<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อีเจี๊ยบ เลียบด่วน&#039;จัดหนักพวกป้องจับพระโกง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 มิ.ย.2561 - เพจอีเจี๊ยบ เลียบด่วน ซึ่งมีผู้ติดตามมากถึง 2,695,951 คน ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงปัญหาทุจริตเงินทอนวัดในขณะนี้ว่า ดูข่าวกวาดล้าง จับกุม การทุจริตวงการสงฆ์ ทั้งพระชั้นผู้ใหญ่ พระผู้ช่วย ไม่ใช่วัดในชนบทหลังเขา ห่างไกลสายตานะ &amp;nbsp;แต่ละวัดนี่คือวัดดังมาก ขนาดมหึมาใจกลางเมืองหลวง ไหนจะพระ ลูกศิษย์ ข้าราชการ นักธุรกิจเครือข่ายที่คอยช่วยเหลือ พระอะไรวะมีเงินในบัญชีชื่อของตัวเอง เป็นร้อยล้าน นี่คือ 1 คนนะ&amp;nbsp;
แล้วรวมทุกคนในเครือข่าย แม่งไม่เป็นพันๆล้านรึ เชี่ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และนี่แค่ที่หลักฐาน พยานชัดเจน แล้วไอ้ที่เข้าไปไม่ถึง หรือถึงแล้วแต่หลักฐานไม่พอ อีกกี่คน กี่วัดวะ เวลาเห็นมีพวกชมรม ภาคี เครือข่าย ออกมาต่อต้านการกวาดล้าง การตรวจสอบ อยากจะด่าชิบหาย มึงไม่ได้ปกป้องศาสนา มึงกำลังปกป้องคนเหี้ยที่เข้ามาหาแดกกะศาสนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่เฉพาะวัดยักษ์ๆนะ &amp;nbsp;แล้ววัดกลาง วัดเล็กวัดน้อย สำนักสงฆ์ ที่แม่ง มีเรื่องเงินทำบุญ เรื่องเพศมั่วสีกา มั่วผู้ชาย เรื่องยา แดกเหล้าเมาปลิ้น เรื่องไสยศาสตร์ หลอกลวงชาวบ้าน พวกนั้นอีกเท่าไหร่ทั้งประเทศ อีดอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเห็นกูนะ เคลียร์ใหญ่แบบนี้แหละดี จะจับไปสักสิบกี่คน ปิดไปกี่วัดก็เอาเลย จัดการซะให้หมด ให้เหลือแต่พระดี พระแท้ๆ พระที่ยึดแต่คำสอน ไม่สนใจวัตถุ เงินทอง พระที่คนเต็มใจไหว้แค่ สิบรูป ทั้งประเทศ ยังดีซะกว่ามีพระเดินกันเต็มประเทศ ที่มีแต่เรื่อง เพศ ยา เหล้า สีกา พระตุ๊ด พระเกย์ พระแก่ล่อเด็ก วัตถุมงคล ใบ้หวย อยากได้แต่อำนาจ ยศ ตำแหน่ง จำนวนเงิน จำนวนลูกศิษย์ สร้างวัด สร้างพระ สร้างตึก สร้างอาคาร สร้างเครือข่าย มึงรู้ไม๊ว่า คนเจอพระไม่อยากจะไหว้กันแล้ว ทุกวันนี้ มึงไม่ให้เค้ากวาดล้างตอนนี้ มึงจะรอตอนไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วกูขอเถอะ เวลามีเรื่องจับพระเหี้ยๆแล้วชอบออกมาบอกว่า เป็นแผนการของศาสนาอื่นๆ เพื่อทำลายพุทธศาสนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถุ้ยยยยยยยยยยย ศาสนาอื่นโพ่งงงงงงงง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่แม่งเละเทะกันชิบหายทุกวันนี้ เพราะชาวพุทธทำเหี้ยกันเองทั้งนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลิกอ้างศาสนาอื่นมาบ่อนทำลายซะที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีดอก!!!!!
