<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ละเลียดอ่าน!ข้อคิดเรื่องพระจาก&#039;น.อ.ทองย้อย แสงสินชัย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.ทองย้อย แสงสินชัย อดีตผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ และผู้ประพันธ์บทกาพย์เห่เรือในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;คิดให้เป็น จับประเด็นให้ถูก&amp;rdquo; ถึงกรณีเงินทอนวัดและพระจับเงินไว้น่าสนใจ โดยระบุว่า &amp;nbsp;เรื่องทางราชการสั่งให้จับพระสึกดังที่รู้กันทั่วไปนั้น ผมสังเกตเห็นว่ามีการแสดงความคิดเห็นกันค่อนข้างมั่ว &amp;ldquo;มั่ว&amp;rdquo; ไม่ใช่คำหยาบพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายไว้ว่า &amp;ldquo;ปะปนกันจนแยกไม่ออก&amp;rdquo; ผมขอเสนอวิธีคิดเพื่อไม่ให้ปะปนกันจนแยกไม่ออก ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มด้วยการศึกษาข้อเท็จจริงก่อนว่า พศ. (สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ) กล่าวหาว่าอย่างไร เท่าที่ฟังพูดกัน ก็พูดกันอยู่ใน 2 ประเด็น คือ 1.เรื่องพระทุจริตการใช้เงิน &amp;nbsp;2.เรื่องพระรับเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 1 กรณีพระทุจริตการใช้เงิน ประเด็นนี้เป็นข้อกฎหมาย เพราะฉะนั้นต้องศึกษาก่อนว่า ทุจริตการใช้เงินกฎหมายกำหนดไว้อย่างไร มีองค์ประกอบอย่างไร และ พศ.ฟ้องร้องกล่าวหาว่าอย่างไร ใครรู้หลักเกณฑ์ เอาหลักเกณฑ์นั้นมาบอกกล่าวให้รับรู้กันไว้ ใครมีสำนวนฟ้องร้องกล่าวหา เอาสำนวนมาเผยแพร่ให้รู้ทั่วกันว่าโจทก์กล่าวหาว่าอย่างไร ใครมีหลักฐานรู้เห็นว่าจำเลยคือพระทั้งหลายเหล่านั้นรับเงินของใครมา รับแล้วเอาใช้ไปอย่างไร เป็นการทุจริตตามข้อกล่าวหาอย่างไร หรือไม่เป็นการทุจริตตามข้อกล่าวหาอย่างไร เอาหลักฐานข้อมูลมาเผยแพร่ให้รู้ทั่วกัน และถ้าเผยแพร่ให้ไปสู่การรับรู้ของกระบวรการยุติธรรมได้ด้วยก็จะเป็นการดีนักหนา วิธีการเช่นว่านี้ย่อมเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ฝ่ายที่แน่ใจว่าพระเป็นคนเลว ก็จะสามารถกระทืบพระได้เต็มตีน ฝ่ายที่แน่ใจว่าพระไม่ได้ทำผิด ก็จะสามารถช่วยพระได้เต็มตัว หาข้อมูลหลักฐานให้ได้ก่อนแล้วจึงค่อยแสดงความคิดเห็น ถ้ายังไม่รู้ ยังไม่แน่ใจ ไม่พูดดีที่สุด อย่าหลงกระแส และอย่ายอมให้กระแสมาจูงจมูกง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 2 กรณีพระรับเงิน ผมเข้าใจว่า พศ. ไม่ได้ฟ้องร้องกล่าวหาในประเด็นนี้ แต่ถ้าใครอยากจะพูดมั่ง ก็เอา แต่ต้องตั้งหลักให้ถูก พระรับเงินเป็นปัญหาเกี่ยวกับพระธรรมวินัย