<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 19:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรุแตก! พบเหรียญสมโภชพระธาตุพนมปี 18 ซุกในซากปูนบ้านร้างอดีตรองผู้ว่าฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ได้มีชาวบ้านและนักแสวงหาของเก่าพากันนำจอบเสียมไปยังวัดธาตุฝุ่น ชุมชนบ้านน้อยใต้ เขตเทศบาลเมืองนครพนม เพื่อขุดคุ้ยค้นหาวัตถุมงคลเป็นเหรียญสมโภชพระธาตุพนม พ.ศ.2518 กันเป็นจำนวนมาก พบว่าบริเวณหน้าศาลาการเปรียญวัดดังกล่าว มีรถจักรยานยนต์และรถยนต์จอดเรียงรายกันราวกับมีงานรื่นเริง โดยเฉพาะใต้ร่มไม้ใกล้กับพระพุทธรูป ชาวบ้านทั้งชายหญิงและเด็กกลุ่มใหญ่ราว 40-50 คน นำอุปกรณ์ที่นำมาขุดคุ้ยกองอิฐเก่าท่ามกลางสายฝนตกโปรยปราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามเบื้องต้นหลังมีข่าวแพร่สะพัดว่าที่วัดธาตุฝุ่นพบกรุพระธาตุพนม ปะปนอยู่เศษอิฐเศษปูนที่ขนมาจากบ้านอดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ซึ่งได้เกษียณอายุราชการไปแล้วเมื่อ 20 กว่าปีก่อน โดยรับราชการเป็นนายอำเภอเมืองนครพนม ก็มีบ้านพักส่วนตัวอยู่ที่หลังวัดกลาง ถนนศรีเทพ ใจกลางเมืองนครพนม ต่อมาขยับขึ้นเป็นปลัดจังหวัดนครพนม และย้ายขึ้นไปเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีจนเกษียณอายุราชการ ภายหลังบ้านหลังดังกล่าวไม่มีใครอยู่ ปล่อยให้เป็นบ้านร้างนานหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมา บริเวณห้องนอนของอดีตรองผู้ว่าฯท่านนี้เกิดทรุดตัวลง ท่านได้โทรศัพท์ให้ลูกหลานเข้าไปเอาเหรียญพระธาตุพนมปี 2518 โดยบอกว่าเก็บไว้อยู่ในห้องพระ เมื่อลูกหลานเข้าไปตรวจในห้องพระที่ไม่ได้ทรุดตัวลงไปด้วยก็ไม่เห็นเหรียญพระธาตุพนมตามที่รองผู้ว่าฯกล่าวถึง มาทราบภายหลังที่เจอเหรียญพระธาตุพนมว่าท่านไม่ได้เก็บไว้ในห้องพระ แต่กลับเก็บไว้ในห้องนอนที่ทรุดตัวลง ญาติสันนิษฐานว่าท่านน่าจะหลงลืมตามวัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันได้มีเซียนพระจำนวนหนึ่ง ได้นำเงินสดจำนวนหลายหมื่นบาท มาตั้งโต๊ะรอรับซื้อเหรียญพระธาตุพนมรุ่นดังที่ขุดค้นได้เป็นวันที่ 4 แล้ว ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อ-ขายวัตถุมงคลรุ่นนี้คึกคักเป็นพิเศษ ขณะที่ชาวบ้านที่ยังคงก้มหน้าก้มตาค้นหาเหรียญพระธาตุพนมรุ่นนี้กันอย่างหนาตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแลง สุวรรณศรี อายุ 66 ปี กรรมการวัดธาตุฝุ่น เล่าว่าเมื่อ 4 วันที่แล้ว ได้มีผู้รับเหมารื้อบ้านอดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ซึ่งเป็นบ้านเก่าลักษณะครึ่งปูนครึ่งไม้ที่พังถล่มอยู่หลังวัดกลาง โดยจะนำเศษปูนไปทิ้งจุดอื่น พระอธิการนิรันดร์ เจ้าอาวาสวัดธาตุฝุ่น ทราบข่าวจึงขอให้ผู้รับเหมานำเศษปูนมาเทไว้หน้าศาลาการเปรียญวัดราว 4-5 รถบรรทุก 6 ล้อ เพื่อจะใช้รถไถเกรดไปถมสระน้ำที่อยู่ใกล้กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรมการวัดวัย 66 ปี เล่าต่อว่าได้มีคนหาของเก่าขาย นำค้อนมาทุบซากปูนเพื่อจะนำเหล็กเส้นไปขาย ขณะคุ้ยเขี่ยก่อนทุบได้พบวัตถุมงคลเป็นเหรียญพระธาตุพนม รุ่น สมโภช พ.