<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 17:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘น้องแรมโบ้’ ซัด ‘นภาพร’เอาเวลาไปดูคดีบุกรุกที่ของหัวหน้าพรรค ก่อนจะไปทำเรื่องฟ้องนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ตุลาคม 2564 นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนางสาวนภาพร เพ็ชรจินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เตรียมคุยทีมกฎหมายฟ้องรัฐ ละเมิดประชาชนปล่อยน้ำท่วม และการลงพื้นที่ของนายกฯแค่โชว์ตัว ว่าหากนางสาวนภาพร มีสมองคิดก็จะรู้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากภัยธรรมชาติ&amp;nbsp; ซึ่งที่ผ่านมานายกฯ รัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญ และแก้ไขปัญหานี้มาอย่างต่อเนื่อง มีการตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติขึ้นมาเพื่อดูแลเรื่องการบริหารจัดการน้ำมาโดยตลอด อีกทั้งได้เยียวยาให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีนายกฯ หรือรัฐบาลใดจงใจให้พื้นที่นี้น้ำท่วมด้วยการปล่อยน้ำจำนวนมาก หรืออยากให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชนะศักดิ์ ระบุว่าในขณะที่นางสาวยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯเกิดน้ำท่วมใหญ่ในปี 54 ถูกฟ้องบริหารจัดการน้ำผิดพลาด ทำให้มวลน้ำจำนวนมหาศาลได้ไหลสู่พื้นที่ต่ำ ซึ่งศาลปกครองกลางยกฟ้องไปแล้ว เนื่องจากเป็นภัยธรรมชาติ ที่ไม่อาจป้องกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องการบริหารจัดการน้ำนั้นนายกฯ และรัฐบาล สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้วางเอาไว้แล้วตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ปี พ.ศ. 2561 &amp;ndash; 2580 และที่ผ่านมาก็ได้แก้ไขปัญหานี้มาโดยตลอด ไม่ได้นิ่งนอนใจเลย อีกทั้งลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง&amp;nbsp; โดยขออย่าหน้ามืดตามัวนำทุกประเด็นมาตีกินการเมือง และก่อนที่จะกล่าวหาโจมตีใครหัดไตร่ตรองใช้สมองคิดให้ดีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่นางสาวนภาพร บอกว่าการลงพื้นที่ของนายกฯเป็นเพียงแค่การโชว์ตัวนั้น ตนเองอยากจะบอกว่าก่อนที่จะว่าใครนั้นก็ขอให้ย้อนกลับไปดูตัวเอง และพรรคตัวเองก่อนว่าการลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ของ นางสาวนภาพร เป็นการไปโชว์ตัวหรือไม่ ไปหาคะแนนเสียงหรือไม่ ดังนั้นไม่ควรเอามาพูด เพราะการที่นายกฯลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัยนั้นก็ไม่ใช่เพียงแค่นำถุงยังชีพไปแจกเท่านั้น แต่นายกฯไปรับฟังปัญหาในพื้นที่เพื่อนำข้อมูลมาพิจารณาปรับแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่โชว์ตัวเท่านั้น อย่ามาเวลาเสียฟ้องรัฐเลย ช่วยเอาเวลา ไปช่วยดูคดีบุกรุกป่าของหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยจะดีกว่าไหม &amp;rdquo;นายชนะศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118641</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์, นภาพร เพ็ชรจินดา, ประกาศผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, พรรคเสรีรวมไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_615984bfbe5d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.เป้ ฉะยับ &#039;ระบอบประยุทธ์&#039; แค่ทำให้ประชาชนมีชีวิตอยู่ได้ไปวันๆ แต่ไม่มั่นคงและยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.64 - นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา &amp;nbsp;หรือ &amp;quot;เป้&amp;quot; &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระบอบประยุทธ์&amp;rdquo; แค่ทำให้ประชาชนมีชีวิตอยู่ได้ไปวันๆ ไม่มั่นคงมั่งคั่งยั่งยืนตามคำโฆษณา เชื่อครบรอบ 7 ปีรัฐประหาร จะมีคนทุกสีเสื้อออกมาขับไล่จนมืดฟ้ามัวดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประกาศสลายสีเสื้อรวมตัวกันขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ในวันที่ 4 เมษายนที่อนุสาวรีย์วีรชนพฤษภา 35 ถือเป็นการแสดงให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่เหลืออดกับรัฐบาลชุดนี้แล้ว พล.