<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สงคราม&#039; ซัด &#039;บิ๊กตู่&#039; เมินแก้ปัญหาเกษตร ราคาตกต่ำ ข้าวเปลือก 1 กก.ซื้อมาม่าได้ห่อเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.64 - นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า 7 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่เคยให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด &amp;nbsp;ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ ใช้เวลาไปกับการไล่ล่ากลุ่มที่เห็นต่าง กำจัดนักการเมืองฝั่งตรงข้าม&amp;nbsp;หาผลประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด พี่น้องเกษตรกรถูกละเลยมากที่สุด รายได้ของพืชผลทางการเกษตรตกต่ำมาโดยตลอดยิ่งทำ ยิ่งจน ยิ่งทำ ยิ่งเจ๊ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องมาจากต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่าไถ ค่าหว่าน ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ยและค่าแรงที่สูงขึ้น เกษตรกรช้ำใจมาก เพราะราคาข้าวเปลือก 1 กิโลกรัม แลกมาม่าได้เพียงห่อเดียว เกษตรกรต้องแบกรับภาระอย่างหนักมากภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลมีอำนาจแต่ไม่เคยทำให้ผลผลิตทางการเกษตรมีคุณภาพขายได้ราคาสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงคราม กล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ เลือกที่จะโกหกประชาชน และไม่เคยทำตามคำพูดที่เคยประกาศไว้ในช่วงการเลือกตั้งได้เลย&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อชัยชนะในการเลือกตั้งรัฐบาล ประกาศยกระดับราคาสินค้าเกษตรให้สูงขึ้น ข้าวหอมมะลิ 18,000 บาท/ตัน ข้าวเจ้า 12,000 บาท/ตัน ยางพารา 65 บาท/กิโลกรัม อ้อย 1,000 บาท/ตัน ปาล์มน้ำมัน 5 บาท/กิโลกรัม&amp;nbsp;และมันสำปะหลัง 3 บาท/กิโลกรัม สุดท้ายแล้วไม่สามารถทำได้และไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยถึงนโยบายช่วงการหาเสียงทีผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;ไม่เคยพูดถึงการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรอย่างมีแนวทางที่ชัดเจน แต่พล.อ.ประยุทธ์ เก่งในการเผาผลาญงบประมาณของประเทศชาติ&amp;nbsp;ใช้เงินไม่ถูกที่ ไม่ถูกจุด เมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณจำนวนมหาศาลที่ท่านนำไปใช้ในโครงการต่างๆ ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนเลย แต่งบประมาณต่างๆในภาคการเกษตรใช้เพียงน้อยนิดเท่านั้น ทำไมไม่นำมาดูแลพี่น้องเกษตรกร&amp;rdquo; นายสงคราม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114246</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อชาติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_6102383ce732d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สงคราม&#039; อัดประยุทธ์แก้ปัญหาแบบตาบอดคลำช้าง อย่าเพ้อฝันจะเปิดประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.64 - นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังคงเพ้อฝันว่าจะเปิดประเทศใน 120 วัน ในขณะที่คนในประเทศยังคงมีการติดเชื้อใหม่วันละหลักหมื่น เสียชีวิตร้อย หากนับรวมคนที่ได้รับการตรวจเชื้อแล้วพบว่าติดแต่ไม่มีโรงพยาบาลรองรับ เชื่อว่ายังมีผู้ป่วยมีอีกหลายหมื่นคนที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการรักษา ดังนั้นหากพล.อ.ประยุทธ์ยังแก้ปัญหาแบบตาบอดคลำช้างแบบนี้ ถึงสิ้นปีนี้ ก็ไม่มีทางแก้ปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงคราม กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่ายังมีประชาชนจำนวนมากที่ยังรอเตียงรักษาในโรงพยาบาล หรือเข้าไปรักษาตัวในโรงพยาบาลสนาม หรือศูนย์พักคอย หลายชุมชนมีประชาชนจำนวนมากเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิดเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการรักษา โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งกลุ่มนี้ยังไม่ได้รับวัคซีน รวมทั้งไม่สามารถที่จะไปต่อแถวเพื่อรับวัคซีนตามจุดที่รัฐบาลจัดให้ได้ เพราะไปไม่ไหว รัฐควรปรับแผนเร่งเดินหน้าฉีดวัคซีนเชิงรุกในชุมชน