<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งเคาะปาร์ตี้ลิสต์ แบไต๋ยึดสูตรกรธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้เวลาทำงาน! &amp;quot;แสวง&amp;quot; เผย กกต.มอบหมายให้สำนักงานไปศึกษาวิธีคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคการเมือง และนักวิชาการเคยเสนอ หลังศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง แต่ยืนยันมีสูตร กรธ.และเผยแพร่มา 2 ปีแล้ว ยันทันวันที่ 9 พ.ค.แน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงภายหลังการประชุม กกต.วันที่ 25 เมษายน ว่าที่ประชุม กกต.ได้รับทราบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ไม่รับคำร้องของ กกต.เรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กกต.จึงจะต้องดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจในการคำนวณจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ภายหลังการประกาศผลเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว โดยจะคำนึงถึงวิธีการตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 ที่สำนักงาน กกต.เสนอให้ กกต.พิจารณา หรือวิธีการคำนวณอื่นๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ที่ประชุม กกต.มอบหมายให้สำนักงานไปศึกษาวิธีคำนวณที่นักวิชาการ พรรคการเมืองเสนอ และระบุว่าเป็นวิธีการที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ว่าวิธีเหล่านั้นถูกต้องตามรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ ซึ่งบุคคลที่เสนอได้ส่งวิธีคำนวณให้ กกต.แล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เสนอก็ล้วนแต่อ้างว่าของตนถูกต้องตามมาตรา 128 ของ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. แต่คิดคำนวณออกมาได้ต่างกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแสวงชี้แจงว่า ในส่วนของสำนักงาน กกต. การคำนวณตามแบบของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ถือเป็นทางเลือกหนึ่งของ กกต. เพราะวิธีการนี้ได้เสนอมาตลอด 2 ปี ไม่เคยมีการโต้แย้ง รวมทั้งได้มีการเผยแพร่พรรคการเมืองที่ได้ติดตามก็น่าจะทราบสูตรอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่มีผลคะแนนการเลือกตั้งออกมา แต่เมื่อมีการเลือกตั้งออกมาแล้ว และมีการเอาผลคะแนนไปคิดตามวิธีการดังกล่าว กลับท้วงว่าถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ และมีการนำเสนอวิธีการคำนวณของตัวเอง โดยบอกว่าสิ่งนี้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ กกต. ให้ไปดูแล้วนำมาเสนอ กกต. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรอบเวลาเรื่องนี้คงต้องดำเนินการโดยเร็ว เพราะถึงอย่างไรวันที่ 9 พ.ค.นี้ กกต.ต้องประกาศ ส.ส.ทั้งสองแบบไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาฯ กกต.เผยว่า ก่อนหน้านี้ กกต.ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามาตรา 128 ของ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.ขัดกับมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ เมื่อศาลวินิจฉัยว่าเป็นอำนาจ กกต. เราจะพยายามหาสูตรที่ไม่ขัดกฎหมาย หากหาได้ก็ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องกฎหมายลูกขัดกับรัฐธรรมนูญ ส่วนเมื่อ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว มีผู้ที่เห็นว่าการคำนวณจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ถูกต้องก็มีสิทธิไปร้องต่อศาลได้
