<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพรวัลย์&#039; ได้ทีชม &#039;สำนักพุทธ&#039; ให้ความเห็นถูกใจไลฟ์ตลกไม่ผิดวินัย ไม่วายขู่ทัวร์พร้อมลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.64 - หลังจากที่นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ชี้แจงกรณีพระมหาสมปองและพระมหาไพรวัลย์ ไลฟ์ทางเฟซบุ๊กและหัวเราะตลอดเวลา ซึ่งมีชาวพุทธส่วนหนึ่งมองว่าเป็นกิริยาไม่สำรวมหรือไม่เหมาะสมแก่สมณสารูป&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เท่าที่ดูแล้วไม่ถือว่ามีความผิดวินัยรุนแรงของพระสงฆ์ โดยพศ.มอบหมายให้นายสิปป์บวร แก้วงาม โฆษกพศ.และรองผอ.พศ. เป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ โดยขั้นตอนขณะนี้เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง ทำหน้าที่รักษาการณ์เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร แม้ไม่ได้แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ แต่มีอำนาจเต็มที่จะปกครองสั่งการอย่างหนึ่งอย่างใดได้ตามเห็นสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พระมหาไพรวัลย์ โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงความเห็นของผอ.สำนักพุทธ ว่า&amp;nbsp; อนุโมทนาขอบคุณท่าน ผอ. สำนักงานพุทธ และท่านรอง ผอ. ที่ให้ความเป็นธรรมกับพระตัวเล็กๆ ทั้ง 2 รูป #รักสำนักพุทธมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล. ยินดีมากๆ นะ หากสำนักงานพุทธจะให้อาตมาช่วยโปรโมทโครงการหรือกิจกรรมทางศาสนาใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้คอมเม้นท์คุยกับแฟนคลับด้วยว่า &amp;quot;พุทธมณฑลก็อาจจะแคบอยู่น๊าา ถ้าทัวร์ลงจริงๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงต้นปี 2564 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทำหนังสือถึงเจ้าคณะจังหวัดกรุงเทพมหานคร ให้ดำเนินการทางปกครองคณะสงฆ์ ต่อพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ กรณีสนับสนุนการชุมนุมกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า ราษฎร หรือ ม็อบ 3 นิ้ว เข้าข่ายเกี่ยวข้องกับการเมือง จึงนมัสการให้ พระธรรมสุธี เจ้าคณะจังหวัดกรุงเทพมหานครดำเนินการในทางปกครองคณะสงฆ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากคำสั่งดังกล่าวทำให้พระมหาไพรวัลย์ โพสต์ภาพกำลังสีซอ เพื่อเหน็บแนมเสียดสีสำนักพุทธฯว่า&amp;nbsp;อาตมาควรต้องรู้สึกยังไงกับนายสิปป์บวรดี กรวดน้ำให้แก ไปเยี่ยมที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซื้อกระบวยไปฝากเพื่อจะได้มีไว้ใช้สำหรับตักน้ำส่องเงา หรืออะไรดี&amp;nbsp;อาตมาถือคติอย่างคำสอนของพระพุทธเจ้านะ คนทำกรรมอะไรเอาไว้ จะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่วก็ตาม สุดท้ายจะต้องได้รับผลของกรรมนั้นแน่ๆ คนมีอำนาจ ใช้อำนาจในทางที่ไม่ชอบธรรม ไม่เห็นแก่ธรรม ไม่เป็นไปโดยธรรม สักวันอำนาจนั้นก็คืนสนอง โบราณกล่าวไว้ชัดว่า ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว กระดาษฉบับนี้ ควรจะมีค่ามากกว่านี้ ถ้าเอาไปพับเป็นถุงกล้วยแขก หรือทำอะไรอย่างอื่นที่ไม่มีข้อความแปดเปื้อนจากสำนักงาน....แห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงาน...แห่งชาติ เป็นบิดาเป็นเจ้านายของคณะสงฆ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงสามารถออกคำสั่งให้คณะสงฆ์ทำนั่นทำนี่ หรือแม้แต่ต้องรายงานชี้แจงเพื่อทราบ (ไม่รู้จักชั่วดีจริงๆ) คงมีอยู่ประเทศเดียวนี่แหล่ะ ที่องค์กรซึ่งมีที่มาจากการเมือง (และมีความเป็นการเมืองอย่างเต็มที่) เสนอหน้ามาตั้งคำถามกับคนอื่นว่า ยุ่งกับการเมืองอยู่หรือเปล่า?