จะดีกว่าที่จะให้ประชาชนเดินทางไปที่ศูนย์ฉีดที่รัฐกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงคราม กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรที่จะเร่งทำงานเพื่อแก้ปัญหา แต่กลับสั่งให้ทุกกระทรวงไล่แจ้งความจับประชาชน ใช้อำนาจเป็นกฎหมายเพื่อปิดปากประชาชน ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล คนที่เขาออกมาเพราะเขาไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะมีปัญญาแก้ปัญหา หมายถึงความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไม่เหลือแล้วในสายตาประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การแก้ปัญหาเฟคนิวส์ที่เกิดขึ้นดีที่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกมาพูดความจริงกับประชาชน ไม่โกหกรายวัน เพราะไม่เกิดประโยชน์ หรือรัฐบาลมีวาระซ่อนเร้นจึงไม่เคยออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกับประชาชน ดังนั้นถึงเวลานี้ประชาชนทั่วประเทศ ไม่เคยเห็นความจริงใจที่ออกมาจากพล.อ.ประยุทธ์ จึงเห็นพ้องกันว่า หมดเวลาพล.อ.ประยุทธ์ แล้ว เพราะอยู่มา 7 ปี ไม่มีผลงานอะไร ประเทศตกต่ำลง แก้ปัญหาไม่เป็นจะอยู่ฉุดรั้งประเทศไปเพื่ออะไร&amp;quot; นายสงคราม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111505</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคเพื่อชาติ, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_6102383ce732d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102650</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สงคราม&#039;โทษรัฐบาลไม่เคยสร้างความมั่นใจทำให้ยอดจองฉีดวัคซีนน้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค. 2564 - นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติเผยว่า การลงทะเบียนเพื่อจองคิวเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิดของคนไทยผ่านแอพพลิเคชั่นหมอพร้อม พบว่ามีประชาชนมาจองฉีดวัคซีนเพียงแค่ 1.6 ล้านคนเท่านั้น ในขณะที่เป้าหมายที่รัฐต้องฉีดวัคซีนโควิดให้ประชาชนมากกว่า 50 ล้านคน ตัวเลขที่ออกมาถือว่าน้อยมาก วันนี้มีประชาชนที่ฉีดไปแล้วถึงวันนี้ประมาณ 2 ล้านคนจากทั้งหมด 77 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนายสงครามกล่าวอีกว่า สาเหตุที่ทำให้ประชาชนยังไม่จองคิวฉีดวัคซีน ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาเรื่องการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่นหมอพร้อม รวมถึงความไม่แน่ใจเรื่องวัคซีนที่จะได้รับ ปัญหาดังกล่าวอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญในการสื่อสารถึงประชาชน รวมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบออกมาชี้แจง นอกจากนี้ต้องอธิบายให้ประชาชนคลายกังวลเรื่อง อาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีน ดังนั้น รัฐบาลต้องทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับประสิทธิภาพและประสิทธิผลวัคซีนที่มีอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงคราม กล่าวด้วยว่า นโยบายการฉีดวัคซีนของรัฐบาล ควรให้ประชาชนทุกคน ทุกกลุ่ม เข้าไปฉีดวัคซีนกันได้เลย รวมทั้งการติดตามอาการหลังฉีด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ถ้าคนมาฉีดวัคซีนกันเป็นจำนวนมากไม่พบว่ามีปัญหา เชื่อว่าหากคนที่ฉีดแล้วปลอดภัยประชาชนจะมาฉีดวัคซีนอย่างแน่นอน แต่ที่ยังกลัวเพราะรัฐบาลไม่เคยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้เลย คนในรัฐบาลต่างได้รับวัคซีนที่ดีที่สุด แต่ประชาชนจะได้รับวัคซีนชนิดเดียวกันรัฐบาลหรือไม่ หลังจากนี้รัฐบาลต้องวางแผนเร่งรัดจัดการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;2 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดวิกฤติโควิดครั้งแรก รัฐบาลสอบตกการแก้ปัญหาประเทศทุกอย่างแล้ว ตั้งแต่การสั่งการไปจนถึงมาตรการที่ออกมา ยิ่งการแก้ปัญหาสถานการณ์โควิดถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในเวลานี้ รัฐบาลยังสอบตกเรื่องการสื่อสารกับประชาชนอีกหรือ ปัญหาคือ รัฐบาลทำงานไม่เป็น แก้ปัญหาไม่ตรงจุด แม้วัคซีนดีแค่ไหน