สัญญาว่าจะให้เงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามกรณีที่ กกต. สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่, สั่งนับคะแนนใหม่ และสั่งระงับสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้งไว้ชั่วคราว กกต.ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการหาเสียงให้แก่ผู้สมัครและพรรคการเมือง ทำให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองไม่มีแนวทางในการปฏิบัติกับเรื่องดังกล่าวนั้น นายแสวงแจงว่า กรณีนี้ กกต.ได้ออกระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ออกตาม พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 71 กรณีการให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ผู้ใด ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันใด รวมถึงมาตรา 73 กำหนดไว้ว่า การช่วยเหลือเงิน หรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใดตามประเพณีต่างๆ กระทำมิได้ โดย กกต.ได้มีหนังสือตอบข้อหารือของพรรคการเมือง ที่ได้มีหนังสือหารือเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตามข้อดังกล่าว และแจ้งให้พรรคการเมืองทราบ พร้อมทั้งเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักงานเป็นการทั่วไปก่อนการเลือกตั้งแล้วด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กกต.ควรยึดสูตรคำนวณเพื่อให้ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่กำหนดให้การคำนวณดังกล่าวได้จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค ไม่เกินจำนวนที่พึงมี และยึดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้สังคมครหาหรือตั้งคำถามเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไม่รับคำร้องของ กกต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้า กกต.ปฏิบัติตามกฎหมาย จะไม่มีความสับสน คลุมเครือ และจะไม่มีคำท้วงติง แต่การกระทำที่ผ่านมายังไม่ใช่ การคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อเพื่อเติมเต็มให้พรรคการเมืองขนาดเล็กที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์พึงมีได้ ส.ส. 1 ที่นั่ง เป็นการคำนวณที่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ หาก กกต.ยืนยันใช้สูตรที่คำนวณส.ส.ให้พรรคเล็ก ถือเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ กกต.ต้องรับผิดชอบกระทำของตัวเอง การกระทำที่ขัดกับรัฐธรรมนูญถือเป็นเรื่องใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าหาก กกต.ยังยืนยันการคำนวณสูตรเดิม ซึ่งต่างจากวิธีคำนวณของพรรคเพื่อไทย จะดำเนินการอย่างไรหรือไม่ นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า การที่พรรคจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องรอให้ กกต.ประกาศผลก่อน การทำงานของ กกต.ทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพราะเป็นประโยชน์ของประเทศและประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ กกต.มีมติให้ใบส้มนายสุรพล เกียรติไชยากร ว่าที่ ส.ส.เขต 8 เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ว่า ช่วงเช้าวันที่ 26 เม.ย. นายสุรพลจะเดินทางมาที่พรรคเพื่อไทย มาหารือกับฝ่ายกฎหมายถึงกระบวนการที่อาจใช้สิทธิ์โต้แย้ง กกต. ซึ่งตามความเห็นส่วนตัวมองว่าช่องทางหนึ่งที่สามารถทำได้คือใช้สิทธิโต้แย้งไปยังศาลปกครอง เพราะ กกต.ก็ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยฝ่ายกฎหมายจะพิจารณารายละเอียดร่วมกับนายสุรพลอีกครั้ง
