<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2020 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2020 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จาตุรนต์&#039;กระทุ้ง&#039;เพื่อไทย&#039;ปิดสวิตช์สว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 2563 นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang ระบุว่า &amp;nbsp;ขอสนับสนุนการที่พรรคเพื่อไทย จะลงมติใหม่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปิดสวิทช์สว.บ้านเมืองมาถึงขั้นนี้จะให้สว.ลงมติเลือกนายกฯอีกไม่ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมีการยุบสภากระทันหัน แล้วสว.ยังเลือกนายกฯได้อีกจะเป็นวิกฤตร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสนอแล้วจะสำเร็จหรือไม่ย่อมขึ้นกับกระแสสังคม ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76621</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ปิดสวิตช์ส.ว., พรรคเพื่อไทย, พรรคไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f36669c498e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 08:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทืบซ้ำทันที!พิชัยบี้&#039;ประยุทธ์&#039;ลาออกตาม&#039;ปรีดี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ก.ย.2563 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กล่าวว่า ตามที่นายปรีดี ดาวฉาย รมว.การคลัง ลาออกจากตำแหน่ง ได้สร้างผลสั่นสะเทือนให้กับเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์อย่างมาก เท่ากับรัฐมนตรีคนนอกที่รัฐบาลเชิญมาและเหมือนไปตื้อมา เพราะไม่มีคนที่มีชื่อเสียงคนไหนอยากจะเข้ามาร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในภาวะเศรษฐกิจที่ทรุดหนักและภาวะการเมืองที่ผันผวนที่รัฐบาลถูกนักศึกษาและประชาชนจำนวนมากออกมาขับไล่เช่นนี้ แต่อยู่ได้เพียง 25 วัน ก็ต้องถอดใจลาออกไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัยกล่าวอีกว่า ได้เตือนรัฐมนตรีคนนอกแล้วว่าให้คิดให้ดีและอย่าเข้ารับตำแหน่ง เพราะภาวะเศรษฐกิจหนักหนาสาหัสมาก เป็นผลจากการบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลวมาตลอด 6 ปี นายปรีดีคงเข้าไปเห็นตัวเลขแล้วจึงอาจเครียดจนถอดใจ อีกทั้งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจคือ พล.อ.ประยุทธ์เองก็ขาดความรู้ความสามารถทางเศรษฐกิจหรือเรียกได้ว่าไม่รู้เรื่องทางเศรษฐกิจเลย และความกดดันจากคนในพรรคพลังประชารัฐที่ขนาดนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ 4 กุมารยังทนไม่ได้ แถมล่าสุดยังมีความขัดแย้งเรื่องการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลังที่ได้เตือนว่าหาก รมว.การคลังไม่สามารถแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงได้ตามที่ต้องการ จะทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ เพราะข้าราชการจะไม่เชื่อฟัง รมว.การคลัง และสมควรที่จะต้องลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ไม่คิดว่านายปรีดีจะลาออกจริงๆ ตามที่ได้เสนอไว้ และเป็นห่วงว่า นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงานที่น่าจะต้องเจอกับภาวะกดดันที่คล้ายกันจะสามารถทนได้ขนาดไหน การลาออกของนายปรีดีแสดงให้เห็นชัดเจนถึงปัญหาในการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งที่เพิ่งเปลี่ยนทีมนายสมคิด และ 4 กุมารออกไป เพราะความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจ และจะยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีเหลือแล้ว ซ้ำเติมจากปัญหาเรื่องการซื้อเรือดำน้ำและคดีฟ้องร้องการปิดเหมืองทองที่ประชาชนไม่พอใจกันอย่างมาก สมควรที่ พล.อ.ประยุทธ์จะรู้ตัวได้แล้วว่าหมดเวลาในการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว เพราะภาวะเศรษฐกิจที่ทรุดหนักจะเกินความรู้ความสามารถของ พล.