<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จตุพรผวาซ้ำ6ตุลา/บิ๊กตู่วอนอย่าร่วมป่วนเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำรวจเรียก &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; พร้อมแกนนำพรรค อนค.รับทราบข้อกล่าวหาจัดชุมนุมแฟลชม็อบโดยไม่แจ้งผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 4 ข้อหา ศาล รธน.ไม่รับคำร้องไต่สวนพยานคดี &amp;quot;อิลลูมินาติ&amp;quot; อนค.ล้มล้างการปกครอง จ่อนัดอ่านคำวินิจฉัยเร็วๆ นี้ &amp;quot;ไพศาล&amp;quot; ภาวนาอย่าให้เชียร์ลุงปะทะวิ่งไล่ลุง &amp;quot;จตุพร&amp;quot; หวั่นซ้ำรอยตุลาเลือด หายนะกว่า 10 ปีที่ผ่านมา วอนพรรคร่วมรัฐบาลหยุดเสี้ยม รองโฆษก พปชร.ชวนทำกิจกรรมเก็บขยะดีกว่าชวนไปชุมนุมการเมือง โพลเสียงสูสีหนุน-ต้าน &amp;quot;ม็อบธนาธร&amp;quot; แต่เชิดชู &amp;quot;พี่ตูน&amp;quot; วิ่งเพื่อโรงพยาบาลมากกว่าวิ่งไล่ลุง &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันอาทิตย์ มีรายงานว่าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ที่มี พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. เป็นหัวหน้าและคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้พิจารณาพยานหลักฐาน ออกหมายเรียกนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.), นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, น.ส.พรรณิการ์ วานิช, นายปิยบุตร แสงกนกกุล &amp;nbsp;และนายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร แกนนำจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ บริเวณสกายวอล์ก แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคณะพนักงานสอบสวนฯ ได้พิจารณาหลักฐานทั้งหมดแล้วพบว่า การจัดกิจกรรมแฟลชม็อบไม่ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 2558 จึงได้ออกหมายเรียกนายธนาธรและนายไพรัฏฐโชติก์ให้มารับทราบข้อกล่าวหา 1.ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง 2.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยกีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานีรถไฟ 3.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ 4.ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ที่ สน.ปทุมวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพิธา, น.ส.พรรณิการ์ และนายปิยบุตร ที่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ และอยู่ในระหว่างสมัยประชุมสภาสามัญประจำปีครั้งที่ 2 คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาดำเนินการออกหมายเรียกเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เฟซบุ๊กพรรคอนาคตใหม่โพสต์ข้อความระบุว่า มาแรงแซงทางโค้งอีกคดี ศาลรัฐธรรมนูญไม่ยอมให้เปิดไต่สวน-เตรียมนัดอ่านคำวินิจฉัยคดี &amp;ldquo;อิลลูมินาติ&amp;rdquo; ยุบพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 ก.ค.2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องของนายณฐพร โตประยูร ได้ยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญให้ตัดสิทธิ์และยุบพรรค อนค. เนื่องจากเป็นปฏิปักษ์-ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;คดีอิลลูมินาติ&amp;rdquo; โดยล่าสุด 19 ธ.ค.2562 ศาลมีคำสั่งไม่รับคำร้องของพรรค อนค.ผู้ถูกร้อง ที่ขอให้เปิดไต่สวนพยาน หลังจากนี้จะเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้าย คือศาลรัฐธรรมนูญจะนัดวันอ่านคำวินิจฉัยคดีดังกล่าว ร่วมจับตาการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญโดยนายอนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ทำหนังสือแจ้ง เลขที่ 291/2562 มายังพรรคอนาคตใหม่ เรื่องคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 จากกรณีที่นายณฐพร โตประยูร ฟ้องร้องพรรคอนาคตใหม่, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะกรรมการบริหารพรรค อนค. ในข้อหาล้มล้างการปกครองฯ ระบุว่าตามที่ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีของผู้ถูกร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว และผู้ถูกร้องทั้งสี่ได้ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนพยานและคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยาน ฉบับลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 นั้น ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้โดยไม่จำเป็นต้องทำการไต่สวน ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอทั้งสองฉบับดังกล่าว&amp;nbsp;