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10584</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริต, พระชั้นผู้ใหญ่, วงการสงฆ์, อีเจี๊ยบ เลียบด่วน, เงินทอนวัด, เพจ, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b139f5e3eb1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2018 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2018 19:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระสังฆราชฯทรงห่วงใยสถานการณ์พระพุทธศาสนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค. 61 - &amp;nbsp;พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ในฐานะ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กล่าวว่า พศ. ถวายรายงานเกี่ยวกับกรณีพระสงฆ์ที่หลบหนี และพระสงฆ์ที่ถูกดำเนินคดีต่อสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก(อัมพร อัมพโร) แล้ว ซึ่งพระองค์ทรงห่วงใยสถานการณ์พระพุทธศาสนา แต่ในเรื่องของรายบุคคลก็ต้องว่ากันไป ส่วนภาพลักษณ์ของพระพุทธศาสนานั้น ทุกหน่วยงานก็ต้องช่วยทำความเข้าใจต่อประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับพระสงฆ์ที่ถูกดำเนินคดี ยังไม่ได้รับรายงานเพิ่มเติมแต่อย่างใด โดยทางพศ.และคณะสงฆ์ ได้ส่งทีมไปดูแลแล้ว ส่วนเรื่องการประกันตัวนั้น ขึ้นอยู่ในดุลยพินิจของศาล ซึ่งสมัยก่อนนั้น จะให้เจ้าคณะผู้ปกครองไปรับรอง เพื่อประกันตัวออกมา แต่ก็ต้องขึ้นอยู่ในดุลยพินิจของศาลว่า จะอนุญาตหรือไม่ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพรหมมุนี กล่าวว่าการประชุมมส.ในวันที่ 30 พ.ค.นี้ ก็ยังประชุมได้ตามปกติ เท่าที่มีองค์ประชุมเหลืออยู่ โดยตำแหน่งกรรมการมส.ที่ว่างลงนั้น เป็นพระอำนาจสมเด็จพระสังฆราช ส่วนตำแหน่งทางการปกครองอื่นๆไม่ว่าจะเป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวง เจ้าคณะภาค ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าคณะผู้ปกครองระดับที่สูงขึ้นไปพิจารณา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10053</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเงินทอนวัด, พระชั้นผู้ใหญ่, มส., มหาเถรสมาคม, สมเด็จพระสังฆราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180526/image_big_5b0952573865b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระสงฆ์พึงสังวรณ์&#039;ทุจริต&#039;โดนคดี &#039;วิษณุ&#039; เผยต่อไปเข้มกลั่นกรองแต่งตั้งพระเถระชั้นผู้ใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค.61 - &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจับกุมพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ว่า ไม่ทราบจะกระเทือนถึงไหน แต่กระเทือนวงการสงฆ์แน่นอน เป็นเรื่องธรรมดา กระเทือนความรู้สึกพุทธศาสนิกชนบางคนบางกลุ่ม แต่คงไม่กระเทือนพระพุทธศาสนา เพราะยังมั่นคงดีอยู่ หากมีอะไรเป็นเหตุเภทภัยเข้ามากระทบ ถ้าสามารถลิดรอนหรือกำจัดออกไปได้จะทำให้พระพุทธศาสนาบริสุทธิ์มากขึ้น ส่วนการดำเนินการว่าใครถูกหรือผิดนั้นไม่ทราบ ไม่มีใครรู้ มีเพียงเจ้าหน้าที่ที่รู้ ซึ่งต้องดำเนินการตามกฎหมาย จะไม่ดำเนินการไม่ได้ ต้องมีการต่อสู้คดีกันไป ถ้าพ้นภัยพ้นปัญหาไปทุกอย่างจะกลับมาได้อย่างเดิม แต่ถ้าไม่สามารถต่อสู้ให้พ้นไปได้คดีจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปสู่ศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่า คดีทั้งหมดที่กล่าวหานั้นเป็นการกล่าวหาในทางโลกจึงเป็นเรื่องที่ทางโลกต้องไปจัดการ ถ้ามีเรื่องกระทบในทางธรรมหรือทางศาสนา ทางศาสนาต้องเข้าไปจัดการ ทางศาสนาในที่นี้หมายถึงกรณีที่กระทบต่ออธิกรณ์หรือวินัยสงฆ์ ทางศาสนาต้องไปว่ากัน อย่างไรก็ตาม กฎหมายคณะสงฆ์ต้องอยู่กึ่งกลางระหว่างทางโลกกับทางธรรม ซึ่งได้บอกไว้ชัดเจนแล้วว่าในกรณีที่ภิกษุต้องคดีอาญาจะต้องดำเนินการอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จะทำให้ประชาชนตั้งคำถามหรือไม่ว่าเราจะสามารถนับถือพระสงฆ์ได้อยู่หรือไม่ เพราะขนาดพระเถระชั้นผู้ใหญ่ยังมีคดีแบบนี้เกิดขึ้น นายวิษณุ กล่าวว่า ใครๆ ก็รู้ว่าเรื่องแบบนี้มีมานานแล้ว แต่หากเราไปสะดุ้งสะเทือนหมดอาลัยตายอยาก เลิกนับถือพระพุทธศาสนาด้วยเหตุแบบนี้ บรรพบุรุษของเราคงไม่สามารถรักษาพุทธศาสนาได้มาจนถึงปัจจุบัน แต่เพราะบรรพบุรุษไม่คิดแบบนั้น เหตุเกิดที่ไหนก็จัดการตรงนั้นให้จบ บ้านช่องไม่สะอาดก็ปัดกวาดเสีย