<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบข่าว &#039;ช่อ&#039; งัดมติ ครม. เคลียร์ปมร้อน &#039;มูลนิธิคณะก้าวหน้า&#039; ใช้คำไม่เหมาะสม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.64 - จากกรณี สังคมมีการตั้งข้อสังเกตและไม่สบายใจถึงวัตถุประสงค์การจัดตั้งมูลนิธิคณะก้าวหน้า เรื่องการส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่มีข้อความต่อท้ายระบุว่าด้วยความเป็นกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ หรือ ครูหยุย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และเลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก &amp;nbsp;แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ว่า เรื่องการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธินั้นจะมี 2 กระทรวงเป็นผู้พิจารณาว่าจะอนุญาตให้จัดตั้งได้หรือไม่คือ กระทรวงวัฒนธรรมที่จะต้องพิจารณาดูถ้อยคำทั้งหมดในการขอจัดตั้งมูลนิธิ จากนั้นส่งต่อให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบประวัติผู้ขอก่อตั้ง และคณะกรรมการมูลนิธิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่กรณีนี้ถือว่าเป็นเรื่องแปลกที่มีถ้อยคำ ด้วยความเป็นกลางต่อท้ายวัตถุประสงค์การจัดตั้งมูลนิธิคณะก้าวหน้า เรื่องการส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งต้องถามทั้งสองกระทรวงว่าปล่อยให้ผ่านมาได้อย่างไร เพราะปกติไม่น่าจะอนุญาตให้มีถ้อยคำต่อท้ายแบบนั้น อีกทั้งโดยหลักไม่มีใครทำ และ 2 กระทรวงควรกลับไปพิจารณา เพราะมีคนตั้งคำถามว่าให้ผ่านมาได้อย่างไร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามล่าสุด นางสาวพรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ได้โพสต์เอกสารพร้อมข้อความลงในทวิตเตอร์ ว่า &amp;nbsp;&amp;quot;มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่ามูลนิธิคณะก้าวหน้าใช้ถ้อยคำแปลกและไม่เหมาะสม เรื่องการ &amp;ldquo;ส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ด้วยความเป็นกลาง&amp;rdquo; ขอชี้แจงว่าข้อความนี้เป็นการระบุตามมติครม. 4 ส.ค. 2535 ถ้าไม่ระบุตามนี้เขาไม่ให้ตั้งค่ะ ไม่ใช่ข้อความที่มูลนิธิคิดขึ้นเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117309</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรณิการ์ วานิช, มูลนิธิก้าวหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_614872ad93675.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เลขาฯอนุทิน&#039; ซัด &#039;ช่อ&#039; วิจารณ์เอาสนุก ไล่กลับไปอ่านกฎหมาย ยันปกป้องคนทำงานโดยสุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.64 - จากกรณีประเด็นถกเถียงเรื่องร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;nbsp; ซึ่งฝ่ายการเมือง อาทิ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ออกมาตั้งคำถามว่าเป็นการนิรโทษกรรมให้รัฐบาล กรณีปัญหาในการจัดการโควิด 19

ล่าสุด นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ฝ่ายการเมืองตรงข้าม ก็นำเสนอความจริงเพียงแค่บางส่วน เพื่อด่ารัฐบาล ด่าฝ่ายตรงข้าม วันนี้ การออกกฎหมายฉบับดังกล่าว เป็นไปเพื่อปกป้องคนทำงาน ให้คนทำงานรู้สึกมั่นใจ ในการรับมือกับโรคอุบัติใหม่ ทั้งในเรื่องของการควบคุมโรค รักษาผู้ป่วย ไปจนถึงการป้องกันโรค สาระของกฎหมายมีแค่นี้ แต่ฝ่ายการเมืองไปตีความว่าเป็นการออกกฎหมายเพื่อละเว้นความผิดให้ฝ่ายการเมืองเพียงไม่กี่คน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตลก แต่ตนขำไม่ออก เพราะไม่นึกว่าจะมีคนคิดแบบนี้ แสดงว่าไม่ได้อ่านกฎหมาย สักแต่วิจารณ์เอาสนุก เนื่องจากกฎหมายพูดชัด ว่าใครก็ตามที่ทำผิด ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คือ การกระทำโดยไม่สุจริตการกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง และการกระทำเกิดจากการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม จะไม่ได้ละเว้นโทษ เท่ากับว่า ถ้าเห็นว่าฝ่ายการเมืองที่คุณชิงชัง กระทำผิด แล้วเข้าข่ายความผิดที่กล่าวมา คุณมีสิทธิ์ไปฟ้องศาลดำเนินคดีตามกฎหมายได้เลย แล้วถามว่า ที่สุดแล้ว กฎหมายนี้ มันมีไว้เพื่อละเว้นความผิดให้ฝ่ายการเมืองตรงไหน ในเมื่อก็มีช่องให้ฟ้อง ให้ถูกลงโทษอยู่แล้ว กลับกันกฎหมายฉบับนี้ คุ้มครองคนที่ทำงานด้วยใจบริสุทธิ์ ซึ่งก็คือหมอ พยาบาล&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ด่านหน้า ที่พวกคุณพูดทุกวันว่ารักมาก เป็นห่วงมาก เคารพมาก แต่พอ จะออกกฎหมายมาดูแลพวกเขา ให้เขามีความมั่นใจในการทำงาน ฝ่ายคุณกลับขัดขวางเต็มที่ แบบนี้ถูกต้องหรือไม่ สิ่งที่คุณกำลังทำทั้งหมดนั้น ตีความได้ว่า คุณกำลังมีอคติบังตา จิตใจมืดบอด จนลืมแล้วซึ่งผิดชอบชั่วดี กระทั่งลืมอ่านกฎหมายให้ละเอียดว่าเขียนไว้อย่างไร คุณสักแต่วิจารณ์ และกำลังทำให้สังคมเข้าใจผิด จนกระทบกับคนทำงานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กฎหมายฉบับนี้ มันไม่ได้ถูกผลักดันโดยฝ่ายการเมือง มันเกิดจากว่า แพทย์ พยาบาล เขาต้องรักษาผู้ป่วยโรคอุบัติใหม่ ซึ่งมันไม่มียาตรงตัว มันไม่มีแนวทางการรักษาที่แน่นอน เวลาปฏิบัติหน้าที่ ทุกท่านทำเต็มที่ แต่ก็มีความกังวล ก็มีข้อเสนอจากองค์กรวิชาชีพ และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เข้ามา สธ.จึงตั้งคณะกรรมการยกร่างกฎหมาย มีกรม สบส.เป็นหน่วยงานหลัก ดูแลหาทางช่วยเหลือ ให้คนทำงานได้มั่นใจ เรื่องมันก็มีอยู่แค่นี้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112828</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรณิการ์ วานิช, วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210521/image_big_60a7acc58d937.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกสารหลุด! &#039;พรรณิการ์&#039; ข้องใจนิรโทษกรรม &#039;คณะผู้จัดหาวัคซีน&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.64 - จากกรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล ออกมาระบุว่า ได้รับเอกสารการนำเสนอแนวทางในการปรับปรุงกฎหมาย เพื่อเพิ่มความคุ้มครองบุคลากรการแพทย์ในสถานการณ์โควิด ในนาม &amp;ldquo;พระราชกำหนดจำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ....&amp;rdquo; โดยตั้งคำถามว่า จะเป็นการนิรโทษกรรมเหมาเข่งให้กับรัฐบาล และคณะผู้จัดหาวัคซีนด้วยใช่หรือไม่ และล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เพียงว่า เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับบุคลากรแพทย์ และลดช่องโหว่คนหัวใสฟ้องร้องเอาผิด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า กล่าวว่า การให้สัมภาษณ์อย่างนี้ของนายอนุทิน หมายความว่าเอกสารชุดที่นายวิโรจน์เปิดเผยนั้น เป็นเอกสารจริง กำลังจะมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้จริง นายอนุทินไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนิรโทษกรรม เพียงแต่เอาแพทย์พยาบาลบุคลากรด่านหน้ามาบังหน้า ทั้งที่ในเอกสารดังกล่าวระบุชัดเจนว่า บุคคลที่จะได้รับการคุ้มครองไม่ให้ถูกฟ้องร้อง นอกจากแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ยังรวมถึงคณะผู้จัดหาวัคซีนด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ประชาชนทุกคนรู้อยู่เต็มอก รัฐบาลรู้อยู่แก่ใจ ว่าที่ประเทศไทยเดินทางมาถึงจุดที่มีผู้ติดเชื้อหลักสองหมื่นคน ผู้เสียชีวิตหลัก 100-200 คนต่อวัน คนแย่งชิงวัคซีนกันเหมือนจับฉลากชิงโชค บุคลากรด่านหน้าต้องเรียกร้องครั้งแล้วครั้งเล่า กว่าจะได้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพมาถึงแขน แต่ก็ยังได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ทั้งหมดนี้เกิดจากการบริหารวัคซีนที่ผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น การแทงม้าตัวเดียวของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หยุดเอาบุคลากรการแพทย์มาบังหน้า หยุดเอาประชาชนเป็นตัวประกัน หยุดทำเรื่องไร้ยางอาย ประชาชนยังตายกันไม่หยุดหย่อน แต่รัฐบาลกลับคิดหาทางเอาตัวรอด พ้นผิดลอยนวล&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112697</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นิรโทษกรรม, พรรณิการ์ วานิช, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110d6766b018.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 17:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อ&#039; โผล่คลับเฮาส์ อัดรัฐคุมสื่อปิดปากปชช. ยุฟ้องให้เป็นคดีประวัติศาสตร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.64 - น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ร่วมวงเสวนาทางแอพพลิเคชั่น Clubhouse &amp;ldquo;เยาวชนในบทบาทภาคประชาสังคม ในวันที่รัฐ(พยายาม)ปิดปาก&amp;rdquo; จัดโดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย แลกเปลี่ยนข้อกังวลและการเดินหน้าต่อต้าน พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. &amp;hellip; ที่เป็นกฎหมายจำกัดและควบคุมการทำงานของภาคประชาสังคม และกำลังอยู่ในช่วงของการรับฟังความคิดเห็นเวลานี้ โดย น.ส.พรรณิการ์ ระบุว่าปัญหาของ พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. &amp;hellip; มีสามประการใหญ่ๆด้วยกัน กล่าวคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. มีขอบเขตที่คลุมเครือ ว่าการรวมกลุ่มแบบไหนที่ต้องขอขึ้นทะเบียน ระบุเพียงว่าการรวมกลุ่มของบุคคลทุกประเภทที่ตั้งขึ้นโดยไม่แสวงหากำไรต้องไปขอขึ้นทะเบียนกับอธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สามารถถูกเพิกถอนทะเบียนได้ โดยผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท ซึ่งเป็นโทษที่เกินกว่าเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การบังคับให้ต้องระบุรายละเอียดของที่มาของเงิน และหากได้รับเงินจากบุคคลหรือองค์กรที่ไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งในราชอาณาจักรไทย จะดำเนินกิจการได้เฉพาะที่รัฐมนตรีกำหนด ซึ่งจะครอบคลุมรวมไปถึงองค์กรที่รับการสนับสนุนจากองค์กรสหประชาชาติ รวมถึงกาชาดสากล ต้องทำกิจการตามกรอบของรัฐไทยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยสามารถเข้าไปตรวจสอบ รวมถึงเข้าไปในสถานประกอบการของผู้ที่จดทะเบียนเพื่อตรวจค้น รวมถึงคัดลอกข้อมูลทางออนไลน์ โดยไม่ต้องมีหมายศาลได้ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญทั้ง มาตรา 42 เสรีภาพในการรวมตัว, มาตรา 34 เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น, และมาตรา 33 เสรีภาพในเคหสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ที่เป็นพรรคอนาคตใหม่จนมาเป็นคณะก้าวหน้า เรามีสมมุติฐานว่าพฤติกรรมของรัฐไทย โดยเฉพาะในยุค คสช.