เพราะฉะนั้นใครอยากจะพูดประเด็นนี้ต้องเริ่มต้นด้วยการศึกษาพระธรรมวินัยว่ามีข้อบัญญัติไว้อย่างไร จับที่ตรงนั้นก่อน ที่มั่วกันมากในเวลานี้ก็เพราะชอบแสดงความเห็น แต่ไม่ศึกษาหลักพระธรรมวินัย เพราะฉะนั้น ตั้งหลักกันใหม่ อัญเชิญพระธรรมวินัยออกมาศึกษากันก่อนว่าท่านบัญญัติเรื่องนี้ไว้อย่างไร ศึกษาอย่างบริสุทธิ์ &amp;nbsp;ปลอดอคติ &amp;nbsp;ปลอดความคิดเห็นส่วนตัว &amp;nbsp;เอาพระธรรมวินัยล้วนๆ กันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มจากเปิดพระไตรปิฎก อ่านเรื่องนี้ให้เข้าใจ ถ้าอ่านต้นฉบับบาลีไม่ออก ก็อ่านฉบับแปล แต่การอ่านฉบับแปลมีข้อเสียตรงที่ผู้อ่านจะไม่รู้ว่าต้นฉบับบาลีท่านว่าอย่างไร อย่างในกรณีนี้ ที่เอามาพูดกันก็คือ ห้ามพระรับเงิน
&amp;ldquo;เงิน&amp;rdquo; เป็นคำที่แปลมา ต้นฉบับบาลีใช้คำว่า &amp;ldquo;ชาตรูปรชต&amp;rdquo; (ชา-ตะ-รู-ปะ-ระ-ชะ-ตะ) ถ้าไม่อ่านฉบับบาลี ก็ไม่มีทางรู้ว่าท่านใช้คำนี้ คนไม่รู้บาลี ก็ไม่รู้ว่า &amp;ldquo;ชาตรูปรชต&amp;rdquo; คืออะไร เพราะฉะนั้น คนที่รู้บาลีก็จะมีโอกาสดีกว่าคนที่อ่านจากคำแปล แม้รู้คำบาลี แต่ถ้าดูเฉพาะรูปศัพท์ตรงนี้ ก็จะเข้าใจแค่ว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ชาตรูป&amp;rdquo; แปลว่า ทอง หรือ gold&amp;nbsp;
&amp;ldquo;รชต&amp;rdquo; แปลว่า เงิน หรือ silver จึงมีผู้เอาความเข้าใจตามรูปศัพท์ไปบอกกล่าวกันว่า พระวินัยห้ามพระรับ gold และ silver ไม่ได้ห้ามรับ money เชื่อว่าเวลาก็ยังมีผู้เข้าใจแบบนี้อยู่เป็นอันมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้น ศึกษาดูให้ตลอดว่าพระไตรปิฎกให้คำจำกัดความ &amp;ldquo;ชาตรูปรชต&amp;rdquo; ไว้อย่างไร ต่อจากนั้นตามไปดูคำอธิบายของอรรถกถา ฎีกา อนุฎีกา ตามสายของพระคัมภีร์ให้ตลอด สรุปให้ได้ว่าพระคัมภีร์ว่าไว้อย่างไร
สรุปว่า พระธรรมวินัยห้ามภิกษุสามเณรรับ money แน่นอน แต่เรื่องไม่ได้จบแค่ห้ามรับ เพราะถ้าญาติโยมเขาอยากถวาย จะไปห้ามศรัทธาเขาอย่างไรได้ ท่านจึงบอกวิธีถวายเงินไว้ให้ด้วย ตรงวิธีถวายนี่แหละที่ไม่เอามาพูดกัน ไม่เอามาศึกษากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชอบพูดกันแต่ว่า พระรับเงินไม่ได้ อย่าถวายเงินให้พระ ไม่พูดความจริงให้ตลอดสายว่า-ถวายเงินให้พระก็ได้ แต่ต้องถวายให้ถูกวิธี ที่ชอบอ้างกันอีกอย่างหนึ่งก็คือ พระสมัยนี้จำเป็นต้องใช้เงิน ความจริงก็คือ ไม่ใช่เฉพาะพระสมัยนี้ที่จำเป็นต้องใช้เงิน แม้พระสมัยพุทธกาลก็จำเป็นต้องใช้เงิน ท่านจึงไม่ได้ห้ามถวายเงิน และไม่ได้ห้ามใช้เงิน