แต่ถ้าบ้านช่องไม่สะอาดถึงขนาดรื้อบ้านคงไม่คุ้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า รอบนี้ถึงขั้นสังคายนาวงการสงฆ์ใช่เลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า อย่าไปพูดว่าสังคายนา เพราะคำนี้เป็นคำพิเศษที่หมายความถึงกรณีที่ต้องมีการประชุมพระสงฆ์เพื่อตรวจสอบพระไตรปิฎกว่ามีความฟั่นเฟือนวิปริตหรือไม่อย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำยาก แต่อาจทำคล้ายๆ สังคายนาได้คือ ประชุมตรวจสอบตกลงกติกาวิธีปฏิบัติ คิดว่าเรื่องนี้มหาเถรสมาคม (มส.) น่าจะนำไปดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า รัฐบาลจะแนวทางดูแลเรื่องพุทธพาณิชย์อย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า พุทธพาณิชย์เป็นคำเรียกกันในความหมายว่าได้มีการนำเอาศาสนา หรือศาสนวัตถุ หรือศาสนบุคคลมาค้าขายหากำไร เป็นเรื่องที่สะเทือนใจชาวพุทธและต้องจัดการกันต่อไป บางเรื่องมีกฎเกณฑ์ที่ควบคุมอยู่แล้ว แต่บางเรื่องอาจไม่มี บางเรื่องที่มีกฎเกณฑ์ควบคุมอยู่อาจมีช่องว่างให้หลีกเลี่ยงออกไปได้ แต่ถ้าเราเข้มงวดหน่อยสามารถทำได้ คิดว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการทำอะไรให้บริสุทธิ์ผุดผ่องมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ต่างประเทศจะเข้าใจระบบการดำเนินการในครั้งนี้ของประเทศไทยหรือไม่ เพราะเป็นเหตุการณ์ครั้งใหญ่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องใหม่ แต่ถ้าเขาสงสัยสามารถชี้แจงได้ว่าเรื่องนี้มีหรือไม่มีการกลั่นแกล้ง เรื่องนี้กระทบสิทธิมนุษยชนหรือไม่ หรือล่วงล้ำเสรีภาพในการนับถือศาสนาหรือไม่ ฝรั่งเขาถือเรื่องนี้ ถ้าอธิบาย 3 ข้อนี้ได้ไม่มีปัญหาสำหรับต่างประเทศ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนแก่วงการสงฆ์หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นบทเรียนที่ควรตระหนัก สังวรณ์ และระมัดระวัง ซึ่งพระผู้ใหญ่บางรูประมัดระวังดีอยู่แล้ว ให้ไปดูจริยวัตรของพระสังฆราชสวยสดงดงาม ท่านเตือนอะไรก็เป็นปิยวาจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อข้อถามว่าหลังจากนี้จะต้องมีการกลั่นกรองการแต่งตั้งพระเถระชั้นผู้ใหญ่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า น่าจะต้องเป็นเช่นนั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9969</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเงินทอนวัด, พระชั้นผู้ใหญ่, มหาเถรสมาคม, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd86da482ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปง.ส่งหลักฐานมัด5พระเถระ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาคประชาชนขอนแก่นยกพลทำหนังสือหนุน &amp;ldquo;พงศ์พร&amp;rdquo; ชี้เป็นตงฉิน อย่าให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย พระชั้นผู้ใหญ่เตรียมหนาว &amp;ldquo;ปปง.&amp;rdquo; ชงชื่อให้กองปราบฯ ออกหมายเรียกในสัปดาห์หน้า ส่วนพวกบริจาคเกินรายได้เตรียมซวยเข้าข่ายฟอกเงิน อดีตผู้ว่า สตง.โผล่ป้องพระ-วัดโยกงบไม่ผิด วิษณุ-ป.ป.ท.รีบแจงแก้ต่าง คตช.ไม่ประชุมกว่า 8 เดือน แต่ยังจริงจังปราบโกง
เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ยังคงมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่องในกรณี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แจ้งความเอาผิดพระชั้นผู้ใหญ่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด โดยที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น นายตุลย์ ประเสริฐศิลป์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันภาคพลเมือง จ.ขอนแก่น นำคณะกรรมการฯ และสมาชิกองค์กรเข้ายื่นหนังสือถึงผู้อำนวยการ พศ.ขอนแก่น เพื่อส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการปกป้องข้าราชการผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตและกระทำตามกฎหมายบ้านเมือง โดยมีนายรัฐวิชญ์ พาฉิมพลี รักษาการผู้อำนวยการ พศ.ขอนแก่น รับหนังสือแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายตุลย์กล่าวว่า การสืบสวนสอบสวนในความผิดคดีทุจริตเงินทอนวัดในขณะนี้ ทุกหน่วยงานได้ดำเนินการตามกรอบของกฎหมายและเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน แต่กลับมีกลุ่มบุคคลที่มีผลประโยชน์ และมีเจตนาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและศีลธรรมอันดีของพลเมือง มาทำการคุกคามและเรียกร้องให้ย้าย พ.