เป็นต้นมา มักจะใช้จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น &amp;ldquo;Deep South Sandbox&amp;rdquo; กล่าวคือเมื่อรัฐไทยต้องการทดลองวิธีการ ในการบังคับ ควบคุม และละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน มักจะเริ่มจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อนเสมอ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ภายใต้กฎอัยการศึกและ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ทำให้ทหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองมีอำนาจเต็ม ไม่สามารถฟ้องร้องอะไรได้ ดังนั้น เมื่อรัฐไทยนึกจะทำอะไรก็ตาม ก็มักจะเริ่มทำจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อน และเมื่อได้ผลแล้วก็จะนำสิ่งที่ประสบความสำเร็จมาใช้กับทั่วประเทศ&amp;nbsp;ทั้งเรื่องของปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (I.O.) การเอาทหารมานั่งคอมเม้นท์ ตั้งเพจ โจมตีกลุ่มคนที่คิดต่างจากรัฐบาลหรือวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของทหาร ก็เริ่มจากการใช้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อน จนปัจจุบันได้ถูกนำมาใช้กับประชาชนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณี พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็เช่นกัน อ้างว่าทำเพื่อควบคุมการระบาดของโรค แต่ในความเป็นจริงทุกคนเข้าใจตรงกันว่าเป็นมาตรการเพื่อควบคุมการชุมนุมของประชาชน ซึ่งต้นแบบของการบังคับใช้ก็เกิดขึ้นจากชายแดนใต้มาก่อน การควบคุมภาคประชาสังคมก็เช่นกัน ที่ผ่านมามีการใช้นโยบายต่างๆเพื่อบีบบังคับภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนใต้ให้ทำงานอย่างยากลำบาก ไม่สามารถดำเนินการได้ มีองค์กรภาคประชาสังคมระดับโลกหลายองค์กรต้องยุติการดำเนินการในจังหวัดชายแดนใต้ ทั้งที่เป็นองค์กรที่ปฏิบัติงานในพื้นที่สงครามมามากมาย เพราะถูกจำกัดรูปแบบการดำเนินการ รวมทั้งการใช้อำนาจเข้าคุกคามองค์กรและผู้ปฏิบัติงานจนไม่สามารถดำเนินกิจกรรมต่อไปได้ หรือในบางกรณีรัฐจะใช้วิธีการให้เงินสนับสนุนภาคประชาสังคม ให้มาสนับสนุนภาครัฐแทนก็มีให้เห็นมาก่อนทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐก็คงเห็น ว่าการบีบบังคับภาคประชาสังคมในพื้นที่ให้ไม่กล้าเปิดปากวิจารณ์ทหาร หรือแม้แต่การบีบให้เข้ามาทำงานร่วมกับทหารเอง เพราะว่าอยากได้ทุน อยากได้ความสะดวกสบายในการประสานงานกับหน่วยงานรัฐ มันได้ผลในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ภาคประชาสังคมกลายเป็นแขนขาของ กอ.รมน.ได้ ก็เลยจะเอามาใช้กับทั่วประเทศไทย แล้วก็ทำท่าว่าจะประสบความสำเร็จด้วย เพราะว่าเหลือแค่ขั้นตอนเข้าสู่สภา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้น ภาคประชาสังคมรวมถึงประชาชนจะต้องร่วมกันรณรงค์เรื่องนี้อย่างแข็งขัน ร่างกฎหมายดังกล่าวจะเข้าสู่สภาในอีกไม่นานนี้ ซึ่งอย่างน้อยก็จะมีพรรคก้าวไกลที่เรามั่นใจได้ว่าจะอภิปรายเรื่องนี้อย่างดุเดือด ทุกฝ่ายจะต้องรณรงค์กดดันพรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ว่าการโหวตรับเท่ากับเป็นการเห็นด้วยให้มีการละเมิดเสรีภาพของประชาชน และเป็นการประกาศสงครามกับประชาชน นี่คือส่วนหนึ่งของความพยายามในการปิดปากประชาชนในทุกองคาพยพ เช่นเดียวกับการปิดปากสื่อมวลชน ผ่านการออกข้อกําหนดตามความในมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อวานนี้ เพราะประชาชนไม่กี่คนย่อมมีเสียงดังไม่พอเท่ากับประชาชนที่รวมตัวผ่านภาคประชาสังคมเป็นกลุ่มก้อน