&amp;nbsp;#ที่สำนักงานไม่มีกระจกไว้ส่องใช่ไหม ปล. ไม่อยากใช้คำว่า &amp;quot;พระพุทธศาสนา&amp;quot; กับสำนักงานนี้ เพราะมันทำให้ศาสนาของพระพุทธเจ้าดูตกต่ำย่ำแย่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115821</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระธรรมวินัย, พระนักเคลื่อนไหว, พระมหาไพรวัลย์, พระไลฟ์เฟซบุ๊ก, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, สำนักพุทธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135f60187a22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พุทธะอิสระ&#039;มองต่างมุมเอารูปพระเครื่องมาทำเป็นขนม กรรมย่อมส่อเจตนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.64 - พุทธะอิสระ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม โพสต์เฟซบุ๊ก&amp;nbsp; กรณีมีผู้นำเอารูปพระเครื่องมาทำเป็นขนม ว่า
มองต่างมุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นข่าวมีผู้นำเอารูปพระเครื่องมาทำเป็นขนม ต่อมาก็มีหลากหลายมุมมองทั้งผู้เห็นด้วยและผู้เห็นต่าง
ทีนี้เราก็มาลองมามองต่างมุมจากพวกเขากันหน่อย มองในมุมของผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จำต้องมองใน ๒ ประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. มองในมุมของการมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่ต้องปกปักษ์รักษาสัญลักษณ์ของสถาบันหลักของชาติ มิให้ผู้ใดมาลบหลู่หรือคิดบ่อนทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. มองในมุมของการดำรงรักษาเอาไว้ซึ่งรากฐานแก่นแท้ของทั้ง ๓ สถาบัน จึงต้องนำเอารากฐานแก่นแท้นั้น มาประพฤติปฎิบัติ เพื่อส่งมอบแก่ผู้มีศรัทธา มีสติปัญญาเหมาะควรแก่การฝึกหัดศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ที่มีสติปัญญาที่อ่อนด้อย มีแค่ศรัทธา ก็ควรช่วยกันธำรงรักษาสัญลักษณ์ของทั้งสามสถาบันให้ดำรงอยู่ และสืบต่อกันจนกว่าจะพัฒนาสติปัญญาของตน ให้ได้เข้าถึงแก่นตามแต่บุพกรรมบารมีธรรมของแต่ละคน
หากจะมองในมุมของควรไม่ควร เหมาะสมไม่เหมาะสม ก็ต้องอธิบายว่า สิ่งเคารพของคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ หากนำมากระทำการที่ส่อเจตนาเหยียบย่ำ ดูถูก มันผิดทั้งหลักกฎหมาย และหลักการอยู่ร่วมกันกับคนส่วนใหญ่ในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะหลักประมวลกฎหมายอาญามาตรา มาตรา ๒๐๖ ผู้ใด กระทำด้วยประการใด ๆ แก่ วัตถุ หรือ สถาน อันเป็นที่เคารพ ในทางศาสนา ของหมู่ชนใด อันเป็นการเหยียดหยาม ศาสนานั้น ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ หนึ่งปี ถึง เจ็ดปี หรือ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง หนึ่งหมื่นสี่พันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วถ้าจะมองในมุมของสิทธิ์แห่งความเท่าเทียม ก็ต้องบอกว่า บุคคลมีสิทธิ์ อันจะเคารพนับถือศาสนาและรูปเคารพใดก็ได้ ต้องถือว่า ผู้ที่กระทำการย่ำยีต่อรูปเคารพของพระศาสดา เป็นการใช้สิทธิ์เกินขอบเขตที่ควรจะเป็น
ทั้งยังก้าวล่วงสิทธิ์ความยอมรับ ความศรัทธา ของบุคคลอื่น อย่างน่ารังเกียจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเอาแต่อ้างสิทธิ์ แล้วล่วงเกินผู้อื่น ซ้ำยังทำผิดกฎหมาย เช่นนี้จะมาอ้างสิทธิ์อันชอบคงจะไม่ได้ และหากจะมองบรรดาคำวิพากษ์ของหลากหลายบุคคลในสังคม
ก็ต้องบอกว่า ผู้ออกมาพูดมาโพสต์ว่า แค่คนหาเลี้ยงครอบครัว ทำขนมรูปพระเครื่อง มันจะผิดอะไรกันนักหนา ทีพวกสร้างพระเครื่องไปวางขายข้างถนน ทำไมไม่มีคนไปเอาผิดด้วยมุมมองของนักวิพากษ์ดังกล่าว
