<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้ล้อมคอกบิ๊กไบค์ สยอง!ชนคอขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ วอนรัฐคุมเข้มบิ๊กไบค์ คนขี่ต้องได้รับการอบรมฝึกฝนทักษะ และมีอายุ 30 ปีขึ้นไป ชี้ถนน กทม.มิได้ออกแบบมาให้ใช้ความเร็วสูง วอนตำรวจตรวจจับความเร็วจริงจัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวคนขี่บิ๊กไบค์ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต อยากจะขอฝากเตือนไปยังทุกครอบครัว โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่กำลังคิดจะใช้รถจักรยานยนต์ จริงอยู่ที่รถบิ๊กไบค์มีผู้ใช้น้อยกว่ารถจักรยานยนต์ทั่วไป แต่จำนวนรถจักรยานยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุภาพรวมสูงถึงร้อยละ 80 ส่วนคนเดินเท้าร้อยละ 10 และรถจักรยานร้อยละ 1 โดยรถบิ๊กไบค์ก็อยู่รวมในประเภทรถจักรยานยนต์ อัตราการเกิดอุบัติเหตุไม่ค่อยสูงมากนัก แต่มีความร้ายแรงไม่น้อยไปกว่ารถประเภทอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรหมมินทร์กล่าวว่า รถบิ๊กไบค์ไม่เหมาะสมกับถนนที่มีความเสี่ยงตลอดสองข้างทาง เนื่องจาก 1.บิ๊กไบค์มีขนาดใหญ่ ต้องการการทรงตัวสูง หากนำมาใช้ในเมืองที่มีอุโมงค์ มีสะพาน ทางโค้ง ถือว่าอันตรายมาก รถบิ๊กไบค์เหมาะสมกับถนนประเภทแยกเลน 2.การขี่รถที่ต้องใช้ความเร็วสูงไม่สามารถใช้ได้จริง เพราะถนนไม่ได้ออกแบบไว้ จะเห็นได้จากการมีราวกั้น ทางโค้ง ตลาด ไม่เหมาะกับรถบิ๊กไบค์มาใช้ 3.ต้องมีทักษะการขับขี่สูง มีความชำนาญ ผ่านการฝึกฝน และมีการใช้เบรกที่ถูกต้อง เพราะจะส่งผลต่อการทรงตัวของรถ 4.รถขนาดใหญ่ มีขนาดปริมาณซีซีมาก หากนำมาขับบนถนนที่มีขอบทาง มีกันชนที่มีระยะห่างจากถนนแค่ 1 เมตร มีโอกาสสูงที่อุปกรณ์รถ เช่น ที่พักเท้า ที่เหยียบ ขาตั้ง จะเกี่ยวและกระแทกไหล่ทางสูงมาก ทำให้รถพลิกคว่ำได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอฝากไปยังเด็กและเยาวชน ลูกหลานทุกท่าน ที่คิดจะใช้รถจักรยานยนต์ทุกประเภท อยากให้รู้ว่าความรู้สึกของพ่อแม่ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงสตาร์ทเครื่องออกไป ให้เข้าใจว่าพ่อแม่รักและห่วงใย อยากให้ลูกปลอดภัย และคุณในฐานะลูกได้ใส่ใจพ่อแม่มากน้อยแค่ไหน&amp;rdquo; นายพรหมมินทร์กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.สคอ.กล่าวว่า อยากเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมและเข้มงวดให้มากขึ้น ซึ่งกฎหมายควบคุมความเร็วก็มีอยู่แล้ว แต่ยังขาดการบังคับใช้จริงจัง หรือนำเทคโนโลยีที่ออกแบบเหมาะสมกับการตรวจจับความเร็วรถจักรยานยนต์มาบังคับใช้ร่วมกับรถใหญ่บนถนน นอกจากนี้อยากเสนอให้ผู้ที่จะใช้รถบิ๊กไบค์ควรเป็นผู้ที่มีทักษะ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และมีอายุ 30 ปีขึ้นไป เพราะจะมีวุฒิภาวะในการตัดสินใจสูงกว่าเยาวชน จะทำให้เกิดความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ได้เกิดเหตุสะเทือนขวัญ เมื่อนายภัทร์นฤณ พงษ์ธนานิกร หรือโน้ต อายุ 37 ปี ลูกชายคนเล็กนายประเสริฐ พงษ์ธนานิกร หรือระย้า อดีตดีเจชื่อดัง และเป็นเจ้าของค่ายเพลงรถไฟดนตรี ขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ยี่ห้อ BMW รุ่น S1000RR สีเหลือง-ดำ ทะเบียน ฬบท 9 กรุงเทพมหานคร ชนกับราวเหล็กบนสะพานข้ามแยกคลองตัน ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ มุ่งหน้าถนนพัฒนาการ ถูกเหล็กตัดคอขาด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42152</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเสริฐ พงษ์ธนานิกร, พรหมมินทร์ กัณธิยะ, ภัทร์นฤณ พงษ์ธนานิกร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190728/image_big_5d3d9dc6ea459.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้องกันเหตุร้ายผู้สูงวัยอยู่บ้านลำพัง เริ่มจากการวางแผนในครอบครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(การวางแผนล่วงหน้าในครอบครัว โดยเฉพาะการจ้างแม่บ้านหรือแรงงานที่ไว้ใจได้ มีที่อยู่ติดต่อได้เป็นหลักแหล่ง สามารถช่วยลดปัญหาอาชญากรรมในผู้สูงวัยได้)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับเป็นเหตุการณ์เศร้าสลดเมื่อคุณยายวัย 67 ปี และเพื่อนหลานสาววัย 12 ปี ถูกชายละแวกบ้านฆ่าปาดคอเพื่อชิงทรัพย์สินกระทั่งเสียชีวิต ส่วนหลานสาวอายุ 9 ขวบ อาการสาหัส สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมทำให้ผู้สูงวัยหลายคนรู้สึกผวากับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะหากต้องอยู่เพียงลำพัง และยิ่งมีทรัพย์สินจำนวนมาก อีกทั้งบ้านเรือนตั้งอยู่ห่างไกลเพื่อนบ้าน ก็ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นไปอีก เพราะทุกวันนี้ คนที่รู้หน้ามักไม่รู้ใจ ตลอดจนสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง รวมถึงเรื่องของยาเสพติดที่ระบาด อาจกระตุ้นการก่อเหตุอาชญากรรมได้ค่อนข้างง่าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(พรหมมินทร์ กัณธิยะ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผอ.พรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ ให้ข้อมูลไว้น่าสนใจเกี่ยวกับการดูแลตัวเองในสังคมผู้สูงวัยว่า &amp;ldquo;การป้องกันอุบัติเหตุหรือเหตุอาชญากรรมนั้น ครอบครัวที่อาศัยอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุต้องมีการ &amp;ldquo;วางแผนล่วงหน้า&amp;rdquo; กรณีที่รับคนเข้ามาทำงานบ้าน โดยต้องกำหนดระยะห่างของลูกจ้าง เช่น พื้นที่ไหนที่สามารถเข้าไปได้ และพื้นที่ไหนเป็นเขตหวงห้ามไม่ควรเข้าไป อีกทั้งต้องหมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูกจ้างว่าเป็นอย่างไร ไว้ใจได้หรือไม่ หากปล่อยให้อยู่บ้านลำพัง สำหรับผู้ที่เราไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้า หรือมาจากหลักแหล่งที่ไม่ชัดเจน ตรงนี้นายจ้างควรจะขอบัตรประจำตัวประชาชน ชื่อ และนามสกุลจริง โดยต้องถ่ายเอกสารไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากการป้องกันอาชญากรรมในคนสูงวัยอาจเป็นไปได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นการวางแผนล่วงหน้าก่อนรับคนเข้าทำงานบ้านจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(ลูกหลานที่ออกไปทำงานนอกบ้านให้หมั่นโทรศัพท์หาผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรม)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งสำคัญคือการเตรียมรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน อย่างการ &amp;ldquo;ใช้เทคโนโลยี&amp;rdquo; เข้ามามีส่วนระงับเหตุร้ายกับคนสูงวัย เช่น ติดตั้งกล้องวงจรปิด, การเขียนเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินเอาไว้ในที่มองเห็นได้ชัด เพื่อให้คนสูงวัยแจ้งเวลาเกิดเหตุ หรือแม้แต่ การฝากฝังให้เพื่อนบ้านช่วยดูแลและเป็นหูเป็นตา ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง นอกจากนี้ สิ่งที่ลืมไม่ได้ ลูกหลานที่ออกไปทำงานนอกบ้านแล้วควรหมั่นโทรศัพท์กลับมาหาพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ว่ากำลังทำอะไรอยู่?? ขณะนั้นมีปัญหาอะไรหรือไม่?? โดยเฉพาะครอบครัวที่จ้างแม่บ้านหรือแรงงานเพื่อนบ้านที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ทั้งนี้ เพื่อรีเช็กว่าเหตุการณ์ภายในบ้านเป็นอย่างไรบ้าง ก็จะช่วยป้องกันเหตุร้ายได้ รวมถึงการลดจุดเสี่ยงในการก่อเหตุ เช่น การซ่อมบ้านเรือนไม่ให้มีช่องหรือรูโหว่ เพื่อป้องกันไม่ให้โจรผู้ร้ายปีนมางัดบ้าน หรือการกวาดถางหญ้ารกร้างให้โล่งเตียน เพื่อป้องกันการอำพรางตัวในเวลากลางคืน อีกทั้งไม่ควรเก็บทรัพย์สินมีค่าไว้ในจุดที่ล่อตาล่อใจมิจฉาชีพ เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(บ้านที่มีช่องโหว่และรกร้าง อีกทั้งเก็บของมีค่าไว้ในบ้าน เสี่ยงต่อการก่อปัญหาอาชญากรรมในผู้สูงอายุได้สูง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ครอบครัวไหนที่เตรียมพร้อมด้วยอุปกรณ์ป้องกันตัว อย่าง มีด, ไม้, กระบอง ฯลฯ ตรงนี้อาจจะไม่สำคัญเท่ากับการวางแผนล่วงหน้า เช่น การรับคนเข้ามาทำงานบ้าน เพราะส่วนหนึ่งสภาพร่างกายของคนสูงวัยอาจจะไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ ที่สำคัญให้หมั่นรีเช็กว่าพ่อแม่ ปู่ย่าตายายอยู่ดี สบายหรือไม่ หรือกำลังทำอะไรในระหว่างวัน ก็จะช่วยลดการประสบเหตุได้ดีกว่า เพราะเหตุการณ์ในลักษณะนี้มักเกิดขึ้นจากคนใกล้ตัว หรือแม้แต่คนในชุมชนที่สนิทชิดเชื้อ เพราะอันที่จริงแล้วการป้องกันเหตุอาชญากรรมในผู้สูงอายุและเด็กจะทำได้ค่อนข้างยาก แต่ถ้าเรามีวางแผนล่วงหน้าภายในแต่ละครอบครัว ก็จะทำให้สามารถควบคุมเหตุการณ์ที่อาจเสี่ยงต่อคุณภาพชีวิตผู้สูงวัยได้ดีที่สุด&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18057</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, พรหมมินทร์ กัณธิยะ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba3a6aff3669.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