อ.ประยุทธ์อยู่มา 7 ปี นอกจากจะไม่มีอะไรดีขึ้น &amp;nbsp;ยังมีแนวโน้มว่าสถานการณ์ต่าง ๆ กำลังย่ำแย่ลง โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจปากท้องประชาชนที่มีแต่การกู้มาแจกและการใช้วาทกรรมประโลมโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระบอบประยุทธ์ ทำให้ประชาชนมีชีวิตอยู่ได้ไปวัน ๆ ด้วยการกู้เงินมาแจก ไม่มั่นคงมั่งคั่งยั่งยืนอย่างที่โฆษณากัน &amp;nbsp;จนTDRI ต้องออกมาเตือนถึงเงินกู้ที่มากกกว่าเงินลุงทุน การเก็บรายได้ที่ไม่เข้าเป้า ซึ่งถือเป็นสัญญาณอันตรายทางเศรษฐกิจ แต่ดูเหมือนว่าพล.อ.ประยุทธ์จะไม่เข้าใจอะไรเลย เพราะยังออกมาคุยโวว่าสถานะการเงินของไทยแข็งแกร่ง ซึ่งสวนทางกับกระทรวงการคลังที่เพิ่งออกมาเปิดเผยว่ารายได้ 5 เดือนติดลบถึงแสนล้านบาทและมีแนวโน้มจะต้องกู้เพิ่มอีก &amp;nbsp;จึงน่าเป็นห่วงถึงอนาคตของลูกหลานที่จะต้องมาใช้หนี้สินที่ พล.อ.ประยุทธ์ทิ้งไว้ในวันข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศจะเปิดประเทศเร็ว ๆ นี้เริ่มจากเมืองท่องเที่ยวสำคัญเช่นที่ภูเก็ต &amp;nbsp;แต่ปรากฎว่าการฉีดวัคซีนก็เป็นไปด้วยความล่าช้าเพราะบริหารจัดการไม่เป็น &amp;nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ยังไม่เลิก แล้วนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไหนจะมั่นใจว่าไทยปลอดภัยจริง เพราะสถานที่ที่ปลอดภัยจะต้องฉีดวัคซีนจนครบตามเกณฑ์การป้องกันสุขภาพหมู่ และต้องไม่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรื่องแค่นี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังคิดไม่ได้ แล้วจะปล่อยให้บริหารประเทศต่อไปได้อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่แปลกใจเลยที่ประชาชนสีเสื้อต่าง ๆ แม้จะเคยมีความบาดหมางในอดีตจะวางความขัดแย้งลงแล้วประกาศสลายสีีเสื้อเพื่อรวมตัวกันออกมาขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเป็นต้นตอสำคัญของความขัดแย้งทั้งมวล โดยเชื่อว่ากระแสการต่อต้านจากประชาชนทุกสายจะไหลมารวมกันครั้งใหญ่ในวันที่ 22 พฤษภาคมซึ่งเป็นวันครบรอบ 7 ปีรัฐประหาร หลังทุกฝ่ายเห็นพ้องกันแล้วว่าหากจะหยุดวิกฤตชาติจะต้องเริ่มต้นที่การหยุดระบอบประยุทธ์ให้ได้เสียก่อ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98096</URL_LINK>
                <HASHTAG>นภาพร เพ็ชร์จินดา, พรรคเสรีรวมไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_6066b35edde03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุก50ปี ผู้สมัครสส. แก๊งค้าไอซ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำคุก 50 ปีอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย ร่วมแก๊งชาวจีนยัดไอซ์ 985 กก.ใส่ตู้คอนเทนเนอร์จะส่งทางเรือไปฟิลิปปินส์ แต่เกิดไฟไหม้ตู้สินค้าอื่น เจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุมได้ทั้งหมด 4 คน รับโทษลดหลั่นกันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 28 กันยายนนี้ ที่ห้องพิจารณา 910 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีอดีตผู้สมัคร ส.ส.ลักลอบส่งยาเสพติดไปจำหน่ายในต่างประเทศ ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดียาเสพติด 9 เป็นโจทก์ฟ้องนายฮวง เกาเซียง อายุ 25 ปี ชาวจีน, นายสุบรรณ มหาชนนท์ อายุ 58 ปี อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 50 พรรคเสรีรวมไทย, นายจ้อยว่า แซ่โฟ้ง อายุ 62 ปี และนายโชว ชิงชู่ อายุ 45 ปี ชาวจีน ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 &amp;nbsp;ในความผิดฐานสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเมตแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ หรือยาไอซ์ อันเป็นยาเสพติดประเภท 1 ร่วมกันมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และพยายามส่งออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการโจทก์ฟ้องระบุพฤติการณ์ความผิดพวกจำเลย สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 11-13 มิ.