จำต้องนำมาอธิบายให้สังคมกระจ่างกันหน่อย จะได้ไม่ไปหลงประเด็นที่มี ผู้โพสต์ ผู้พูด ต้องการให้เป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบายว่า ทำอาชีพหาเลี้ยงครอบครัวน่ะ ไม่มีใครว่าดอก หากอาชีพนั้นมันไม่กระทบต่อความรู้สึก ความเชื่อ ความศรัทธาของคนส่วนใหญ่ของประเทศ
และหากจะทำขนมขาย ก็มีรูปแบบมากมายที่จะทำจะหยิบออกมาสร้างความสนใจ เช่น กรณีมีคนทำขนมปังให้เป็นรูปอวัยวะของศพ เขาก็ขายได้ ซึ่งก็มีทำมาแล้ว ก็ไม่มีใครตำหนิติว่า เพราะไม่มีใครบูชาศพ
ดังคำว่า กรรมย่อมส่อเจตนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำเอารูป ซึ่งทั้งโลกเขาสมมุติว่า เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า มาทำเป็นขนม มันก็ไม่ต่างอะไรกับเอารูปพ่อแม่ตนเองมาทำขนม คนผู้เป็นลูกจะกล้ากินหรือไม่
หากมีสมองมากหน่อย ก็จะรับรู้ได้ว่า ควรทำหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งการกระทำเช่นนี้ ก็มีกฎหมายห้ามเอาไว้ชัดเจนในประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๐๖
รวมความแล้ว ถ้าอ้างว่าหากิน แต่ทำผิดกฎหมาย แบบนี้ควรจะชื่นชมหรือไง
และที่ผู้พูด ผู้โพสต์ มาอ้างว่า ทีพวกนำพระเครื่องไปวางขายข้างถนน เช่นนั้นมันไม่ผิดหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบายว่า พระพิมพ์ พระปั้น ที่ไปวางขายข้างถนน เขาเช่าเขาซื้อไปแขวนคอ เคารพบูชา เขาไม่ได้ซื้อไปแขวนคอหมา หรือเอาไปทิ้งขยะ เมื่อเสียหายเขายังนำไปไว้ตามโคนต้นไม้ หรือกำแพงโบสถ์ พระเจดีย์ ไม่มีใครกล้านำพระพิมพ์ที่แตกหักเสียหายไปทิ้งถังขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าขนมรูปพระเครื่อง เกิดตกหล่นเสียหาย แตกหัก มีใครจะนำไปไว้ที่ลานพระเจดีย์ โคนต้นไม้ หรือกำแพงโบสถ์ไหม คิดสิคิด
อย่าอ้างเหตุผลแบบมั่วซั่ว ให้ดูเหมือนดี มีเหตุผล แต่แท้จริงแล้วก็คือ พยายามเบี่ยงประเด็น เพื่อนำมาหักล้างความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่มันไม่ใช่วิสัยของนักบวชในพระธรรมวินัยพุทธเลย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101245</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระธรรมวินัย, พุทธอิสระ, เอาพระเครื่องทำเป็นขนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_60458a8620cee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้สำนึก‘ธรรมวินัย’ พระสังฆราชทรงกำชับ/อึ้ง!สีกา‘จ.’ช่วยอดีตเจ้าคุณซุกลาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;สมเด็จพระสังฆราช&amp;quot; &amp;nbsp; ประทานพระโอวาทเจ้าคณะพระสังฆาธิการ เน้นย้ำยึดธรรมะ &amp;quot;วิมังสา&amp;quot; หมั่นใช้ปัญญาใคร่ครวญในสิ่งที่ทำ ช่วยกันตรวจตราผู้อยู่ในปกครองมีสำนึกในการปฏิบัติตนตามครรลองพระธรรมวินัย &amp;quot;จักรทิพย์&amp;quot; นำทีม ตร.ชุดใหญ่ตามจับ &amp;quot;อดีตพระพรหมเมธี&amp;quot; หลังพบมีสีกา จ. พาหนีข้ามไปหลบที่ สปป.ลาว &amp;quot;ราชทัณฑ์&amp;quot; เผยอดีตพระนอนคุกเริ่มปรับตัว ห่วงอาการ &amp;quot;พุทธะอิสระ&amp;quot; อาจต้องผ่าตัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. เพจสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้เพิ่มรูปภาพใหม่ 20 ภาพลงในอัลบั้ม พระกรณียกิจบางประการ โดยระบุว่า บ่ายวันศุกร์ที่ 1 มิ.