อ.ประยุทธ์จะแก้ไขได้ และ พล.อ.ประยุทธ์ควรจะต้องรีบลาออกตามนายปรีดีไปได้แล้ว เพื่อให้คนที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงเข้ามาบริหารประเทศแทน ยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์พยายามดื้อรั้นที่จะอยู่ต่อไป ก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงเรื่อยๆ เหมือนรอวันเจ๊งเท่านั้น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76209</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทษช., ปรีดี ดาวฉาย, พรรคไทยรักษาชาติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พิชัย นริพทะพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191231/image_big_5e0b57c82f475.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 08:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เหวง&#039;ทุบโต๊ะห้ามรับต่างชาติจนกว่ามีวัคซีนต้านโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.2563 &amp;ndash; นายเหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กสั้นๆ ว่า อย่ารับต่างชาติเข้าไทยจนกว่าจะมีวัคซีนเพื่อไม่ให้เชื้อโควิดหลุดเข้ามาสร้างความเสียหายครั้งใหม่เหมือนครั้งนี้ที่การระบาดเกิดจากต่างชาติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64580</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ, ทษช., นปช., พรรคไทยรักษาชาติ, เหวง โตจิราการ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e449e0ec9f26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62466</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!พิชัยเห็นด้วยกับมาตการรัฐบาลสู้โควิด-19วงเงิน1.9ล้านล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.2563 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า โดยหลักการแล้วเห็นด้วยกับรัฐบาลในการออกมาตรการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ชุดที่ 3 วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท เพราะปัญหาทางเศรษฐกิจจะรุนแรงมากทั้งระหว่างวิกฤตการณ์และภายหลังวิกฤตการณ์และหากจำเป็นก็อาจจะต้องใช้เงินมากกว่านี้ ซึ่งในประเทศต่างๆ ก็ได้เริ่มดำเนินการกันแล้วโดยมีการใช้เงินประมาณ 10-15% ของจีดีพี ทั้งนี้ยังต้องดูรายละเอียดว่าจะมีการช่วยเหลือในลักษณะใดบ้าง และจะได้ผลหรือไม่ โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงการคลังที่จะมีการกู้เงินมาใช้ถึง 1 ล้านล้านบาท โดยอยากเห็นการใช้เงินจำนวนมหาศาลดังกล่าวเป็นไปอย่างถูกทาง ไม่ได้ใช้อย่างสะเปะสะปะเหมือนในอดีต และต้องเกิดประโยชน์ในระยะยาวตามที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ พูดไว้เอง และอยากให้ช่วยผู้มีรายได้น้อยที่ลำบากที่สุดก่อนแล้วไล่ขึ้นมา อีกทั้งอาจจะต้องเผื่อเงินไว้หากสถานการณ์ยาวนานกว่านั้น โดยการขยายการช่วยเหลือเดือนละ 5,000 บาท จาก 3 เดือนเป็น 6 เดือนถือว่าถูกต้องแล้ว และอาจจะต้องนานกว่านั้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ตามที่รัฐบาลคาดว่าจะมีผู้มาขอรับการช่วยเหลือ 3 ล้านคน แต่กลับมีประชาชนขอรับการช่วยเหลือสมัครเข้ามาถึง 24 ล้านคน ทำให้รัฐบาลต้องขยายเป็น 9 ล้านคน แถมยังข่มขู่ว่าจะดำเนินคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กับผู้กรอกข้อมูลไม่ตรง เป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำ เพราะในภาวะเช่นนี้ประชาชนเดือดร้อนกันเป็นจำนวนมาก ย่อมอยากได้ความช่วยเหลือจากรัฐบาลซึ่งไม่ใช่ความผิด และในเมื่อรัฐจะใช้เงินจำนวนมหาศาลก็อยากให้พิจารณาว่าประชาชนที่เดือดร้อนมากก็ควรได้รับการช่วยเหลือทั้งหมด ไม่ว่าจำนวนจะเท่าไหร่ก็ตาม หากเข้าเกณฑ์ที่จะต้องช่วยเหลือโดยอย่ากำหนดที่จำนวน