ต.ท.พงศ์พร ซึ่งถือเป็นการคุกคามการทำงานของข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และทำตามระเบียบของทางราชการอันถูกต้องชอบธรรม ภาคพลเมืองจึงจำเป็นต้องยืนหยัดต่อสู้เพื่อความถูกต้อง โดยรวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ ในการปกป้องข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ยึดกฎหมายและระเบียบทางราชการอย่างถูกต้องชอบธรรม และไม่ควรให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้อเรียกร้องทั้ง 5 ข้อที่ได้ส่งหนังสือถึงนายกฯ นั้น สำคัญที่สุดคือการให้กำลังใจ พ.ต.ท.พงศ์พร และให้ นายกฯ ปกป้องให้กำลังใจคณะทำงานทุกคนที่ยืนหยัดต่อสู้และทำตามระเบียบขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งขณะนี้การดำเนินคดีทางอาญานั้นก็คืบหน้าอย่างมาก ซึ่งเรื่องของคดีภาคพลเมืองคงไม่อาจก้าวล่วง แต่การพร้อมใจยื่นหนังสือถึงนายกฯ ครั้งนี้ คือให้ดำเนินคดีกับพระเถระทุกรูปที่กระทำผิดกฎมายโดยไม่ละเว้นไม่ว่าชั้นยศใด โดยไม่ต้องเกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ละเมิดกฎหมายในเรื่องดังกล่าวทุกคน เพราะเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน&amp;rdquo; นายตุลย์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายตุลย์ยืนยันว่า ภาคพลเมืองชาวขอนแก่นทุกคนให้กำลัง พ.ต.ท.พงศ์พร ที่กระทำการอย่างถูกต้อง ทำจริง ทำตามระเบียบและขั้นตอนของกฎหมาย และต้องการให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนี้ต่อไป เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ ส่วนกลุ่มคนที่มารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ปลด พ.ต.ท.พงศ์พรนั้น พบว่าเป็นกลุ่มจัดตั้ง ที่ภาคพลเมืองไม่อยากบอกว่าเป็นมาเฟียพระหนุนหลัง รวมไปถึงผู้ที่เสียผลประโยชน์จากการตรวจสอบ
ระทึก! ออกหมายเรียกพระ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าของคดีนั้น มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ข่าวกรอง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้นำหลักฐานเส้นทางทางการเงินในคดีเงินทอนวัด เข้าพบ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้ออกหมายเรียกพระชั้นผู้ใหญ่เข้ามาพบ โดยคาดจะออกหมายเรียกในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้ ปปง.กำลังคัดกรองเงินบริจาคและเงินทุจริต โดยจะพิจารณาจากอาชีพของพุทธศาสนิกชนและจำนวนเงินที่นำมาบริจาค หากพบจำนวนเงินมากกว่ารายได้ หรือมากเกินฐานะ อาจเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน&amp;rdquo; รายงานระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ไมตรี เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ ปปง.ได้มาเข้าพบเมื่อช่วงบ่าย เพื่อประสานข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางทางการเงินในคดีเงินทอนวัดครั้งล่าสุด ทั้งนี้ ยืนยันว่ายังมีขั้นตอนและรายละเอียดในการดำเนินการอีกจำนวนมาก ยังไม่ถึงขั้นออกหมายเรียกพระผู้ใหญ่มาสอบปากคำ โดยจะต้องรวบรวมหลักฐานและประสานงานกับ บก.ปปป. เพื่อหารือเรื่องการรวบรวมหลักฐานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โพสต์เฟซบุ๊กว่า สนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ใช้อำนาจที่มีอยู่ปฏิรูปวงการคณะสงฆ์อย่างจริงจัง และยกเลิกพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ที่ย่ำยีพระธรรมวินัยเสียให้หมด เพราะหากยังมี พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฉบับนี้อยู่ พวกอลัชชีจักไม่มีวันได้ขึ้นศาลสงฆ์แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวถึงการตรวจสอบการทุจริตเงินอุดหนุนพระปริยัติธรรมและเผยแผ่พระพุทธศาสนาว่ารู้สึกเป็นห่วง เนื่องจากสังคมกำลังสับสนเกี่ยวกับเรื่องเงินทอนวัด กับกรณีงบการศึกษาพระปริยัติธรรมที่ พศ.ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ 5 พระเถระ คือเรื่องเงินทอนวัดนั้นเกิดจากเจ้าหน้าที่ พศ.ดำเนินการโดยมิชอบด้วยวิธีหักค่าหัวคิว ส่วนกรณีงบการศึกษาพระปริยัติธรรม เป็นการกล่าวหาว่า 5 พระเถระ นำงบไปใช้ดำเนินการในส่วนที่ไม่ใช่การศึกษาพระปริยัติธรรม ซึ่งหากมองตามหลักการแล้ว การตั้งงบดังกล่าว รวมทั้งการโยกงบที่จะให้แก่วัด การตั้งเรื่องอนุมัติงบ วิธีการต่างๆ ต้องทำโดยเจ้าหน้าที่ พศ. วัดเป็นเพียงผู้ทำเรื่องเสนอของบเท่านั้น การจัดสรรงบก็ขึ้นอยู่กับงบที่มีอยู่ และโอนให้แก่วัดตามที่จัดสรร โดยที่พระหรือวัดไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับวิธีการอนุมัติงบ ของ พศ.