แต่รัฐบาลทำงานไร้ประสิทธิภาพ ก็ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้&amp;rdquo; นายสงคราม กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102650</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์, พรรคเพื่อชาติ, รัฐบาล, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_608383d5d38cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เฮียสงคราม&#039;รอวัดกึ๋น&#039;ประยุทธ์&#039;หลังรวบอำนาจกฎหมาย31ฉบับในมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย. 2564 - นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติกล่าวว่า การที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้บรรดาอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงตามกฎหมาย หรือที่เป็นผู้รักษาการตามกฎหมายหรือที่มีอยู่ตามกฎหมาย โอนมาเป็นอำนาจหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นการชั่วคราวเฉพาะ ในส่วนที่เกี่ยวกับการอนุญาต อนุมัติ สั่งการ บังคับบัญชา หรือช่วยในการป้องกัน แก้ไข ปราบปราม ระงับยับยั้งในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือฟื้นฟู ช่วยเหลือประชาชน จำนวน 31 ฉบับ เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การออกคำสั่งครั้งนี้คงต้องดูว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมีปัญญาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ และสามารถหยุดการระบาดของไวรัสได้โดยไว้หรือไม่ ทั้งนี้ยิ่งนานวันประชาชนยิ่งหมดศรัทธา ไม่เชื่อมั่นในตัว พล.อ.ประยุทธ์ แล้ว เพราะตลอด 7 ปีที่ผ่านมาประเทศสงบมาก ทั้งเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ล้มเหลวทุกอย่าง จนกระทั่งมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในรอบที่ 3 ที่ประชาชนจำนวนหลายหมื่นคนและอีกหลายพันคนกำลังนอนรอความตายอยู่ที่บ้าน หลังรัฐไม่เหลียวแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงคราม กล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องหยุดโกหกประชาชน ทางออกที่ดีที่สุดในวิกฤติไวรัสโควิด คือ รัฐต้องเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนให้มากที่สุด ปัจจุบันระยะเวลา 2 เดือนรัฐบาลสามารถฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้เพียง 1.2 ล้านโดส ไม่ถึงร้อยละ 2 ของประชากรทั้งประเทศ ถื้อว่าช้ามาก อยากถามว่าถึงวันนี้ผ่านไป 2 เดือนรัฐบาลทำได้แค่นี้ แล้วยที่บอกว่าวัคซีนวันล่ะหลักแสนโดส จะได้วัคซีนมาจากไหน เมื่อไม่มีการจอง รัฐบาลทั่วโลกทุกประเทศมีการจองวัคซีนไปหมดแล้วประเทศไทยจะหาวัคซีนมาจากไหน แล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าได้มาจากประเทศนั้นประเทศนี้ ได้มาหรือยัง อย่าโกหกประชาชนอีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การรวบอำนาจการบริหารครั้งนี้ หากล้มเหลวไม่สามารถควบคุมการระบาด หรือหาเตียงให้ผู้ป่วยที่นอนรอความตายอยู่ที่บ้านได้ พล.อ.ประยุทธ์จะรับผิดชอบอย่างไร อย่าโยนความผิดให้หน่วยงานอื่น เมื่อรวบอำนาจมาแล้วต้องแสดงความรับผิดชอบสมเป็นชายชาติทหาร อย่าให้ประชาชนสิ้นศรัทธากับรัฐบาลไปมากกว่านี้เลย&amp;rdquo; นายสงคราม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101044</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์, ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์, พรรคเพื่อชาติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รวบอำนาจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_608383d5d38cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สงคราม’อัด’วิษณุ’โกหกรายวันเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.2564 - &amp;nbsp;นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ เปิดเผยว่า ข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้แก้เพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่การแก้ไขครั้งนี้เพื่อประโยชน์ของพรรคพลังประชารัฐ การไม่ตัดอำนาจสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ก็ไม่ควรเสนอมา เพราะไม่เกิดเกิดประโยชน์อะไร ทั้งนี้การที่ (ส.