<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัยเก๋าสอนลูกหลานโตมาไม่เป็นหนี้ ยึดหลักพอเพียง พอดี พอประมาณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ไม่อยากเป็นวัยรุ่นติดหนี้ ชีวิตติดลบ ก่อนใช้ของฟุ่มเฟือยให้พิจารณาว่าสิ่งนั้น เราอยากมี อยากได้ หรือเป็นสิ่งที่จำเป็น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถ้าให้เลือกได้คงไม่มีใครอยากเลือกเป็น &amp;ldquo;หนี้สิน&amp;rdquo; ที่หลายคนอาจประสบพบเจอได้ ทั้งคนธรรมดา วัยรุ่น วัยทำงาน และคนดังมีชื่อเสียง ที่หากใช้ชีวิตไม่พอดีก็อาจทำให้ต้องไปหยิบยืมทรัพย์สินของผู้อื่น ที่สำคัญปัญหาการมีหนี้สินยังส่งผลต่อทั้งเรื่องสุขภาพกาย สุขภาพจิต ลามไปจนถึงโรคซึมเศร้าและการคิดฆ่าตัวตาย นี่เองจึงทำให้หลายคนยกให้การ &amp;ldquo;ไม่เป็นหนี้คือลาภอันประเสริฐ&amp;rdquo; ...เพื่อเป็นการเตือนสติคนรุ่นลูกหลานไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของบัตรเครดิต ที่สามารถรูดเงินสดได้แบบไม่อั้น หรือเป็นหนี้โดยการนำเงินในอนาคตมาใช้ก่อน ที่อาจพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งชดใช้ไม่หมด ตลอดจนเป็นหนี้เพราะอยากมี อยากได้แบบเพื่อน หรือแม้แต่การยกย่องคนที่มีฐานะร่ำรวย ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นความไม่รู้จักพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(อ.ณรงค์ เทียมเมฆ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อ.ณรงค์ เทียมเมฆ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสุขภาพจาก สสส. ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;หัวใจสำคัญในการไม่เป็นหนี้ให้ยึดหลักความ พอเพียง พอดี และ พอประมาณ แต่สิ่งที่กล่าวมาอาจจะทำได้ค่อนข้างยาก ดังนั้นก็อยากให้พ่อแม่เป็นแบบอย่างให้ลูกรู้จักความพอดี พอประมาณ รู้จักที่จะอดได้ รอได้ และหากอะไรก็ตามที่ยังไม่ถึงเวลาก็ต้องไม่ตีอกชกตัว ในส่วนของโรงเรียนต้องเป็นเบ้าหลอมที่ดีให้กับเยาวชน เพราะถือเป็นสถานที่ซึ่งเด็กๆ มักจะอวดความมั่งมี เช่น เอาโทรศัพท์มือถือมาอวดเพื่อนๆ หรือการที่พ่อแม่ฐานะดีขับรถหรูมาส่งลูกหลาน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ครูอาจารย์สามารถช่วยป้องกันค่านิยมที่ฟุ้งเฟ้อให้กับเด็ก เพื่อโตไปไม่เป็นหนี้สิน โดยการที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับความดีและความถูกต้องมาก่อนเสมอ เช่น ไม่ยกย่องพ่อแม่ที่มีฐานะ หรือผู้ที่มียศมีตำแหน่งงานใหญ่โตว่าเป็นคนดี หรือควรเลียนแบบ แต่ให้ชื่นชมผู้ปกครองที่ทำความดี เช่น การที่ขี่จักรยานพาลูกมาส่งโรงเรียนเป็นระยะเวลาหลายกิโลเมตร ว่าเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง ชื่นชม และยังมีประโยชน์ในแง่ของการออกกำลังกาย รวมไปถึงเด็กๆ ที่ต้องขี่จักรยานมาโรงเรียนเอง และไม่ยกย่องคนที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย รวมถึงคนที่ชอบแข่งขันอวดศักดิ์ศรีกันด้วยความมั่งมีหรือความมีหน้ามีตาในสังคม&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญอยากบอกว่าผู้ที่เป็นหนี้สินเป็นความทุกข์ที่แสนจะยั่งยืน