กกต.เร่งรัดเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เท่าที่ทราบว่ากระบวนการตัดสินเร่งรัดเกินไปหรือไม่ กกต.แจ้งข้อกล่าวหาให้นายสุรพล วันที่ 18 เมษายน นายสุรพลได้ชี้แจงรายละเอียดวันที่ 19 เมษายน จากนั้นอีก 5 วัน คือ 23 เมษายน กกต.ชี้มูลเรื่องดังกล่าวเลย ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นฝ่ายกฎหมายจะพิจารณาว่าพอจะมีทางที่รักษาสิทธิ์อย่างไรได้หรือไม่&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชุมสายกล่าวว่า จากประเด็นแจกใบส้ม ตามที่มีคนสังเกตจะทำให้พรรคถูกยุบ ตนมองว่าจะไม่ถึงขั้นยุบพรรคเพื่อไทยแน่นอน เพราะตามกฎหมายว่าด้วยการยุบพรรคระบุชัดเจนว่า หัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคต้องรู้เห็นและรับรู้กับการกระทำดังกล่าว แต่ทางแกนนำพรรคไม่ทราบเรื่องมาก่อน มารู้ภายหลังจากที่ กกต.มีมติให้ใบส้มไปแล้ว อีกทั้งจากที่ฟังนายสุรพลชี้แจงเบื้องต้น ที่นำเงินใส่ซองทำบุญถวายพระภิกษุนั้นไม่ได้เจตนาซื้อเสียง หรือจูงใจให้ผู้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้ เนื่องจากพระถือเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่จะใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ยอมรับว่า กกต.แจกใบส้มต่อนายสุรพล คงจะมีผลกระทบต่อการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลสำหรับพรรคเพื่อไทยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.รยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า คิดว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาค่อนข้างชัดเจน แปลออกมาง่ายๆ เป็นภาษาชาวบ้านได้ว่า นี่มันหน้าที่ กกต. จะมาถามศาลทำไม ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่ตนคิดและสงสัยมาตั้งแต่ทราบว่า กกต.ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ทุกอย่างที่ กกต.ต้องทำ ถูกกำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในรัฐธรรมนูญไว้หมดแล้ว ก็แค่เพียงทำตามเท่านั้น &amp;nbsp;มิจำเป็นต้องตีความใดๆ อีก ซึ่งเป็นสิ่งที่ กกต.ควรจะทราบตั้งแต่ก่อนวันเลือกตั้งแล้ว การประวิงเวลาเช่นนี้ ทำให้ประชาชนคิดได้ว่า กกต.ตั้งใจหาทางตีความกฎหมาย เพื่อเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะซ้ำรอย การเลือกตั้งปี 2549 และ 2557 ที่เกิดการโมฆะ และทำให้ กกต.ต้องติดคุก หนึ่งเดือนที่ผ่านมา กกต.ก็ตกเป็นจำเลยสังคมมามากแล้ว แต่หลังจากนี้ ผมเกรงว่า กกต.จะยิ่งตกเป็นจำเลยสังคมหนักกว่าที่ผ่านมา หากยังไม่สามารถทำให้ประชาชนเห็นถึงความสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรมได้ ขอแค่เพียง กกต.อดทนให้มาก อย่าถอดใจไปก่อน เพราะผมมีความกังวลและหวั่นใจว่า กกต.อาจชิงลาออกไปก่อน หากทนแรงกดดันและรับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ไหว ส่งผลทำให้การเลือกตั้งไม่ครบองค์ประกอบ เพราะขาดผู้ที่มาจัดการเลือกตั้ง และอาจจะทำให้การเลือกตั้งเกิดปัญหากลายเป็นโมฆะได้ในที่สุด ซึ่งกรณีนี้ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้&amp;quot; รองโฆษกพรรคเพื่อชาติกล่าว
แปลกพิลึกดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ลำดับความสำคัญและตรรกะของการเลือกตั้งไทยครั้งนี้แปลกดีพิลึก แถมสังคมไทยยอมจำนนกับตรรกะและลำดับความสำคัญที่บิดเบี้ยวนี้อีก เราเลือกตั้งผ่านมา 1 เดือน แต่ไม่รู้ผลการเลือกตั้ง ไม่มีการเปิดเผยคะแนนดิบ อีกทั้ง กกต. ผู้จัดการเลือกตั้งบอกไม่ทราบว่าจะคำนวณคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อเช่นไร มีการส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่ศาลบอกเป็นหน้าที่ กกต. ไม่ใช่ศาล ข่าวสารและสิ่งที่สังคมไทยรับรู้ตลอด 1 เดือน คือมีพรรคที่ได้ ส.ส. เป็นลำดับที่ 2 แย่งชิงประกาศจะตั้งรัฐบาลสืบทอดอำนาจแข่งพรรคที่ได้คะแนนนิยมอันดับหนึ่ง และมีคะแนนรวมน้อยกว่าคะแนนรวมทั้งหมดของพรรคที่ประกาศไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจในการหาเสียง แต่สังคมกลับปล่อยให้พฤติกรรมกลับหัวนี้คงอยู่ เราจะยอมให้ตรรกะบิดเบี้ยวครอบงำสังคมไทยเพราะความกลัวหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ว่าทาง กกต.