<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 07:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 07:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลดแอกจนพระยังเดือดร้อน! ต้องแจง พระตุ๊ด เณรแต๋ว ไม่ใช่เสรีภาพทางเพศ &#039;บัณเฑาะก์&#039;บวชไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63- &amp;nbsp;พระครูปลัดกวีวัฒน์ธีรวิทย์ ฉนฺทวิชโช รองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Teerawit Sukontavaranon &amp;nbsp;กรณีการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และมีการชูป้ายข้อความ &amp;quot;พระตุ๊ด เณรแต๋ว คือเสรีภาพทางเพศ ไม่ใช่เรื่องผิดบาป&amp;quot;ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;เพื่อประชา- ธิปไตย ว่าไปเถิด
อย่าเตลิด ท้วงไป ในทุกสิ่ง
บางเรื่องนั้น ควรดูฐาน ตามความจริง
หาใช่สิ่ง ร้องเอา ตามต้องการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#พระพุทธศาสนา มีกฎหมายแม่บทที่เรียกว่า &amp;ldquo;#พระวินัย&amp;rdquo; ซึ่งพระสงฆ์ทุกยุคทุกสมัยไม่เคยฉีก และมีการปฏิบัติเท่าเทียมกัน (#ศีลสามัญญตา) ไม่ได้แบ่งว่าพระบวชก่อน พระบวชหลัง ต้องละเว้นการปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่เรียกร้องตามภาพที่ปรากฏนี้ เข้าใจว่าคงเป็นกระแสจากการเรียกร้องสิทธิของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBT) ที่เรียกว่าตุ๊ด แต๋ว เมื่อบวชมาสังคมก็ให้ชื่อว่า พระตุ๊ด เณรแต๋ว ซึ่งโดยพฤตินัยแล้วยังมีให้เห็นคณะสงฆ์หาได้จำกัดสิทธิในการบวช คณะสงฆ์จำกัดสิทธิของการบวขในเพศสภาพตามพระวินัยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในส่วนที่มีการตำหนิก็คือกลุ่ม #พระตุ๊ด #เณรแต๋ว ที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับความเป็นสมณะ สร้างความเสื่อมศรัทธาให้พุทธศาสนิกชน แต่ในส่วนที่บวชเข้ามาแล้วมีศีลาจารวัตรที่เรียบร้อย ก็ไม่มีใครจะตำหนิท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการเป็นตุ๊ด เป็นแต๋ว แล้วเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา ไม่ได้เป็นความผิดบาปแต่อย่างใด แต่การเข้ามาบวชแล้วประพฤติตนไม่เคารพพระธรรมวินัยต่างหาก ซึ่งจะเป็นความผิดและบาป โดยไม่เกี่ยวว่าจะเป็นพระตุ๊ด เณรแต๋ว หรือไม่ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็คงต้องขอทำความเข้าใจในเงื่อนไขของของเพศสภาพตามพระวินัยที่ได้ห้ามไว้ซึ่งเรียกว่า &amp;ldquo;บัณเฑาะก์&amp;rdquo; สามารถสืบค้นได้ในพระไตรปิฏก เพื่อเป็นความรู้ของนักสู้เพื่อประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#บัณเฑาะก์ ในพระวินัยปิฎกใช้คำนี้หมายถึงบุรุษที่พอใจมีเพศสัมพันธ์กับบุรุษโดยมีความรู้สึกตนเหมือนเป็นสตรี ในสมัยพุทธกาลได้มีกะเทยบวชเป็นภิกษุ แล้วไปชวนภิกษุสามเณรมีเพศสัมพันธ์ แต่ถูกภิกษุสามเณรเหล่านั้นขับไล่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภิกษุกะเทยจึงไปชวนพวกคนเลี้ยงช้างและคนเลี้ยงม้ามีเพศสัมพันธ์ด้วย เมื่อคนเลี้ยงช้างคนเลี้ยงม้าเหล่านั้นมีเพศสัมพันธ์กับภิกษุกะเทยแล้วก็ไปโพนทะนาว่า ภิกษุในพระพุทธศาสนานี้ถ้าไม่ใช่กะเทย