ว.) ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน แต่ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นนั่งร้านให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อสร้างอำนาจและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ง่ายเท่านั้น ไม่มีปัจจัยอื่น จึงเป็นสิ่งไม่ถูกต้องหากยังคงให้ ส.ว.ทั้ง 250 คน เถลิงอำนาจต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคเพื่อชาติ มีความคิดเห็นไปในทิศทางเดี่ยวกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน คือ เดินหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 256 ถือเป็นวิธีการที่ถูกต้องที่สุด เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาต้องรื้อทั้งหมด การแก้ไขรัฐธรรมนูญถ้าไม่แก้ทั้งฉบับก็ไม่มีประโยชน์ ไม่มีทางหยุดระบอบประยุทธ์ได้ เพราะการแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราตามที่มีการเสนอมาไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน เป็นการแก้ไขแค่เปลือกของรัฐธรรมนูญเท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงคราม กล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ แถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่รัฐบาลต้องดำเนินการ แต่ที่ผ่านมาพบว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีความจริงใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ อ้างว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวเป็นเรื่องของรัฐสภา ทั้งๆ ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้าสภาเป็นร่างของรัฐบาล แต่ถึงเวลาไม่อยากแก้ก็ให้คว่ำ แต่ตัวเองลอยตัวเหนือปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแถลงนโยบายที่ให้ไว้กับสภา เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล อยากให้ไปดูว่านโยบายเร่งด่วน แต่นายวิษณุกลับบอกว่าไม่จำเป็นต้องดำเนินการ เพราะไม่ใช่เรื่องด่วน ชัดเจนว่าการเขียนเรื่องการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญในนโยบายรัฐบาลเป็นการเขียนเพื่อเอาไว้หลอกพรรคร่วมรัฐบาลและโกหกประชาชนเท่านั้น รัฐบาลไม่มีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาประเทศอย่างแท้จริง เลือกที่จะโกหกไปวันๆจนเชื่อว่าเรื่องที่โกหกเป็นเรื่องจริงแล้ว&amp;rdquo; นายสงคราม กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98634</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิษณุ เครืองาม, นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์, ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์, พรรคเพื่อชาติ, ส.ส.บัญชีรายชื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4c9c5d43e03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2021 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2021 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อชาติ&#039; เคาะแล้ว &#039;บุศริณธญ์ พี่สาวยงยุทธ&#039; นั่งหัวหน้าพรรคแทน &#039;สงคราม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.64 - ที่ห้องประชุมคอนเวนชั่น ชั้น 6 ห้างอิมพิเรียลสำโรง จ.สมุทรปราการ พรรคเพื่อชาติจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 มีวาระสำคัญเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ภายหลังนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ทำให้กรรมการบริหารพรรคชุดเดิมยุติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ประชุมได้มีมติเลือก นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ, นายเทวกฤต พรหมมา อดีตผู้อำนวยการพรรค ขึ้นเป็นรองหัวหน้าพรรค เพียงคนเดียว, นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เป็นเลขาธิการพรรค, นายองอาจ คำทอง เป็นรองเลขาธิการพรรค, น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง อดีตโฆษกพรรค เป็นรองเลขาธิการพรรค, น.ส.กิ่งดาว สุจริต เป็นเหรัญญิกพรรค, นางณัฏฐพิชา มีกองทรัพย์ เป็นนายทะเบียนพรรค, นายภูมิพัฒน์ บุตุธรรม เป็นผู้อำนวยการพรรค, นายกัมปนาท วงศ์หงษ์สกุล เป็นโฆษกพรรค, นายธีรพงษ์ เผ่ากา กับ ว่าที่ ร.