ย. 2562 ต่อเนื่องกัน จำเลยกับพวกที่ยังหลบหนีได้วางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำในการจัดหายาไอซ์ ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 จำนวน 985 ถุง น้ำหนัก 985 กิโลกรัมเศษ เพื่อส่งออกไปจำหน่ายนอกราชอาณาจักร โดยจำเลยที่ 1 และ 4 ได้ซุกซ่อนยาไอซ์ในถุงชาสีทองตราจักรพรรดิ ปะปนไปกับสินค้าประเภทรองเท้า 34 กล่อง และกระสอบตะเกียบอนามัยจำนวนหนึ่งไว้ในตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อส่งออกไปประเทศฟิลิปปินส์ ส่วนจำเลยที่ 2-3 เป็นผู้ติดต่อว่าจ้างให้เช่าตู้คอนเทนเนอร์เพื่อมาบรรจุยาเสพติด แต่การกระทำของพวกจำเลยไม่บรรลุผล เนื่องจากมีเหตุเพลิงไหม้ตู้สินค้าอื่นที่ท่าเรือ อ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี ทำให้ไม่สามารถส่งออกยาเสพติดออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายไปยังประเทศฟิลิปปินส์ได้สมดังเจตนา เหตุเกิดที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และที่อื่นเกี่ยวพันกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมพวกจำเลยได้ พร้อมของกลางหลายรายการ ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดี ชั้นสอบสวน พวกจำเลยให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้เบิกตัวจำเลยทั้งหมดจากทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางมาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์มีหลักฐานแน่นหนา พิสูจน์ได้ชัดเจนว่า จำเลยที่ 1, 4 ซึ่งเป็นชาวจีน เดินทางเข้ามาเพื่อประสงค์จะส่งยาเสพติดไปนอกราชอาณาจักรเกี่ยวข้องกับยาไอซ์ จำนวน 985 ถุง ที่พบในตู้ตอนเทนเนอร์ จึงมีความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย พิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจำเลยที่ 2-3 พยานหลักฐานโจทก์น้ำหนักรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2-3 ได้แจ้งภายหลังไฟไหม้ที่ท่าเรือแหลมฉบัง โดยทราบว่าสินค้าที่อยู่ในตู้คอนเทนเนอร์มีเกล็ดเมตแอมเฟตามีนบรรจุอยู่ในถุงชาสีทองปะปนอยู่กับสินกล่องรองเท้าด้วย ซึ่งเป็นสิ่งผิดกฎหมายมีอัตราโทษสูง แต่ก็ยังติดต่อเพื่อจะช่วยเหลือจำเลยที่ 1, 4 ในการขอคืนสินค้าผิดกฎหมายดังกล่าว ซึ่งเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานสมคบกัน สนับสนุน ช่วยเหลือเกี่ยวกับยาเสพติด พิพากษาให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำให้การของจำเลยทั้งหมดเป็นประโยชน์แก่ศาล ลดให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1, 4 ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 2-3 คงจำคุกคนละ 50 ปี และให้ยึดของกลางทั้งหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78904</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ้อยว่า แซ่โฟ้ง, พรรคเสรีรวมไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โชว ชิงชู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f71d58f19d35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผย&#039;เสรีรวมไทย&#039;งดออกเสียงพ.ร.ก.กู้เงิน&#039;5ส.ส.เศรษฐกิจใหม่เทคะแนนให้รบ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลการออกเสียงใน พรก. 3 ฉบับมีความน่าสนใจตรงที่ พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจพ.ศ. 2563 เนื่องจากปรากฎว่า มีส.ส.งดออกเสียงจำนวน 12 คน ประกอบด้วย 1.นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นไปตามบรรทัดฐานที่ผู้ทำหน้าที่ประธานการประชุมจะใช้สิทธิงดออกเสียง 2.นางสาวธนภร โสมทองแดง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย 3.นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย 4.นายประสงค์ &amp;nbsp;บูรณ์พงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย 5.นายเพชร &amp;nbsp;เอกกำลังกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย 6.นายเรวัต &amp;nbsp;วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย &amp;nbsp;7.นายวัชรา ณ วังขนาย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย 8.นายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย 9.พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย &amp;nbsp;10.นายสมบติ ศรีสุรินทร์ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย 11.นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯคนที่ 1 ซึ่งเป็นไปตามบรรทัดฐานที่ผู้ทำหน้าที่ประธานการประชุมจะใช้สิทธิงดออกเสียง 12.นายอำไพ ก้องมณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้นายชวนและนายสุชาติ จะลงมติงดออกเสียง แต่ปรากฎว่านายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯคนที่ 2 จากพรรคภูมิใจไทย ได้ลงมติเห็นด้วยกับพระราชกำหนด ซึ่งก่อนหน้านี้เคยลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจมาแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ส.ส.ที่ลงมติเห็นด้วยกับพระราชกำหนดดังกล่าวนอกจากมีส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการแล้ว ยังมีส.ส.ของพรรคเศรษฐกิจใหม่และพรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่งลงมติเห็นด้วย ซึ่งเป็นส.ส.ที่เคยลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจมาก่อนหน้านี้ ได้แก่ 1.นายนิยม &amp;nbsp;วิวรรธนดิฐกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ 2.นางสาวพรพิมล &amp;nbsp;ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย 3.นายพลภูมิ &amp;nbsp;วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย 4.นายภาสกร &amp;nbsp;เงินเจริญกุล &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ 5.นายมนูญ &amp;nbsp;สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6.นางมารศรี &amp;nbsp;ขจรเรืองโรจน์ &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ 7.นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขณะที่ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ลงมติไม่เห็นด้วยกับพระราชกำหนดตามแนวทางของฝ่ายค้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายประทวน &amp;nbsp;สุทธิอำนวยเดช ส.ส.ลพบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้ใช้กดบัตรลงมติในช่องไม่ลงคะแนนเสียง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในส่วนพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 ที่มีมติเห็นชอบ 274 คะแนน โดยไม่มีการลงมติไม่เห็นด้วย และมีส.ส.ใช้สิทธิงดออกเสียงจำนวน 207 คน ทั้งนี้ ในคะแนนที่ลงมติเห็นชอบมาจากส.ส.ฝ่ายรัฐบาลทั้งหมด รวมถึงนางสาวพรพิมล &amp;nbsp;ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย 3.นายพลภูมิ &amp;nbsp;วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม พรรคเพื่อไทยด้วย เช่นเดียวกับ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ทั้ง 5 คนที่ลงมติให้ความเห็นชอบ ยกเว้นนายมิ่งขวัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 ที่สภาฯมีมติ 275 คะแนน ไม่เห็นด้วย 1 คะแนน งดออกเสียง 205 คะแนน ส่วนใหญ่ส.ส.ที่โหวตเห็นด้วยเป็นกลุ่มเดียวกับพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ เว้นแต่นายเชิดพงศ์ &amp;nbsp;ราชป้องขันธ์ ส.ส.บึงกาฬ พรรคเพื่อไทย ที่ลงมติไม่เห็นด้วย ต่างจากมติของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่เห็นควรให้งดออกเสียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67471</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.กู้เงิน, พรรคเศรษฐกิจใหม่, พรรคเสรีรวมไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed392eaeccba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039;โผล่แจง กมธ.ปราบโกงแต่องค์ประชุมดันไม่ครบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.2563 - &amp;nbsp;ที่รัฐสภา การประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน ได้มีการพิจารณาเรื่องการกักตุนหน้ากากอนามัย ทั้งนี้ ก่อนการประชุม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แจ้งต่อที่ประชุมว่า เนื่องจากวันนี้มี กมธ.