และปัจจุบันคนไม่กลัวการเป็นหนี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นนโยบายจากภาครัฐที่กระตุ้นให้คนมีบัตรเครดิต หรือแม้แต่นโยบายรถคันแรก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ หรือเป็นแรงกระตุ้นให้คนอยากมี อยากได้ ที่สำคัญไม่ใช่คนไม่กลัวการเป็นหนี้สินเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำให้คนไม่คิดถึงอนาคต คิดถึงแต่วันนี้ โดยไม่คิดถึงวันพรุ่งนี้ ในที่สุดก็เป็นหนี้ล้นพ้นตัว ทำให้ชีวิตอับปางลง รวมถึงครอบครัวก็พังทลายลงเช่นเดียวกัน ดังนั้น หากเด็กๆ ยุคใหม่ไม่อยากเป็นหนี้ก็ต้องรู้จัก &amp;ldquo;ยับยั้งชั่งใจ&amp;rdquo; ตลอดจน &amp;ldquo;ผู้ปกครองต้องเป็นแบบอย่างเรื่องการประหยัด อดออม และประมาณตน&amp;rdquo; รวมถึงสังคมเองก็ต้องร่วมกันเสนอแนวทางที่หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้คนรู้จักใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เช่น &amp;ldquo;การยกย่องเชิดหน้าชูตาผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่แบบพอเพียง&amp;rdquo; เพื่อให้เป็นไอดอลของเด็กยุคใหม่ ลดการฟุ้งเฟ้อและเป็นหนี้สิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ป้ามะลิ พูนสวัสดิ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน ป้ามะลิ พูนสวัสดิ์ คลังปัญญาผู้สูงอายุ จ.สมุทรปราการและครูเกษียณราชการ ให้แนวคิดว่า หลักการสอนลูกหลานไม่ให้เป็นหนี้สินก่อนวัยอันควร คือ &amp;ldquo;ความพอเพียง&amp;rdquo; และที่สำคัญจะต้อง &amp;ldquo;ไม่ตามเพื่อน&amp;rdquo; เมื่อเห็นเพื่อนใช้โทรศัพท์มือถือราคาแพง แต่เราสามารถคบเพื่อนได้ ที่สำคัญเด็กๆ ต้องรู้ฐานะของตัวเอง โดยเฉพาะการเก็บเงินไปใช้ในการเรียนหนังสือ หรือซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็น สิ่งเป็นสิ่งที่ต้องมาก่อนเสมอ แต่ไม่ได้หมายความเด็กจะใช้มือถือไม่ได้ แต่อาจเป็นราคาที่ไม่สูงมาก และก็ต้องรู้จักใช้อุปกรณ์เหล่านี้ให้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ไม่ตกเป็นเหยื่อของโซเชียล ทั้งการถูกหลอกให้โอนเงิน หรือทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเด็กวัยรุ่น คือการมุ่งเน้นการศึกษาหาความรู้ให้มากกว่าระดับปริญญาตรี การใช้ของแพงตามเพื่อน ตรงนี้อยากเห็นเด็กๆ ลองคิดใหม่ว่า เราอายุแค่นี้ยังหาเงินเองไม่ได้ ดังนั้นหากอยากได้อะไรที่ราคาสูง ก็อยากให้มองว่าพ่อแม่ที่ส่งเสียเราอาจต้องทำงานหนักและยากลำบาก แต่จะดีที่สุดหากว่าเด็กๆ อยากได้อะไรแล้วเก็บเงินซื้อเอง หรือน้องๆ ที่อยู่ในวัยมหาวิทยาลัยซึ่งต้องขอเงินจากผู้ปกครอง สามารถฝึกการอดทนอดกลั้นในการไม่ใช้จ่ายเงินเกินตัวได้โดยการหยอดเงินในกระปุกออมสิน เช่น หากได้รับเงินค่าขนมวันละ 200 บาท ขั้นต่ำให้เก็บวันละ 20 บาทไปเรื่อยๆ ตรงนี้มันจะเป็นการฝึกวินัยเรื่องการใช้เงินอย่างพอประมาณ และจะไม่ก่อหนี้เมื่อโตขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พระครูปลัดมังกร