ต.ณัฐชัย วิอังศุธร เป็นรองโฆษกพรรค ส่วนกรรมการบริหารพรรค มี น.ส.รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ, น.ส.วิภาลักษณ์ เตชะภู และนายเกริกมนตรี รุจโสตถิรพัฒน์ ขณะที่นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตหัวหน้าพรรค เป็นประธานที่ปรึกษาและประธานยุทธศาสตร์พรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางบุศริณธญ์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ เปิดเผยถึงนโยบายว่า จะสานต่อนโยบายเรื่องของการออกโฉนดใบเดียว โดยหลังจากนี้จะออกพื้นที่ต่างจังหวัดตามสาขาพรรค เพื่อนำนโยบายของพรรคไปทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น ขยายสู่ประชาชนให้เป็นรูปธรรม หากพรรคเพื่อชาติได้ทำงานเป็นฝ่ายรัฐบาลก็จะทำนโยบายให้เป็นรูปธรรม ส่วนการทำงานร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น ยืนยันร่วมงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้านแน่นอน เพราะอดีตหัวหน้าพรรคก็มีความแน่วแน่ในเรื่องของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เรายืนเคียงข้างประชาชนมาโดยตลอด ยืนหยัดอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงเสียงของพรรคเพื่อชาติในสภาที่แตกแถว ในการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น นางบุศริณธญ์ กล่าวว่า ต้องขอโทษประชาชนที่เทคะแนนเสียงให้ เรามีเวลาน้อยในการสรรหาผู้สมัคร อนาคตเราจะออกต่างจังหวัดไปเยี่ยมสาขาพรรค เพื่อนำนโยบายพรรคเลือกคนประชาชนเลือกพรรค จะทำนโยบายให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น และจะสรรหาคนที่จะทำงานให้กับพรรค รักในระบอบประชาธิปไตย ไม่ขายอุดมการณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ที่ปรึกษาพรรคเพื่อชาติ เสริมว่า ที่ผ่านมาเรามีเวลาพบประชาชนน้อยไป ต่อไปเราจะเข้าถึงประชาชนมากขึ้น เชื่อว่าตอนนี้จะทำความเข้าใจให้ประชาชนได้มากขึ้น เพราะมีเวลา คัดสรรคนเตรียมเลือกตั้ง เชื่อว่าน่าจะได้ ส.ส.มากกว่านี้ และน่าจะได้ ส.ส.เขต ไม่ใช่แค่ปาร์ตี้ลิสต์ เชื่อมั่นหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะทำได้ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนางบุศริณธญ์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติคนใหม่ มีชื่อเดิมว่า น.ส.บุษรินทร์ ติยะไพรัช ยังเคยเป็นอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, อดีต ส.ว.เชียงราย, อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และเป็นพี่สาวของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98195</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์, พรรคเพื่อชาติ, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210403/image_big_60680c65ed528.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคฝ่ายค้านยื่นความเห็น7หน้าให้ศาลรธน.ยันรัฐสภามีอำนาจแก้ไขรธน.ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.64 - ที่ศาลรัฐธรรมนูญ​ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมแกนนำพรรคฝ่ายค้านเข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอส่งบันทึกถ้อยคำและความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญประกอบการพิจารณาวินิจฉัยในคดีที่ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;โดยประเสริฐ กล่าวว่า ทางพรรคฝ่ายค้านเห็นว่าศาลฯได้มีการขอความเห็นจากนักวิชาการและผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้จำนวน 4 คน ดังนั้นเพื่อเป็นการเปิดรับฟังความเห็นจากหลายฝ่าย จึงได้ขอส่งบันทึกถ้อยคำเป็นข้อมูลต่อศาลรวม 7 หน้า เพื่อยืนยันว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 156 (15) บัญญัติไว้ชัดเจนว่ารัฐสภามีอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามคิดว่าการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจะทันต่อการที่สภาจะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ในช่วงวันที่ 17-18 มี.