มาประชุมไม่ถึง 5 คน จึงไม่ครบเป็นองค์ประชุม โดยเดิมมีกรรมาธิการบางคนรับปากว่าจะมาประชุมแต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลากลับไม่มา ทำให้ไม่ครบองค์ประชุม ดังนั้น การประชุมวันนี้จึงเป็นเพียงของการปรึกษาหารือเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ให้ข้อมูลต่อคณะ กมธ. ว่า แม้กระทรวงพาณิชย์จะได้ออกประกาศห้ามส่งออกหน้ากากอนามัย และกำหนดให้บริษัทผู้ผลิตต้องแจ้งสต๊อกสินค้า แต่ปรากฏว่ามีหลายบริษัทไม่ได้แจ้งสต๊อกสินค้ามายังหน่วยงานภาครัฐและยังไม่ยอมแจ้งงบการเงิน และจากการตรวจสอบพบว่ามีบางบริษัทนำส่งขายหน้ากากในตลาดมืด เพราะได้ราคาดีกว่า โดยไม่มีการตีตราบริษัทที่หน้ากาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;ระหว่างนายอัจฉริยะกำลังให้ข้อมูลอยู่นั้น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ได้เดินทางมายังรัฐสภา เพื่อจะขอเข้าให้ข้อมูลต่อคณะ กมธ. แต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ แจ้งผ่านเจ้าหน้าที่กลับไปยังนายจุรินทร์ว่ายังไม่ให้เข้ามาในห้องประชุม เพราะนายอัจฉริยะกำลังชี้แจงอยู่ ส่งผลให้นายจุรินทร์ที่ทราบมาว่าการประชุมครั้งนี้มีองค์ประชุมไม่ครบ จึงเดินทางกลับออกจากรัฐสภาทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายจุรินทร์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะ กมธ. ถึงการปรับโครงสร้างการกระจายหน้ากากอนามัยที่ ศบค.ปรับให้กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้กระจายให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรงว่า กระทรวงพาณิชย์ถูกลดบทบาท เพราะรูปแบบนี้เป็นแนวทางที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ โดยเห็นว่ากระทรวงสาธารณสุขจะได้กระจายให้โรงพยาบาลทั้งในและนอกสังกัดโดยตรง และในส่วนของจังหวัดควรให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ขณะนี้มีอำนาจเต็มขึ้นมาบัญชาการบริหารสถานการณ์โควิดในจังหวัดตัวเอง ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะแจกจ่ายให้กลุ่มเสี่ยงกลุ่มใดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ทุกกระทรวงต้องช่วยกันยืนยันว่า ได้กระจายหน้ากากให้ทุกโรงพยาบาลทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงสาธรณสุขอย่างเต็มที่ ตกวันละ 1.5 ล้านชิ้นต่อวัน นอกจากนี้ ส่วนตัวเห็นด้วยที่นายกรัฐมนตรีให้โยกงบแต่กระทรวง 10% มาไว้ที่งบกลาง เพื่อใช้ในการบริหารสถานการณ์โควิด เพราะขณะนี้การดูแลประชาชนให้พ้นวิกฤตถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และกระทรวงพาณิชย์ยินดีให้งบส่วนนี้ไปใช้ ซึ่งกำลังหาทางให้ประชาชนได้รับสินค้าอุปโภคบริโภคส่งตรงถึงหน้าบ้านในรูปแบบรถพุ่มพวง โดยเตรียมไว้ 250 คัน กระจายทั่วกรุงเทพและปริมณฑล อีกทั้งยังมีโครงการสมาร์ทโชว์ห่วยสามารถเดลิเวอร์รีสินค้าถึงหน้าบ้านเช่นกัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61681</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์, พรรคเสรีรวมไทย, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, รมว.พาณิชย์, รองนายกรัฐมนตรี, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, สภาผู้แทนราษฎร, โตวิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e8428e8679d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2020 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2020 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสรีพิศุทธ์&#039; ไม่จบ​เตรียมไลฟ์สด ปมถวายสัตย์​  28 ก.พ.นี้ สวนสหายแสง” ยังไม่อดนมตอนเป็นวีรบุรุษนาแก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์กรณีถูกตัดบทการอภิปรายฯปมถวายสัตย์ฯว่า ข้อมูลของตนได้เตรียมตัวมาเพื่ออภิปรายฯในเรื่องดังกล่าวก่อนที่รัฐมนตรีจะเข้าปฏิบัติหน้าที่ แต่เมื่อการถวายสัตย์ฯไม่ครบ​โดนตัดเรื่องรัฐธรรมนูญออกไปแล้วยังเพิ่มข้อความเข้ามา ถามว่าสามารถเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญได้หรือ แม้แต่การแต่งตั้งส.ว.