<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แผน2ขาสู้ยุบพท. แยก&#039;วิโรจน์&#039;นั่งหน.-&#039;หน่อย&#039;ทัพหน้าถือธงนำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; สั่งเลื่อนวันสอบ GAT-PAT ลั่นตัดสิทธิ์เด็กไม่ได้ ส่วน รมว.ศธ.ระบุต้องรอกฤษฎีกาเลือกตั้งคลอดก่อน แต่เตรียมแผนไว้แล้ว &amp;ldquo;วันชัย&amp;rdquo; ยก 3 มาตราชี้ทักษิณครอบงำพรรค แกนนำเพื่อไทยถกเครียดหนียุบพรรค สะเด็ดน้ำดัน &amp;ldquo;หญิงหน่อย&amp;rdquo; หัวหอกหาเสียงนั่งนายกฯ แต่ไม่เป็นหัวหน้าพรรค กลัวซ้ำรอย ทรท.-พปช. สายอีสานเชื่อ กกต.ไม่กล้าทำ ชี้หากเกิดจริงโหวตโนถล่มแน่ &amp;ldquo;กำนัน-หม่อมเต่า&amp;rdquo; เดินสายคารวะแผ่นดิน ทั่นเต้นไม่พูดมากเจ็บคอ แค่ถามพรรคอื่นทำได้หรือไม่ บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อกประสานเสียงโยน กกต.พิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการสอบวิชาความถนัดทั่วไป &amp;nbsp;(GAT) และความถนัดด้านวิชาการและวิชาชีพ (PAT) ประจำปี 2562 ซึ่งตรงกับวันเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.2562 ว่า ยืนยันว่าวันเลือกตั้งไม่เลื่อน ส่วนเรื่องวันสอบ GAT-PAT นั้น เป็นเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องไปดู และเลื่อนวันเพื่อให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ ไปจำกัดสิทธิ์เขาไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวในเรื่องนี้ว่า &amp;nbsp; ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดูข้อดี-ข้อเสียของการเลื่อนวันสอบว่าควรเลื่อนก่อนหรือหลังกำหนดเดิม โดยพยายามไม่ให้กระทบต่อการสอบให้มากที่สุด และช่วยให้นักเรียนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งได้มีโอกาสได้ใช้สิทธิ์ของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าเลื่อนวันสอบได้ก็เลื่อน แต่ถ้าเลื่อนไม่ได้ด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม จะเลื่อนเวลาในการสอบ เรื่องนี้จะได้คำตอบในไม่กี่วันนี้ โดยจะสรุปว่าควรเลื่อนอย่างไรดี&amp;rdquo;นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการกล่าวว่า ต้องให้ทุกอย่างชัดเจนก่อนมีประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งเรียบร้อย โดยระหว่างนี้ได้เตรียมแนวทางแก้ปัญหาไว้ และจะหารือร่วมกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เช่น การใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า การเปลี่ยนวันสอบของ สทศ.ทำได้หรือไม่ หรือใช้แนวทางเหมือนปี 2556 ที่ให้มีหน่วยเลือกตั้งในสนามสอบก็เป็นไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า เชื่อว่ารัฐบาลคงพิจารณาอยู่ ไม่น่ามีปัญหาอะไร และเห็นด้วยกับแนวทางของ พล.อ.ประวิตร ที่ให้ความสำคัญเรื่องสิทธิของเยาวชนในการใช้สิทธิ์เลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีการให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปพิจารณากรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ครอบงำพรรคเพื่อไทย (พท.) นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถาม กกต. ที่ผ่านมามีอีกหลายคนที่พูดถึงกรณีดังกล่าว แต่มาให้ความสนใจเฉพาะตนเอง ซึ่งยังไม่ได้พูดอะไรเลย คงต้องปล่อยให้ กกต.ดำเนินการ&amp;nbsp;
ถามถึงเหตุผลที่ กกต.เพิ่งมาตรวจสอบในช่วงเวลานี้ ทั้งที่นายทักษิณเคลื่อนไหวมาก่อนหน้านี้นานแล้ว พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ต้องไปถาม กกต. เพราะเขาเป็นคนทำงาน ส่วนกรณีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเพลงแรปใต้ดินที่ล้อเลียนรัฐบาลและ คสช.นั้น ก็ว่ากันไป คนทำกับคิดมีเพียงคนสองคน
ยันแม้วผิดชัดๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กล่าวในประเด็นนี้ว่า การกระทำของนายทักษิณเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 28 มาตรา 29 และมาตรา 92 ที่ให้บุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคเข้ามาครอบงำ ชี้นำพรรคแน่นอน ยากปฏิเสธได้ แต่เชื่อว่า กกต.คงหนักใจเรื่องนี้ เพราะหากดำเนินการจริงจังตามกฎหมาย ก็กลัวจะถูกกล่าวหาว่ากลั่นแกล้งยุบพรรคเพื่อไทย หรือหากไม่ทำ จะหาว่าไม่กล้าเป็นเสือกระดาษ โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง แต่ทั้งนี้ต้องว่าไปตามกฎหมาย &amp;nbsp;ถ้ามีพยานหลักฐานต้องดำเนินคดี มีข้อมูลถึงขั้นยุบพรรคก็ต้องจัดการ ต้องปฏิบัติให้เสมอภาคทุกพรรคทุกคน มิเช่นนั้น กกต.ต้องถูกดำเนินคดีและถูกยุบฐานละเว้นไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ระบุว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบหลักฐาน ทั้งนี้ กกต.ก็ติดตามกระแสข่าวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมีพรรคสาขาไปจนถึงการเจรจาแบ่งพื้นที่ โดยต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน จึงฝากเตือนไปถึงพรรคการเมืองทุกพรรคว่า พระราชบัญญัติพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้แล้ว กรรมการบริหารพรรคต้องไปดูบทบัญญัติของกฎหมาย อย่าฝ่าฝืนที่จะทำให้ถูกยุบพรรค สิ่งเหล่านี้พรรคการเมืองต้องหลีกเลี่ยง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง อยากเตือนไปยังทุกพรรคการเมืองว่า อย่าทำผิดกฎหมาย จนต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรค เช่น การจูงใจให้คนเป็นสมาชิก การให้บุคคลอื่นครอบงำพรรคการเมือง จะได้ไม่ถูกไต่สวนจนพรรคมีตำหนิหรือถูกยุบ&amp;rdquo; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว และว่า อยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งเชิงสร้างสรรค์ เพราะ กกต.ไม่ได้มุ่งหวังเอาผิดพรรคการเมืองใด แต่ทั้งหมดอยู่ที่พฤติกรรมของพรรคการเมืองนั้นๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจาก พท.แจ้งว่า เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้หารือคณะใหญ่ถึงทิศทางก้าวเดินของพรรค และเซตระบบทีมงานยุทธศาสตร์ คณะกรรมการบริหารพรรค มีนายเสนาะ เทียนทอง, นายประจวบ ไชยสาส์น, นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายวัฒนา เมืองสุข และนายภูมิธรรม เวชยชัย เข้าร่วม โดยประเด็นสำคัญที่ยังวิตกกังวลและถกเถียงอย่างหนัก คือเรื่องการสังกัดพรรคการเมืองว่าจะยังอยู่ที่ พท.ต่อไป หรือเริ่มต้นกันใหม่ที่พรรคเพื่อธรรม (พธ.) หลังปมเงื่อนยุบพรรคมีแนวโน้มเกิดขึ้นอีกครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ช่วงเวลายุบพรรคน่าจะอยู่ในช่วงเดดไลน์สังกัดพรรคการเมือง 90 วัน คือหลังวันที่ 26 พ.ย.ไปแล้ว โดยมีสาเหตุทั้งกรณีครอบงำพรรคของนายทักษิณ และการแถลงข่าววิพากษ์วิจารณ์การทำงาน 4 ปี คสช.ที่อัยการนัดฟังคำสั่งว่าจะส่งฟ้องหรือไม่ ในวันที่ 28 พ.ย. ซึ่งการคิดสูตรทำพรรคการเมืองไว้มีหลายสูตร แต่แนวโน้มที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ การเซตระบบ 2 พรรค แบ่งเป้าหมายกวาด ส.ส.ระบบเขตและบัญชีรายชื่ออย่างละพรรค&amp;rdquo; รายงานระบุ&amp;nbsp;