ก็เคยมีเพศสัมพันธ์กับกะเทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภิกษุได้ยินจึงนำเรื่องกราบทูลพระพุทธเจ้า พระองค์จึงรับสั่งมิให้อุปสมบทกะเทยอีก กะเทยที่อุปสมบทแล้วก็ให้สึกเสีย กะเทยจึงเป็นบุคคลจำพวกแรกในบุคคล 11 จำพวกที่ไม่ทรงอนุญาตให้อุปสมบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมามีคัมภีร์สมันตปาสาทิกาซึ่งแต่งขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 10 ได้ตีความกะเทยใหม่ โดยจำแนกกะเทยไว้ 5 ประเภท ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#อาสิตตบัณเฑาะก์ หมายถึง กะเทยที่ใช้ปากอมองคชาตของผู้ชายเพื่อสำเร็จความใคร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#อุสุยยบัณเฑาะก์ หมายถึง กะเทยที่ดูการมีเพศสัมพันธ์ของบุคคลอื่นเพื่อสำเร็จความใคร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#โอปักกมิยบัณเฑาะก์ หมายถึง ขันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ปักขบัณเฑาะก์ หมายถึง คนที่เป็นกะเทยเฉพาะข้างแรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#นปุงสกบัณเฑาะก์ หมายถึง คนที่ไม่มีเพศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมันตปาสาทิการะบุว่าเฉพาะกะเทยสองประเภทแรกที่บวชได้ 3 ประเภทหลังห้ามบวช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นสิทธิแห่งการบวชที่ไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย หาได้ห้ามผู้ที่มีสิทธิ ไม่จำเป็นต้องเรียกร้อง แต่การเรียกร้องใดที่ขัดต่อพุทธานุญาตตามพระวินัยก็ไม่สามารถจะโอนอ่อนผ่อนไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#สรุปว่า ในโลกแห่งสังคมปัจจุบันทุกคนมีสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงออกได้อย่างชัดเจนโดยไม่จำกัดความหลากหลายทางเพศ แต่ในด้านศาสนานั้นค่อนข้างมีความละเอียดอ่อนบ้างอยู่พอสมควร ดังนั้นควรจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันเพื่อเชื่อมโยงความเชื่อ ความศรัทธาในพระพุทธศาสนา และความหลากหลายให้เป็นไปด้วยกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกันเมื่อพุทธศาสนาเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้ามาประพฤติปฏิบัติตามความศรัทธาของตนแล้ว ตัวพระภิกษุสามเณรนั้นควรจะต้องยกระดับประคับประคองจิตใจให้ไม่ก้าวล่วงพระธรรมวินัยด้วยเช่นกัน จีวรคือสิ่งที่ย้ำเตือนให้ระมัดระวังในการประพฤติ เป็นเครื่องแบบ (uniform) ที่กระตุ้นความรู้สึกความเป็นพระที่ต้องข่มกลั้นจิตใจ ต้านทานต่อกระแสโลก กระแสความต้องการของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ล. ในที่สุดแล้วคุณค่าของมนุษย์ไม่ได้อยู่ที่เพศ ไม่ได้อยู่ที่เชื้อชาติ ศาสนา หรือชนชั้นใด ๆ แต่อยู่ที่ผู้ปฏิบัติตนนั้นสามารถมองเห็นคุณค่าของตน ทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม และเป็นที่ยอมรับได้หรือไม่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74763</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัณเฑาะก์, พระครูปลัดกวีวัฒน์ธีรวิทย์, พระตุ๊ดเณรแต๋ว, ม็อบเยาวชนปลดแอก, เสรีภาพทางเพศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3b196b89376.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