ย.2561 เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต เสด็จไปวัดอาวุธวิกสิตาราม เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ทรงเปิดการประชุมกรรมการเถรสมาคมธรรมยุต ประจำพุทธศักราช 2561 และการประชุมสังเกตการณ์ของเจ้าคณะจังหวัดคณะธรรมยุต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอกาสนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระโอวาท ความตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;ท่านที่มาประชุมพร้อมกัน ณ ที่นี้ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเจ้าคณะพระสังฆาธิการ เป็นผู้มีหน้าที่และความรับผิดชอบสำคัญในหลายบทบาท ทั้งในฐานะเจ้าพนักงานตามกฎหมายของบ้านเมือง ทั้งในฐานะผู้บริหารภารกิจให้ลุล่วงตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่งต่างๆ ทางคณะสงฆ์ และที่สำคัญที่สุดคือในฐานะพระเถระในพระบวรพุทธศาสนา ผู้มีบทบาทหน้าที่ตามพระธรรมวินัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกท่านล้วนรู้จักธรรมะหมวดอิทธิบาท 4 กันดีอยู่แล้ว แต่ในที่นี้ อาตมภาพขอเน้นย้ำธรรมะประการสุดท้ายคือ วิมังสา ได้แก่ การหมั่นใช้ปัญญา พิจารณาใคร่ครวญ ตรวจหาเหตุผล และตรวจสอบข้อยิ่งข้อหย่อนในสิ่งที่ทำนั้น ให้มีการวางแผน วัดผล คิดค้นวิธีแก้ไขปรับปรุง สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้พระราชทานพระราโชบายแก่การคณะสงฆ์ไว้ ดังที่อาตมภาพเชิญมากล่าวย้ำอยู่เสมอๆ พระองค์มีพระราชประสงค์ให้พระมีความสำนึก และเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสำนึกและการทำประโยชน์จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าท่านพระสังฆาธิการไม่ช่วยกันตรวจตรา กำชับ และเข้มงวดกวดขัน ให้ผู้อยู่ในปกครองมีสำนึกในการปฏิบัติตนตามครรลองพระธรรมวินัย และศึกษาพัฒนาตนเอง เพื่อจะได้มีความรู้ความสามารถมาใช้เกื้อกูลประโยชน์ต่อพระศาสนาและบ้านเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าท่านทำอยู่แล้ว ก็ขออนุโมทนา แต่ขออย่าได้หยุดยั้งที่จะเพิ่มกำลังของอิทธิบาท 4 ในการบริหารงานคณะสงฆ์ให้เกิดประสิทธิผลดียิ่งๆ ขึ้น แต่ท่านใดที่ยังย่อหย่อน อาตมภาพขอกำชับและตักเตือนท่าน ให้ระมัดระวังและมีสำนึกไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ความคืบหน้าการติดตามอดีตพระพรหมเมธี หรืออดีตเจ้าคุณจำนงค์ (พระจำนงค์ เอี่ยมอินทรา) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรมหาวิหาร ผู้ต้องหาตามหมายจับ สนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม (เงินทอนวัด) ตั้งแต่ปี 2557 รวมกว่า 150 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนีหมายจับนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมทีมสืบสวนชุดใหญ่จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.), กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1(บช.ภ.1), สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.), กองบังคับการสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ลงพื้นที่จังหวัดนครพนมมาตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังพบเบาะแสอดีตพระพรหมเมธีไปปรากฏตัวอยู่ที่จังหวัดนครพนม ก่อนที่จะหายตัวไป โดยคาดว่าน่าจะมีลูกศิษย์ใกล้ชิดให้ความช่วยเหลือเพื่อหลบหนีข้ามฝั่งไปยัง สปป.ลาว
อดีตเจ้าคุณจำนงค์ซุกลาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ช่วงวันที่ 24 พ.