หญิงหน่อยแห้วหัวหน้า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการนัดประชุมใหญ่พรรคเพื่อวางตัวคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่นั้น ที่ประชุมถกเถียงอย่างหนัก โดยแกนนำสายเหยี่ยว อาทิ นายจาตุรนต์และนายวัฒนาต่างเสนอให้คุณหญิงสุดารัตน์ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค เสนอตัวเป็นนายกฯ เต็มรูปแบบ แสดงสัญลักษณ์ให้ชัดเจน ไม่ต้องกลัวถูกเล่นงาน ขณะที่สายพิราบเสนอให้ใช้ยุทธศาสตร์สองขา แยกส่วนกรรมการบริหารพรรคกับแกนนำพรรคที่จะถือธงนำศึกเลือกตั้ง &amp;nbsp;โดยนายเสนาะกล่าวขึ้นมาว่า &amp;ldquo;คุณหญิงสุดารัตน์ต้องไม่เป็นหัวหน้าพรรค โดนมาสองรอบแล้วไม่เข็ดอีกหรือ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ในที่สุดจึงตกผลึกว่าจะแยกเป็นลักษณะทัพหน้า-ทัพหลัง โดยตั้งคณะยุทธศาสตร์เป็นทัพหน้า มีคุณหญิงสุดารัตน์เป็นประธาน เดินเกมเชิงรุก หาเสียง ปราศรัย แต่ไม่ถูกวางตัวให้เป็นกรรมการบริหารพรรค เพื่อหลีกเลี่ยงปมยุบพรรค ขณะที่ทัพหลังคือสายบุ๋น ถูกวางตัวเป็นกรรมการบริหารพรรค นำโดย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค ซึ่งยังเป็นหัวหน้าพรรคต่อไป และไม่มีผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตเข้ามาร่วมเป็นกรรมการบริหารพรรค เพื่อตัดเงื่อนไขเรื่องยุบพรรคเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง สมาชิกพรรคเพื่อไทย และอดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคไทยรักไทย (ทรท.) ระบุว่า ยังมั่นใจว่าจะไม่มีการยุบพรรคด้วย 3 เหตุผล 1.ข้อกฎหมายไม่เข้าข่าย โดยเฉพาะเรื่องครอบงำพรรค 2.กกต.มีบทเรียนมาแล้วจากการยุบ ทรท. และพรรคพลังประชาชน (พปช.) คงพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบกว่าเดิม และ 3.ทุกฝ่ายรู้ดีว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อหาทางออกให้ประเทศ หากทำอะไรเป็นเงื่อนไขให้ประชาชนแตกแยก การเลือกตั้งจะผิดวัตถุประสงค์ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ามีแนวโน้มทางลบจริง ได้ยินชาวบ้านพูดกันว่าเขาคงเซ็ง สะเทือนใจ ไม่มีอารมณ์ไปเลือกตั้ง สิ่งที่จะตามมาคือ ถ้าเขาไม่โนโหวต คือไม่ไปเลือกตั้ง ก็คงเป็นไป แต่โหวตโน และถือเป็นวิธีการอารยะไม่ผิดกฎหมาย&amp;quot; นายสุทินกล่าว และว่า พรรคเพื่อธรรมคงเป็นกรณีสำรอง ถ้ามีแนวโน้มเป็นไปได้ว่า พท.จะถูกยุบ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น รวมทั้งในวันที่ 28 ต.ค.ก็จะเลือกหัวหน้าและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่อดีต ส.ส.พรรคเดินทางไปพบนายทักษิณ ถือเป็นเรื่องปกติที่คนเคารพรักกัน ไม่มีการสั่งการครอบงำพรรคแต่อย่างใด ซึ่งการรับลูกเร่งตรวจสอบเช่นนี้ เป็นการจงใจกลั่นแกล้งพรรคหรือไม่ ต่างจากกรณีที่คนในรัฐบาลเตรียมเข้าไปมีตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งลงพื้นที่ทำกิจกรรมของพรรคการเมืองทั้งที่ยังไม่ได้รับตำแหน่งในพรรคอย่างเป็นทางการ แบบนี้ไม่เห็น กกต.สนใจตรวจสอบ ถือเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณโพสต์เฟซบุ๊กว่า กติกาในการเลือกตั้งของไทยตามที่ระบุไว้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. อ่านดูผิวเผินมีการเอาเปรียบในเกณฑ์พอจะยอมรับได้ แต่เมื่ออ่านให้ละเอียดจะเห็นว่าได้ซ่อนบทเฉพาะกาลเอาไว้ พูดให้ชัดเจนคือ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เกิดอยากจะสืบทอดอำนาจเป็นนายกฯ ต่อไป ต้องการเสียงอีกเพียง 126 เสียงเท่านั้น แต่พรรคฝ่ายประชาธิปไตยต้องทำให้ได้เต็มจำนวน 376 เสียง กติกาการเลือกตั้งที่เขียนไว้จึงเป็นเพียงพิธีกรรมที่บอกกับชาวโลกว่าประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยแล้ว แต่เป็นประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญที่จะช่วยฟอกตัวให้นายกฯ เผด็จการคนเดิมมีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯ ตามระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ อีกครั้งอย่างง่ายดายนั่นเอง
&amp;ldquo;กำนัน-หม่อมเต่า&amp;rdquo;ลุยเดิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ยังมีความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ โดยเฉพาะกรณีพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้จัดกิจกรรมปฏิบัติการเดินคารวะแผ่นดิน โดยในเวลา 09.30 น. ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรค รปช., นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรค พร้อมคณะร่วมถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ที่ลานบริเวณสะพานพุทธฯ ก่อนเริ่มกิจกรรม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสุเทพระบุว่า รปช.ได้ใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้กิจกรรมดังกล่าวฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.และขัดต่อกฎหมาย ส่วนการประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคตกลงเบื้องต้น โดยจะจัดในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ อาจเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเป็นช่วงที่กฎหมายเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับบังคับใช้พอดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ม.ร.ว.จัตุมงคลและนายสุเทพนำทีมพบปะพี่น้องชาวตลาดสดดอกไม้ปากคลองตลาด พร้อมเชิญชวนให้สมัครสมาชิกพรรค ซึ่งได้รับการต้อนรับจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนทั่วไปเป็นอย่างดี ทั้งนี้ ระหว่างรณรงค์แม่ค้าได้คล้องพวงมาลัยดาวเรืองให้ ม.ร.ว.จัตุมงคลด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกิจกรรมของ รปช.ว่า ไม่ได้ดูเป็นเรื่องของ กกต.ที่ต้องพิจารณาว่าผิดข้อบังคับกฎหมายได้หรือไม่ ต้องถาม กกต.ว่านายสุเทพทำได้หรือไม่ เรื่องนี้ตอบไม่ได้ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้อง อยู่ที่ กกต.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า กลุ่มการเมืองหรือพรรคการเมืองใดที่ดำเนินกิจกรรมในขณะนี้ กกต.