หวั่นม็อบชนม็อบซ้ำรอยตุลาเลือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;ldquo;จับตาการระดมพลไล่ลุง-เชียร์ลุง 1.ขณะนี้มีข่าวตรงกันว่าจะมีการระดมพลจัดงานวิ่งเชียร์ลุง หรือวิ่งเพื่อแผ่นดิน ทุกจังหวัดทั่วประเทศ 2.อีกพวกหนึ่งก็ขยายพื้นที่การจัดวิ่งไล่ลุง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเช่นเดียวกัน 3.พวกวิ่งไล่ลุงประกาศกำหนดการวันที่ 12 มกราคมไว้ก่อน แต่อีกพวกหนึ่งก็ประกาศกำหนดการวิ่งเชียร์ลุงวันที่ 12 มกราคมตรงกัน เรียกว่าพร้อมที่จะประชันกันแล้ว ขอภาวนาอย่าให้ขบวนไล่กับขบวนเชียร์มาปะทะกันเลย เมื่อระดมจัดวิ่งเชียร์ลุงได้ ก็ยากที่จะห้ามการระดมวิ่งไล่ลุง จึงน่าคิดว่าการระดมคนออกสู่ถนนอย่างนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 มีการจัดรายการลมหายใจพีซทีวี เวทีทัศน์ โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า จากประเด็นเรื่องวิ่งไล่ลุง วิ่งเชียร์ลุง และอนาคตใหม่กับเวทีต่อต้านการชังชาติ จะเห็นว่ามีแนวโน้มที่สถานการณ์การเมืองไทยจะซ้ำรอยประวัติศาสตร์ 6 ตุลาคม 2519 หรือเรียกได้ว่าคือโมเดล 6 ตุลา รัฐบาลไม่ว่ายุคใด สมัยใด หากเกิดการคลั่งอำนาจ จะมองโลกแคบ ไม่ฟังความเห็นต่าง มองคนเห็นต่างเป็นศัตรูที่ต้องกำจัด ดูจากกรณีดังกล่าวนี้เป็นต้น รัฐมีความตื่นตัวเกินเหตุกับการจัดกิจกรรมแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพของประชาชน จนมีการจัดกิจกรรมคู่ขนานขึ้นมา มีวิ่งไล่ลุง ก็มีวิ่งเชียร์ลุง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า รวมถึงกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำพรรครวมพลังประชาชาชาติไทย (รปช.) และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรค รปช. ตั้งเวทีต่อต้านลัทธิชังชาติ โดยระบุว่าพรรคอนาคตใหม่เป็นพวกชังชาติ กระบวนการนี้เป็นกระบวนการบ่มเพาะรอเวลา หากรัฐกระโจนเข้าร่วมเมื่อใด จำนวนคนก็จะเพิ่มขึ้นไม่ยาก หากรัฐบาลหรือพรรคร่วมรัฐบาลไม่เข้าเกี่ยวข้อง ปัญหาก็จะไม่เกิด แต่ถ้าเข้าเกี่ยวข้องกับเวทีนี้ปัญหาเกิดแน่ หากรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับการสร้างความแตกแยกเช่นนี้ ก็ควรต้องบอกให้พรรคร่วมฯ หยุด จึงขอสื่อสารไปยังรัฐบาลว่า ขอให้ยุติการสนับสนุนพรรคร่วมฯ ตั้งเวทีปลุกความชิงชัง หวั่นประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหตุล้อมฆ่านักศึกษาประชาชนอย่างบ้าคลั่ง 6 ตุลาคม 19 หากยังปล่อยให้เกิดการปลุกปั่นความขัดแย้งนี้ ความแตกแยกที่จะเกิดขึ้นจะมากกว่าสิบปีที่ผ่านมา นำมาซึ่งหายนะของชาติและพังรัฐบาลเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. ได้เขียนบทความเรื่อง เราจะก้าวไปทางไหน โดยมีเนื้อหาสรุปว่า ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ทำให้ประชาชนแตกแยกกันอย่างหนัก จนถึงวันนี้ยังไม่มีท่าทีที่จะดีขึ้น ในขณะที่เทคโนโลยีทางการสื่อสารและโซเชียลมีเดียพัฒนาดีขึ้นอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประชาชนไทยกลับใช้เทคโนโลยีในการทำลายล้าง สร้างความขัดแย้งกันในโลกออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊กและไลน์ เป็นลักษณะของ Hate Speech ปัจจุบันถึงขั้นดัดแปลงรูปภาพ ทำคลิป สร้างความเสียหายและเพิ่มเกลียดชังกันมากขึ้น มิหนำซ้ำนอกจากในเรื่องการเมืองแล้ว ยังมีการนำมาสร้างความแตกแยกในเรื่องศาสนาอีกด้วย&amp;nbsp;