แต่ท่านกำหนดวิธีถวาย และกำหนดวิธีใช้เอาไว้ ต้องถวายให้ถูกวิธี และใช้ให้ถูกวิธี ตรงนี้แหละที่ไม่ได้ศึกษากันให้เข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคำ 2 คำที่ควรศึกษาให้เข้าใจ คือ &amp;ldquo;ปวารณา&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ไวยาวัจกร&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;กัปปิยการก&amp;rdquo; (1) &amp;ldquo;ปวารณา&amp;rdquo; คือวิธีถวายเงิน หลักการก็คือ บอกกล่าวแก่พระเณรรูปที่เราจะถวายเงินว่า ขอถวายเงินจำนวนเท่านั้นเท่านี้ แล้วนำเงินนั้นไปมอบไว้แก่ไวยาวัจกรหรือกัปปิยการก อย่ามอบเงินกับมือพระโดยตรง เพราะพระรับเงินไม่ได้ ผิดวินัย วิธีนี้เรียกว่า &amp;ldquo;ปวารณา&amp;rdquo; จะปวารณาด้วยวาจาก็ได้ เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้ ใจความในคำปวารณาที่เป็นแบบแผนก็คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าพเจ้าขอถวายจตุปัจจัยแก่พระคุณเจ้ามีราคาเท่ากับเงินจำนวนเท่านั้นๆ ได้มอบเงินจำนวนนั้นให้แก่ไวยาวัจกรแล้ว ถ้าพระคุณเจ้าประสงค์สิ่งใดๆ อันสมควรแก่สมณบริโภค ขอได้โปรดเรียกร้องจากไวยาวัจกรนั้นเถิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระเณร-ญาติโยมรุ่นเก่าเข้าใจเรื่องเช่นนี้กันทั้งนั้น และทำกันมาแล้วตั้งแต่ครั้งโบราณกาล ที่พูดว่า-อย่าถวายเงินให้พระ-ควรจะหมายถึงขั้นตอนตรงนี้ นั่นคืออย่าส่งเงินให้พระรับไปตรงๆ แต่ให้ใช้วิธีปวารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) &amp;ldquo;ไวยาวัจกร&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;กัปปิยการก&amp;rdquo; คือผู้รับ-จ่ายเงินแทนพระ ทุกวัดจะต้องมีฆราวาสทำหน้าที่รับ-จ่ายเงินแทนพระ เรียกว่า &amp;ldquo;ไวยาวัจกร&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;กัปปิยการก&amp;rdquo; ไวยาวัจกรนี้มีมาตั้งแต่โบราณกาลแล้วเช่นกัน ปัจจุบันนี้มีกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ด้วย &amp;ndash; ไปศึกษากันดู&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักการก็คือ ผู้ถวายเมื่อปวารณาแล้วก็นำเงินไปมอบให้ไวยาวัจกร ระบุให้ชัดเจนว่าถวายแก่พระเณรรูปไหน จำนวนเงินเท่าไร ต่อจากนี้ พระเณรที่โยมปวารณาไว้นั้นต้องการจะให้สอยสิ่งใดอันสมควรแก่สมณบริโภค ก็ไปแจ้งแก่ไวยาวัจกร ไวยาวัจกรจะเป็นผู้ไปจัดหาสิ่งนั้นๆ หรือจ่ายค่าสิ่งนั้นๆ แทนพระเณร ขั้นตอนนี้เป็นเรื่องระหว่างไวยาวัจกรกับพระ หรือเป็นเรื่องภายในของพระของวัด ญาติโยมชาวบ้านไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยหลักการดังนี้ พระเณรก็ไม่ต้องรับเงินจ่ายเงินด้วยตนเอง นั่นคือไม่ต้องทำผิดพระวินัย จะถวายเป็นส่วนตัว หรือถวายเป็นของวัดของสงฆ์ ก็ใช้วิธีเดียวกันนี้ เข้าใจว่าพระเณรรุ่นใหม่และญาติโยมรุ่นใหม่ทุกวันนี้จะไม่รู้จักวิธีปวารณากันแล้วเป็นส่วนมาก ไปศึกษาดูว่าไวยาวัจกรคือใคร และจะหาได้ที่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอกให้นิดหนึ่งว่า อันว่าคนที่ทำหน้าที่ไวยาวัจกรนี้ทางพระวินัยให้สิทธิพิเศษ สามารถกินข้าวก่อนพระได้ เรารู้กันว่าพระไปบิณฑบาตได้อะไรมา ยังไม่ได้ฉัน จะเอาไปให้คนทั่วไปกินก่อนไม่ได้ ผิดวินัย ยกเว้นพ่อแม่ ความจริงแล้วยังมียกเว้นคนอื่นอีกหลายคน หนึ่งในนั้นคือไวยาวัจกร เพราะไวยาวัจกรเป็นผู้ทำงานแทนพระ ทำงานรับใช้พระ เป็นคนที่พร้อมจะเหนื่อยแทนพระได้ตลอดเวลา ท่านจึงให้สิทธิพิเศษไว้เทียบเท่ากับพ่อแม่พระ รีบไปฟื้นฟูศึกษาหาความรู้กันเสียบ้างเถิด อย่าเอาแต่ด่าระเบิดใส่กัน จะเห็นได้ว่า หลักการปวารณา-ไวยาวัจกรนี้คือ &amp;ldquo;ประตู&amp;rdquo; ที่ท่านเปิดไว้ให้เข้า-ออก ชาวบ้านจะถวายเงิน พระเณรจะใช้เงิน โปรดเข้า-ออกทางประตูนี้ประตูเดียว
ที่เกิดเป็นเรื่องตำหนิติเตียนกันก็เพราะไม่ชอบที่จะเข้า-ออกทางประตูนี้ แต่ชอบแหกคอก คือไปออกตรงที่ท่านไม่ได้บอกให้ออก โดยเฉพาะการเรียกใช้ไวยาวัจกรเป็นเรื่องสำคัญมาก จำเป็นมาก แต่มีปัญหามากด้วย
ข้ออ้างใหญ่ก็คือ มัวแต่ใช้ไวยาวัจกรก็ไม่คล่องตัว-นี่พระพูดเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกตัวอย่าง อยู่ราชบุรีจะไปกิจของสงฆ์ที่เชียงใหม่ ถ้าโดยสารพาหนะประจำทาง หนีบไวยาวัจกรไปด้วยก็เสีย ค่าใช้จ่ายสองเท่า แล้วก็หาคนทำหน้าที่ไวยาวัจกรคือเดินทางไปด้วยกันกับพระยากเย็นที่สุด เพราะฉะนั้น ไปคนเดียว จับเองจ่ายเอง คล่องตัวกว่า จะให้พระทำอย่างไร คนที่ด่าพระว่ารับเงินจับเงินใช้เงินเหมือนชาวบ้าน ลองเสนอวิธีแก้ปัญหาให้พระหน่อยเถิด จะใช้ระบบอะไรมาแก้ปัญหาพระแหกคอกตรงนี้ ใครมีหน้าที่ ลองคิดกันดู
ผมว่า พศ.นั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบ เพราะหน่วยงานนี้ตั้งขึ้นมาเพื่ออำนวยประโยชน์ให้พระให้วัดให้พระพุทธศาสนา พศ. มีทุกจังหวัด เรียกได้ว่ามีทุกพื้นที่ คนของ พศ.จึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะต้องทำหน้าที่ไวยาวัจกรให้พระได้ทุกสถานการณ์ คนของ พศ.ต้องทำหน้าที่แก้ปัญหาให้พระ ไม่ใช่สร้างปัญหาให้พระอย่างที่กำลังทำอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้น แถมอีกเรื่องหนึ่งเป็นประเด็นที่ 3 คือ เมื่อพระเณรใช้เงินตรงๆ ไม่ได้ แล้วจะให้ท่านทำอย่างไร