ได้เตือนและแจ้งให้ทราบแล้วว่าจะบันทึกไว้ทั้งหมด ถ้ามีการร้องเรียนหรือมีการตีความขึ้นมาต้องรับผลในสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่มีอำนาจหน้าที่ในการตีความ คนที่ทำก็ต้องระมัดระวังกันเอง อย่าได้ทำผิดกฎหมาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงเรื่องนี้ว่า &amp;nbsp;ทุกพรรคต้องปฏิบัติตามระเบียบที่วางไว้ และ กกต.ก็มีหน้าที่ชัดเจนที่ต้องติดตามและตรวจสอบให้ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบและระเบียบ รวมถึงข้อกฎหมายที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนก็ตาม ซึ่งรวมถึงพรรค รปช.ด้วย ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในการเข้าไปแทรกแซง หรือใช้อำนาจไปสั่ง กกต.ได้ เชื่อว่ากระบวนการอำนาจของ กกต.จะเข้มแข็งพอที่จะตรวจสอบทุกพรรคให้เป็นไปอย่างเท่าเทียมได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะถูกวิจารณ์หรือไม่ว่าพรรคสนับสนุนรัฐบาลอย่าง รปช.ไม่ถูกดำเนินการอะไร ในขณะที่พรรคตรงข้ามเช่น พท. กลับโดนห้ามดำเนินกิจกรรมมาตลอด นายพุทธิพงษ์ตอบว่า ต้องไปดูที่ กกต.ว่าใช้ข้อบังคับที่มีอยู่มาปฏิบัติได้เป็นไปตามกรอบหน้าที่มากน้อยแค่ไหน ซึ่ง กกต.มีอำนาจเต็ม และมีแนวทางตัดสินหรือตรวจสอบการกระทำและกิจกรรมของแต่ละพรรคการเมือง
กกต.รับทราบไม่ได้อนุมัติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวในเรื่องนี้ว่า ต้องดูข้อกฎหมาย หากเป็นการหาสมาชิกพรรคก็เป็นเรื่องจำเป็น เพราะต้องมีสาขาพรรค จึงส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งได้ ดังนั้นต้องดูที่เจตนา เช่น บางพรรคมีการเลือกหัวหน้าพรรคก็ต้องมีกิจกรรม แต่ทั้งหมดอยู่บนหลักความสงบเรียบร้อยด้วย ซึ่งสำนักกิจการพรรคการเมืองมีการติดตามความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ อยู่ ส่วนของ รปช.นั้น ทุกกลุ่มที่จัดกิจกรรมได้แจ้ง กกต.ตามคำสั่ง คสช.ที่ 13/2561 ที่กำหนดไว้ ซึ่งการแจ้งไม่ใช่การอนุมัติ เพราะตามคำสั่งให้เพียงแจ้งให้ กกต.ทราบเท่านั้น และ กกต.ก็ไม่ได้ตรวจสอบเพื่อยืนยันใดๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า บรรยากาศคุ้นๆ เหมือนการเดินขบวนของ กปปส.เมื่อ 4-5 ปีมาแล้ว ซึ่งคงมุ่งหวังสร้างกระแสทางการเมืองทำกิจกรรมให้มีพื้นที่ในสื่อ แต่ยังเดาไม่ถูกว่าจะได้รับผลตอบรับอย่างไรจากประชาชน ซึ่งตอนเดินขบวน กปปส.ประกาศว่าจะเดินหน้าบ้านเมืองไปสู่ประชาธิปไตย จะปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันถึงที่สุด แต่ปัจจุบันเรื่องดังกล่าวยังมีหรือไม่มีก็ดูกันเอาเอง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;จะไปห้ามว่าพรรคลุงกำนันอย่าเดินเลย เป็นการหาเสียง ไม่รู้จะไปห้ามที่ไหน และไม่รู้จะไปเรียกร้องเอาจากใคร เพราะเขาทำได้ตลอด ถ้าไปเที่ยวทักท้วงกับ กกต. กับ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คสช. ก็เจ็บคอ อย่างที่วัยรุ่นชอบพูดๆ กัน ไม่พูดมากเจ็บคอ เพราะรู้ว่าพูดแล้วก็แล้วกันไป ไม่มีใครถือสา ไม่มีใครใส่ใจจำ เขาก็เดินอย่างที่เขาเดินแล้วฝ่ายที่ดูแล ฝ่ายที่ถือกติกาก็ปล่อยให้เขาทำอย่างที่อยากทำ&amp;rdquo; นายณัฐวุฒิโพสต์ และว่า มีคำถามหน่อยเดียวว่า พรรคอื่นๆ จะไปเดินคารวะประชาชนบ้างได้ไหม อยากให้กรรมการส่งเสียงมาด้วย แต่เชื่อว่าต่อให้ กกต.หรือคนในรัฐบาลออกมาให้สัมภาษณ์ว่าถ้าหากไม่ผิดกฎหมายก็ทำได้ ก็ไม่มีพรรคไหนกล้าทำ เพราะเขากลัวว่า คำว่าผิดกฎหมายมันใช้ไม่เหมือนกันแต่ละพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานจากพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) แจ้งว่าในวันศุกร์ที่ 26 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น. พรรค ชทพ.จะประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/2561 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โดยวาระสำคัญคือการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชาติไทยพัฒนาชุดใหม่ ซึ่งจะมีทั้งหมด 29 คน โดยเตรียมเสนอชื่อไว้แล้ว อาทิ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค และนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค รวมถึงคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค 11 ราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวว่า พรรคมีมติเห็นชอบการจัดตั้งสาขาพรรคลำดับที่ 1 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยพรรคจะทยอยจัดตั้งสาขาพรรคในภาคอื่นๆ ต่อไปให้ครบ 4 ภาคในเดือน พ.ย.นี้&amp;nbsp;
อนาคตใหม่ยันอยู่ยาว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อุบลราชธานี นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) พร้อมทีมงานเดินทางรับฟังปัญหาประชาชน พร้อมรับสมัครสมาชิกพรรค และได้เดินทางไปยังศูนย์ประสานงานชั่วคราวพรรค จ.อุบลราชธานี เพื่อร่วมแถลงข่าวเปิดตัวศูนย์ พร้อมยืนยันว่าศูนย์ประสานงานชั่วคราวแห่งนี้จะตั้งเป็นสาขาประจำจังหวัด และในอนาคตก็จะตั้งสาขาประจำจังหวัดทั่วประเทศด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรยืนยันว่า จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงแข่งทุกเขต และสู้เต็มที่ในทุกเขตอย่างแน่นอน ไม่มีกั๊ก ไม่มีหลบหลีก และเรายืนยันว่าจะทำการเมืองในระยะยาว เพราะการเลือกตั้งเพียงครั้งเดียวไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ต้องรณรงค์และทำงานต่อไปกันเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. นายอโณทัย ดวงดารา หัวหน้าพรรคไทยธรรม (ทธม.) พร้อมคณะ เปิดเผยภายหลังจากที่นายทะเบียนพรรคการเมืองรับรองจดจัดตั้งพรรค ว่า ตอนนี้พรรคมีผู้สมัครลงเลือกตั้ง ส.ส.ทั้งหมด 48 เขต ได้แก่ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยมีอดีต ส.ส.ผู้ที่มีชื่อเสียง เช่น นักแสดง และนักกีฬาชื่อดังเป็นสมาชิกพรรคด้วย ซึ่งคนที่จะเป็นสมาชิกพรรคต้องมีฐานเสียงในพื้นที่อยู่บ้าง รวมถึงต้องทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยพรรคจะส่งผู้สมัคร 70-80 เขต เพราะเน้นคุณภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเสนอขอการเชื่อมโยงข้อมูลใบหน้าประชาชนในทะเบียนอื่นๆ ของ มท.เพื่อป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งว่า เป็นไปตามระเบียบที่ มท.ทำได้ ส่วนจะป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้งได้หรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของ กกต. ในฐานะผู้บริหารจัดการเลือกตั้งให้มีความเรียบร้อย ไม่เกิดการทุจริต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต รมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้รับทราบจากประชาชนในหลายอำเภอว่ามีนินจาหรือไอ้โม่งกำลังใช้อิทธิพลเปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้ง ส.