ปัญญาวุฒโฑ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่ พระครูปลัดมังกร ปัญญาวุฒโฑ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดนาคปรก ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;อันที่จริงแล้วหลักของการโตมาไม่ฟุ่มเฟือยคือ &amp;ldquo;หาได้มาก แต่ใช้ให้น้อย&amp;rdquo; และสิ่งสำคัญเด็กๆ เยาวชนต้องถามตัวเองว่าเราต้องการอะไร และเรามีเป้าหมายในชีวิตอย่างไร ทั้งนี้ เราสามารถที่จะไปถึงจุดประสงค์ที่เราตั้งไว้ด้วยความพยายามได้ด้วยตัวเราเองหรือไม่ ถ้าคำตอบคือไม่ ในฐานะที่เราเป็นเด็กและเยาวชนก็ต้องรู้จักความพอเพียงและความประมาณตน ที่สำคัญต้องรู้จักฐานะของตัวเราดี หากเด็กๆ อยากได้โทรศัพท์มือถือราคาแพงเหมือนเพื่อน ก็ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าที่เราต้องการมีนั้นเพราะความอยากได้หรือความจำเป็น เนื่องจากวัยรุ่นส่วนใหญ่มักจะอยากได้สิ่งของฟุ่มเฟือยตามเพื่อนมากว่าเรื่องอื่น และหากใครที่ไม่มีเหมือนคนอื่นก็จะถูกมองว่าเป็นคนที่เชย ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วคือเขารู้จักตัวเองและรู้จักประมาณตนนั่นเอง ดังนั้นหากเด็กไม่อยากเป็นหนี้ หรือใช้ชีวิตแบบติดลบตอนโต ก็ให้ยึดหลักความพอเพียง พอดี และพอประมาณ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16724</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, พระครูปลัดมังกร ปัญญาวุฒโฑ, มะลิ พูนสวัสดิ์, อ.ณรงค์ เทียมเมฆ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8d29206898f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดเทอม!!ชวนลูกนั่งสมาธิ ผลวิจัยหนุน..วิถีพุทธเจริญสติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(เด็กที่ชอบนั่งสมาธิจะทำให้จิตใจสงบ และสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถูกตั้งคำถามว่า &amp;ldquo;เด็กที่นั่งสมาธิ&amp;rdquo; จะช่วยสร้างความอดทน ไม่ยุกยิกได้แค่ไหน?? ขณะที่หลายคนมองว่าวิถีปฏิบัติของชาวพุทธดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากสติเป็นเสียงเตือนชั้นเยี่ยมในการทำสิ่งต่างๆ และหากครอบครัวไหนที่สามารถทำให้ลูกๆ นั่งสมาธิได้ นั่นเป็นเรื่องดีที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากคำพูดของ &amp;ldquo;องค์ทะไล ลามะ&amp;rdquo; ได้เคยกล่าวไว้ว่า&amp;quot; ถ้าโลกนี้สอนให้เด็ก 8 ขวบรู้จักนั่งสมาธิ จะช่วยหยุดการทำไม่ดี ให้กับเด็กคนนั้นได้ตลอดชีวิต&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องนานาจิตตัง เนื่องจากหลายคนอาจตั้งข้อสังเกตว่า การนั่งสมาธิหรือการทำจิตใจให้สงบ ด้วยวิธีเล็กน้อยๆ ดังกล่าว อาจไม่ได้ช่วยให้เด็กๆเป็นคนดี แต่การที่น้องๆ หนูๆ จะเป็นคนดีได้ ก็ต้องอาศัยปัจจัยอื่นๆ เพื่อช่วยหล่อหลอม&amp;nbsp;