ค. ที่ตำรวจกองปราบปรามเปิดปฏิบัติการจับกุมพระเถระชั้นผู้ใหญ่วัดสระเกศฯ และวัดสามพระยานั้น เป็นวันที่อดีตพระพรหมเมธีเดินทางไปรับกิจนิมนต์อยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อทราบข่าวตำรวจเปิดปฏิบัติการจับพระเถระชั้นผู้ใหญ่หลายรูปในคดีเงินทอนวัด ทำให้พระพรหมเมธีที่จะต้องเดินทางกลับวัด จึงเปลี่ยนเป้าหมาย และเดินทางหลบหนีไปที่จังหวัดนครพนมทันที โดยใช้รถตู้สีดำ ซึ่งทราบว่าเป็นของโยมอุปัฏฐายิการายหนึ่งให้การสนับสนุน พร้อมคนขับพาอดีตพระพรหมเมธีเดินทางไปที่วัดป่าสุคนธลักษณ์ อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม และหลบอาศัยอยู่ที่วัดดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากนั้นเมื่อลูกศิษย์คนสนิทติดต่อไปยังลูกศิษย์ของอดีตพระพรหมเมธีที่อยู่ในเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว จึงได้จอดรถตู้ทิ้งไว้ในวัด โดยคาดว่าน่าจะเดินทางข้ามแม่น้ำโขง ใช้เรือหาปลาที่ชุมชนบ้านท่าควาย เขตเทศบาลเมืองนครพนม ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นพาหนะไปยัง สปป.ลาว มีสีกาอักษรย่อ จ. ลูกศิษย์คนสนิทชาวไทยพาข้ามพรมแดนไป&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า หลังจากข้ามชายแดนได้แล้ว อดีตพระพรหมเมธีได้ไปพักที่โรงแรมดงชัย ในเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว กระทั่งเช้าของวันที่ 31 พ.ค. ก็ออกเดินทางต่อไปยังเมืองสองห้อง ซึ่งห่างจากเมืองท่าแขกไปทางเหนือประมาณ 50 กม. ซึ่งที่นั่นมีคนมาคอยรับตัวพระพรหมเมธีเดินทางต่อ โดยยังไม่ทราบจุดหมายปลายทางว่าไปที่ใด ทางเจ้าหน้าที่ได้ตามประกบตัวสีกา จ. อย่างใกล้ชิด และสามารถควบคุมตัวได้ที่ด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) จังหวัดนครพนม ขณะกำลังเดินทางกลับเข้ามาจากฝั่ง สปป.ลาว พร้อมนำตัวมาสอบสวนหาเบาะแสของพระพรหมเมธีว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบลูกศิษย์บางคนทราบว่า ส่วนตัวพระพรหมเมธีพอจะรู้ตัวอยู่แล้วว่าจะต้องถูกจับกุมในคดีเงินทอนวัด โดยบอกไม่มีความกังวลแต่อย่างไร ถ้าเกิดเรื่องขึ้นจริง ก็พอจะมีช่องทางหลบหนีอยู่แล้ว เพราะมีกลุ่มญาติโยมที่นับถือเป็นจำนวนมากอยู่ในฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งพร้อมที่จะพาไปหลบหนีไปทันที หากว่าจะถูกจับกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 3 กภ 8672 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดทิ้งไว้ใกล้กุฏิพระเจ้าอาวาสวัดป่าสุคนธรักษ์ บ้านค่ายเสรี ต.นางาม อ.เรณูนคร จ.นครพนม เชื่อว่าเป็นรถของอดีตพระพรหมเมธี แต่ไม่พบว่ามีพระสงฆ์ สามเณร และผู้ดูแลอยู่ในวัด ไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของรถตู้คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบยึดไปเก็บไว้ที่ สภ.เรณูนคร จ.นครพนม พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบเก็บดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝงภายในรถอย่างละเอียด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหลงข่าวระบุว่า ได้สอบถามพระในวัดป่าสุคนธรักษ์ ทราบว่าวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมาเป็นวันวิสาขบูชา เวลาหลังเที่ยง มีชายคนหนึ่งเป็นฆราวาสเดินมาบอกว่า &amp;ldquo;ขอฝากรถหน่อย&amp;rdquo; แล้วก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำเจ้าอาวาสวัดป่าสุคนธรักษ์ ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอดีตพระพรหมเมธี โดยบอกเคยเจออดีตพระพรหมเมธีครั้งเดียวในร้านอาหารที่แขวงคำม่วน สปป.ลาว จึงเข้าไปกราบนมัสการในฐานะเป็นพระผู้น้อยเท่านั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมราชทัณฑ์ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงการควบคุมอดีตพระที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัดว่า เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา อดีตพระราชอุปเสณาภรณ์ หรืออดีตพระสังคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่เพิ่งถูกนำตัวฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในคืนแรก ได้ถูกคุมตัวในแดนแรกรับเพื่อให้ปรับตัวตามระเบียบเรือนจำ&amp;nbsp;