วอนช่วยหาทางออก ปท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความยุติธรรม 2 มาตรฐาน ที่รับรู้กันทั่วไป เป็นการใช้กฎหมายเพื่อทำลายล้างหรือสกัดกั้นพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม ที่กระทำกันซ้ำๆ และชัดเจนอย่างต่อเนื่อง ถ้าเป็นฝ่ายเดียวกันทำผิด ก็จะช่วยหาทางออกให้ ถ้าเป็นอีกฝ่ายก็จะหาเหตุให้ผิดจนได้ สิ่งนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่กลุ่ม นปช.ออกมาประท้วงใหญ่ในปี 2553 และวันนี้ก็กำลังเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เชิญชวนผู้คนมาประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมบนท้องถนน ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายควรช่วยกันหยุดความยุติธรรม 2 มาตรฐาน ได้หรือยัง จึงขอเรียกร้องให้สังคมไทยทุกฝ่ายช่วยกันคิดอ่านหาทางออกให้กับประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทั้งประเทศ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของชาติ และเพื่อความรักสามัคคีของคนไทยทั้งปวง&amp;quot; นายก่อแก้วระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐและอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวว่า ตนได้จัดกิจกรรม &amp;quot;ฝั่งธนดีกว่านี้ได้ #FutereLAB Thonburi&amp;quot; เพื่อรณรงค์ช่วยกันเก็บขยะเพื่อรักษาความสะอาดในชุมชน ที่ชุมชนวันโพธิ์ทอง เขตจอมทอง โดยระบุว่า วันนี้เราต้องชวนกันมาทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน ดีกว่าชวนกันไปชุมนุมทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองบางพรรค หรือกลุ่มบางกลุ่ม ที่ใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือต่อรอง มีแต่เพาะเชื้อโรคร้าย สร้างความเกลียดชัง ความแตกแยกขัดแย้งให้กับสังคม และซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังเผชิญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเย็นที่ถนนสีลม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดงานเทศกาลมอบความสุขให้ประชาชน เดิน กิน ชิม เที่ยว walking street @ silom โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ช่วงนี้เป็นช่วงปีใหม่ อย่าให้ใครมาทำให้บรรยากาศช่วงปลายปีมีปัญหา ใครที่จะทำให้มีปัญหา ก็ขอร้องว่าอย่าไปร่วมกับเขา เพราะใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้น ต้องไม่ทำอะไรที่เสียหาย เราไม่ต้องไปฟัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ได้ว่าใคร เดี๋ยวจะมาหาว่าผมว่าเขา ที่ผมทำคือทำให้ประเทศชาติและประเทศไทยให้มีความสุข ไม่ได้ทำเพื่อคนอื่น ถ้ามีปัญหาอะไรก็บอก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล และให้เกียรติทุกคน จะได้ทำงานกันได้ ไม่ใช่อย่างนั้นต้องไม่มีใครได้หรือเสียประโยชน์ แต่คนที่ได้ประโยชน์คือประชาชนและประเทศชาติ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเปิดงานนายสนธิรัตน์ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.อนุพงษ์ เพื่อรายงานความคืบหน้าการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 ว่าผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐยังมีคะแนนนำผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย แต่นำอยู่ไม่มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ธนาธร ปลุกม็อบ&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 16-17 ธันวาคม 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 1,277 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จัดกิจกรรมการชุมนุม (แฟลชม็อบ) บริเวณสกายวอล์ก เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 30.62 ระบุว่าเป็นสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมที่ปราศจากอาวุธและความรุนแรง รองลงมา ร้อยละ 16.76 ระบุว่าเป็นการจัดชุมนุมเพื่ออนาคตของประเทศ, ร้อยละ 16.60 ระบุว่าเป็นการจัดชุมนุมเพื่อสนับสนุนประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการ, ร้อยละ 15.74 ระบุว่าเบื่อการชุมนุมบนท้องถนน, ร้อยละ 14.57 ระบุว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความแตกแยกและสถานการณ์ความวุ่นวายในอนาคต, ร้อยละ 10.88 ระบุว่าเป็นการจัดการชุมนุมเพื่อต่อต้านความไม่ยุติธรรมในสังคม, ร้อยละ 10.34 ระบุว่าเป็นการจัดชุมนุมเพื่อปกป้องนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ที่กำลังโดนคดีความต่างๆ, &amp;nbsp;ร้อยละ 4.31 ระบุว่าเป็นเรื่องของการไม่ยอมรับในกฎหมายกติกาในสังคม และร้อยละ 2.82 ระบุว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายการชุมนุม&amp;nbsp;
