<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อ&#039;ไมเกรนขึ้น ศาลสั่งคุ้ยบัญชี คดีอมเงินบริจาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ช่อ&amp;quot; เครียดไมเกรนขึ้น อาเจียน ขอเลื่อนศาลนัดไต่สวนคดีฟ้องหมิ่น &amp;quot;บุญเกื้อ&amp;quot; แฉอมเงินบริจาค เผยศาลมีคำสั่งเรียกข้อมูลสเตทเมนต์หรือบัญชีการรับโอนเงินธนาคารย้อนหลัง นัดเบิกความใหม่วันที่ 6 พ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563 ที่ห้องพิจารณาคดี 813 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีหมายเลขดำ อ.1732/2563 ที่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือช่อ โฆษกคณะก้าวหน้า เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายบุญเกื้อ ปุสสเทโว โฆษกกลุ่มไทยภักดี เป็นจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาท, หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 พร้อมเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจทก์ฟ้องระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1-3 พ.ค.63 คณะก้าวหน้าได้จัดโครงการ &amp;nbsp;#MAYDAYMAYDAY เพื่อสนับสนุนศิลปินนักดนตรีอิสระที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ในช่วงเวลารักษาระยะห่างทางสังคม โดยรายได้จากการระดมทุนเงินบริจาคระหว่างคอนเสิร์ตจะถูกส่งต่อไปให้เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ หรือความเดือดร้อนจากโรคติดเชื้อโควิด-19 เป็นเงินคนละ 3 พันบาท &amp;nbsp;ภายใต้ชื่อกิจกรรมว่า &amp;quot;คอนเสิร์ตระดมทุน เมย์เดย์เมย์เดย์ เราช่วยกัน&amp;quot; คณะก้าวหน้าได้รับเงินบริจาคจำนวนทั้งสิ้น 7,282,897.34 บาท และได้ทำการส่งมอบเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบหรือเดือดร้อนจากโควิด-19 จำนวน 2,427 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.63 จำเลยในฐานะเจ้าของบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;บุญเกื้อ ปุสสเทโว&amp;quot; ได้ลงภาพและข้อความในเฟซบุ๊ก ทำนองว่าคุณช่อและคณะก้าวหน้ากลบเกลื่อนความผิดเรื่องอมเงินบริจาค อาชญากรรมย่อมทิ้งร่องรอยไว้เสมอ รายชื่อผู้ได้รับเงินมีพิรุธ สเตทเมนต์ลวงโลก ตรวจสอบทางทะเบียนราษฎรแล้วไม่พบว่ามีตัวตน จากข้อความดังกล่าวโจทก์มีชื่อเล่นว่าช่อ และเป็นหนึ่งในสมาชิกคณะก้าวหน้า ซึ่งเปิดบัญชีรับเงินบริจาคสำหรับโครงการ การที่จำเลยใส่ความโจทก์และคณะก้าวหน้าต่อสาธารณชนว่าอมเงินบริจาค เป็นอาชญากรรมทิ้งร่องรอย และจัดทำบัญชีรายชื่อผู้รับเงินอันเป็นเท็จ &amp;nbsp;ย่อมทำให้โจทก์และคณะก้าวหน้าได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 29 มิ.ย.63 โจทก์ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายชื่อผู้ได้รับเงินบริจาคและหลักฐานการรับ-จ่ายให้จำเลยทราบ และแจ้งให้จำเลยลบข้อความ ซึ่งเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์และคณะก้าวหน้าดังกล่าว แต่จำเลยเพิกเฉย และใส่ความย้ำว่าโจทก์อมเงินหรือโกงเงินบริจาคของประชาชน ทั้งที่เมื่อโจทก์ชี้แจงต่อจำเลยอย่างเปิดเผยแล้ว จำเลยย่อมสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่างชัดได้ แต่กลับใส่ความโจทก์โดยมีวัตถุประสงค์ทางการเมือง การกระทำดังกล่าวของจำเลยเป็นการใส่ความโจทก์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือข่าวปลอมต่อสาธารณะ จงใจทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย และขอใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นจำนวนเงิน 1 ล้านบาท ซึ่งศาลได้รับคำฟ้องไว้และนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ น.ส.