พุทธะอิสระอาจผ่าตัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตลอดคืนที่ผ่านมาไม่มีอาการวิตกใดๆ ส่วนอดีตพระทั้งหมดที่ถูกคุมตัวในเรือนจำอีก 6 คน ได้นำตัวมายังแดนควบคุมผู้ต้องหาระหว่างพิจารณาคดี ซึ่งเรือนจำได้อะลุ่มอล่วยเรื่องการแต่งกายและวิถีชีวิตเพราะทุกคนเคยครองสมณเพศมาเป็นเวลานาน แต่โดยรวมแล้วพบว่าทุกคนปรับตัวได้ดีขึ้น ส่วนรายที่มีปัญหาสุขภาพ สามารถให้ลูกศิษย์นำยารักษาโรคที่มีการรับรองจากแพทย์ หรือยาที่จำเป็นต้องใช้ และไม่มีในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์มาใช้ได้&amp;quot; พ.ต.อ.ณรัชต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมราชทัณฑ์ยังกล่าวถึงอาการป่วยของอดีตพระพุทธะอิสระว่า เท่าที่ดูมีปัญหาสุขภาพบ้าง แต่ไม่รุนแรงมากนัก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือการเคลื่อนไหวที่ไม่สะดวก เนื่องจากหมอนรองกระดูกอักเสบ ซึ่งทางเรือนจำได้ให้คณะแพทย์จากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เข้ามาดูแลตรวจอาการและทำกายภาพบำบัดทุกวัน ซึ่งโรงพยาบาลก็มีเครื่องมือในการทำกายภาพบำบัดอยู่แล้ว คาดว่า 2 สัปดาห์น่าจะดีขึ้น แต่หากไม่ดีขึ้น ก็จะต้องพิจารณาว่าจำเป็นต้องมีการผ่าตัดหรือไม่ ก็จะพิจารณากันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ยังคงมีกลุ่มศิษย์และพระลูกวัดสระเกศฯ วัดสามพระยา วัดสัมพันธวงศารามฯ เดินทางมาเยี่ยมอดีตพระเถระผู้ใหญ่รวม 7 ราย ซึ่งถูกส่งตัวเข้ามาคุมขังในเรือนจำ เนื่องจากเข้าไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและทุจริตงบประมาณบูรณปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัด งบอุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และเงินอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม ส่วนนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ ได้แจ้งความประสงค์ของดเยี่ยมญาติ แต่ยังคงให้ทนายความเข้าพบเพื่อปรึกษาคดีได้ตามความเหมาะสม ในส่วนของอาการปวดหลังจากโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเริ่มดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองปราบปราม นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ อ้างเป็นกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน และเครือข่ายองค์กรชาวพุทธอื่นๆ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบฯ เอาผิด พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจรูญกล่าวว่า การกระทำของ พ.ต.ท.พงศ์พร &amp;nbsp;ทำให้ตำรวจเข้าตรวจค้นและแจ้งข้อหากับพระสงฆ์ในหลายวัด และมีการใช้หน่วยคอมมานโดเข้าบุกจับพระชั้นผู้ใหญ่สึก พร้อมทั้งมีแผนจะจับกุมในลักษณะเดียวกันทั่วประเทศกว่า 100 วัด กลุ่มชาวพุทธฯ ลงมติร่วมกันว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีความไม่ชอบมาพากล มีผู้ไม่หวังดีโยนความผิดให้พระสงฆ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ความผิดทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่พระสงฆ์ แต่อยู่ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เนื่องจากเป็นผู้ให้งบสนับสนุนแก่วัด พระสงฆ์ไม่รู้ขั้นตอนการของบประมาณ และการใช้งบ แต่ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกลับแจ้งข้อกล่าวหากับพระสงฆ์ว่าใช้งบประมาณผิดประเภท จึงเป็นเหตุให้พระสงฆ์ถูกจับสึกเป็นจำนวนมาก ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้วัดหลายวัดถูกทำลายชื่อเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินจึงต้องการแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ฐานดำเนินคดีโดยมิชอบ/ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อมิให้เจ้าหน้าที่ พศ.