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เท่าที่ได้เห็นเอกสารการเสนอขอรับงบประมาณในปี 2556-2557 ของวัดที่เป็นข่าวอยู่นั้น จะเขียนแบบกว้างๆ เพื่อได้บริหารจัดการงบในการทำงานได้สะดวก โดยเมื่อวัดได้รับงบมาแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับวัด หากนำไปใช้ในกิจการพระพุทธศาสนาของวัดโดยไม่ได้นำงบไปให้แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งก็ถือว่าทำได้ แต่ถ้านำงบไปใช้ในนามบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ถือว่าเข้าข่ายทุจริต นอกจากนี้วิธีการผันงบของหน่วยงานราชการไปใช้ในอีกโครงการหนึ่ง ก็ถือว่าเป็นวิธีการที่หน่วยงานราชการปฏิบัติกัน เรียกว่าการบริหารจัดการงบ&amp;rdquo; นายพิศิษฐ์กล่าว
อดีตผู้ว่าฯ สตง.กล่าวอีกว่า แนวปฏิบัติของ สตง.จะดูที่เจตนาการใช้งบด้วยว่าทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน สังคม ประเทศชาติหรือไม่ อาจไม่ตรงวัตถุประสงค์แบบไม้บรรทัด แต่เมื่อเป้าหมายที่ออกมาเกิดประโยชน์และชี้แจงที่มาที่ไปได้ ก็ถือว่าไม่มีเจตนาทุจริต ดังนั้นจึงเชื่อว่าพระสงฆ์ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นวิธีการอนุมัติเงินงบ เนื่องจากก่อนที่วัดจะเป็นผู้ขอเสนองบนั้น ทาง พศ.ต้องแจ้งว่ามีงบหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ พศ.ต้องให้คำแนะนำ
พาเหรดแจงจริงจังปราบโกง
วันเดียวกัน ยังคงมีความต่อเนื่องจากกรณีนายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;นานกว่า 8 เดือนแล้วที่ไม่มีการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) นี่เป็นอีกตัวอย่างที่ทำให้สังคมต้องตั้งคำถามว่า รัฐบาลยังเอาจริงเรื่องปราบคอร์รัปชันอยู่หรือเปล่า&amp;rdquo; โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรารับทราบ แต่อยากให้ทราบว่า คตช.เป็นฝ่ายนโยบาย เมื่อมีเรื่องถึงจะประชุม ถ้าไม่มีเรื่องไม่จำเป็นต้องประชุม และระหว่างที่ คตช.ไม่ได้ประชุม ศูนย์อำนวยการการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ที่เป็นฝ่ายปฏิบัติของ คตช.ได้ทำงานอยู่ทุกวัน มีการรายงานนายกฯ อยู่ตลอด เพียงแต่ไม่ได้รายงานออกสู่สาธารณชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คตช.จะประชุมเร็วๆ นี้ เพราะมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อหารือเรื่องการปรับโครงสร้าง คตช. เนื่องจากมีปัญหาในเชิงบริหาร คณะกรรมการที่แต่งตั้งตามคำสั่ง คสช.หลายคนมีการปรับเปลี่ยน บางคนไม่ได้แต่งตั้งโดยตำแหน่ง แต่แต่งตั้งโดยรายชื่อบุคคล เมื่อบางคนเกษียณอายุราชการไปแล้ว จึงต้องแต่งตั้งคนอื่นเข้า ดังนั้นเมื่อมีการปรับโครงสร้างเสร็จ จะมีการประชุมต่อไป ยืนยันไม่มีอะไรชะงัก เพราะ ศอตช.ยังทำงานได้&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ยืนยันหรือไม่ว่ารัฐบาลยังจริงจังในการปราบคอร์รัปชัน นายวิษณุกล่าวว่า รัฐบาลจริงใจ เพราะเน้นย้ำ ศอตช.ให้ทำงานทุกวันหนักขึ้น คสช.มีการติดตามระหว่างการไม่มีประชุม คตช.ว่ามีอะไรสะดุดหรือไม่ ส่วนจะแต่งตั้งบุคคลใดเข้ามาบ้าง ขึ้นอยู่กับหัวหน้า คสช.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงเรื่องนี้ว่า ป.ป.ท.ในฐานะฝ่ายเลขานุการ คตช.ขอเรียนชี้แจงดังนี้ 1.กรรมการ คตช.บางรายพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากเกษียณอายุราชการ จึงทำให้มีการเสนอว่าต้องปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการใหม่ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และนำรายชื่อเสนอ คสช.เพื่อพิจารณาแต่งตั้งต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ 2.ในการดำเนินการที่ผ่านมา แม้ไม่มีการประชุม คตช. แต่หัวหน้า คสช. ในฐานะประธาน คตช.ได้สั่งการให้กลไกการขับเคลื่อนการทำงานในระดับปฏิบัติคือ ศอตช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองทัพบก กอ.รมน. สำนักงาน ป.ป.ท. ดำเนินการทั้งในส่วนของการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งให้เปิดช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตจากประชาชนเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ในส่วนของ ศอตช.นั้น ได้ประชุมและดำเนินการขับเคลื่อนการปฏิบัติในเรื่องต่างๆ ให้เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน เช่น การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณประจำปี พ.