โพลสูสีเชียร์-ต้านม็อบธนาธร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เห็นด้วยหรือไม่กับการจัดกิจกรรมการชุมนุม (แฟลชม็อบ) ร้อยละ 27.80 ระบุว่าเห็นด้วยมาก เพราะเป็นการชุมนุมเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม เสรีภาพให้กับประชาชน ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านเมือง ขณะที่บางส่วนระบุว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงโดยการให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทนคนเก่าที่เป็นอยู่, ร้อยละ 20.75 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพทางการเมือง ถ้าไม่ทำให้การชุมนุมบานปลายสร้างความวุ่นวาย, ร้อยละ 15.35 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะเบื่อการชุมนุม น่าจะต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมายมากกว่าออกมาสู้แบบการชุมนุม จะทำให้เกิดความวุ่นวาย, ร้อยละ 28.35 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย เพราะการจัดชุมนุมไม่สามารถทำให้ประเทศพัฒนาไปข้างหน้าได้ สร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง เสรีภาพ ผิดประเทศ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ผ่าน &amp;ldquo;เสียงประชาชนในโลกโซเชียล&amp;rdquo; จำนวน 2,100 ตัวอย่าง และ &amp;ldquo;เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม&amp;rdquo; 1,209 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคม 2562 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเมื่อถามถึงการนัดหมายพาคนลงถนนจะสร้างความเดือดร้อนอะไรให้กับคนกลุ่มใดบ้าง พบว่า จำนวนมากหรือร้อยละ 44.8 ระบุรถติด คนทุกกลุ่มเดินทางลำบาก รองลงมาคือ ร้อยละ 38.7 ระบุความวุ่นวาย ความไม่สงบของบ้านเมือง, ร้อยละ 32.3 ระบุ เศรษฐกิจแย่ลงไปอีก คนทุกกลุ่มเดือดร้อน, ร้อยละ 31.3 ระบุรายได้ลดของคนขับรถแท็กซี่และรถรับจ้าง, ร้อยละ 27.3 ระบุคนป่วยที่ต้องพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเส้นทางชุมนุมของคนลงถนน และร้อยละ 5.0 ระบุอื่นๆ เช่น ทำทุกคนลำบากกันไปหมด ทำมาหากิน การเงินขัดสนลงไปอีก เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกิจกรรมกระตุ้นให้คนไทยออกมาวิ่ง กิจกรรมใดที่ทำแล้วเหมาะสม น่ายกย่องเชิดชูมากกว่ากัน ระหว่างวิ่งเพื่อโรงพยาบาลภาคเหนือ กับวิ่งไล่ลุง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.4 ระบุยกย่องเชิดชูการวิ่งเพื่อโรงพยาบาลภาคเหนือของพี่ตูน บอดี้สแลม เหมาะสมมากกว่า, ร้อยละ 16.6 ยกย่องเชิดชูวิ่งไล่ลุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามถึงพรรคการเมืองใดอยู่เบื้องหลังวิ่งไล่ลุง พบว่า ร้อยละ 74.9 ระบุพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล และร้อยละ 25.1 ระบุอื่นๆ เช่น ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง และมีกลุ่มอื่นๆ เช่น คนจัดวิ่งไล่ลุงมีหน้า facebook และ twitter ใช้สื่อโซเชียลโจมตีแต่รัฐบาลด้านเดียว ในขณะที่ร้อยละ 25.1 ระบุไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ 1,082 คน เรื่องข่าวลือหรือเฟกนิวส์ ณ วันนี้ ที่ประชาชนสนใจ พบว่า &amp;quot;ข่าวลือ&amp;rdquo; เรื่องไหนที่ประชาชนคิดว่ามีมูลความจริง อันดับ 1 ยุบพรรคอนาคตใหม่ 38.40%, อันดับ 2 ขึ้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 26.80%, อันดับ 3 การย้ายพรรค ปรับเปลี่ยน ครม.18.79%, อันดับ 4 ขึ้นภาษีผ้าอนามัย 16.18%, อันดับ 5 การออกมาประท้วงของประชาชน 12.58%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53038</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อแก้ว พิกุลทอง, ทิพานัน ศิริชนะ, นพดล กรรณิกา, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรณิการ์ วานิช, พรรณิการ์ และนายปิยบุตร, พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุรักษ์ มาประณีต, ไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191222/image_big_5dff7d471634d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