สะท้อนเสียงโดยอาศัยสื่อเป็นกระบอกเสียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชนหรือภาคประชาสังคม ควรที่จะรวมตัวกันฟ้องเป็นกลุ่ม ทั้งฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย และการยื่นศาลรัฐธรรมตีความ ไม่ใช่แค่การรณรงค์บนโลกออนไลน์เพียงอย่างเดียว และร่วมกับประชาชนทั่วไปในการรณรงค์กดดันพรรคการเมืองในการโหวตที่กำลังจะมาถึงนี้ เพราะนี่เป็นการทำไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อประชาชนที่ต้องอาศัยพวกเราเป็นปากเป็นเสียง เป็นช่องทางที่จะทำให้เสียงเขาไปถึงผู้มีอำนาจในบ้านเมืองนี้ ทั้งนี้ พ.ร.บ.ดังกล่าวก็จะครอบคลุมมาถึงคณะก้าวหน้าด้วย ซึ่งในส่วนของคณะก้าวหน้าเอง ก็พร้อมที่จะต่อสู้อย่างเต็มที่ในเรื่องนี้ และหากร่างกฎหมายนี้ผ่านบังคับใช้ขึ้นมา คณะก้าวหน้าก็พร้อมที่จะทำอารยะขัดขืน ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเรื่องของการขึ้นทะเบียนหรือขออนุญาตรัฐเพื่อดำเนินกิจกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับคณะก้าวหน้าเอง เรา &amp;quot;don&amp;rsquo;t give a shit&amp;quot; ถ้าจะจับก็จับเลย ถ้าจะปรับก็ปรับเลย ถ้าจะขึ้นศาล ถ้าจะต้องติดคุกก็เอาไปติดเลย เป็นหน้าที่ของเราที่จะต่อต้าน พ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่ใช่จะก้มหัวให้กับมัน ถ้าเกิดว่าเราทำแคมเปญแล้ว พยายามทุกอย่างแล้วยังจะออกกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาอีก คณะก้าวหน้าไม่สนใจ ไม่จดทะเบียน ไม่ทำตามอะไรทั้งสิ้น นี่คือจุดยืนของเรา การต่อต้านกฎหมายที่อยุติธรรมเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน หนึ่งคนทำไม่ได้ สิบคนทำไม่ได้ แต่ร้อยคนพันคน ภาคประชาสังคมสิบองค์กร ร้อยองค์กร ทำแอคชั่นฟ้องหมู่ไปเลย ให้เป็นคดีประวัติศาสตร์ ให้มันจารึกไป ถ้าเราจะแพ้คดีก็ให้มันจารึกในประวัติศาสตร์ไปเลย ว่าเราแพ้คดี ให้มันรู้ไปว่าความอัปยศจะไม่เป็นของฝั่งเราฝั่งประชาชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. &amp;hellip; นี้ กำลังอยู่ในช่วงรับฟังความคิดเห็นบนเว็ปไซต์ของรัฐสภา ซึ่งมีเวลาในการเปิดรับความคิดเห็นเพียงอีกหนึ่งวัน (31 ก.ค.2564) ซึ่งตนเห็นว่าประชาชนต้องเข้าไปแสดงออกร่วมกันอย่างเต็มที่ ว่าไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายที่จะปิดปากประชาชน เพราะนี่ไม่ใช่กฎหมายที่กดขี่ภาคประชาสังคม แต่เป็นกฎหมายที่กดขี่และปิดปากประชาชน ไม่ต่างอะไรกับการห้ามสื่อนำเสนอข่าวที่เป็นจริง&amp;nbsp; ประชาชนเท่านั้นที่ช่วยกันได้ ขอให้เราระดมกันเข้าไปช่วยแสดงความคิดเห็นให้มากที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111757</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, คลับเฮาส์, พรรณิการ์ วานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210731/image_big_610520eb99d43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110936</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2021 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2021 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อ&#039; วอนจัดสรร &#039;วัคซีนไฟเซอร์&#039; ด้วยความเป็นธรรมไร้เส้นสาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค. 64 - นางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความในทิวตเตอร์ @Pannika_FWP ว่า &amp;quot;ไฟเซอร์ที่จะเข้ามา 1.5 ล้านโดสสิ้นเดือนนี้ และ 20 ล้านโดสในไตรมาส 4 จะต้องถูกจัดสรรให้ผู้ที่จำเป็น ไม่ใช่ผู้ที่ใช้เส้นสายและความไร้ยางอาย