พรรณิการ์ โจทก์ และทนายความเดินทางมาศาล ขณะที่นายบุญเกื้อ จำเลยก็เดินทางมาศาลพร้อมทนายความเช่นกัน โดยนายบุญเกื้อให้สัมภาษณ์ก่อนพิจารณาคดีว่า เป็นการนัดมาเจอครั้งแรกเพื่อไต่สวนมูลฟ้อง ซึ่งก่อนหน้าที่มีหนังสือมานัดขอเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ตนปฏิเสธ ขอต่อสู้และใช้สิทธิ์ของประชาชนที่จะตรวจสอบนักการเมือง โดยเฉพาะคณะก้าวหน้าใช้โครงการเมย์เดย์เมย์เดย์ เราช่วยกัน รับบริจาคเงินจากประชาชนจำนวนมาก โครงการดังกล่าวต้องเป็นไปอย่างโปร่งใสและถูกต้องตามวัตถุประสงค์ แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น และตนก็เป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่บริจาคเงินไปเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะนำเรื่องใดมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ นายบุญเกื้อตอบว่า เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะหาพยานหลักฐานมาพิสูจน์ต่อศาลว่าเขาได้รับความเสียหายอย่างไร ซึ่งในฐานะประชาชนไม่ได้กล่าวหาคุณช่อเป็นการส่วนตัว เพราะไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว เพียงสงสัยและเรียกร้องให้ตรวจสอบโครงการ ซึ่งเป็นเรื่องทางการเมือง การตรวจสอบนักการเมืองเป็นหน้าที่ของประชาชน ที่จะสุจริตตามที่คณะก้าวหน้าได้โอ้อวดไว้ว่าจะเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ชอบการตรวจสอบ ชอบความโปร่งใส ตนมั่นใจในคดีนี้ และจะสู้จนกว่าศาลจะยกฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อถึงเวลาศาลพิจารณา ทนายความโจทก์ได้แถลงว่าขอเลื่อนการไต่สวนในวันนี้ ได้เตรียมพยานปาก น.ส.พรรณิการ์มาเบิกความเพียงปากเดียว แต่เมื่อช่วงเช้า น.ส.พรรณิการ์ป่วยเป็นไมเกรน &amp;nbsp;มีอาการอาเจียนอย่างมาก รวมทั้งปวดศีรษะ ทำให้ไม่สามารถเบิกความได้ แต่จะขอส่งคำเบิกความเป็นเอกสารแทน ซึ่งศาลสอบถามฝ่ายจำเลยแล้วคัดค้าน โดยทนายความจำเลยแถลงต่อศาลว่าอยากให้ น.ส.พรรณิการ์เบิกความด้วยตนเองมากกว่า แต่ไม่คัดค้านหากโจทก์จะเลื่อนไปเบิกความในนัดหน้า &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วจึงอนุญาตให้เลื่อนการไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ไปเป็นวันที่ 6 พ.ย. เวลา 09.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังนายบุญเกื้อให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ได้เจอคุณช่อที่ห้องพิจารณา ทนายความเขาแถลงว่าคุณช่อป่วย ไม่สามารถเบิกความด้วยตนเองได้ จึงขอยื่นคำเบิกความเป็นเอกสาร แต่เราเห็นว่าควรจะเบิกความด้วยตัวเองอย่างตรงไปตรงมา เพื่อจำเลยจะได้ถามซักค้านด้วย ฝ่ายโจทก์เขาจึงขอเลื่อนเบิกความไปนัดหน้า ซึ่งครั้งนี้เราได้เมตตาไม่คัดค้าน ศาลจึงอนุญาตให้เลื่อนไปเบิกความในวันที่ 6 พ.ย.63 &amp;nbsp;และในวันนี้เราได้กุญแจสำคัญมาแล้ว คือขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกข้อมูลสเตทเมนต์ หรือบัญชีการรับโอนเงินธนาคารย้อนหลัง ซึ่งศาลอนุญาตแล้ว หลังจากนี้จะไปยื่นขอสเตทเมนต์ตัวจริงจากธนาคารด้วยตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญเกื้อกล่าวด้วยว่า น.ส.พรรณิการ์แถลงว่าป่วยเป็นไมเกรนเมื่อช่วงเช้า ก็คงเห็นตนแถลงว่าจะไปแจ้งดำเนินคดีหรือเปล่าไม่ทราบ เห็นบอกว่าตอนเช้ามีอาการอาเจียนอย่างหนัก มาเจอวันนี้ก็ดูร่างกายซูบผอมลงไป ซึ่งก็เลยเมตตาให้เลื่อนไปเบิกความสักหนึ่งนัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตัว น.ส.พรรณิการ์เองนั้น ในวันนี้ไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อแต่อย่างใด โดยเดินทางกลับทันทีหลังศาลเลื่อนการพิจารณาคดีด้วยสีหน้าเคร่งเครียด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81889</URL_LINK>
                <HASHTAG>#MAYDAYMAYDAY, บุญเกื้อ ปุสสเทโว, พรรณิการ์ โจทก์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201026/image_big_5f96df8c7a7f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