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายประเสริฐ ยังกล่าวด้วยว่า ฝ่ายค้านยังไม่ได้มีการพูดคุยกันว่าหากการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไม่สามารถเป็นไปได้จะทำอย่างไร เพราะเราคาดหวังไว้ว่างรัฐสภาน่าจะผ่านวาระ 3 ได้ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ ประชาชนเรียกร้อง รัฐสภาที่เป็นตัวแทนของประชาชนจะเห็นด้วยกับการผ่านวาระ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านนายชัยธวัช &amp;nbsp;ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เราเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่ควรมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ใช่ปัญหาเรื่องอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดชัดเจนว่าสภามีอำนาจในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตราได้ โดยมีข้อจำกัดเพียงห้ามแก้ไขแล้วไปกระทบต่อระบอบการปกครองและรูปแบบของรัฐมิได้ ดังนั้นการแก้ไขโดยให้มี ส.ส.ร. จึงอยู่ในกรอบที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ กระบวนการก็ยังอยู่ในกรอบที่รัฐธรรมนูญกำหนด จึงได้ให้ความเห็นในบันทึกที่ส่งศาลในวันนี้ การเสนอแก้ไขในลักษณะที่กระทำอยู่สามารถทำได้ และเป็นอำนาจของรัฐสภา และในอดีตตอนแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2534 ก็มีการทำในลักษณะนี้ จนนำไปสู่การตั้ง ส.ส.ร. และมีรัฐธรรมนูญ 2540 จึงยืนยันในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านว่ารัฐสภามีอำนาจ ไม่เห็นว่าสิ่งที่ดำเนินการอยู่ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ในญัตติที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน และสมาชิกวุฒิสภายื่น ไม่ได้พูดแค่อำนาจรัฐสภา แต่พูดถึงแม้กระทั่งการจำกัดอำนาจของประชาชนที่จะออกเสียงลงประชามติ ว่าจะให้มีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือไม่ อันนี้เป็นอันตรายมาก หมายความว่าถ้าญัตตินี้ศาลรัฐธรรมนูญเห็นด้วยกับความเห็นที่ไพบูลย์กับคณะยื่น จะทำให้ประเทศไทยไม่สามารถจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ในระบบรัฐสภาภายใต้กระบวนการประชาธิปไตยได้เลย จะแก้ไข จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้อีกครั้งก็ต่อเมื่อมีการรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ มีรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่บัญญัติไว้ว่าจะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เท่านั้น แม้แต่การทำประชามติในญัตติของนายไพบูลย์ การจะถามประชาชนว่าเห็นด้วยกับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ก็ทำไม่ได้เพราะจะเป็นการขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้มีบทบัญญัติให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ ซึ่งตรรกะแบบนี้อันตรายมาก&amp;rdquo; นายชัยธวัช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และรัฐธรรมนูญ 2560 ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้แก้ไข ซึ่งหมวด 1 และ2 เราได้ยืนยันชัดเจนแล้วว่าจะไม่มีการแก้ไข จึงไม่ใช่เป็นการร่างใหม่ทั้งฉบับ พรรคฝ่ายค้านยังไม่ได้มีการเตรียมแผน 2 กรณีที่ไม่สามารถตั้ง ส.ส.ร.ได้ เพราะเรามองว่าบรรยากาศในการประชุมกรรมาธิการแก้ไขรับธรรมนูญ เป็นไปด้วยความราบรื่น ตัวแทนทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ส.ว. ถ้อยทีถ้อยอาศัย ดูแล้วเหมือนมีความจริงใจในการแก้ไขอย่างที่บางพรรคการเมืองเคยหาเสียงไว้ และอย่างที่นายกฯบอกว่าจะมีการมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราก็คิดว่าบ้านเมืองจะไปได้ การปรองดองก็จะเกิดขึ้นถ้ามีการแก้ไขรับธรรมนูญ แต่กลับมีการยื่นศาลให้วินิจฉัยในเรื่องนี้ก็รู้สึกเสียใจเสียดาย ยังหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมองในทางบวก เพราะถ้ารัฐธรรมนูญแก้ไขไม่ได้บ้านเมืองจะเกิดความวุ่นวาย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94866</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายประเสริฐ จันทรรวงทอง, พรรคก้าวไกล, พรรคเพื่อชาติ, พรรคเพื่อไทย, ศาลรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f239871cd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
