<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 19:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 18:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอสพีดีคว้าชัยเลือกตั้งเยอรมนี ไล่พรรคแมร์เคิลเป็นฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผลการเลือกตั้งทั่วไปของเยอรมนีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ปรากฏว่าพรรคสังคมประชาธิปไตย (เอสพีดี) ชนะอย่างฉิวเฉียด &amp;quot;โอลาฟ ชอลซ์&amp;quot; ชี้พรรคอนุรักษนิยมของนายกฯ อังเกลา แมร์เคิล สมควรเป็นฝ่ายค้านหลังพ่ายแพ้ คาดทั้งสองฝ่ายต้องแข่งกันจีบพรรคกรีนและพรรคเสรีนิยมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม 3 พรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอลาฟ ชอลซ์ ผู้แทนพรรคเอสดีพีในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รับช่อดอกไม้หลังจากนำพรรคชนะเลือกตั้งเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า ผลการนับคะแนนเบื้องต้นที่ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ 27 กันยายน เอสพีดีซึ่งมีแนวทางกลาง-ซ้าย ได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งที่ 25.7% เฉือนกลุ่มพันธมิตรอนุรักษนิยมพรรคซีดียู-ซีเอสยูของนางแมร์เคิลที่ได้ 24.1% ส่วนอีก 2 พรรคที่จะเป็นตัวแปรในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น พรรคกรีนได้คะแนนเป็นอันดับสามที่ 14.8% ส่วนพรรคประชาธิปไตยเสรี (เอฟดีพี) ได้ 11.5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอลาฟ ชอลซ์ รัฐมนตรีคลังจากเอสพีดี ที่เล็งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเยอรมนีต่อจากนางแมร์เคิล ซึ่งตัดสินใจไม่ลงเลือกตั้งต่อเป็นสมัยที่ 5 หลังจากครองตำแหน่งมานาน 16 ปี กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เขาหวังว่าจะเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสมได้ก่อนวันคริสต์มาส พรรคของเขาปฏิเสธจะกลับไปจับมือกับพรรคอนุรักษนิยมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสมอีกครั้ง โดยบอกว่าจากความพ่ายแพ้ครั้งนี้ ฝ่ายอนุรักษนิยมควรไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอาร์มิน ลาเชต ผู้นำซีดียู-ซีเอสยู ที่นำพรรคอนุรักษนิยมทำผลงานแย่ที่สุดนับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 กล่าวว่า เขาจะพยายามจับมือพรรคกรีนและเสรีนิยมจัดตั้งรัฐบาลเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะได้คะแนนเป็นอันดับสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแย่งชิงอำนาจระหว่างชอลซ์ วัย 63 และลาเชต วัย 60 ปี อาจทำให้เยอรมนีประสบกับช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนนับจากนี้ และเสี่ยงที่เยอรมนีจะหลุดบทบาทในเวทีระหว่างประเทศเป็นช่วงเวลาหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากไม่มีฝ่ายใดจัดตั้งรัฐบาลผสมได้ก่อนคริสต์มาสตามที่ตั้งเป้าไว้ นางแมร์เคิลจะต้องรักษาการในเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งจะทำให้นางกลายเป็นผู้นำเยอรมนีที่ครองตำแหน่งยาวนานที่สุดนับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 แทนที่เฮลมุต โคห์ล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118016</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคซีดียู-ซีเอสยู, พรรคสังคมประชาธิปไตย, พรรคโซเชียลเดโมแครต, เลือกตั้งเยอรมนี, โอลาฟ ชอลซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_6151b082b4517.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 18:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยอรมนีจัดเลือกตั้ง ลุ้นนายกฯคนใหม่แทนที่&#039;อังเกลา แมร์เคิล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เยอรมนีจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ โดยกลุ่มพันธมิตรพรรคอนุรักษนิยมของนายกฯ อังเกลา แมร์เคิล และพรรคโซเชียลเดโมแครตแนวทางกลาง-ซ้ายมีคะแนนขับเคี่ยวกันสูสี ผู้นำรัฐบาลชุดใหม่จะทำหน้าที่ต่อจากแมร์เคิลที่อำลาตำแหน่งหลังจากทำหน้าที่นาน 16 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และอาร์มิน ลาเชต ระหว่างหาเสียงที่เมืองอาเคินเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2564 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน กล่าวว่า การเลือกตั้งทั่วไปของเยอรมนีครั้งนี้มีชาวเยอรมนีมีสิทธิเลือกตั้ง 60.4 ล้านคน โดยเปิดหีบลงคะแนนเวลา 13.00 น.