ผลวิจัยสนับสนุนวิถีสงบสร้างสติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวระบุว่า จากการทบทวนผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์จำนวน 22 ฉบับ ที่มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้นรวม 1,685 ราย พบว่า &amp;ldquo;การทำสมาธินั้นไม่สามารถลดความก้าวร้าว หรือลดความมีอคติลงได้&amp;rdquo; ขณะที่การศึกษาบางชิ้นที่นำเสนอเนื้อหาว่า การให้เด็กนั่งสมาธิจะช่วยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ซึ่งที่กล่าวมานั้นได้รับการบอกต่อจากผู้ที่ต้องการสื่อสารอะไรบางอย่าง ทฤษฎีดังกล่าวอาจจะไม่ได้เป็นเรื่องจริง &amp;nbsp;
ขณะที่อาจารย์ Miguel Farias จากมหาวิทยาลัย &amp;ldquo;Coventry University&amp;rdquo; ในประเทศอังกฤษกล่าวว่า &amp;ldquo;สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่การอ้างเรื่องศาสนาพุทธ หรือศาสนาอื่น เพื่อให้คนเห็นถึงความมีคุณธรรมและศีลธรรม ในการช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิต และนำไปใช้เป็นเข็มทิศชีวิตในช่วงวัยสูงอายุ เพราะการที่เรานั่งสมาธิเพื่อทำให้จิตใจสงบ นั่นจะทำให้เรารู้สึกทรมาน จากความอ่อนแอที่มันถูกฝังลึกอยู่ในใจ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
ด้านผู้ที่ชอบฝึกสมาธิได้เล่าให้ฟังเกี่ยวกับการทำสมาธิ ประกอบกับนักวิจัยเกี่ยวกับการนั่งปฏิบัติภาวนา โดยบอกว่าช่วยทำให้ความจำดีขึ้น พูดง่ายๆ ว่าช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความจำเสื่อมในคนวัยทอง อีกทั้งวิถีพุทธถือได้ว่าเป็นแบตเตอรี่ที่จะช่วยปรับพฤติกรรมทางสังคม ช่วยให้มนุษย์รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ในสังคมและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว อีกทั้งจากการศึกษาส่วนใหญ่ยังพบว่า นักจิตวิทยาคลินิกได้ใช้การฝึกสมาธิเพื่อสร้างสติ ที่ฝึกมาตลอดระยะเวลา 20 ปี เพื่อต่อสู้กับโรคซึมเศร้าและอาการปวดเรื้อรัง&amp;nbsp;
ทั้งนี้ นักจิตวิทยาคลินิกที่ฝึกสมาธิคนดังกล่าวได้แนะนำให้นำรูปแบบต่างๆ ของการทำสมาธิ เพื่อลดความขัดแย้งในโรงเรียนและในเรือนจำ นอกจากนี้การฝึกสมาธิยังถูกนำไปใช้ในค่ายทหารฝึกรบ&amp;nbsp;
แต่ทั้งนี้ก็ได้มีการทบทวนข้อมูลที่เผยแพร่ดังกล่าว เนื่องจากอาจมีข้อบกพร่องที่ยังไม่สามารถสรุปยืนยันได้เกี่ยวกับการนั่งสมาธิ เพราะส่วนมากข้อมูลที่วิเคราะห์ เกี่ยวกับประโยชน์การทำสมาธิ ก็ยอมรับว่ายังมีข้อบกพร่องในการปฏิบัติ แต่ทั้งนี้จากผลการวิจัยก็ยังชี้ให้เห็นว่าการนั่งปฏิบัติภาวนา สามารถสร้างพลังใจและยังเป็นความหวังให้กับผู้ที่ถือศีล&amp;nbsp;
กล่าวโดยสรุปแล้วจากผลการวิจัยของอาจารย์ Miguel Farias อาจารย์จากมหาวิทยาลัย &amp;ldquo;Coventry University&amp;rdquo; ในประเทศอังกฤษให้ข้อมูลว่า การทำสมาธิในเด็กเล็กอาจไม่ใช่วิธีเดียวที่จะทำให้เด็กโตมาเป็นคนดีได้ เพราะอาจยังมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น การที่ผู้ปกครองประพฤติตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก และใช้การนั่งสมาธิเพื่อช่วยเด็กๆ รู้สึกผ่อนคลาย โดยไม่คาดหวังอะไรมากไปกว่านั้น หรือเป็นกิจกรรมครอบครัวที่ร่วมกันทำโดยมีทั้งพ่อแม่และลูกจะดีที่สุด&amp;rdquo;