ประชาชนจะแน่ใจได้ว่าวัคซีนทั้งหมดถูกจัดสรรอย่างเป็นธรรม ก็ต่อเมื่อมีการเปิดเผยสต็อกวัคซีนอย่างโปร่งใส อัพเดทรายวัน #ขอซิโนแวคให้กองทัพ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110936</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, พรรณิการ์ วานิช, วัคซีนไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a970a77e55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัพบกปัด‘ก๊กโกง’ ‘ช่อ’ได้ทีลากยาว ‘ทอน’โดนพิษ‘IO’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทบ.เช็กกำลังพล หลังถูกร้องเรียน แก๊งฉ้อโกง ไอโอคู่ปรับ &amp;quot;ช่อ&amp;quot; พัวพัน ขณะที่นายทหารคนสนิทเปรมยันไม่เคยรู้จัก แค่เข้าไปถ่ายรูปในงานบ้านป๋า ส่วน &amp;quot;พรรณิการ์&amp;quot; ได้ทีขย้ำจมเขี้ยว ลากยาวอ้าง &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; โดนไอโอโจมตีด้อยค่าข้อมูลวัคซีนจนถูกฟ้อง ม.112&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีที่กองบังคับการปราบปรามจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายบริษัทชื่อดังหลอกลวงนักลงทุนตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการ &amp;ldquo;คืนคุณแผ่นดิน&amp;rdquo; ที่ทำหน้าที่เปรียบเหมือนหัวหน้าขบวนการ&amp;nbsp; ทั้งนี้ พบว่าก่อนหน้านี้นายประสิทธิ์เคยมีข้อพิพาทกับ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือช่อ แกนนำคณะก้าวหน้า หลังถูก น.ส.พรรณิการ์ออกมาเปิดโปงว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังกองทัพไอโอ หรือปฏิบัติการข่าวสารของกองทัพ และให้กองทัพใช้เซิร์ฟเวอร์ฟรี โดยนายประสิทธิ์ยอมรับว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังจริง จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในสังคมเมื่อช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกองทัพบก พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า เรื่องการไอโอของกองทัพนั้นเคยมีการชี้แจงไปแล้วก่อนหน้านี้ ส่วนที่มีการร้องเรียนว่าอาจมีกำลังพลของกองทัพเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจในขบวนการของนายประสิทธิ์นั้น ทางกองทัพบกกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร แต่ถ้าพบว่ามีกำลังพลเข้าไปเกี่ยวข้องก็พร้อมดำเนินการทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแหล่งข่าวนายทหารคนสนิทพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดเผยถึงกรณีที่มีภาพถ่ายของนายประสิทธิ์ถ่ายภาพร่วมกับ พล.อ.เปรมนั้น ว่าปกติในวันสำคัญต่างๆ ของ พล.อ.เปรม เช่นวันครบรอบเกิด วันขึ้นปีใหม่ หรือช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ พล.อ.เปรมจะเปิดบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ให้นายกฯ คณะรัฐมนตรี นายทหารชั้นผู้ใหญ่ ลูกๆ ทหารม้า ตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาอวยพรได้ตามปกติ โดยยืนยันว่า พล.อ.เปรมไม่ได้มีความสนิทสนมส่วนตัวกับนายประสิทธิ์แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้แถลงข่าวเปิดเผยข้อมูลที่บริษัทในเครือของนายประสิทธิ์ ได้ให้หน่วยปฏิบัติการข่าวสาร หรือไอโอของโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน และหน่วยงานอื่นๆ ของกองทัพ ใช้พื้นที่เซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ในเครือบริษัทของเขาเป็นที่ใช้สื่อสารกันของแอปพลิเคชันเครือข่ายไอโอ ที่มีกำลังพลในกองทัพจำนวนนับร้อยนับพันคนปฏิบัติงานอยู่ในนั้น