ศ.2560 ประเภทเงินอุดหนุนเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยและผู้ไร้ที่พึ่ง และได้รายงานทั้งลายลักษณ์อักษรและรายงานด้วยวาจาให้หัวหน้า คสช.ในฐานะประธาน คตช.รับทราบมาโดยตลอด&amp;rdquo; เอกสารชี้แจงระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารยังชี้แจงอีกว่า หากมีการปรับปรุงองค์ประกอบของ คตช.เสร็จเรียบร้อยแล้ว ป.ป.ท. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ จะได้นำเรียนประธาน คตช. เพื่อกำหนดนัดประชุม คตช.โดยเร็ว เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการต่อต้านการทุจริตให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ฝ่ายเลขานุการจะเสนอแนวทางเพื่อยกระดับการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และการขับเคลื่อนทุกองคาพยพที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้เกิดความยั่งยืน ตลอดจนให้ภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาการทุจริตมากยิ่งขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7876</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มบุคคลที่มีผลประโยชน์, การทุจริตคอร์รัปชัน, ตงฉิน, ปปง., พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พระ-วัดโยกงบไม่ผิด, พระชั้นผู้ใหญ่, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ฟอกเงิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae08eabba4e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งคดี5พระเถระ &#039;บิ๊กตู่&#039;ขู่อย่าป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ฮึ่ม! เตือนวงการผ้าเหลืองอย่าเคลื่อนไหว ลั่นเรื่องทุจริตต้องปล่อยตามกฎหมาย &amp;ldquo;ป.ป.ช.&amp;rdquo; รับลูกทันควัน ประกาศเร่งรัดคดี ตั้งทีมไต่สวน พร้อมสอบพระเถระชั้นผู้ใหญ่หากมีมูล &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลวงปู่พุทธะอิสระ&amp;rdquo; แฉบิ๊ก มส.รับ 3 เด้ง แค่เงินเดือนเกือบ 4.5 หมื่น บ้านก็ไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ &amp;nbsp;แนะ &amp;ldquo;พงศ์พร&amp;rdquo; ตรวจค่าใช้จ่าย หมอมโนซัดอีก ชี้มหาเถรฯ ใช้ศูนย์ตรวจสอบพระภิกษุจัดระเบียบพวกเห็นต่าง
เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ยังคงมีความต่อเนื่องจากกรณี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าแจ้งความต่อกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ให้ดำเนินคดีทุจริตเงินทอนวัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) จำนวน 3 แห่ง 4 สำนวน ที่มีพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปเกี่ยวข้อง โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงคือ พศ. โดยดำเนินการตามหลักฐานต่างๆ ที่ปรากฏ แต่ทั้งนี้ต้องนำข้อมูลส่งไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อทำการตรวจสอบต่อไป ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่เป็นห่วงคือ พระสงฆ์กลุ่มต่างๆ ที่ต้องขอให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย เพราะจะทำให้ความชัดเจนเกิดขึ้น อีกทั้งการออกมาเคลื่อนไหวนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเลย เนื่องจากพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่คนไทย 90% นับถือ จึงต้องช่วยกัน และผมขอยืนยันว่าจะดำเนินการไปตามหลักฐาน ทั้งวัตถุพยานและพยานบุคคลที่ปรากฏเช่นเดียวกับความผิดกรณีอื่น&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฉบับใหม่ ระบุว่า ป.ป.ช.มีอำนาจในการตรวจสอบบุคคลทั้ง รัฐ พระ และเอกชน ที่เข้าข่ายเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำการทุจริต ซึ่งหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเป็นตัวการหลักในการทุจริต และมีบุคคลใดเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ก็เข้าข่ายที่ ป.ป.ช.จะมีอำนาจในการตรวจสอบได้ โดยกรณีข้อกล่าวหาทุจริตเงินทอนวัด ที่มีพระชั้นผู้ใหญ่เป็นผู้ถูกกล่าวหาด้วยนั้น ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของสำนักไต่สวนภาครัฐ 1 ซึ่งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดการตรวจสอบแล้ว หากมีข้อมูลเพียงพอ สามารถตั้งอนุกรรมการไต่สวนได้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะซักถามรายละเอียด กรณีข้อกล่าวหาดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ โดยจะกำชับกับเลขาธิการ ป.ป.ช.ให้เร่งรัดดำเนินการ เนื่องจากเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และเกี่ยวข้องกับพระชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งเลขาธิการ ป.ป.ช.มีอำนาจในพิจารณาว่า ข้อมูลที่ยื่นมาเพียงพอต่อการไต่สวนหรือไม่ โดยหากยังไม่สมบูรณ์ สามารถสั่งให้ไปแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้&amp;rdquo; พล.ต.อ.วัชรพลกล่าว