ที่มีส่วนในการอนุมัติงบได้รับความผิด และต้องการให้สอบสวนผู้ที่มีส่วนอนุมัติเงินงบประมาณดังกล่าวให้พระสงฆ์เพื่อหาต้นเหตุที่แท้จริงของความผิด&amp;quot; เขากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกนนำกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินกล่าวว่า นอกจากนี้ เราขอให้มีการติดตามตัวนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.พศ.ปี 2555 ที่มีส่วนเกี่ยวกับการกระทำการทุจริตเงินงบประมาณอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์และการพัฒนาวัดตั้งแต่ปี พ.ศ.2555-2559 รวมทั้งสิ้น 33 รายการ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 71,939,017.91 บาท มาดำเนินคดี เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องเชื่อมโยงของคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเดินทางมาในวันนี้ ไม่ได้เป็นการต่อต้านหรือ คัดค้าน การดำเนินคดีพระสงฆ์ที่กระทำความผิด แต่มองว่าต้นเหตุของปัญหาเกิดจากที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นผู้จัดสรรงบประมาณให้กับทางวัด &amp;nbsp;รวมทั้งเราจะไปยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ตีความอำนาจศาล และตำรวจที่จับพระสึกละเมิด พ.ร.บ.สงฆ์ตามมาตรา 30 หรือไม่ด้วย&amp;quot; แกนนำกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10501</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระธรรมวินัย, พระพรหมเมธี, สมเด็จพระสังฆราช, สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b113e7d42c32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 07:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 07:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เปลว สีเงิน&#039; วิพากษ์&#039;เงินทอนวัด-นาฬิกาเพื่อน&#039;กับลีลาป.ป.ช.ในยุค&#039;วัชรพล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 24 เม.ย.61- &amp;nbsp;เปลว สีเงิน &amp;nbsp;เขียนถึง เงินทอนวัด นาฬิกาเพื่อน กับลีลา ป.ป.ช.ในยุค &amp;quot;พล.ต.อ.วัชรพล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....&amp;quot;เงิน&amp;quot; สำหรับพระ คือ &amp;quot;อสรพิษ&amp;quot;!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พระเข้าไปข้องแวะเมื่อใด เป็นต้องถูกอสรพิษฉกกัดเมื่อนั้น....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตราบใดที่ ป.ป.ช.ยังไม่ชี้มูลคดี ไปทางใด-ทางหนึ่ง ตราบนั้น พระเถระทั้ง ๕ ถือว่า &amp;quot;บริสุทธิ์&amp;quot; ทางคดีความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนจะบริสุทธิ์ทาง &amp;quot;พระธรรมวินัย&amp;quot; ด้วยหรือไม่ นั่นเป็น &amp;quot;คนละโลกกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การที่ ๓ มส.อันหมายถึง ๓ รัฐมนตรีในรัฐบาลสงฆ์ เป็นผู้ถูกกล่าวโทษเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อ่อนไหวต่อความ &amp;quot;เป็นพระ-เป็นวัด&amp;quot; ด้านมั่นคงถึงขนาดนี้ แต่ดูเหมือนการชำระสะสาง จะอยู่เหนือกาลเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้ง &amp;quot;ทางสงฆ์-ทางฆราวาส&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในด้านหวังความกระจ่างชัด มีคำเดียวที่อยากบอกตอนนี้ คือ ทำใจ...แล้วปล่อยไปตามกรรม!