ก็มีการนำพวกพ้องมาทำหน้าที่ เรายังยอมรับเลย ถึงแม้จะถูกเอาเปรียบจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่คนที่เป็นนายกฯกลับไม่ยอมรับ มีความพยายามฮั้วกันไม่ให้ตนอภิปรายฯ คนด่าว่าบ้าเลวทรามยังไม่กลัว​ แต่กลัวเรื่องการถวายสัตย์ฯ เพราะรู้ว่าละเมิดพระมหากษัตริย์ แล้วจะให้คนแบบนี้เป็นนายกฯหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ตนจะพูดเรื่องนี้ต่อนอกสภาฯในวันที่ 28 ก.พ. เวลา 21.15 น. ผ่านการไลฟ์สดในเฟซบุ๊ก เพื่อให้ประชาชนได้รู้ข้อมูล 48 หน้าที่ตนเตรียมไว้ ตั้งแต่ที่มาที่ไปของรัฐบาล แต่ตนไม่ทำงานเคลื่อนไหวนอกสภาฯ เพราะเป็นส.ส. แต่สิ่งที่จะพูดในสภาฯไม่ให้พูด ตนกำลังจะทำในสิ่งที่ถูกกฎหมาย ในขณะที่สภาฯกำลังจะทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายที่ไม่ให้ตนอภิปรายฯ ซึ่งกำลังคิดว่าจะดำเนินคดีที่สภาฯไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ เตรียมยื่นสอบจริยธรรม เนื่องจากพูดข่มขู่ประธานสภาฯ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;เขากับผมใครมีจริยธรรมมากกว่ากัน ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 124 ระบุว่าการประชุมในสภาฯ รวมถึงในคณะกรรมาธิการเป็นเอกสิทธิ์ ขอให้ฟ้องไปเลยเรื่องหมิ่นประมาท เพราะผมกำลังจัเตรียมฟ้องบุคคลดังกล่าวด้วย ที่ปฏิบัติหน้าที่มิชอบในการทำงานในฐานะกรรมาธิการกรณีที่จะยื่นถอดถอนผมพ้นจากตำแหน่งประธานกมธ.ป.ป.ช.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่นายสิระระบุว่ามุ่งแต่โจมตีเรื่องการถวายสัตย์ฯ ทำงานไม่คุ้มกับภาษีประชาชนนั้น &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า คนไม่มีความคิดก็เป็นแบบนั้น สิ่งที่ตนพูดรัฐธรรมนูญบัญัติไว้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับสหายแสง หรือนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯที่มีการพูดท้าทายให้มาเจอกันนอกสภาฯแล้วหรือยัง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ตอนตนกำลังดังเป็นวีรบุรุษนาแกนายศุภชัยยังไม่อดนมเลย ขอให้ไปนับอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ในระหว่างที่อภิปรายฯได้ส่งจดหมายถึงนายกฯให้ใจเย็นๆ แต่อาจทำให้นายฯอารมณ์เสียได้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า แค่บอกให้ใจเย็นๆและทนฟัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58318</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปมถวายสัตย์ฯ, พรรคเสรีรวมไทย, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, ไลฟ์สด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200227/image_big_5e573db653507.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาเดือด!สหายแสงพร้อมชนวีรบุรุษนาแก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมรัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลกลับมาดุเดือดอีกครั้ง เมื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เตรียมจะอภิปรายเรื่อง การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนของนายกรัฐมนตรี ทำให้ ส.ส.ซีกรัฐบาล และส.ส.ฝ่ายค้าน ต่างลุกขึ้นประท้วง ตอบโต้กันไปมา โดย ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล อาทิ นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ หยิบยก ผลการหารือของวิปฝ่ายค้าน วิปฝ่ายรัฐบาล และประธาน รองประธานสภาได้หารือ จนนายชวน มีคำวินิจฉัย ไม่ให้มีการอภิปรายเรื่องถวายสัตย์ปฏิญาณ รวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ได้เคยมีคำวิจฉัยไว้แล้ว ขณะที่ส.ส.ฝ่ายค้าน หลายคน ระบุว่า ถือเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ที่จะมีสิทธิ์อภิปราย โดยเฉพาะนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่า ได้มีการหารือกันจริง แต่ในการหารือครั้งนั้น ระบุว่า เรื่องนี้เราทำได้เพียงแค่ขอความร่วมมือ แต่ถ้าหากผู้จะอภิปราย ใช้เอกสิทธิ์ส.ส.