&amp;ldquo;ป.ป.ช.&amp;rdquo;พร้อมบี้พระ
นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวในเรื่องนี้ว่า ก่อนหน้านี้ ปปป.ส่งสำนวนทุจริตเงินทอนวัดมายัง ป.ป.ช.แล้ว 34 เรื่อง ได้มีการแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนไปแล้ว 11 เรื่อง อยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริงอีก 23 เรื่อง ส่วนเรื่องใหม่นี้เพิ่งส่งเข้ามาสดๆ ร้อนๆ มาถึง ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ซึ่งในช่วงเช้าวันที่ 17 เม.ย. เจ้าหน้าที่ได้ตรวจเบื้องต้นดูแล้วพบว่า เป็นเรื่องที่ ปปป.รับเรื่องกรณีที่มีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ และเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจ ป.ป.ช. จึงส่งเรื่องมาให้ ป.ป.ช.ภายใน 30 วันตามกฎหมายระบุ เข้าใจว่าครบกำหนดแล้วจึงต้องรีบส่งมาพร้อมหลักฐานในเบื้องต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ ป.ป.ช.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ได้รายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทราบว่า เบื้องต้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับ 3-4 วัดดังใน กทม. ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ให้ความสนใจเรื่องนี้ ตนเองในฐานะเลขาธิการ ป.ป.ช. จึงมอบหมายให้สำนักไต่สวนภาครัฐ 1 (สตร.1) เข้าไปตรวจสอบ โดยตั้งเป็นคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริง ถือเป็นขั้นตอนแรกของการทำงานคือ การตรวจรับคำกล่าวหา และถ้าอยู่ในอำนาจ ป.ป.ช. จะดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง และถ้าดูพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนดำเนินการมาว่ามีมูลจะตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนต่อไป จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทางตำรวจยังรวบรวมพยานหลักฐานไม่ได้มากนัก เพราะมีเวลาแค่ 30 วันก่อนที่จะส่งให้ ป.ป.ช. แต่ได้ให้นโยบายเจ้าหน้าที่ไปแล้วว่าให้เร่งรัดเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าเป็นพระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม (มส.) ถือว่าอยู่ในอำนาจ ป.ป.ช.ใช่หรือไม่ นายวรวิทย์กล่าวว่า พระไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามคำนิยามใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฉบับปัจจุบัน แต่ถ้าแสวงหาข้อเท็จจริงแล้วพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะเป็นตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน ถือว่าอยู่ในอำนาจ ป.ป.ช.ทั้งหมด ส่วนเรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจรับเรื่องของ ป.ป.ช. และให้คณะทำงานไปแสวงหาข้อเท็จจริงก่อนว่ามีมูลพอที่จะรับไว้ดำเนินการไต่สวนหรือไม่
&amp;quot;หลวงปู่&amp;quot;ซัด&amp;quot;บิ๊ก มส.&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ &amp;nbsp;เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ได้โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อธรรมะ วันละคำ ระบุว่า พฤติกรรมกรรมการ มส.บางรูปพัวพันคดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาของคณะสงฆ์และเยาวชน ทำให้นึกถึงพุทธธรรมคำสอนขององค์พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ประโยคหนึ่งว่า คนสะอาด ย่อมไม่ยินดีในความชั่วทั้งปวง ซึ่งคำว่าความชั่วทั้งปวง หมายความว่า ชั่วทางกาย อันได้แก่ ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกามคุณ ชั่วทางวาจา อันได้แก่ พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ พูดคำหยาบ ชั่วทางใจ ได้แก่ โลภ อยากได้ของเขา พยาบาทปองร้ายเขา และเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลวงปู่พุทธะอิสระโพสต์ต่อว่า พฤติกรรมของกรรมการ มส.