แต่กำหนดตามเกณฑ์ที่เหมาะสมที่ควรได้รับ ทั้งนี้ในอดีตรัฐบาลยังแจกเงินให้คนไปเที่ยว และให้คนไปช้อปปิ้งแบบสะเปะสะปะได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นั้น การออกซอฟท์โลน 500,000 ล้านบาท เพื่อช่วยธุรกิจ SMEs เป็นแนวทางที่ถูกต้อง และเป็นไปตามที่ตนได้เคยเสนอไว้แล้วแต่แรก โดยอยากให้มีการต่อรองในการรักษาระดับการจ้างงานเพื่อไม่ให้คนตกงานเหมือนในหลายประเทศได้ดำเนินการแล้ว และรัฐบาลอาจจะสนับสนุนเพิ่มในส่วนนี้ด้วย อีกทั้งอยากให้ ธปท. ได้ส่งเสริมให้ทุกธนาคารทำตามแบบอย่างของ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารออมสินที่มีการหยุดดอกเบี้ยและหยุดเงินต้นเป็นเวลา 3 เดือนเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบภาวะวิกฤติในข่วงนี้
อย่างไรก็ดีในส่วนของ ธปท. ที่จะจัดตั้งกองทุนขึ้นมาดูแลตลาดตราสารหนี้เอกชนวงเงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อให้ธปท.สามารถเข้าไปซื้อตราสารหนี้เอกชนที่มีเครดิตเรทติ้งไม่น้อยกว่า investment grade ขึ้นไปนั้น อยากให้ ธปท. ฟังความเห็นของ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร อดีต รองนายกฯ อดีต รมว. คลัง และ อดีต ประธาน ธปท. ที่ให้ความเห็นว่า ธปท. ควรดำเนินการผ่านธนาคารพาณิชย์จะเหมาะสมกว่า ทั้งนี้ เพราะการดำเนินการดังกล่าวอาจจะผิดกฎข้อบังคับของ ธปท. เองได้ อีกทั้ง ธปท. ไม่ควรไปเข้าไปทำหน้าที่แทนธนาคารพาณิชย์ จะมาอ้างเหมือนกับธนาคารกลางของสหรัฐดำเนินการก็อาจจะไม่ถูกนัก เพราะสถานะของประเทศต่างกัน นอกจากนี้ยังอยากให้ ธปท. รักษาอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับต่ำ ถ้าเป็นไปได้ควรอยู่ต่ำกว่า 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนธุรกิจส่งออกของไทยให้ฟื้นกลับมาได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปัจจุบัน กิจกรรมทางธุรกิจดูเหมือนจะหยุดชะงักทั้งหมด ซึ่งจะเป็นปัญหาในอนาคตอันไกล้ได้ ทั้งนี้เพราะห่วงว่าอีกไม่นานนัก ประชาชนจำนวนมากจะกังวลว่าจะอดตายมากกว่าจะติดโวรัสโควิด-19ตาย เพราะหากวงจรธุรกิจหยุดชะงักแล้ว การจะฟื้นเศรษฐกิจจะทำได้ยากมาก ประชาชนจำนวนมากจะไม่มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว โดยคาดกันว่าอาจจะมีคนตกงานกันถึงกว่า 5 ล้านตน ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลได้พิจารณาสนับสนุนให้สามารถทำกิจกรรมทางธุรกิจได้อย่างน้อย 40-50% โดยหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ไปในตัวด้วย โดยไม่ปิดกิจกรรมทางธุรกิจทั้งหมด โดยจะต้องมีการเว้นระยะห่างที่เหมาะสม แต่ธุรกิจยังคงสามารถดำเนินไปได้บ้าง ในบางสาขาธุรกิจ โดยอยากให้ มีการพัฒนาระบบออนไลน์ของราชการให้สมบูรณ์เต็มที่ เพื่อที่สามารถทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้โดยไม่ต้องไปเองที่หน่วยราชการ ถือเป็นการสร้างโอกาสในการพัฒนาระบบราชการในภาวะวิกฤตนี้ไปด้วย นอกจากนี้การพัฒนาธุรกิจ delivery ตามที่ได้แนะนำแต่แรก ผู้ประกอบอาชีพอิสระ มอเตอร์ไซต์รับจ้าง คนขับแท็กซี่ แม้กระทั่ง นักศึกษาจบใหม่ น่าจะหันมาทำเรื่องนี้ในช่วงเวลานี้ เพราะหากสถานการณ์ลากออกไป ยังสามารถหารายได้ประคองชีวิตได้ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในภาวะวิกฤตนี้ ต้องยินดีที่รัฐบาลได้เริ่มการใช้นโยบายการเงินของ ธปท. ร่วมกับนโยบายการคลังของ กระทรวงการคลังเพื่อนำมาแก้ปัญหาพร้อมกันเหมือนที่ตนได้แนะนำแต่แรก แต่ยังไม่เห็นรายละเอียดการช่วยเหลือของกระทรวงการคลัง โดยหวังว่าจะมีการช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันรัฐบาลน่าจะถือโอกาวนี้ปรับปรุงระบบราชการให้ทันสมัยเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตไปในตัว ทั้งนี้รวมถึงประชาชนเองก็จะต้องคิดในกรอบใหม่เพื่อเอาตัวรอดในวิกฤตการณ์นี้ให้ได้ โดยเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ และหลังจากวิกฤตการณ์แล้วประเทศไทยจะพัฒนายิ่งขึ้นไปอีก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62466</URL_LINK>
