชิงชัยเก้าอี้ประธานาธิบดีปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บลูมเบิร์กเคยกล่าวไว้เมื่อเดือนมีนาคมว่าเขาจะไม่ลงชิงประธานาธิบดี แต่ที่ปรึกษาคนหนึ่งของเขาเผยว่า ช่วงหลายสัปดาห์มานี้ บลูมเบิร์กกลับมาคิดเรื่องนี้ แต่เขายังไม่ตัดสินใจแน่นอน กระนั้นข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีกล่าวว่า มหาเศรษฐีที่ฟอร์บส์จัดว่ารวยเป็นอันดับ 8 ของสหรัฐด้วยทรัพย์สิน 53,400 ล้านดอลลาร์รายนี้ ได้ส่งทีมงานไปรัฐแอละแบมาเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนสำหรับการลงทะเบียนก่อนเส้นตายวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮาวเวิร์ด วูล์ฟสัน โฆษกของเขากล่าวในแถลงการณ์ว่า บลูมเบิร์กกังวลมากขึ้นว่ารายชื่อผู้สมัครของพรรคเดโมแครตที่มีอยู่เวลานี้ไม่น่าจะเอาชนะทรัมป์ได้ในการเลือกตั้งปลายปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันสังเวียนชิงชัยภายในพรรคเดโมแครตมีผู้เสนอตัวแล้ว 17 คน แต่ผลสำรวจชี้ว่า มีเพียง 4 คนที่พอมีภาษีดีพอคือ ส.ว.เอลิซาเบธ วอร์เรน และ ส.ว.เบอร์นี แซนเดอร์ส ที่เป็นตัวแทนฝ่ายหัวก้าวหน้า และอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน และนายกเทศมนตรีพีต บุตติเจิจ จากรัฐอินดีแอนา ที่มีแนวทางสายกลางมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการกุศลที่เป็นผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท บลูมเบิร์ก รายนี้เคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก 3 สมัย ระหว่างปี 2545-2556 ด้วยวัย 77 ปีจะทำให้เขาเป็นผู้สมัครอายุมากอันดับ 2 ของพรรคเดโมแครต รองจากแซนเดอร์สที่อายุ 78 ปี ส่วนไบเดนนั้นอายุ 76 และวอร์เรนอายุ 70 ขณะที่ทรัมป์นั้นอายุ 73 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งที่แล้วนั้น บลูมเบิร์กก็เคยคิดจะลงสมัครในนามอิสระ แต่เขาเปลี่ยนใจ เพราะกลัวว่าจะดึงคะแนนจากพรรคเดโมแครต ซึ่งเลือกนางฮิลลารี คลินตัน เป็นตัวแทนพรรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49850</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเดโมแครต, ลงสม้ัครประธานาธิบดี, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมเคิล บลูมเบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191108/image_big_5dc571e8af695.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