บางรูป หากพิเคราะห์ด้วยหลักการคนสะอาด ย่อมไม่ยินดีในความชั่วทั้งปวง นี่แสดงว่าพวกเขายังไม่สะอาด ไม่สะอาดทางกายคือ ลักทรัพย์ ไม่สะอาดทางวาจาคือ พูดโกหก ไม่สะอาดทางใจ คือ โลภ อยากได้ของเขา เป็นถึงกรรมการ มส. เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ล้วนแต่เป็นยศตำแหน่งที่มีเงินเดือนกินกันทุกเดือน ทุกคน ในคนคนเดียวกัน นอกจากเป็นเจ้าอาวาสได้เงินเดือน 3,800 บาท ยังเป็นเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ได้เงินเดือนเดือนละ 17,100 บาท แถมยังเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม ยังได้เงินเดือนอีก 23,900 บาท รวมแล้วคนคนเดียวกินเงิน 3 เด้ง ตกเดือนละ 44,800 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ ไปไหนมีตำแหน่งยิ่งใหญ่ครอบไว้บนหัว มีแต่คนประจบเอาใจพะเน้าพะนอถวายนู่น นี่ นั่น สารพัด รายได้จริงๆ ได้มากกว่าเงินเดือนทั้งหมดรวมกันเสียอีก ยิ่งเป็นระดับรองสมเด็จ รับกิจนิมนต์แต่ละครั้งเจ้าภาพถวายครั้งละ 5,000 ถึงหมื่นขึ้นทั้งนั้น หากไม่มีรายจ่ายเลี้ยงดูใครๆ เงินทองเหลือกินเหลือใช้ คุณพงศ์พรคงต้องตามไปตรวจสอบดูกันหน่อยว่า แกเอาเงินไปจ่ายให้ใครบ้าง จ่ายเพื่ออะไร ทำไมถึงได้หิวเงินกันนัก มันอดอยากถึงกับต้องมาฉ้อโกงเงินอุดหนุนการศึกษาของคณะสงฆ์ทีเดียวหรือ นี่แค่หนังตัวอย่างเท่านั้น เรื่องจริงมันน้ำเน่า ยาวกว่านี้อีกพี่น้อง&amp;rdquo; หลวงปู่พุทธะอิสระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.มโน เมตตานันโท เลาหวณิช เลขาธิการพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า ปัจจุบันการสอบธรรมศึกษาแผนกบาลีของคณะสงฆ์ไทยที่มีทั้งหมด 9 ขั้นนั้น เกือบทั้งสังฆมณฑลในประเทศ พบว่ามีการทุจริตข้อสอบเกือบทั้งสิ้น จากเหตุการณ์ที่เคยประสบ คือที่วัดพระธรรมกาย โดยพระสงฆ์ที่ทำหน้าที่คุมสอบ จะบอกข้อสอบแก่บรรดาพระสงฆ์ที่เข้าสอบ ทั้งห้องอย่างโจ่งแจ้ง ส่งผลให้พระที่บวช ณ วัดพระธรรมกาย ได้รับเปรียญธรรมกันเยอะมาก อีกเหตุผลหนึ่งคือ การที่วัดพระธรรมกายต้องการสร้างสถิติ มีพระที่ผ่านเปรียญธรรมมากที่สุดในประเทศ ขณะที่มาตรฐานด้านการศึกษานั้น เรียกได้ว่าน่าอนาถใจ เนื่องจากหลักสูตรที่สอนเป็นลักษณะท่องจำเท่านั้น โดยไม่ได้มีการสอนวิชาอื่นอาทิ สังคม หรือประวัติศาสตร์ เพิ่มเติม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องภาษาอังกฤษ หากพระที่ไม่เคยมีพื้นฐานมาก่อนนั้นไม่สามารถใช้ได้เลย ขณะที่หลักสูตรการสอนภาษาบาลี และตำราที่ใช้ท่องจำนั้นก็ไม่ได้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับประเทศอื่นๆ อาทิ พม่า หรือศรีลังกา จึงส่งผลให้เกิดเครื่องหมายคำถาม ตามมาแก่บุคลากรในวงการสงฆ์ แสดงให้เห็นว่า ที่ผ่านมา พระส่วนใหญ่ที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ต่างมาจากระบบอุปถัมภ์ที่ฝังตัวมาอย่างยาวนานทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.มโนกล่าวต่อว่า ขณะที่การทำหนังสือเดินทางพระสงฆ์นั้น เป็นอีกหนึ่งวิธีการในการควบคุมพระรูปอื่นที่เห็นต่างจาก มส.ผ่านศูนย์ตรวจสอบพระภิกษุ (ศ.ต.ภ.) โดยการกำกับดูแลของพระชั้นผู้ใหญ่อีกขั้นหนึ่ง โดยพระที่จะยื่นขอทำพาสปอร์ตได้นั้น ต้องมีลายมือชื่อของเจ้าอาวาสวัดในสังกัด เจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค ก่อนส่งไปยัง ศ.ต.ภ.เพื่อพิจารณาอนุมัติอีกทอดหนึ่ง ก่อนออกเอกสารให้ยื่นทำหนังสือเดินทางยังหน่วยงานราชการได้ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;ldquo;หากพระสงฆ์รูปไหนออกตัวว่ามีปัญหาความขัดแย้งกับ มส. ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะผ่านการอนุมัติจาก ศ.ต.ภ. ส่งผลให้ออกหนังสือเดินทางไม่ได้ ซึ่งวิธีดังกล่าวเป็นหนึ่งในแนวทาง ที่วงการสงฆ์ใช้เพื่อควบคุมอำนาจและต่อรองกับผู้เห็นต่าง นอกจากนี้ยังพบว่า การจัดทัวร์แสวงบุญที่ประเทศอินเดียนั้น มีเพียงไม่กี่บริษัทที่จะได้รับเหมาการจัดทัวร์ ซึ่งเป็นลักษณะของการฮั้วกันอีกด้วย&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7312</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งทีมไต่สวน, ป.ป.ช., พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พระชั้นผู้ใหญ่, พร้อมบี้พระ, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, พะเน้าพะนอ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หลวงปู่พุทธะอิสระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad612d339173.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