อภิปราย เราก็ห้ามไม่ได้ ขณะที่ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย ก็พยายามยกมือ ช่วยชี้แจง เพื่อช่วยเหลือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้อภิปรายต่อ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัยได้ วินิจฉัยว่า เรื่องถวายสัตย์ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะเพียงเกริ่นพอประมาณ หรือลงลึก ถ้าลงลึก ไม่อนุญาติให้อภิปราย เพราะเรื่องนี้เกิดก่อนการบริหารแผ่นดินของนายกฯ และศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง เราไม่ควรพูดถึงพระมหากษัตริย์ โดยไม่จำเป็น รวมทั้งวิปสองฝ่ายได้หารือและมีมติออกมาอย่างชัดเจนแล้ว ไม่ให้พูดถึงเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปรายต่อว่า ยังไม่ทันพูดเลย แล้วประธานจะมาวินิจฉัย ควรฟังข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนก่อน ท่านเป็นประธานเป็นหรือเปล่า ทำให้นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ขอให้ผู้อภิปรายถอนคำพูดที่เสียดสีประธาน ไม่อย่างนั้นจะขอถามบ้างว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เป็นประธานกรรมาธิการ ป.ป.ช.เป็นหรือเปล่า นายศุภชัย กล่าวว่า ไม่ติดใจ เพราะเชื่อว่าประชาชนตัดสินได้ ทำให้นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า คำวินิจฉัยที่ประธานวินิจฉัยถือว่าเด็ดขาด เป็นที่สิ้นสุดแล้ว ให้ใช้อำนาจตามที่ท่านมีไป เมื่อไม่ให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปราย ก็ใช้ไป ท่านมีกระบองก็ใช้ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัยกล่าวอีกครั้งว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีพฤติกรรมดูถูกประธานหลายครั้ง แต่ไม่ได้ถือสา แต่คำพูดนี้ควรถอนคำพูด &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยิ้มพร้อมตอบมาว่า พูดว่าอะไร จำไม่ได้ นายศุภชัย จึงขอให้นายสิระทวนความจำให้หน่อย ต่อมา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้ยอมถอนคำพูด และเริ่มเข้าสู่การอภิปรายว่า ที่ระบุว่านายกฯ ยังไม่บริหารราชการก่อนถวายสัตย์จะอภิปรายไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล ที่สามารถอภิปรายได้ตั้งแต่เกิด ไม่เช่นนั้นถ้ารัฐมนตรีในรัฐบาลถูกศาลพิพากษาเมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว จะไม่ให้รัฐมนตรีคนนั้นพูดหรือ ที่บอกวิปไปตกลงกัน วิปฝ่ายไหน ผมไม่ได้รู้เรื่องด้วย ไปมั่วกันอย่างไร ผมก็มีเอกสิทธิ์ตามข้อบังคับ 178 &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ประท้วงว่า ผู้อภิปรายแสดงกิริยาไม่เหมาะ ใส่ร้ายป้ายสี วันนั้นก็ได้หารือทั้ง ประธาน รองประธานสภา วิปฝ่ายค้าน วิปรัฐบาลหลายคนไปด้วย ร่วมกันตกลง เมื่อวาน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า ไอ้จุดจุดจุด และเมื่อคนมาถามความเห็น ตนก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร เพราะพ่อแม่สอนมาดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ชี้แจงว่า การที่จะอภิปรายเรื่องปมถวายสัตย์ ได้มีการคุยกันจริง แต่ว่าจะมีมติอย่างไร เราได้เพียงแค่ขอความร่วมมือเท่านั้น และได้แจ้งให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ทราบ ท่านก็ยืนยันว่า จะใช้เอกสิทธิ์ส.ส.อภิปราย ซึ่งวิปก็บังคับไม่ได้ จึงอยู่ที่ข้อบังคับประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัยกล่าวอีกครั้งว่า เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ดังนั้นเรื่องที่จะอภิปราย ต้องเกี่ยวกับว่านายกฯและรัฐมนตรี บริหารราชการเกิดความเสียหาย ประพฤติมิชอบอย่างไร แต่เรื่องถวายสัตย์ เป็นเรื่องก่อนนายกฯ เข้าบริหารราชการแผ่นดิน จึงไม่อาจให้อภิปรายได้ เรื่องนี้มีการพูดคุยทั้งวิปฝ่ายค้าน วิปฝ่ายรัฐบาล นายชวน วินิจฉัยว่า ไม่ให้มีการอภิปรายการถวายสัตย์ และศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้ว ไม่ควรพูดถึงพระมหากษัตริย์โดยไม่จำเป็น และจะขอฟัง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปราย ถ้าได้พูดนอกไปจากคำวินิจฉัยไป จะไม่ให้อภิปราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปรายว่า เรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณของนายกฯไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ เมื่อนายกฯถวายสัตย์ไม่ถูกต้องเมื่อ 16 ก.ค.2562 จากนั้นนำ ครม.