พ่อแม่ &amp;quot;เข็มทิศ&amp;quot; นำชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(พระครูปลัดมังกร ปัญญาวุฒโฑ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พระครูปลัดมังกร ปัญญาวุฒโฑ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดนาคปรก ให้ข้อมูลว่า การฝึกสมาธิเป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญมาก ทางที่ดีก็ควรจะหาวิธีสอนให้ลูกหลานทำสมาธิ เห็นได้จากพระพุทธเจ้าที่ทรงนั่งสมาธิตั้งแต่อายุได้ 7 ขวบ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กๆ ยุคนี้ เนื่องจากสมาธิที่ดีจะทำให้เด็กมีอารมณ์ หรือมีพัฒนาด้านอีคิวที่ดีนั่นเอง เพราะปัจจุบันผู้ปกครองที่เลี้ยงลูก มักจะให้ความสำคัญเรื่องอาหาร มากกว่าการพาลูกนั่งปฏิบัติธรรม
&amp;ldquo;การที่เด็กจะมีอารมณ์ที่ดีจากการทำสมาธินั้น สามารถเรียนรู้ได้จากพ่อแม่โดยตรง นอกจากนี้การฝึกสมาธิก็มีด้วยกันหลายวิธี แต่พ่อแม่ในยุคปัจจุบันไม่ค่อยให้ความสนใจในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเด็กอายุน้อยๆ ที่พ่อมักสนใจเรื่องอาหาร พัฒนาการ กระทั่งเรื่องเรียนของลูกน้อยเป็นหลัก ในทางกลับกัน พระครูมองว่า พ่อแม่ที่อาศัยอยู่โซนยุโรปจำนวนไม่น้อย ที่ฝึกสมาธิให้กับลูกน้อย ด้วยการรู้จักรอบางสิ่งบางอย่าง ตรงนี้ก็เป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่ง หรือแม้แต่ ในประเทศไทยเอง ก็เริ่มมีการโปรโมตการฝึกสมาธิให้กับลูกน้อย โดยการออกโฆษณาที่เกี่ยวกับการฝึกสมาธิให้กับเด็กๆ เช่นการเล่นจ๊ะเอ๋กับลูก เพื่อให้เด็กมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นการฝึกสมาธิอย่างง่ายๆ หรือแม้ในปัจจุบันการฝึกสมาธิสามารถนำไปบำบัดเด็กที่ป่วยเป็นโรคออทิสติก ซึ่งมีอารมณ์แปรปรวน ดังนั้น ถ้าพ่อแม่ยิ่งสอนให้ลูกเรียนรู้การทำสมาธิได้เร็วเท่าไหร่ ก็ถือเป็นเรื่องดีกับเด็ก
ยกตัวอย่างว่า พ่อแม่ปู่ย่าตายายที่พาหลานเล็กๆ มาทำบุญที่วัด ไม่เพียงแต่เป็นการปลูกฝังเรื่องวัฒนธรรมในแบบวิถีชาวพุทธให้ลูกน้อย แต่การที่เด็กได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะทำช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้ระลึกถึงความดีงาม และทำให้มีจิตใจอ่อนโยน อีกทั้งการที่น้องๆ หนูๆ ได้ทำบุญ ก็เป็นการสอนให้รู้จักความเสียสละ กล่าวโดยสรุปว่าเด็กที่เข้าวัดและนั่งสมาธิไม่ได้เป็นเรื่องเชยอีกต่อไป แต่นั่นเป็นการที่ผู้ปกครองสามารถปลูกฝังคุณธรรมและความดี ตลอดจนความเสียสละตั้งแต่ยังเล็กๆ นั่นจะทำให้เขาเติบโตมาเป็นผู้ที่รู้จักให้ และอยู่ในสังคมด้วยความเอื้อเฟื้อ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษาสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;การที่ผู้ปกครองให้เด็กเล็กตั้งแต่วัยอนุบาลและวัยประถมศึกษาได้รับการนั่งสมาธิ จะทำให้เด็กเกิดความสงบและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การเรียน หรือการเล่นกีฬา แต่ส่วนการนั่งสมาธิจะทำให้เด็กเติบโตเป็นคนดีของสังคม หรือเป็นผู้ที่มีจิตเมตตาได้หรือไม่นั้น