เพื่อด้อยค่าประชาชนคนไทยด้วยกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า ในการแถลงข่าวดังกล่าว ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงบริษัทในเครือธุรกิจทั้งหมดของนายประสิทธิ์ที่ชื่อว่า M Group ว่าพบความไม่ชอบมาพากลเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเรื่องงบการเงินที่ไม่สมเหตุสมผล ทั้งเรื่องโมเดลธุรกิจต่างๆ จนทำให้น่าเชื่อว่านี่คือการหลอกลวงต้มตุ๋นครั้งใหญ่ และไม่สมควรที่กองทัพจะให้บุคคลเช่นนี้มาอบรมเจ้าหน้าที่กองทัพ และร่วมมือกับกองทัพไม่ว่าจะในกิจการใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลของการแถลงข่าวดังกล่าว นอกจากจะไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จากกองทัพ ไม่มีการตอบคำถามเรื่องไอโอ นอกจากการปฏิเสธแบบยืนกระต่ายขาเดียว นายประสิทธิ์ยังได้เดินทางไปกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อแจ้งความเอาผิดต่อตนและคณะก้าวหน้า ว่าพาดพิง ไม่มีข้อเท็จจริง หมิ่นประมาท กรณีกล่าวหาว่าเขาทำธุรกิจไม่ชอบมาพากล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เวลากลายเป็นเครื่องพิสูจน์อีกครั้งแล้วถึงความถูกต้องของข้อมูลที่คณะก้าวเปิดเผยก่อนหน้านี้มาครึ่งปี เกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลของประสิทธิ์ เจียวก๊ก แม้เราจะถูกปิดปากด้วยคดีความ ถูกข่มขู่และดิสเครดิตต่างๆ นานา จากกลุ่มประสิทธิ์ ถูกไอโอโจมตีด้อยค่า เช่นเดียวกับการเปิดเผยข้อมูลประเด็นวัคซีนของคุณธนาธร ซึ่งทำให้คนพูดโดนคดี 112 โดนโจมตีว่าเป็นพวกชังชาติ ล้มสถาบัน ทั้งที่เมื่อเวลาผ่านไป ปรากฏว่าข้อมูลและการคาดการณ์ต่างๆ ล้วนกลายเป็นจริง ประเทศนี้ คดีความและการถูกด้อยค่าคือราคาที่คนพูดความจริงต้องจ่าย&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์ยังย้ำอีกด้วยว่า กองทัพไม่สามารถนิ่งเงียบเพื่อเอาตัวรอดได้ในทุกเรื่อง ครั้งนี้ขอให้มีจิตสำนึกของความเป็นหน่วยงานรัฐที่ทำงานบนภาษีประชาชน ออกมาชี้แจงที่มาที่ไปของการร่วมงานกับนายประสิทธิ์ ทั้งที่เป็นผู้ที่มีภูมิหลังทางธุรกิจไม่โปร่งใส และที่สำคัญที่สุด ประชาชนอยากทราบว่า เมื่อเครือข่ายประสิทธิ์ถูกจับกุมทำลายไปแล้ว กองทัพยังสานต่อภารกิจไอโอจิตอาสาต่อไปหรือไม่ และดำเนินการโดยใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรามีข้อมูลว่าปฏิบัติการไอโอยังดำเนินอยู่ และขยายวงครอบคลุมหลายหน่วยของกองทัพมากขึ้น รวมถึงมีเอกชนเข้ามาร่วมมือ ประสิทธิ์ถูกออกหมายจับ ไม่ได้แปลว่าปฏิบัติการจะหยุดชะงัก ถ้ากองทัพยังไม่หยุดพฤติกรรมสร้างความเกลียดชังบนภาษีประชาชน เราก็จะไม่หยุดตามสืบข้อมูลต่อไป เพื่อให้ประชาชนได้รู้เท่าทันขบวนการไอโอ&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103037</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพไอโอ, พรรณิการ์ วานิช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลอกลวงนักลงทุน, แก๊งฉ้อโกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a970a77e55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2021 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2021 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อ&#039; โผล่จี้กองทัพตอบกรณี &#039;ประสิทธิ์ เจียวก๊ก&#039; ถูกกองปราบบุกจับข้อหาต้มตุ๋น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.64 - น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า กล่าวถึงกรณีที่กองปราบปรามแถลงข่าวการผลการสนธิกำลังจับกุมดำเนินคดีเครือข่ายต้มตุ๋น