ส.ใน จ.นครราชสีมา โดยผ่าอำเภอเดียวออกไปในหลายเขตเลือกตั้ง ซึ่งจะไปยื่นร้องเรียนและขอความเป็นธรรมกับ กกต.กลาง และ กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมาในวันจันทร์ที่ 29 ต.ค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20733</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, ประเสริฐ จันทรรวงทอง, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคเพื่อไทย, พรรคไทยธรรม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พานทองแท้ ชินวัตร, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, วันชัย สอนศิริ, วิษณุ เครืองาม, สุทิน คลังแสง, สุเทพ เทือกสุบรรณ, อโณทัย ดวงดารา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd1ca7861358.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม้วชักธงรบสู้ถึงตาย ลั่นสงครามยังไม่จบ/เต้นสารภาพพท.ขาดทักษิณไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทักษิณ&amp;rdquo; ประกาศปักธงรบแล้ว! โวสงครามยังไม่จบ จะแพ้มีแค่ 2 ทาง คือตายกับยอม &amp;nbsp; &amp;ldquo;ณัฐวุฒิ&amp;rdquo; เลิกเหนียม บอกชัดๆ เพื่อไทยขาด &amp;ldquo;แม้ว&amp;rdquo; ไม่ได้ อ้างเกิดและอยู่ในใจคนไทยได้เพราะคนหน้าเหลี่ยม &amp;nbsp;&amp;ldquo;บุญยอด&amp;rdquo; ถามสั้นๆ แต่เจ็บ เหตุใดขาดนักโทษไม่ได้ แก้กฎหมาย กกต.ยังอึมครึม &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ชี้ยังอยู่ช่วงหารือ เลือกตั้งเมื่อใดเมื่อไหร่ &amp;ldquo;ปชป.-พท.&amp;rdquo; พาเหรดถล่มแผนยื้อหย่อนบัตรไปปลายปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 ส.ค. เพจเฟซบุ๊ก Peace &amp;nbsp;News ที่สนับสนุนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะนักโทษหนีคำตัดสินศาล ได้โพสต์ข้อความว่า กลุ่มแฟนคลับภาคอีสานได้เดินทางมาพบนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยได้ร่วมรับประทานอาหารจีนที่โรงแรมมาโคโปโล ฮ่องกง โดยแฟนคลับได้นำเค้กมาอวยพรวันเกิดนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ ซึ่งนายทักษิณได้แจกหมวกแก๊ปสีขาว-แดง พร้อมลายเซ็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายทักษิณได้กล่าวว่า อยากบอกทุกคนว่า ขอให้ทุกคนแข็งแรง อยากบอกทุกคนว่า ถ้าเราไม่ยอมแพ้ คำว่าแพ้มีได้ 2 กรณี คือ 1.แพ้เพราะตาย กับ 2.แพ้เพราะยอมไปเอง ถ้าเรายังสู้อยู่เราก็จะไม่แพ้ นั่นก็คือมีแต่แบทเทิล ไม่มีวอร์ วอร์มันจะเอนด์ต่อเมื่อทุกอย่างมันจบ แต่สู้กันกี่ยกๆ นี่คือแบทเทิล ซึ่งวอร์ยังไม่จบ เรายังต้องทำต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่สำคัญที่สุด คือวอร์เพื่อประชาธิปไตย ผมอายุ 69 ปีแล้ว สิ่งที่อยากเห็นคืออยากเห็นประเทศไทยกลับมารุ่งเรืองใหม่ และที่สำคัญคืออยากเห็นศักดิ์ศรีกลับมาสู่คนไทยทุกคน เพราะวันนี้เราถูกลดด้อยศักดิ์ศรีลงไปเยอะ เราเคยอยู่กับระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนมีศักดิ์ศรี มีสิทธิเสรีภาพเท่ากัน แต่วันนี้เราถูกปกครองโดยใครก็ไม่รู้ ที่อยู่ๆ ก็ถือปืนมาปกครองกดขี่พวกเรา ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเรารับไม่ได้ ถึงวันเลือกตั้งเมื่อไหร่จะเป็นวันที่ประชาชนตัดสินว่าผมพูดจริงหรือเปล่า ขอให้ทุกท่านมีกำลังใจ เพราะเรายังจะต้องประกอบอาชีพกันต่อไป ไลฟ์มัสต์โกออน&amp;rdquo; นายทักษิณกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ถือแถน ประสพโชค &amp;nbsp;โพสต์คลิปวิดีโอ 2 คลิป ความยาวคลิปละ 10 วินาที เป็นภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถ่ายรูปกับนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง หนึ่งในทีมทนายความ และคลิปขณะตักอาหารให้คณะที่เดินทางไปพบ โดยหนึ่งในนั้นปรากฏภาพนายพิชิต ชื่นบาน อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษากฎหมาย ร่วมอยู่ในโต๊ะอาหารด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ให้สัมภาษณ์พิเศษเว็บไซต์ประชาไท โดยช่วงหนึ่งเขาตอบคำถามที่ว่า คนภายนอกมองพรรคเพื่อไทย (พท.) ยังเป็นของคุณทักษิณและตระกูลชินวัตร เมื่อไหร่จะก้าวข้ามคุณทักษิณและตระกูลชินวัตรไปสู่ความเป็นสถาบันเสียที ซึ่งนายณัฐวุฒิตอบว่า คำว่าก้าวข้ามมันฟังดูแล้วไม่เป็นบวก เพราะต้องยอมรับคุณูปการของการเป็นนายกฯ ทักษิณ มันสำคัญมากที่ทำให้ พท.ยังคงอยู่ในใจของประชาชนมาจนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นแทนที่จะบอกว่าก้าวข้าม บอกว่าป็นเพียงว่าแต่ละส่วนจัดวางสถานะหรือบทบาทอย่างเหมาะสมเป็นไปได้มากกว่า
มองไม่ออก พท.ไร้ทักษิณ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะบอกว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีทักษิณ ผมก็มองไม่ออกเหมือนกันว่าคุณจะเดินไปยังไงในสนามเลือกตั้ง แต่ถ้าบอกว่ายี่ห้อทักษิณ นโยบายทักษิณ ประชาชนเชื่อใจและเชื่อมั่น ในขณะที่จะไปบอกว่าพรรคเพื่อไทยมีทักษิณอย่างเดียว ไม่มีประชาธิปไตยก็ไม่ได้อีก เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่การจะเป็นสถาบันการเมืองของพรรคเพื่อไทยจะจัดวางสิ่งที่มีคุณค่าเหล่านี้อย่างไร ซึ่งส่วนตัวผม ผมคาดหวังว่าจะเห็นในรอบของการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงว่าจะจัดวางสถานะบทบาทกันอย่างไร&amp;quot; นายณัฐวุฒิกล่าว
นายณัฐวุฒิยืนยันว่า จะบอกว่าเพื่อไทยไม่ใช่ทักษิณ ไม่เห็นด้วย คุณจะปฏิเสธสิ่งที่คุณเกิด คุณเติบโตมาได้อย่างไร เพราะถ้าไม่ใช่ไทยรักไทย ไม่ใช่นโยบายที่มีนายกฯ ทักษิณเป็นผู้นำ ผู้บริหารพรรคไทยรักไทยอาจจะเหลือแต่ชื่อตั้งแต่รัฐประหาร 19 ก.ย.2549 จึงไม่เห็นว่าพรรคเพื่อไทยต้องปฏิเสธการดำรงอยู่ของนายกฯ ทักษิณ แต่ขณะเดียวกัน เพื่อการไปสู่ความเป็นสถาบันทางการเมืองจะจัดวางสถานะนี้อย่างไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ามีใครในพรรคเพื่อไทยเสนอจะก้าวข้ามทักษิณ ผมเห็นต่างครับ ผมคิดว่าพรรคการเมืองที่เป็นพรรคใหญ่ที่สุดของประเทศมายาวนาน ต้องมีมิติทางความคิดที่คมคายและลึกซึ้งกว่านั้น ที่จะจัดวางสิ่งที่มีคุณค่าที่มีอยู่ทั้งหมดให้ลงตัวและเดินไปข้างหน้าทางการเมืองได้ ผมว่านั่นแหละเป็นสิ่งที่แสดงความเหนือชั้นกว่าแค่คิดว่าจะก้าวข้ามหรือไม่ก้าวข้ามทักษิณ&amp;quot; นายณัฐวุฒิย้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามสั้นๆ ในเรื่องนี้ว่า อะไรกันแน่ที่ทำให้พวกคุณขาดทักษิณไม่ได้?