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ฟังที่ &amp;quot;พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ&amp;quot; ประธาน ป.ป.ช.บอกถึงความคืบหน้าคดีเมื่อวาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปลง-ไม่ปลง ก็ต้องอนุโลมว่า ตถตา...คือ มันเป็นเช่นนั้น!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประธาน ป.ป.ช.บอกว่า...........&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -สำนวนที่ ปปป.ส่งมานั้น ยังไม่ครบถ้วน ป.ป.ช.เห็นว่า &amp;quot;ยังไม่ชัดเจน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -ต้องรวบรวม &amp;quot;พยานหลักฐาน&amp;quot; เพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -ระเบียบ ป.ป.ช.มีกรอบเวลาแสวงหาข้อมูลได้ ๖ เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -๖ เดือนไม่เสร็จ เจ้าของคดี ขอขยายเวลาได้อีก ๓ เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -๙ เดือนแล้ว ก็ยังไม่เสร็จอีก.........&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;-เสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อขอขยายเวลาได้อีก ๓ เดือน!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ความหมายตรงๆ คือ..........&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แค่ขั้นรวบรวมสำนวนคดี ยังไม่ต้องพูดถึง จะชี้มูล &amp;quot;พระเถระทั้ง ๕&amp;quot; ว่ามีความผิดหรือไม่มีความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใช้เวลา ๑ ปี..........&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ครับ...ที่นำมาคุยวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เจตนาเพียงอยากให้ทราบขั้นตอนในทางเดินคดีกัน โดยดูจากลีลา ป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และลีลา ป.ป.ช.ในยุค &amp;quot;พล.ต.อ.วัชรพล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก็เป็นลีลาเดียวกับคดี &amp;quot;นาฬิกาหรู&amp;quot; ๒๒ เรือนของ &amp;quot;พลเอกประวิตร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -จากการตรวจสอบ นาฬิกา ๒๕ เรือน ซ้ำกัน ๓ เรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; -แหวนเพชรของบิดา มารดาเก็บรักษาไว้แล้วมอบให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ลงท้ายด้วยคำว่า...........&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมอีก&amp;quot;! &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เทียบเคียงโดยนัยเดียวกัน ประมาณ มีนา-เมษา ๖๒ โน่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถ้ายังไม่ตาย........&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ค่อยมาฟังผล ว่า ๓ รัฐมนตรีรัฐบาลสงฆ์ และ ๑ รัฐมนตรีรัฐบาล คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ป.ป.ช.ของ &amp;quot;พล.ต.อ.วัชรพล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จะสั่งสอบเพิ่ม หรือตัวเอง &amp;quot;ถูกสอย&amp;quot; ไปแล้ว ถ้าเพื่อไทยถล่มทลายอย่างที่เขาฝันเปียก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลิกอ่านฉบับเต็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7718</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาฬิกาป้อม, ประธานป.ป.ช., พระธรรมวินัย, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, วิพากษ์ป.ป.ช., เงินทอนวัด, เปลว สีเงิน, ๑ รัฐมนตรีรัฐบาล คสช., ๓ รัฐมนตรีรัฐบาลสงฆ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5ade7f1369f7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