ซึ่งมีผู้ถูกหลอกได้รับความเสียหายมูลค่านับพันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา ตนได้แถลงข่าวเปิดเผยข้อมูลที่บริษัทในเครือของนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก &amp;nbsp;ได้ให้หน่วยปฏิบัติการข่าวสาร หรือไอโอของโรงเรียนจิตอาสาพระราชทาน และหน่วยงานอื่นๆ ของกองทัพ ใช้พื้นที่เซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ในเครือบริษัทของเขาเป็นที่ใช้สื่อสารกันของแอปพลิเคชั่นเครือข่ายไอโอ ที่มีกำลังพลในกองทัพจำนวนนับร้อยนับพันคนปฏิบัติงานอยู่ในนั้น เพื่อด้อยค่าประชาชนคนไทยด้วยกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในการแถลงข่าวดังกล่าว ตนยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงบริษัทในเครือธุรกิจทั้งหมดของนายประสิทธิ์ที่ชื่อว่า M Group ว่าพบความไม่ชอบมาพากลเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเรื่องงบการเงินที่ไม่สมเหตุสมผล ทั้งเรื่องโมเดลธุรกิจต่างๆ จนทำให้น่าเชื่อว่านี่คือการหลอกหลวงต้มตุ๋นครั้งใหญ่ และไม่สมควรที่กองทัพจะให้บุคคลเช่นนี้มาอบรมเจ้าหน้าที่กองทัพ และร่วมมือกับกองทัพไม่ว่าจะในกิจการใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลของการแถลงข่าวดังกล่าว นอกจากจะไม่มีปฏิกิริยาใดๆ จากกองทัพ ไม่มีการตอบคำถามเรื่องไอโอ นอกจากการปฏิเสธแบบยืนกระต่ายขาเดียว นายประสิทธิ์ยังได้เดินทางไปกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อแจ้งความเอาผิดต่อตนและคณะก้าวหน้า ว่า &amp;ldquo;พาดพิง ไม่มีข้อเท็จจริง&amp;rdquo; หมิ่นประมาท กรณีกล่าวหาว่าเขาทำธุรกิจไม่ชอบมาพากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เวลากลายเป็นเครื่องพิสูจน์อีกครั้งแล้ว ถึงความถูกต้องของข้อมูลที่คณะก้าวเปิดเผยก่อนหน้านี้มาครึ่งปีเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลของประสิทธิ์ เจียวก๊ก แม้เราจะถูกปิดปากด้วยคดีความ ถูกข่มขู่และดิสเครดิตต่างๆ นานา จากกลุ่มประสิทธิ์ ถูกไอโอโจมตีด้อยค่า เช่นเดียวกับการเปิดเผยข้อมูลประเด็นวัคซีนของคุณธนาธร ซึ่งทำให้คนพูดโดนคดี 112 โดนโจมตีว่าเป็นพวกชังชาติ ล้มสถาบัน ทั้งที่เมื่อเวลาผ่านไป ปรากฏว่าข้อมูลและการคาดการณ์ต่างๆ ล้วนกลายเป็นจริง ประเทศนี้ คดีความและการถูกด้อยค่า คือราคาที่คนพูดความจริงต้องจ่าย&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พรรณิการ์ ยังย้ำอีกด้วยว่า กองทัพไม่สามารถนิ่งเงียบเพื่อเอาตัวรอดได้ในทุกเรื่อง ครั้งนี้ขอให้มีจิตสำนึกของความเป็นหน่วยงานรัฐที่ทำงานบนภาษีประชาชน ออกมาชี้แจงที่มาที่ไปของการร่วมงานกับนายประสิทธิ์ ทั้งที่เป็นผู้ที่มีภูมิหลังทางธุรกิจไม่โปร่งใส และที่สำคัญที่สุด ประชาชนอยากทราบว่า เมื่อเครือข่ายประสิทธิ์ถูกจับกุมทำลายไปแล้ว กองทัพยังสานต่อภารกิจไอโอจิตอาสาต่อไปหรือไม่ และดำเนินการโดยใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรามีข้อมูลว่าปฏิบัติการไอโอยังดำเนินอยู่ และขยายวงครอบคลุมหลายหน่วยของกองทัพมากขึ้น รวมถึงมีเอกชนเข้ามาร่วมมือ ประสิทธิ์ถูกออกหมายจับ ไม่ได้แปลว่าปฏิบัติการจะหยุดชะงัก ถ้ากองทัพยังไม่หยุดพฤติกรรมสร้างความเกลียดชังบนภาษีประชาชน เราก็จะไม่หยุดตามสืบข้อมูลต่อไป เพื่อให้ประชาชนได้รู้เท่าทันขบวนการไอโอ&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102969</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประสิทธิ์ เจียวก๊ก, พรรณิการ์ วานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210515/image_big_609f1c2776dc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