พูดกันมากว่าไม่ควรถวายเงินให้พระ อ้างว่าผิดพระธรรมวินัย พระรับเงินผิดพระธรรมวินัยนั้น ใช่แล้ว อย่าเถียงว่าไม่ผิด แต่เรื่องไม่ควรจบแค่พูดว่า-ไม่ควรถวายเงินให้พระ ผู้แสดงความเห็นว่าอย่าถวายเงินให้พระ ต้องบอกวิธีปฏิบัติที่เป็นไปได้ด้วยว่า ในสภาพสังคมปัจจุบัน พระจะปฏิบัติกิจประจำวันได้อย่างไรโดยที่ไม่ต้องหยิบจับใช้เงิน อย่าตอบว่าไม่รู้ ไม่ใช่หน้าที่ที่ฉันจะต้องบอก ฉันรู้แต่ว่าพระจะต้องเป็นพระในอุดมคติอย่างที่ฉันอยากให้เป็นแต่จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร จะทำกันอย่างไร จะอยู่กันอย่างไร ไปคิดหาทางออกกันเอง ฉันไม่เกี่ยว เป็นเสียอย่างนี้ ความอัดอั้นตันใจมันจึงเกิด ก็เพราะคิดกันแค่นี้ โปรดแสดงวิธีดำรงชีพและดำเนินชีวิตประจำวันแบบพระ โดยไม่ต้องใช้เงินให้ดูด้วย แบบที่ทำได้จริง ไม่ใช่ทำได้ในทฤษฎี โปรดอย่าแสดงความต้องการเฉยๆ แต่จงแสดงลำดับการปฏิบัติ 1 2 3 ให้ดูด้วย เพื่อที่พระท่านจะได้นำไปปฏิบัติได้จริง จะให้แก้ไขปรับปรุงระบบบริหารจัดการภายในวัด หรือจะให้ยกเครื่องรื้อระบบทำอะไรกันใหม่อย่างไร บอกวิธีทำมาให้ชัดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าพูดเพียงแค่ว่า &amp;nbsp;พระต้องทำอย่างนี้ วัดต้องทำอย่างนี้ คณะสงฆ์ต้องแก้อย่างนั้น &amp;nbsp;มหาเถรสมาคมต้องจัดการอย่างโน้น มันไม่จบแค่พูด ต้องบอกด้วยว่า ถ้าพระไม่ทำ วัดไม่ทำ คณะสงฆ์ไม่แก้ มหาเถรสมาคมไม่จัดการ จะให้ทำอย่างไรต่อไป และข้อสำคัญ ใครจะเป็นคนทำ รายละเอียดแบบนี้แหละที่ไม่มีใครพูด ส่วนมากได้แต่พูดว่ามันควรจะอย่างนั้น มันควรจะอย่างนี้ แล้วจบอยู่แค่นั้น การเปลี่ยนแปลงจึงไม่เกิด โปรดเสนอวิธีอยู่ วิธีทำ ที่ทำได้จริงให้ด้วย ยิ่งถ้าช่วยผลักดันให้เกิดการกระทำเช่นนั้นได้จริงด้วย ยิ่งประเสริฐ เพื่อที่ว่า-เมื่อได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่เสนอแล้ว ภายใน 3 วัน 7 วัน หรือจะสักกี่วันก็แล้วแต่ พระในเมืองไทยจะได้ไม่ต้องใช้เงิน แล้วก็สามารถดำรงชีวิตเป็นพระในฝันในอุดมคติได้เป็นอย่างดี-สมตามความปรารถนาของญาติโยม-โดยทั่วกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11522</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมยุทธศึกษาทหารเรือ, น.อ.ทองย้อย แสงสินชัย, ผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์, พระจับเงิน, เงินทอนวัด, เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180617/image_big_5b262a4432141.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