ประเด็นนี้จะขึ้นอยู่กับกระบวนการเรียนรู้ที่อยู่รอบตัวเด็กมากกว่า ทั้งครอบครัวและโรงเรียน ซึ่งหมายความว่า ถ้าในโรงเรียนที่เด็กเรียนนั้น คุณครูเป็นคนดี และหมั่นถือศีลปฏิบัติธรรมกระทั่งชอบนั่งสมาธิ ตรงนี้ก็อาจจะทำให้เด็กโตขึ้นมีเมตตา เพราะได้รับการปลูกฝังที่ดีจากแม่พิมพ์ของชาติ กระทั่งการที่เด็กเติบโตในครอบครัวที่ชอบเข้าวัดทำบุญ ปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้จึงถือมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเด็กแต่ละคน เพราะอันที่จริงแล้วการนั่งสมาธิในเด็กวัยอนุบาล อาจจะทำได้ประมาณ 2-3 นาที ซึ่งมีข้อดีอย่างที่บอกไปว่า เป็นจุดเริ่มต้นของความสงบ ที่นำไปสู่การทำกิจกรรมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี มากกว่าประเด็นอื่น&amp;rdquo;.

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่ายสมาธิสำหรับเด็กและเยาวชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันค่ายปิดเทอมสำหรับเด็กๆ และเยาวชนมีให้เลือกมากมายหลายรูปแบบ แม้กระทั่งการเปิดคอร์สสำหรับนั่งสมาธิ เจริญสติ ก็มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ...อาทิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;0 ค่ายปิดเทอม 2561 ขอเชิญน้องๆ หนูๆ มาร่วมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ บริหารจิต เจริญปัญญา พัฒนา (EO) ไปกับค่ายรักลูกให้ถูกธรรม ค่ายธรรมะที่จะส่งเสริมให้เด็กๆ เป็นสุภาพบุรุษ สุภาพสตรีตามวิถีพุทธ กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกอย่างมีคุณธรรม ไปกับกิจกรรมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ทีมพระวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาการเด็ก รับสมัครเด็กและผู้ปกครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;0 ค่ายธรรมะเด็กและเยาวชน &amp;quot;จิตสดใส วัยบริสุทธิ์ ด้วยพุทธปัญญา&amp;quot; ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ราชนครินทร์ (เขาดินหนองแสง) อ.แก่งหางแมง จ.จันทบุรี โทร.08-9754-9020 และ 08-1741-8141 หรือเข้าไปที่ www.jitsodsai.com
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;0 หลักสูตรพัฒนาจิตยุวพุทธ ที่ยุวพุทธาสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูถัมภ์ กทม. โทร.0-2455-2525 หรือเข้าไปที่ www.ybat.org
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;0 คอร์สธรรมะสำหรับเด็กและเยาวชนที่โรงเรียนแห่งชีวิตใน ซ.สุขุมวิท 67 โทร.0-2634-7461-3 หรือเข้าไปที่ www.schooloflifethailand.org&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6138</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายสมาธิ, นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์, นักจิตวิทยา, นั่งสมาธิ, พระครูปลัดมังกร ปัญญาวุฒโฑ, สร้างความอดทน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180330/image_big_5abe1a6d58b20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