วันอาทิตย์ตามเวลาไทย และปิดหีบเวลา 23.00 น. ผลสำรวจชี้ว่าชาวเยอรมนีราวร้อยละ 40 บอกว่ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกพรรคใด และสัดส่วนเดียวกันได้ลงคะแนนล่วงหน้าทางไปรษณีย์แล้ว ซึ่งรวมถึงนางแมร์เคิล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์นี้จะนำพาเยอรมนีเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนใหม่หลังจากนางแมร์เคิล ในวัย 67 ปี ที่ครองตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2548 ยุติการดำรงตำแหน่งไว้ที่ 4 สมัย ผลสำรวจความคิดเห็นชี้ว่า การชิงชัยครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้กันอย่างสูสีที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยกลุ่มพันธมิตรพรรคอนุรักษนิยม ซีดียู-ซีเอสยู ของแมร์เคิล ได้คะแนนราว 23% ตามหลังพรรคโซเชียลเดโมแครต (เอสพีดี) ที่ได้ 25% แต่ยังอยู่ภายในค่าความคลาดเคลื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิโก ซีเกิล ผู้บริหารของบริษัทจัดทำโพล อิสฟราเทสต์ไดแม็ป กล่าวว่า ผลคะแนนในวันอาทิตย์อาจมีเซอร์ไพรส์ และถึงแม้ว่าเอสพีดีจะมีคะแนนนำในโพล แต่ก็ไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่ขั้วอนุรักษนิยมจะชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนใหม่เป็นการต่อสู้กันระหว่างโอลาฟ ชอลซ์ รัฐมนตรีคลังและรองนายกฯ วัย 63 ปี ผู้นำพรรคเอสพีดี กับอาร์มิน ลาเชต วัย 60 ปีจากซีดียู-ซีเอสยู แต่เชื่อว่าทั้งสองพรรคจะได้ที่นั่งไม่มากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลโดยลำพัง และคงต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ หรืออาจหลายเดือน ในการเจรจาต่อรองจัดตั้งรัฐบาลผสมกับพรรคอื่นๆ ที่ทำให้นางแมร์เคิลต้องรักษาการในตำแหน่งต่อไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่แล้วของเยอรมนีเมื่อเดือนกันยายน 2560 กว่าที่พรรคซีดียู-ซีเอสยูจะจัดตั้งรัฐบาลผสมกับเอสพีดีได้ต้องรอข้ามปีถึงเดือนกุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลาเชต นักการเมืองสายกลางที่เป็นพันธมิตรยาวนานของนางแมร์เคิล เคยเป็นตัวเต็งที่จะสืบทอดเก้าอี้ของนางแมร์เคิลนับแต่นางประกาศจะอำลาการเมือง แต่หลังจากทำเรื่องผิดมารยาทหลายครั้ง รวมถึงการหัวเราะเล่นหัวระหว่างงานรำลึกผู้ประสบอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา ทำให้คะแนนนิยมของเขาตกฮวบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนชอลซ์ ซึ่งเคยเป็นม้ามืดนอกสายตา ค่อยๆ สะสมคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการสร้างความผิดพลาด เขามักถูกกล่าวถึงว่าเป็นคนทำงานเป็นแต่น่าเบื่อ ชอลซ์วางสถานะตนเองว่าเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งที่ปลอดภัย และเป็นตัวแทนที่จะสืบสานงานของนางแมร์เคิลได้อย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าจะอยู่ต่างพรรคกันก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากประเด็นความยุติธรรมทางสังคมแล้ว ภาวะโลกร้อนก็เป็นปัญหาที่ชาวเยอรมนีให้ความสนใจ&amp;nbsp; พรรคกรีนซึ่งได้ผู้นำคนใหม่คือ อันนาเลนา แบร์บอก วัย 40 ปี ได้เสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้นช่วงต้นปีนี้และเคยมีคะแนนนิยมขึ้นอันดับหนึ่งด้วย แต่ความผิดพลาดของแบร์บอกหลายอย่าง รวมถึงเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการขโมยผลงาน ทำให้พรรคกรีนมีคะแนนลดลงอยู่อันดับ 3 ที่ 17% แต่พรรคนี้น่าจะมีบทบาทสำคัญตัดสินว่า ระหว่างซีดียู-ซีเอสยูกับเอสพีดี พรรคใดจะได้เป็นผู้นำรัฐบาลผสมชุดใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชอลซ์เคยกล่าวไว้ก่อนหน้าวันเลือกตั้งว่า เขาอยากจับมือเป็นพันธมิตรกับพรรคกรีน และขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้เขาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม 2 พรรค แต่หากได้ที่นั่งไม่พอ ชอลซ์อาจต้องขอความสนับสนุนจากพรรคเสรีนิยม เอฟดีพี ซึ่งโดยธรรมชาติไม่ได้ผูกสมัครรักใคร่กับสองพรรคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลาเชตก็เคยส่งสัญญาณว่า เขาอาจพยายามจัดตั้งรัฐบาลผสม ถึงแม้ว่าซีดียู-ซีเอสยูไม่ได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งก็ตาม โดยน่าจะดึงเอฟดีพีและพรรคกรีนมาร่วมรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคซีดียู-ซีเอสยูครองการเมืองเยอรมนีมานับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 และไม่เคยได้คะแนนในการเลือกตั้งระดับประเทศน้อยกว่า 30%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117921</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีดียู-ซีเอสยู, นางอังเกลา แมร์เคิล, พรรคโซเชียลเดโมแครต, ยุคหลังแมร์เคิล, อาร์มิน ลาเชต, เยอรมนีเลือกตั้งทั่วไป, โอลาฟ ชอลซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_615058706e435.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