แถลงนโยบายต่อรัฐสภาฯที่ทีโอที ตนจึงได้ทักท้วงนายกฯ ยังแถลงไม่ได้ เพราะถวายสัตย์ ยังไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 รวมทั้งการแถลงงบประมาณก็ไม่แสดงแหล่งที่มา ตนยืนยันจะอภิปรายอีก นั่งรอจนถึงตีสาม ก็ยังไม่ได้พูด ตอนนั้นมีการปิดกั้นไม่ให้พูด ในเวลาต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง ซึ่งถือว่า ไม่ผูกพันมาทุกองค์กร เพราะเป็นเพียงคำสั่ง ไม่ใช่คำวินิจฉัย เรื่อยมาจนถึง 18 ก.ย.ฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติเพื่อขอซักถามข้อเท็จจริง เรื่องถวายสัตย์ โดยไม่ลงมติ นายชวน ก็ได้บรรจุญัตติไว้ ตอนนั้นส.ส.รัฐบาลคนหนึ่ง ยังทักท้วง ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง จึงผูกพันทุกองค์กร นายชวน ระบุ ศาลไม่ได้มีคำวินิจฉัย ฝ่ายค้านจึงอภิปรายได้ จากนั้นเป็นต้นมา นายกฯยังไม่เคยตอบคำถามเรื่อง ถวายสัตย์ปฏิญาณเลย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังยืนยันจะย้อนไปเรื่องเดิม ทำให้นายศุภชัยกล่าวขึ้นอีกครั้งว่า &amp;nbsp;ได้วินิจฉัยแล้ว แต่ท่านยังจมกับเรื่องเดิม ถ้าไม่อภิปรายเรื่องอื่น ขอให้ท่านนั่งลง ไม่อนุญาตให้อภิปราย &amp;nbsp;พล.ต.อ.เสริพิศุทธ์กล่าวว่า ทำไมล่ะ ประธานสภาระบุว่า ท่านตัดสินใจ ไม่อย่างนั้นจะเชิญออกจากห้องประชุม ท่านเลือกเอาว่าจะอภิปรายเรื่องอื่นต่อหรือจะออกนอกห้องประชุม ไม่ได้ขู่ ผมเอาจริง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ถ้าเอาจริง เดี๋ยวเราก็เจอกันนอกสภา นายศุภชัยสวนทันทีว่า ไม่กลัวท่านเสรี ท่านเป็นวีรบุรุษนาแก ผมก็สหายแสง ขอให้ท่านเสรีตัดสินใจ จะเอาอย่างไรต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นส.ส.ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ยกมือประท้วง นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ระบุขอให้ ประธานดำเนินการประชุมตามข้อบังคับ เมื่อวินิจฉัยแล้ว แต่ผู้อภิปราย ยังฝ่าฝืนกล่าวต่อ โดยไม่ฟังคำเตือนคำห้ามปราม ที่ประธานฯได้ตักเตือน ขอให้ประธานสภาฯ ใช้อำนาจตามข้อบังคับ 9 และ182 ให้ออกจากห้องประชุม นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า เข้าใจว่าประธานไม่สบายใจ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เท้าความนาน ขอให้ใจเย็นฟังอภิปราย อย่าเพิ่งบอกจะเชิญออกนอกห้องประชุม นายศุภชัย กล่าวว่า ได้ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ตามข้อบังคับ ขอให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตัดสินใจ ส่วนนายสิระ เจรจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ พูดว่า ไม่ควรให้คนมาใช้อำนาจ ข่มขู่ประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภชัยกล่าวว่า ก็รู้ว่าท่านข่มขู่ แต่ไม่ได้หวั่นไหว แต่ขอให้ยืนยันว่า จะอภิปรายเรื่องเดิมหรือไม่ ไม่อย่างนั้นจะเชิญออกห้องประชุม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า อย่าเข้าใจว่า ข่มขู่ ที่บอกว่าเจอนอกห้อง หมายถึง อาจเจอที่นอกห้องประธานก็ได้ นายศุภชัย บอกว่า เข้าใจ ที่บอกจะเจอข้างนอก คงหมายถึงมาเจอที่ห้องตน ไปกินกาแฟกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่สุด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวสรุปว่า คนเราหลอกคนอื่นได้ แต่เราหลอกตัวเองไม่ได้ แต่นายกฯทำตรงกันข้าม แล้วคนหลอกตัวเอง ควรเป็นนายกฯหรือไม่ ขอจบเพียงเท่านี้ &amp;nbsp;และได้นั่งลง ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้นั่งฟังอยู่ในห้องประชุมเกือบตลอดเวลา ด้วยสีหน้าเรียบเฉย และหันไปพูดคุยกับพล.อ.ประวิตร บ้างในบางช่วงเวลา เมื่อพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวสรุปจบและนั่งลง จากนั้นจึงเข้าสู่บรรยากาศปกติของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58230</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวายสัตย์ปฏิญาณ, พรรคเสรีรวมไทย, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, ศุภชัย โพธิ์สุ, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, อภิปราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e5604fd3f345.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