ได้ส่งคำชี้แจงมายังผู้ตรวจฯ แล้ว ตามที่ผู้ตรวจฯ ได้ให้ชี้แจงข้อกล่าวหาของผู้ร้องเข้ามาภายใน 7 วัน ขณะนี้อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการประมวลข้อมูลเอามาเทียบเคียงกับคำร้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาเรื่องการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 91 หรือไม่ ซึ่งผู้ตรวจฯ ตระหนักว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวข้องกับเงื่อนเวลาที่ต้องประกาศรับรองผล จึงได้นัดประชุมผู้ตรวจฯ นัดพิเศษในวันที่ 26 เม.ย. เวลา 09.30 น. เพื่อพิจารณาดูพยานหลักฐานต่างๆ และคาดว่าจะสามารถมีมติได้เลยว่าจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองพิจารณาวินิจฉัยหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. นายสันติพล ไชยกิจ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อนไทย ได้รับมอบอำนาจจากนายอนุวัฒน์ วิกัยพัฒน์ อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อนไทย เข้ายื่นหนังสือถึง กกต. แจ้งหนังสือลาออกจากการเป็นกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคเพื่อนไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสันติพลเปิดเผยว่า เนื่องจากทางกรรมการบริหารพรรคที่มีอยู่จำนวน 8 คน และสมาชิกพรรคเห็นว่าทางหัวหน้าพรรคเพื่อนไทยไม่ได้มีการดำเนินการกิจกรรมทางการเมือง ตลอดจนอุดมการณ์ของหัวหน้าพรรคเองก็ไม่มีความชัดเจน จึงขอลาออกไปทำตามอุดมการณ์ทางการเมืองของตนเอง ซึ่งขณะนี้พรรคเพื่อนไทยเหลือเพียงนายสิระ พิมพ์กลาง รักษาการเป็นหัวหน้าพรรคเพียงเท่านั้น ส่วนตนจะย้ายพรรคหรือตั้งพรรคใหม่นั้น อยู่ระหว่างการหารือกัน แต่แนวโน้มจะมีการตั้งพรรคใหม่มากกว่าที่จะย้ายไปสังกัดพรรคอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พัสวี ภัทรพุทธา ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 กทม.พรรคอนาคตใหม่ และนายชัยธวัช ตุลาธน รองเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เข้ายื่นหลักฐานเพิ่มเติมจากที่ยื่นไปเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขอให้นับคะแนนใหม่ในเขต 2 กทม.ทั้งเขตเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัชกล่าวว่า ขณะนี้ผ่านมา 1 เดือน กกต.ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ โดยที่ผ่านมา น.ส.พัสวีได้ไปขอผลคะแนนรายหน่วยทุกหน่วยของเขต มาเปรียบเทียบกับภาพถ่ายที่ประชาชนใบรายงานผลที่ติดไว้หน้าหน่วยเลือกตั้ง พบว่ามีความผิดปกติในหลายหน่วย แยกได้เป็น 4 กรณี 1.การนับคะแนนในวันเลือกตั้งที่ 24 มี.ค. เมื่อประชาชนพบความผิดปกติและได้มีการทักท้วงกรรมการนับคะแนน จึงได้มีการแก้ไข 2.ใบรายงานผล ส.ส.5/18 มีบางหน่วยไม่ตรงกับใบขีดคะแนน (ส.ส. 5/11) 3.พบว่าใบรายงานผล ส.ส.5/18 ที่ติดอยู่หน้าหน่วยเลือกตั้งไม่ตรงกับใบ ส.ส.5/18 ที่ กกต.เขตมอบให้กับผู้สมัครภายหลังที่ไปขอคัด 4.พบว่าใบ ส.ส.5/18 ที่ กกต.เขต มอบให้กับผู้สมัครภายหลังที่ไปขอคัดพบว่ามีการขีดฆ่าแก้ไข ไม่มีการเซ็นชื่อรับรองโดยกรรมการนับคะแนน และน่าสงสัยว่าในบางจุดอาจมีการเขียนเพิ่มเติมในภายหลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น จึงขอให้นับคะแนนใหม่ทั้งเขต เพราะการเลือกตั้งผ่านไปเดือนกว่าแล้ว ยังมีหลายกรณีที่ประชาชนสงสัย ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกมองว่าไม่สุจริต อยากให้ กกต.เร่งดำเนินการตรวจสอบและสั่งนับคะแนนใหม่ทั้งเขตเลือกตั้ง