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพชร นริพทะพันธุ์ สมาชิกกลุ่มคนรุ่นใหม่พรรคเพื่อไทย ลูกชายนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการและคอลัมนิสต์ ที่เขียนบทความวิเคราะห์ถึงบทบาทการหายไปของ พท.ในสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน และไม่เชื่อว่าจะชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายว่า ความจริง พท.ไม่ได้หายไปไหน ต่อสู้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์มาตลอด 4 ปี และไม่ได้เงียบ หรือหลบเลียแผลอยู่ที่ไหน แต่ลูกศิษย์ทักษิโณมิกส์ทุกคนกำลังระดมสมองที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับประชาชน&amp;nbsp;
วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์เรื่อง ขอให้ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนและคืนสิทธิเสรีภาพให้แก่ประชาชนโดยเร็ว โดยเรียกร้องให้ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 57/2557 ที่ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมือง และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน รวมถึงประกาศ คสช.และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่มีผลจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั้งหมด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวเรื่องดูด ส.ส.นั้น พบว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร ได้นัดพบกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือของกลุ่มสามมิตรที่เดินทางมาพบเป็นจำนวนมาก อาทิ จ.นครสวรรค์ ชัยนาท แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และแม่ฮ่องสอน รวมทั้งมีนายภิญโญ นิโรจน์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนา ได้มาพบด้วย ทำให้นายสมศักดิ์ต้องมอบหมายให้นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกกลุ่มสามมิตร เดินทางไปพบกลุ่มผู้ปลูกยาสูบแทน
ลั่นเลือกตั้งเมื่อไหร่เมื่อนั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานในงานมอบรางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 2561 ที่เมืองทองธานี ว่าเห็นเพียงข่าวในหนังสือพิมพ์ ยืนยันว่าถ้าแก้ไขจะไม่มีอะไรกระทบโรดแมปทั้งนั้น และยังไม่ได้บอกว่าจะแก้ไขด้วยซ้ำไป เขากำลังหารือกันอยู่ วันนี้ยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ที่ออกมาพูดกันมีกี่คน เลือกตั้งก็คือเลือกตั้ง เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ถึงวันไหนก็ทำกันวันนั้น เพราะเขากำหนดการออกมาแล้วไม่ใช่หรือ ก็พูดกันอยู่ได้ว่าจะแก้ตรงโน้นจะแก้ตรงนั้น แล้วจะทำให้ทุกอย่างมันล่าช้า ใครทำ คนพูดคือใคร นักการเมืองให้เขาพูดอยู่นั่นแหละ&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ในงานมอบรางวัล ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวทักนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. &amp;nbsp;ที่มาร่วมงานว่า ขอบคุณท่านประธาน กกต.ที่มาร่วมงาน แม้ว่ากองทุนของท่านจะไม่อยู่ในมาตรการตรงนี้ เพราะมีข้อยกเว้น แต่ก็ต้องทำให้ดีตามนี้ รู้ว่ามีความตั้งใจดีทุกคน ซึ่งตนเองไม่ได้มีความขัดแย้งกับใคร ต้องแก้ไขปัญหาทุกวัน ไม่ว่าปัญหาอะไรก็ตาม ต้องรับผิดชอบและแก้ไขให้ได้ตามแนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสม หากตีกันไปตีกันมา ก็ต้องลงไปตัดสินอยู่ดี วันนี้ไม่มีปัญหากับใครทั้งสิ้น เตรียมการไปสู่การเลือกตั้งในอนาคต&amp;nbsp;
ด้านนายศุภชัยยืนยันว่า ไม่ได้ขัดแย้งอะไร เพียงแต่เราชี้แจงเท่านั้น เราทำตามตารางที่วางไว้ในการทำงาน ตอนนี้เรายังไม่ได้แต่งตั้ง เพียงแต่คัดเลือกเสร็จก็ส่งไปให้แต่ละจังหวัดประกาศ ถ้ามีการคัดค้านว่าขาดคุณสมบัติ มีลักษณะต้องห้าม เราก็ไม่ตั้ง การจะตั้งหรือไม่ตั้ง ตอนนี้เป็นช่วงรอยต่อระหว่างรอมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งกกต.ชุดใหม่ ถ้าโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้ว จะเป็นหน้าที่ของ กกต.ชุดใหม่ เพียงแต่เราดำเนินการตามกระบวนการไว้แล้ว และท่านก็จะมาดู
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ตามกฎหมายสามารถโละได้ทั้งหมดหรือได้บางส่วน เพราะ สนช.ยืนยันว่ามีสิทธิแก้กฎหมาย นายศุภชัยกล่าวว่า ใช่ สนช.ทำหน้าที่ออกกฎหมาย ส่วนเราเป็นผู้ปฏิบัติ กฎหมายว่าอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น เราไม่สามารถก้าวล่วงการออกกฎหมายได้ ส่วนจะเหมาะสมหรือไม่ ไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ เราทำตามหน้าที่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ในงานที่เมืองทองธานี ได้เรียนท่านนายกฯ &amp;nbsp;อย่างที่ให้สัมภาษณ์สื่อ ซึ่งนายกฯ ก็ไม่ได้พูดอะไร&amp;rdquo; นายศุภชัยระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายศุภชัยให้สัมภาษณ์อีกครั้งย้ำว่า ก่อนหน้านี้ กกต.ได้ปรึกษาหารืออย่างละเอียด ดูกรอบเวลาต่างๆ แล้วจำเป็นต้องเดินหน้าคัดเลือก รอไม่ได้ เพราะตาม พ.ร.ป.กกต.กำหนดให้ใช้ผู้ตรวจการเลือกตั้งทั้งในการเลือก ส.ว.และ ส.ส. ซึ่งกฎหมาย ส.ว.จะครบกำหนดเวลาทูลเกล้าฯ ถวาย 90 วันในวันที่ 13 ก.ย.นี้ เมื่อกฎหมายประกาศใช้ต้องเดินหน้าสรรหา ส.ว.ทันที โดยคาดว่าจะมีการทูลเกล้าฯ ถวายพระราชกฤษฎีกาให้ดำเนินการได้มาซึ่ง ส.ว.ในช่วงเดือน พ.ย. ซึ่งผู้ตรวจการเลือกตั้งต้องเริ่มปฏิบัติหน้าที่ 1 เดือนก่อนและหลังมี พ.ร.ฎ. จึงเกรงว่าถ้าไม่คัดเลือกไว้ จะกลายเป็นปัญหาต่อการทำงานของ กกต.ชุดใหม่
คิดเองกระทบโรดแมปไหม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ได้มีเจตนาตั้ง แต่ต้องทำตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด จะอยู่ว่างๆ ไม่ทำอะไรไม่ได้ เราปรารถนาดีกับ กกต.ชุดใหม่ ที่เข้ามาเพื่อให้การทำงานไม่สะดุด และจะได้สานต่องานได้เลย ส่วนที่จะแก้ไข พ.ร.ป.กกต.ในเรื่องนี้นั้น มีขั้นตอนและเวลาพอสมควร รวมแล้ว 2-3 เดือน ผู้ตรวจการเลือกตั้งชุดใหม่จึงทำงานได้ ดังนั้นถ้า พ.ร.ป.กกต.ที่แก้ไขดำเนินการแล้วเสร็จ และมีการประกาศใช้ช่วงก่อนเลือกตั้ง ส.ส. ผู้เกี่ยวข้องก็ต้องพิจารณาเองว่ากระทบต่อโรดแมปการเลือกตั้งที่วางไว้หรือไม่&amp;rdquo; นายศุภชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประวิช รัตนเพียร กกต. ระบุว่า เรามั่นใจว่าสิ่งที่ทำมีความจำเป็นเพื่อให้เกิดความพร้อมก่อนที่กฎหมายลูกอีก 2 ฉบับจะมีผลใช้บังคับ ยืนยันว่าทำตามหน้าที่ ระเบียบ ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อวานฉับพลัน ไม่ใช่ทิ้งทวนหรือทิ้งท้ายใดๆ เราทำตามความจำเป็นที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องและสอดคล้องกับกฎหมาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. กล่าวถึงสมาชิก สนช. 36 คน เสนอแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. ว่าผู้ร่วมลงชื่อได้ยื่นต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.แล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของประธาน สนช. หากประธานมีคำสั่งให้เข้าสู่คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) ก็คาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า หรืออีก 1 สัปดาห์ถัดจากนั้น ซึ่งต้องพิจารณาทั้งความเหมาะสม เพราะขณะนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ดังนั้น วิป สนช.ต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ
&amp;ldquo;ที่กล่าวหา สนช.จงใจจะเยื้อการเลือกตั้งนั้น เป็นการไม่ให้ความเป็นธรรมกับ สนช. เพราะความจริงเป็นการใช้สิทธิของแต่ละสมาชิก ส่วนสภาจะเห็นด้วยหรือไม่ &amp;nbsp;ยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น และเท่าที่ดูไม่น่ามีอะไรกระทบโรดแมปเลือกตั้ง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ไม่ใช่เรื่องการก้าวก่าย กกต.ด้วย&amp;rdquo; นายสุรชัยระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิก สนช. ซึ่งเป็น 1 ใน 36 รายชื่อ กล่าวว่า ถือว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ เรายินดีรับฟังคำวิจารณ์ของ กกต. โดยเฉพาะที่ระบุว่า สนช.ไม่มีความรอบคอบในการพิจารณา พ.ร.ป.กกต.จนต้องมาแก้ไขนั้น ต้องบอกไม่มีกฎหมายฉบับใดสมบูรณ์ 100% ทุกฉบับมีช่องโหว่ เมื่อเห็นว่าไม่รอบคอบก็ต้องแก้ไข
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิก สนช. ชี้ว่า การแก้ไขกฎหมายลูกครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องผ่านขั้นตอนมากมาย และยังไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างไร แต่ดูแนวโน้มคงแก้ไขเสร็จไม่ทันการเลือกตั้งเดือน ก.พ.2562
ด้านความเห็นของซีกนักการเมืองนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวเรื่องนี้ว่า ไม่ค่อยเห็นเหตุผลที่อยู่ดีๆ จะเคลื่อนไหวแก้กฎหมาย ทั้งที่คนคิดจะแก้ก็คือคนที่เขียนมาเอง แล้วก็ยังไม่ทันได้เริ่มทำงาน การเสนอแก้กฎหมายกลายเป็นว่าระบบไม่มีความแน่นอน มาตรฐานคืออะไร&amp;nbsp;
เชื่อเลือกตั้งไปปลายปี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรค ปชป. กล่าวว่า ขอเสนอให้ สนช.ถอนร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ออกไป มิฉะนั้นจะเป็นเหตุให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปถึงปลายปี 2562 เพราะขั้นตอนในการได้บัญชีผู้ตรวจการเลือกตั้ง 616 คน ต้องยืดไปอีกราว 9 เดือน
ส่วนนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรค พท. กล่าวว่า สะท้อนถึงการทำงานที่ไม่มีคุณภาพหรือไม่ และเหตุผลจริงๆ ในความพยายามที่จะแก้ไขแก้ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.คืออะไร มีใบสั่งใคร หรือกระทำการตามพิมพ์เขียวของฝ่ายใดหรือไม่ เพราะแม้แต่แม่น้ำสายเดียวกันเองยังเห็นต่าง และเกิดภาพความขัดแย้งหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พท. กล่าวว่า มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากตั้งใจทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปจากต้นปี 2562 ที่ พล.อ.ประยุทธ์กำหนดไว้ เพราะก่อนหน้านี้ นายกฯ ประกาศโรดแมปเลือกตั้งแล้วเลื่อนมาหลายครั้ง ด้วยเทคนิคทางกฎหมายที่เขียนมาแล้วแก้ใหม่จนวุ่นวาย ที่เป็นเช่นนี้เพราะยังไม่มั่นใจว่าเลือกตั้งแล้วจะได้กลับมาเป็นนายกฯ อีก จึงอยากอยู่ในอำนาจโดยการยื้อการเลือกตั้งใช่หรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ที่บ้านเมืองสงบเพราะคนเฝ้ารอการเลือกตั้ง &amp;nbsp;แต่ถ้าต้องเลื่อนออกไปอีก เชื่อว่าคนจะลุกขึ้นมาทวงในสิ่งที่ท่านให้สัญญา และความวุ่นวายจะเกิดขึ้น ดังนั้น ขอเรียกร้องให้นายกฯ ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะมีการเลือกตั้งต้นปี 2562 เพื่อไม่ให้ประเทศกลับเข้าสู่วังวนความขัดแย้ง&amp;rdquo; นายวรชัยกล่าว
วันเดียวกัน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมภา เลขาธิการ กกต.ระบุว่า การประชุม กกต.เมื่อวันที่ 8 ส.ค. มีมติเห็นชอบให้นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนให้พรรคประชาภิวัฒน์ ที่นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคเมื่อวันที่ 3 พ.ค. และพรรคพลังพลเมืองไทยที่นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรคและยื่นขอจดทะเบียนเมื่อวันที่ 22 พ.ค. เป็นพรรคการเมืองแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ กกต.ได้รับจดทะเบียนให้พรรคทางเลือกใหม่และพรรคมติประชาเป็นพรรคการเมืองไปแล้วตามกฎหมาย ทำให้ขณะนี้มี 4 พรรคการเมือง ส่วนพรรคการเมืองที่มีการยื่นคำขอเข้ามา และอยู่ระหว่างการพิจารณาของนายทะเบียน ประกอบด้วย พรรครวมใจไทย, พรรคประชาธรรมไทย, พรรคพลังธรรมใหม่, พรรคประชาชนปฏิรูป, พรรคอนาคตใหม่, พรรคไทยธรรม, พรรคพลังชาติไทย และพรรครวมพลังประชาชาติไทย รวม 8 พรรคการเมือง ซึ่งนายทะเบียนจะเร่งพิจารณาเอกสารหลักฐานโดยเร็วต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15091</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, ทักษิณ ชินวัตร, นิธิ เอียวศรีวงศ์, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมภา, พชร นริพทะพันธุ์, พรรคประชาชนปฏิรูป, พรรคประชาธรรมไทย, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคพลังชาติไทย, พรรคพลังธรรมใหม่, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, พรรครวมใจไทย, พรรคอนาคตใหม่, พรรคเพื่อไทย, พรรคไทยธรรม, พิชัย นริพทะพันธุ์, วัลลภ ตังคณานุรักษ์, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี, เพจเฟซบุ๊ก Peace  News</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6c4eeb0bd27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 22:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีสานรัก&#039;ลุงตู่&#039;สู้ตาย &#039;ประยุทธ์&#039;หยอดคำหวานทิ้งทวน/&#039;บิ๊กป้อม&#039;เดี้ยงแพ้อาหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; อ้าแขนพบได้ทุกคน ยกเว้นพวกมีปัญหาทางกฎหมาย ย้ำลงพื้นที่ไม่ได้มาหาเสียง แต่มาทำให้ประชาชนและประเทศ ลั่นประชาธิปไตยไม่ใช่สำหรับคนรวยเท่านั้น นายกฯ ไม่ใช่คนวิเศษที่ต้องยกมือไหว้ เป็นแค่คนรับใช้ โอ่พูดได้ต่อเนื่อง 5 ชม.