                <HASHTAG>1.9 ล้านล้านบาท, ทษช., พรรคไทยรักษาชาติ, พิชัย นริพทะพันธุ์, เฟซบุ๊ก, โพสต์, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191231/image_big_5e0b57c82f475.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59827</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 17:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 17:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จาตุรนต์&#039;แนะรัฐบาลยกระดับขั้นสูงสุดทุกขั้นตอนสกัดโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กสั้นๆ ว่าต้องยกระดับมาตรการถึงขั้นสูงสุดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเข้าประเทศจนถึงการรักษาผู้ป่วยแล้วครับ #COVID19 ทำยังไงจะให้รัฐบาลเข้าใจ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59827</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ทษช., พรรคไทยรักษาชาติ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200202/image_big_5e36a256ef594.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2020 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2020 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปรีชาพล&#039; รำลึก 7 มีนา ครบ 1 ปี &#039;ไทยรักษาชาติ&#039; ถูกยุบทิ้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.63 - ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 &amp;nbsp;มีนาคม 2563 ครบ 1 ปียุบพรรคไทยรักษาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่งปีผ่านไป เป็นช่วงเวลาที่ไม่ง่ายและต้องปรับตัวมากพอสมควร ถือเป็นบททดสอบในช่วงเวลาที่สำคัญของชีวิต ซึ่งแม้จะยากแต่ก็ต้องผ่านไปให้ได้ และนี่คือสิ่งที่บอกกับตัวเองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เพราะชีวิตคือการเดินทาง อาจจะมีล้มลุกคลุกคลาน สำเร็จสมหวังหรือผิดหวังล้มเหลวบ้างก็เป็นธรรมดา เปรียบเปรยคำพูดที่ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อากาศหนาวเย็นทดสอบความแข็งแรงของร่างกายฉันใดความกดดันและความผิดหวังย่อมท้าทายความแข็งแกร่งของจิตใจฉันนั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้อแท้ได้ แต่จะไม่ท้อถอย ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ การต่อสู้ถือเป็นหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราทุกคนต่างมีความหวังและความฝัน หากมีจิตใจที่มุ่งมั่นและแน่วแน่ บนพื้นฐานความคิดที่ปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมือง ซื่อตรงต่อความเชื่อและอุดมการณ์ ซื่อสัตย์ต่อประชาชน ผมเชื่อว่าสักวันความปรารถนานั้นจะเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกวันนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหารอบด้านในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง การแก้ไขต้องอาศัยคนที่มีความพร้อมจะเข้าใจ ซึ่งยึดเอาผลประโยชน์ของประชาชนและส่วนรวมเป็นที่ตั้ง มีสติและปัญญา ในช่วงเวลาที่เหมาะสม และสำคัญที่สุดคือการสนับสนุนร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่ายในสังคม เวลาไม่เคยรอใคร การพัฒนาประเทศไปอย่างช้าๆในโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ฉับไวและตลอดเวลาถือเป็นความล้าหลัง ฉะนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องเปิดโอกาสและการสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่ออนาคตที่ดีของคนไทยและประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมปรารถนาที่จะได้เห็นชัยชนะของประเทศไทย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ร่วมกันสานฝัน หลอมรวมจิตใจให้เป็นหนึ่งเดียว ฟันฝ่าปัญหาและอุปสรรคในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รักและห่วงใยทุกท่านเสมอครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59106</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทษช., พรรคไทยรักษาชาติ, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200307/image_big_5e638586e5973.