ร้องตรวจสอบการใช้เงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรวิชัย มิ่งวงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 อุบลราชธานี พรรคประชาธิปไตยใหม่ พร้อมด้วยนายพยุงศักดิ์ ชอบชื่น ผู้สมัครเขต 2 แพร่, นายส่ง ใจเครือ ผู้สมัครเขต 3 ศรีสะเกษ และนายอนุรักษ์ อยู่สายชล ผู้สมัครเขต 1 สุพรรณบุรี เดินทางมายื่นร้องต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบกรรมการบริหารพรรคประชาธิปไตยใหม่ กับการใช้จ่ายเงินของนางแพงศรี พิจารณ์ เหรัญญิกพรรค และภรรยาของนายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายพรวิชัยเผยเหตุที่มาร้องเป็นกรณีการประชุมสามัญของพรรคเมื่อวันที่ 20 เม.ย.2562 เมื่อมีสมาชิกต้องการทวงถามเรื่องเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ผู้ลงสมัคร ส.ส.เขต จำนวน 204 คน นายสุรทิน หัวหน้าพรรคไม่ตอบ และเลิกการประชุมทันที ทั้งที่ยังมีวาระการประชุม 2-5 ไม่ได้ดำเนินการ ต่อมามีคำสั่งพรรคให้พวกตนทั้ง 4 คน พ้นจากสมาชิกภาพ จึงถือว่าการประชุมสามัญของพรรคประชาธิปไตยใหม่ไม่เป็นไปตามระเบียบวาระการประชุม นอกจากนี้ นางแพงศรี เหรัญญิกพรรค ได้แจกเงินใส่ซองขาวให้ผู้ประชุม 300-400 บาท โดยไม่ได้รับทุกคนที่มาประชุมครั้งนี้ จึงขอให้ กกต.เข้ามาตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ผู้สมัคร ส.ส. เขต 13 กทม. พรรคเพื่อไทย ยื่นเอกสารหลักฐานต่อ กกต. เพิ่มเติม กรณีก่อนหน้านี้ที่ได้ร้องว่าบัตรเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งที่ 13 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ เขตเลือกตั้งที่ 13 กทม. หายไป 180 ใบ แล้วได้รับการชี้แจงจากสำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่มีเอกสารรายงานผลการเลือกตั้ง ส.ส.5/18 ระบุว่าหน่วยดังกล่าวมีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 968 คนนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายตรีรัตน์เปิดเผยว่า ขอขอบคุณ กกต. ที่เร่งชี้แจงกรณีคำร้องของตน แต่จากการตรวจสอบเอกสารการเลือกตั้งหน้าหน่วย (ส.ส.5/5) พบว่าในเอกสารระบุจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหน่วยดังกล่าว 841 คน ซึ่งถ่ายมาในช่วงเช้า แตกต่างจากเอกสารรายงานผลการเลือกตั้งของ กกต. (ส.ส.5/18) ที่ระบุว่าหน่วยดังกล่าวมีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 968 คน ไม่ตรงกับที่ระบุไว้หน้าหน่วย ทั้งที่เป็นหน่วยเดียวกัน จำนวนผู้มีสิทธิกลับไม่เท่ากัน เป็นไปได้อย่างไร รวมถึงลายเซ็นและชื่อของประธานกรรมการประจำหน่วยก็ไม่ตรงกันในเอกสารทั้งสอง ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะมีประธาน 2 คน แล้วจะให้ยึดตามเอกสารใด หลังจากนี้ก็ไปยื่นเรื่องนี้ต่อ กกต.กทม.ด้วยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า หลังวันที่ 9 พ.ค. มั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐจะสามารถรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างแน่นอน ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยคาดการณ์ว่ารัฐบาลจะอายุสั้น และให้ ส.ส.เร่งลงพื้นที่นั้น เป็นสิ่งที่สามารถคาดการณ์ได้ แต่ส่วนตัวตนมองว่ารัฐบาลจะอยู่นานก็ได้ โดยมีเหตุผลประกอบคือ ภาวะผู้นำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่มีความกล้าในการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด มีทีมรัฐมนตรีที่เป็นนักบริหารมืออาชีพ มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ซึ่งจะทำให้ชาวบ้านอยู่ดีกินดี เศรษฐกิจฐานรากของประเทศดีขึ้น ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น รัฐบาลก็จะอยู่ยาวได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าจะถอนตัวจากการเสนอชื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคกับผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขอปฏิเสธกระแสดังกล่าว เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยแสดงท่าทีหรือประกาศว่าต้องการจะลงแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแต่อย่างใด มีแต่สื่อนำชื่อตนไปเอ่ยถึงในเชิงรายงานข่าวเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาผมยอมรับว่ามีคนมาทาบทามจริง โดยบอกว่าอยากให้มาช่วยกันทำงานให้พรรค แต่ก็รับฟังเท่านั้นไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เพราะตอนนี้ยังมองไม่เห็นเหตุผลว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคทำไม เพราะอยู่อย่างนี้ก็ทำงานได้อยู่แล้ว แม้ที่ผ่านมาจะไม่ค่อยแสดงบทบาทอะไรมาก ดังนั้นจะบอกว่าขอถอนตัวมันก็ไม่ใช่ เพราะผมไม่เคยบอกว่าจะลงชิงอะไร&amp;rdquo; นายพีระพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากถึงวันที่มีการคัดเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ในวันที่ 15 พ.ค. และมีคนเสนอชื่อเข้าชิงจะมีท่าทีอย่างไร นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ ขอดูท่าทีจากหลายๆ อย่างก่อนจึงจะตัดสินใจอีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34491</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมสาย ศรียาภัย, ดร.รยุศด์ บุญทัน, ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส, ธนกร วังบุญคงชนะ, พรวิชัย มิ่งวงษ์, พัสวี ภัทรพุทธา, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, รักษเกชา แฉ่ฉาย, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, วิรัตน์ กัลยาศิริ, สันติพล ไชยกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกศปรียา แก้วแสนเมือง, แสวง บุญมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1d010bf6b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคเล็กป่วน!ทวงเงินกันวุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.62 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายพรวิชัย มิ่งวงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 อุบลราชธานี พรรคประชาธิปไตยใหม่ พร้อมด้วยนายพยุงศักดิ์ ชอบชื่น ผู้สมัครเขต 2 แพร่, นายส่ง ใจเครือ ผู้สมัครเขต 3 ศรีสะเกษ และนายอนุรักษ์ อยู่สายชล ผู้สมัครเขต 1 สุพรรณบุรี เดินทางมายื่นร้องต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบกรรมการบริหารพรรคประชาธิปไตยใหม่ กับการใช้จ่ายเงินของนางแพงศรี พิจารณ์ เหรัญญิกพรรคและภรรยาของนายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายพรวิชัย เผยเหตุที่มาร้องเป็นกรณีการประชุมสามัญของพรรคเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2562 เมื่อมีสมาชิกต้องการทวงถามเรื่องเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ผู้ลงสมัคร ส.ส. เขต จำนวน 204 คน นายสุรทิน หัวหน้าพรรคไม่ตอบและเลิกการประชุมทันที ทั้งที่ยังมีวาระการประชุม 2 &amp;ndash; 5 ไม่ได้ดำเนินการ ต่อมามีคำสั่งพรรคให้พวกตนทั้ง 4 คน พ้นจากสมาชิกภาพ จึงถือว่าการประชุมสามัญของพรรคประชาธิปไตยใหม่ไม่เป็นไปตามระเบียบวาระการประชุม นอกจากนี้ นางแพงศรี เหรัญญิกพรรคได้แจกเงินใส่ซองขาวให้ผู้ประชุม 300 &amp;ndash; 400 บาท โดยไม่ได้รับทุกคนที่มาประชุมครั้งนี้ จึงขอให้ กกต. เข้ามาตรวจสอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34447</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรวิชัย มิ่งวงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190425/image_big_5cc1616ca084f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