เพราะรู้ทุกเรื่อง เพื่อไทยพาเหรดอัด ครม.สัญจร ส่วน &amp;ldquo;ลุงป้อม&amp;rdquo; อาหารเป็นพิษ ต้องรีบหามกลับกรุงเทพฯ ทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ที่อาคารเทพรัตนสิริปภา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ถึงการพบนักการเมืองในพื้นที่จังหวัดต่างๆ &amp;nbsp;ว่าการพบปะไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือไม่ใช่นักการเมือง ยินดีพบทุกคนไม่ว่าใครก็ตาม แต่ที่มีปัญหาพบไม่ได้ ซึ่งปัญหาอย่างเดียวคือเรื่องของกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องของส่วนบุคคล ถ้าไม่ใช่เรื่องเหล่านี้ก็พบได้ทุกคน และสิ่งที่พูดไปต้องการให้ทุกคนเข้าใจว่าไม่ได้ต้องการอะไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า การมาทำหน้าที่ตรงนี้ไม่ได้ต้องการอะไรเลย ต้องการเห็นประเทศชาติมีความสงบสุข ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้เกิดมากี่ปีแล้วก็เกิดมาตลอด ถ้าเราไม่แก้ในสมัยนี้มันก็ตายไปกับเราอีก วันหน้าก็จะเป็นอยู่อย่างนี้ รัฐบาลใหม่มาก็เป็นอยู่แบบนี้ แล้วเราจะมาวิพากษ์วิจารณ์ให้เสียหายได้อย่างไร หลายอย่างที่ไม่เคยทำก็ทำเสียหลายอย่าง ที่ทำแล้วไม่ดีก็ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น หลายอย่างมีการประเมินผล ไม่ใช่เพียงแต่จะจ้องดูว่าวันนี้จะได้เงินเท่าไหร่ งบประมาณลงตรงไหน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมไม่เข้าใจกับสิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลฯ ทั้งนี้ การจะอนุมัติงบประมาณแต่ละพื้นที่ต้องมีโครงการ และต้องสร้างห่วงโซ่มูลค่าให้เกิดขึ้นในทุกจังหวัด อย่าเอาผมไปขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะพรรคการเมืองใดก็แล้วแต่&amp;rdquo; นายกฯ ย้ำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการประชุม ครม.สัญจร คณะ พล.อ.ประยุทธ์ได้เยี่ยมชมแอ่งท่องเที่ยวขัวน้อยบ้านชีทวน โดยเมื่อเดินทางถึง พล.อ.ประยุทธ์ถือพานขันหมากเบ็ง (พานดอกไม้บูชาถวายพระ) ขบวนเทศน์ปฐมสมโภชแบบโบราณ โดยมีขบวนฟ้อนกลองตุ้มต้อนรับเข้ามายังหอแจกเพื่อกราบนมัสการพระเทพปัญญามุณี เจ้าอาวาสอาวุธวิกสิตาราม ซึ่งพระเทพปัญญามุณีได้มอบของที่ระลึกและเหรียญพระพุทธวิเศษให้นายกฯ ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นพระเทพปัญญามุนีได้ขึ้นธรรมาสน์สิงห์เทิน เพื่อเทศน์ปฐมสมโภชโบราณให้นายกฯ และคณะรับฟัง ในเนื้อหาการเป็นผู้นำที่ดีของผู้บริหารประเทศ โดยระบุว่านักบริหารหรือผู้นำที่ดีต้องอดทน ยิ้มแย้มแจ่มใส ต้องมีการตื่นตัวรู้เท่าทันต่อสถานการณ์ ต้องมีความขยันหมั่นเพียร ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรค ต้องมีความเอื้อเฟื้อแบ่งปันแบ่งงานกระจายงาน ต้องมีความเมตตากรุณา มีความเป็นธรรม มีความเที่ยงธรรม และต้องมีความรอบคอบตรวจสอบติดตามงานของผู้ใต้บังคับบัญชา หากเกิดปัญหาต้องช่วยแก้ไข&amp;nbsp;
ทั้งนี้ การเทศน์ปฐมสมโภชดังกล่าวเป็นประเพณีแหล่งวัฒนธรรมของชาวชีทวน ซึ่งจะมีปีละครั้งในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาเท่านั้น
ไม่ต้องยกมือไหว้นายกฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โอกาสนี้ นายกฯ ได้เยี่ยมชมวัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์โอท็อปของ ต.ชีทวน และสักการะหลวงพ่อพุทธวิเศษ ณ วัดทุ่งศรีวิไล ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งในการทักทายชาวบ้านที่มาต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทุกคนต้องร่วมมือกันทำให้บ้านเมืองสงบสุข ร่มเย็น ปัญหาความขัดแย้งแตกแยกต้องเลิกได้แล้ว จะต้องไม่แบ่งพวกแบ่งฝ่ายอีกต่อไป คำว่าประชาธิปไตยต้องเป็นประชาธิปไตยสำหรับทุกคน อย่าให้ใครมาบอกว่าเป็นประชาธิปไตยสำหรับคนรวยเท่านั้น โดยประชาชนทุกคนต้องเข้าถึงโอกาส ทำตามกฎหมายและกติกา ซึ่งกติกามีไว้เพื่อไม่ให้สังคมวุ่นวาย อลหม่าน เมื่อสังคมไม่อลหม่านไม่ขัดแย้ง ไม่ปลุกระดมให้เกลียดชังกัน สังคมก็จะมีความสงบเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในระหว่างที่นายกฯ พูด ได้มีประชาชนยกมือขึ้นไหว้ พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวว่า เอามือลง มือเอาไว้ไหว้พระ ไหว้เจ้านาย นายกฯ เป็นคนรับใช้ อย่าคิดว่าเป็นนายกฯ แล้วจะวิเศษวิโส ขณะเดียวกันคนเราถ้าทำความดี ทำสิ่งที่ดีงาม ก็ไม่ต้องไปหลบตาใคร เพราะดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ไม่ได้มาหาเสียง แต่มาใช้เสียงพูด ถ้าไม่รักนายกฯ ไม่เป็นไร แต่ผมจะทำให้ ถามว่ามีใครพูดได้อย่างผมบ้าง เพราะผมเองสามารถพูดต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง ที่พูดได้เพราะอ่านเยอะ และรู้ปัญหาทุกกระทรวง&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว และว่า การเป็นหัวหน้ารัฐบาลไม่ใช่แค่อนุมัติงบประมาณ แต่การบริหารราชการแผ่นดินต้องรู้ทุกเรื่อง ไม่ใช่ฟังแล้วไม่รู้เรื่องอะไร และไม่จำเป็นต้องให้ใครมาชอบ แต่จะทำให้อยู่แล้ว เพราะนี่คือประเทศไทย และไม่ได้ทำเพื่อรัฐบาลหรือเพื่อ คสช. ขออย่าวนกันอยู่เรื่องเดิมๆ ไม่เช่นนั้นความคิดใหม่ๆ ก็ไม่เกิด ส่วนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีก็ไม่ได้วางไว้เพื่อสืบทอดอำนาจแต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นตัวแทนชาวบ้านได้ร่วมกันร้องเพลงสู้เพื่อแผ่นดิน พร้อมตะโกนว่า &amp;quot;พวกเรารักลุงตู่ ลุงตู่สู้ๆ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับยิ้มก่อนตะโกนตอบกลับทันทีว่า &amp;quot;ถ้ารักลุงตู่ ลุงตู่สู้ตาย&amp;quot; จากนั้นคณะ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปที่ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินและสั่งการจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉิน กู้ชีพ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี
ชี้อีสานพร้อมเลือกตั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตรกล่าวก่อนประชุม ครม.สัญจรถึงการลงพื้นที่ว่ามีนัยทางการเมือง ว่ามาทำงาน เมื่อวันที่ 23 ก.ค.ก็มาเยี่ยมตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ยังไม่ได้เจอใครเลย ส่วนกระแสดูด ส.ส.ภาคอีสานนั้น ไม่รู้จักใครเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึง 14 อดีตนักการเมืองที่มาพบนายกฯ โดยระบุว่าจะเข้าพรรคพลังประชารัฐนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ให้ไปถามเขาเอง จะไปรู้ได้อย่างไร บอกไปหลายทีแล้ว ไม่มีการดูดอะไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ฝ่ายความมั่นคงได้รับรายงานเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมืองในพื้นที่อีสานหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มีอะไร เรียบร้อยดี ไม่มีความขัดแย้ง พร้อมเลือกตั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิสิษฐ์ สันตพันธุ์ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกระแสข่าวเตรียมย้ายออกจากพรรคว่า ไม่เคยคิดจะย้าย ยังยึดมั่นในความต้องการของพี่น้องประชาชนที่สนับสนุนให้ทำงานกับพรรคเพื่อไทยต่อไป และขอให้คนที่ติดต่อประสานงานมายังตนเองกับภรรยา ควรเลิกได้แล้ว เป็นตายก็ไม่ย้าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษก พท. กล่าวถึงการประชุม ครม.สัญจร ว่าก่อนไป พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าไม่มุ่งหวังผลทางการเมือง อ้างไปติดตามงาน แต่ประชาชน 61.21% สะท้อนผ่านสวนดุสิตโพล ระบุ ครม.สัญจรมีนัยทางการเมือง วันนี้ก็ชัดเจนว่าชุดความคิดของใครถูกต้อง ส่วนการที่ท่านไปขอความเห็นใจกับชาวบ้านนั้น ต้องเข้าใจว่าไม่มีใครขอให้เข้ามาเป็นนายกฯ การบ่นว่าปัญหาสะสมเพราะเลือกผู้นำผิดนั้น ไม่แน่ใจว่าหมายถึงใครหรือเป็นความผิดของใคร ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะโทษกันไปมาไม่จบสิ้น การพูดดังกล่าวจึงดูเหมือนไม่ใช่ท่าทีที่สร้างสรรค์ ความปรองดองจะเกิดได้ต้องเริ่มต้นที่ตัวท่านเองก่อนหรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านบอกว่าจากนี้ใครด่าจะชกปาก คิดว่าประชาชนฟังแล้วคงรู้สึกตกใจ เสมือนเป็นการใช้ความรุนแรงผ่านคำพูดข่มขู่ มาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม ธรรมาภิบาลของผู้นำประเทศควรมีบรรทัดฐานที่สูงกว่านี้หรือไม่ จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ถอนคำพูด และออกมาขอโทษประชาชน เพราะท่าทีแบบนี้ไม่เป็นประโยชน์ และขัดต่อบรรยากาศการสร้างความปรองดอง&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พฤติกรรมของรัฐบาลที่เลือกปฏิบัติกับกลุ่มคนคิดต่างนั้น เหมือนส่งสัญญาณว่าใครเลือกยืนข้างเดียวกับรัฐบาล ก็จะมีหน้ามีตา ส่วนใครที่ยืนอยู่ฝ่ายตรงข้าม ก็ต้องทำใจว่าอาจเสี่ยงติดคุกติดตะราง ถ้าขบวนการดูดนักการเมืองใช้หลักคิดแบบนี้ ก็ถือว่าอันตรายและจะเกิดการเมืองน้ำเน่าในอนาคต เพราะนักการเมืองไม่ได้เลือกสังกัดพรรคเพราะมีอุดมการณ์ตรงกัน แต่เลือกที่จะยืนข้างความไม่ถูกต้องเพื่อหนีตายหรือเพื่อเอาตัวรอด ประชาชนจึงต้องระวังอย่าเลือกนักการเมืองสายพันธุ์เผด็จการมาเป็นผู้นำ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo;อาหารเป็นพิษ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในระหว่างประชุม ครม.สัญจร &amp;nbsp;เมื่อเวลา 14.15 น. พล.อ.ประวิตรได้เดินทางออกจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยมีท่าทางอ่อนเพลีย และมีแพทย์และพยาบาลรออยู่ภายในรถยนต์ประจำตำแหน่ง ซึ่ง พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงสั้นๆ ว่า พล.อ.ประวิตรมีอาการอาหารเป็นพิษ โดยจะไม่เดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเมนูอาหารกลางวันของ ครม.สัญจรนั้น ประกอบด้วย &amp;nbsp;ข้าวผัดหมู กุ้งอบเกลือ ต้มแซบเนื้อลาย ตำข้าวโพดกุ้งสด ลาบทอด คอหมูย่าง ส้มตำหมูยอไทยปู ขนมจีนน้ำยา 4 ภาค กวยจั๊บญวน บัวลอยมะพร้าวอ่อน และผลไม้คือทุเรียน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเรื่องนี้ว่า ไม่มีอะไรหรอก เป็นปกติอาหารไม่ย่อย ไม่เป็นอะไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพกล่าวอีกครั้งว่า พล.อ.ประวิตรมีอาการปวดท้อง จุกเสียดในช่วงท้ายการประชุม ครม.จึงได้ออกมาให้หมอดูอาการ และกินยาขับลมระบาย ก่อนนั่งพักจนอาการดีขึ้นโดยไม่ได้ให้น้ำเกลือ ส่วนอาการอาหารเป็นพิษของ พล.อ.ประวิตรนั้น ไม่รู้ว่าเกิดจากการรับประทานอาหารชนิดใด เนื่องจากวันนี้รับประทานอาหารหลากหลาย แต่ขณะนี้ พล.อ.ประวิตรได้ขึ้นเครื่องและเดินทางกลับถึงบ้านพักเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ที่ประชุม กกต. มีมติเห็นชอบให้นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนให้พรรคทางเลือกใหม่ ที่มีนายราเชน ตระกูลเวียง เป็นหัวหน้าพรรค และพรรคมติประชา ที่มีนายอนุชิต งามพัฒนพงศ์ชัย เป็นหัวหน้าพรรค เป็นพรรคการเมือง รวมทั้งรับทราบกรณีพรรคประชาราชที่นายเสนาะ เทียนทอง อดีต ส.ส.เป็นผู้ก่อตั้งมีมติขอเลิกพรรค ทำให้ กกต.ต้องประกาศให้พรรคประชาราชสิ้นสภาพ โดยจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ดังนั้นจึงถือว่าขณะนี้มีพรรคการเมืองเก่าที่ยังดำเนินกิจการอยู่รวม 68 พรรค และมีพรรคการเมืองที่จดทะเบียนใหม่ 2 พรรค จึงมีพรรคการเมืองที่ดำเนินกิจการในปัจจุบันรวม 70 พรรคการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ยังกล่าวถึงการรับจดทะเบียนพรรคค่อนข้างล่าช้าว่า เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองกำหนดคุณสมบัติของสมาชิกพรรคไว้สูง ทำให้เมื่อมีการยื่นรายชื่อผู้ร่วมก่อตั้ง 500 คนเข้ามา สำนักงาน กกต.ต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้น เมื่อพบว่ามีไม่ถูกต้อง เช่น มีชื่อไปเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นด้วย ก็ประสานให้พรรคแก้ไข จึงทำให้ค่อนข้างใช้เวลา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายทะเบียนพรรคการเมืองจะเร่งพิจารณาคำขอจดทะเบียนตั้งพรรคการเมืองที่ยื่นเข้ามา และยังเหลืออีก 8 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาภิวัฒน์, พรรครวมใจไทย, พรรคพลังพลเมืองไทย, พรรคประชาธรรมไทย, พรรคพลังธรรมใหม่, พรรคประชาชนปฏิรูป, พรรคอนาคตใหม่ และพรรคไทยธรรม เพื่อรับจดทะเบียนให้เป็นพรรคการเมืองโดยเร็วต่อไป&amp;rdquo; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14046</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พรรคประชาชนปฏิรูป, พรรคประชาธรรมไทย, พรรคประชาภิวัฒน์, พรรคพลังธรรมใหม่, พรรคพลังพลเมืองไทย, พรรครวมใจไทย, พรรคอนาคตใหม่, พรรคเพื่อไทย, พรรคไทยธรรม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พิสิษฐ์ สันตพันธุ์, ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง, ราเชน ตระกูลเวียง, วัดทุ่งศรีวิไล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b573e0ceac76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