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58835</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จาตุรนต์&#039;สับรัฐบาลแก้ปัญหาโคโรนาสะเปะสะปะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.2563- นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;สถานการณ์น่าเป็นห่วง&amp;rdquo; ระบุว่า ข้อความที่อยู่ในรูปข้างล่างนี้มาจากทวิตเตอร์ที่ผมทวีตเมื่อคืน เป็นข้อความที่ออกจากจะเป็นการตกผลึกหลังจากมีการแลกเปลี่ยนความเห็นกันแบบชุลมุนนิดหน่อย ถ้าอ่านแต่ชิ้นนี้ก็อาจจะห้วนๆไปหน่อย คงต้องตามไปดูในทวิตเตอร์ละครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อความในรูปนี้ ก็อยากจะคุยเรื่องโคโรนาไวรัสในภาพกว้างเสียเลย เรื่อง &amp;ldquo;ผีน้อย&amp;rdquo; เป็นกรณีตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่ารัฐบาลไทยไม่มีมาตรการรับมือกับโคโรนาไวรัสเลย ไม่รู้แม้แต่จะทำยังไง จะคิดยังไง มาตรการกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากประเทศเสี่ยงควรทำมานานแล้วก็ไม่ได้ทำและไม่เตรียม มัวแต่กลัวเสียความสัมพันธ์กับจีน จนเดี๋ยวนี้จีนเขาประกาศกักตัวผู้ที่มาจากประเทศเสี่ยงบางประเทศแล้ว ไทยถึงประกาศประเทศเสี่ยง 9 ประเทศ แต่ก็ยังไม่มีมาตรการรองรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้สถานการณ์แพร่ระบาดน่าเป็นห่วงเพราะมีหลายประเทศที่ผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คนไทยในประเทศเหล่านั้นก็อาจต้องการกลับประเทศ ซึ่งเขามีสิทธิ์ตามกฎหมาย และรัฐบาลไทย สังคมไทยก็ควรต้องช่วยเขาให้ได้กลับตามความต้องการ ทั้งด้วยหลักมนุษยธรรม ความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และต่อคนไทยด้วยกัน แต่เข้ามาก็ต้องกักตัวดูแลอย่างเข้มงวด ไม่ใช่ปล่อยเสรีเหมือนที่ปล่อยให้ผู้เดินทางจากประเทศเสี่ยงทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศเข้ามากันนับไม่ถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาคือถ้ายังคงไม่มีมาตรการรองรับอยู่อย่างนี้ ประเทศไทยจะรับมือกับปัญหาไม่ได้ กลายเป็นคนไทยโกรธเกลียดกันเอง ทั้งๆที่ปัญหาอยู่ที่รัฐบาลไม่มีมาตรการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกเรื่องหนึ่งที่แสดงถึงความไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาคือหน้ากากหาซื้อไม่ได้ แม้แต่โรงพยาบาลเองก็ยังหาไม่ได้ แต่รัฐมนตรีไปแจกหน้ากากอยู่ที่กระทรวง ฟังโรงพยาบาลพูดกันแล้วก็รู้ว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ขาดแคลนและระบบรองรับไม่ชัดเจน มีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมถึงขั้นฟ้องร้องกัน แสดงว่าไม่มีการวางระบบที่ชัดเจนและชี้แจงให้เข้าใจตรงกัน หากสถานการณ์แย่กว่านี้ จะทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากทั้งสองเรื่องนี้ น่าเป็นห่วงจริงๆครับ สังคมไทยต้องมาช่วยกันคิดแล้ว หลีกเลี่ยงการตำหนิกันเอง โกรธเกลียดกันเอง แล้วหันมาช่วยกันเรียกร้องให้รัฐบาลทำในสิ่งที่ควรทำ แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มียุทธศาสตร์ ไม่ใช่สะเปะสะปะอย่างที่เป็นอยู่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58835</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ทษช., พรรคไทยรักษาชาติ, เฟซบุ๊ก, โคโรนา, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5f2ad7502f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