ศ.2518 จำนวน 2-3 เหรียญซุกในซากอิฐ จึงใช้เสียมคุ้ยอีกก็พบวัตถุมงคลรุ่นดังกล่าวในถุงผ้านับได้ 200 เหรียญ ด้วยความไม่รู้ว่ามีราคาแพง จึงแจกจ่ายให้ผู้ที่มาทุบด้วยกันไปจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระอธิการนิรันดร์ เจ้าอาวาสวัด กล่าวว่าหลังคนหาของเก่าไปทุบอิฐแล้วพบวัตถุมงคลนับร้อยเหรียญ จนข่าวแพร่สะพัดออกไปจึงมีคนเข้ามาค้นหา และเซียนพระเครื่องก็มารอรับซื้อราคาเหรียญละ 4,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายหน่อง อายุ 45 ปี เซียนพระที่ตั้งโต๊ะรับบูชาเหรียญสมโภชพระธาตุพนมปี 18 กล่าวว่าพกเงินสดมาจำนวน 4-5 หมื่นบาท เพื่อมารับซื้อเหรียญพระธาตุพนมรุ่นนี้ราคาองค์ละ 4,000 บาท ตอนนี้รับซื้อไว้ 7 เหรียญหมดเงินไป 28,000 บาท ชาวบ้านที่มาขุดค้นได้วัตถุมงคลคนละเหรียญสองเหรียญ บางรายได้ 5-7 เหรียญ แต่ที่มากสุดคือคนหาของเก่ารายแรกที่ได้มากถึง 200 เหรียญ วัตถุมงคลที่ขุดพบเริ่มจะหายาก คาดว่าราคาจะขยับไปที่เหรียญละ 5,000-6,000 บาท ซึ่งตนก็ยังคงปักหลักรับซื้อต่อไป เพราะเป็นเหรียญพระธาตุพนมรุ่นดัง มีพระเกจิคณาจารย์ในยุคนั้นปลุกเสก เชื่อว่ามีพุทธคุณเข้มขลัง และหาได้ยากยิ่งเป็นที่ต้องการของนักสะสมในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มาของเหรียญสมโภชพระธาตุพนมปี 2518 จัดสร้างขึ้นหลังวันที่ 11 สิงหาคม 2518 โดยองค์พระธาตุพนมปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์ได้ล้มครืนพังทลายลง ได้สร้างความเศร้าสลดให้กับพุทธศาสนิกชนไทยทั้งประเทศ ซึ่งรัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้จัดงานพระราชพิธีสมโภชพระบรมสารีริกธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุอื่นๆ อีก 115 องค์ อัญเชิญประดิษฐานในพลับพลาพิธี ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่รวม 7 วัน 7 คืน ในระหว่างวันที่ 26 ธ.ค.2518-1 ม.ค.2519 ถือเป็นงานสมโภชระดับชาติ ที่มีพิธีทางพระพุทธศาสนาและพิธีทางบ้านเมืองไปพร้อมกัน โดยนายพิศาล มูลศาสตรสาทร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้จัดสร้างเหรียญที่ระลึก &amp;quot;เหรียญสมโภชพระธาตุพนม&amp;quot; กำหนดสร้าง 50,000 เหรียญ แต่บล็อกพิมพ์เกิดแตกเสียก่อน จึงสร้างได้เพียง 37,427 เหรียญ ในจำนวนนี้มีเนื้อเงิน 99 เหรียญ เนื้อทองแดงเจดีย์กลม 500 เหรียญ ที่เหลือเป็นเนื้อทองแดงเจดีย์รูปทรง 8 เหลี่ยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เหรียญสมโภชพระธาตุพนม นำเข้าพิธีพุทธาภิเษกที่ลานต้นศรีมหาโพธิภายในวัด ปลุกเสกโดยคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมจากสำนักต่างๆ จำนวน 9 รูป หนึ่งในนั้นมีพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พระเกจิชื่อดังร่วมในพิธีแผ่เมตตาจิต วัตถุประสงค์ตั้งใจจะแจก&amp;quot;เหรียญสมโภชพระธาตุพนม&amp;quot;ในงานพระราชพิธีดังกล่าว แต่ภายหลังได้รับความนิยมสูง จึงเปลี่ยนให้เช่าบูชา เพื่อนำปัจจัยมาบูรณะองค์พระธาตุพนม ต่อมาได้สร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2522&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านหน้าเหรียญประดิษฐานพระธาตุพนม มีเปลวรัศมีบริเวณยอดฉัตรนับได้ 24 เปลว ถ้าสังเกตให้ดีบริเวณเปลวรัศมีระหว่างช่องที่ 6-7 เฉพาะเนื้อทองแดงจะพบรอยนูนเป็นตำหนิ ซึ่งมีสาเหตุที่บล็อกเริ่มแตกปริ และพิมพ์ไม่ครบตามจำนวน ด้านหลังมีตัวหนังสือนูนระบุจุดประสงค์ในการสร้างไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหรียญสมโภชพระธาตุพนมปี 2518 รุ่นนี้ได้รับการกล่าวขาน ว่ามีประสบการณ์สูง ด้านแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี เป็นที่นิยมในหมู่ทหาร ตำรวจ ตชด. และ นรข.ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสมรภูมิ จากราคาเช่าบูชา 10-20 บาทในสมัยนั้น ปัจจุบันเหรียญพระธาตุพนมสภาพสวยๆ มีราคาประมาณการอยู่ที่ 12,000-17,000 บาท เป็นวัตถุมงคลที่เชื่อว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองและมีพุทธานุภาพสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118990</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุแตก, จังหวัดนครพนม, พระธาตุพนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d9743c72d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แท่ง-หนุ่ม-นุ้ย’พาไปชมบารมี‘หลวงพ่อจง’พระเกจิชื่อดังอยุธยา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในวันเสาร์ที่&amp;nbsp; 1 พฤษภาคม นี้ เวลา 13.00 น. ที่เลข 30 ที่ช่อง 9 MCOT HD พร้อมเปิดโลกกว้าง สร้างความสุข กับรายการ &amp;ldquo;ศักดิ์สิทธิ์ คงกระพัน&amp;rdquo; วาไรตี้เที่ยววัด ที่ไม่เชย ไม่น่าเบื่อ ที่พร้อมจะพาไปเจาะลึกเรื่องราวศักดิ์สิทธิ์ และ ความเชื่อ ความขลัง ตำนาน วัตถุมงคล ของดีของวัดต่างๆ ทั่วประเทศ 2 พิธีกร แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง และ หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ กับนักแสดงและพิธีกรมากความสามารถ นุ้ย สุจิรา จะพาผู้ชมทางบ้านไปที่วัดหน้าต่างนอก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชมมณฑปหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อจง พุทธัสสโร หนึ่งในสี่พระเกจิอาจารย์ชื่อดังมากช่วงสงครามอินโดจีนและสงครามโลกครั้งที่ 2 นาม &amp;ldquo;จาด จง คง อี๋&amp;rdquo; วัตถุมงคลของท่านได้รับความนิยมสูงสืบเนื่องมาถึงปัจจุบันและหายากมากๆ มณฑปแห่งนี้ที่เกิดจากแรงศรัทธาหลวงพ่อ จึงได้สร้างขึ้นมาพร้อมหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อจงด้านใน รวมถึงอัฐิหลวงพ่อจง ซึ่งมณฑปนี้ได้บรรจุนิ้วชี้ข้างซ้ายของหลวงพ่อจงไว้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมชมความงามของพระธาตุเจดีย์ศรีบางไทร ซึ่งสร้างจำลองมาจากพระธาตุพนม และด้านในมีนิ้วหลวงพ่อถูกเลี่ยมเอาไว้ ที่นี่ไม่เคยเปิดมานาน น่าจะเกิน 5 ปี ที่ทางวัดไม่เปิดให้เข้าชมด้วยเกรงมิจฉาชีพ ปิดท้ายพบกับของดี ของขลัง เมตตามหานิยมของหลวงพ่อจบ ที่หลายคนยังคงศรัทธาและเลื่อมใส ถึงแม้ท่านจะมรณภาพไปนานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100882</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาด จง คง อี๋, นุ้ย สุจิรา, พระธาตุพนม, พระธาตุเจดีย์ศรีบางไทร, รายการศักดิ์สิทธิ์ คงกระพัน, หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ, หลวงพ่อจง พุทธัสสโร, หลวงพ่อจบ, แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_6087916027a9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2020 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เที่ยวนครพนม &quot;ชมพระธาตุขอพรพญาศรีสัตตนาคราช ลุ่มน้ำโขง    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กราบไหว้บูชาพญาศรีสัตตนาคราช ริมแม่น้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากวิถีในเมืองใหญ่ที่ไม่เคยหลับใหลมาสู่ จ.นครพนม &amp;nbsp;เมืองที่สงบงามริมแม่น้ำโขงทางภาคอีสาน โดยการเดินทางเที่ยวบินปฐมฤกษ์เปิดเส้นทางใหม่สุวรรณภูมิ- นครพนม กับสายการบินไทยสมายล์ &amp;nbsp;ซึ่งตัดสินใจขยายเส้นทางบินด้วยเล็งเห็นศักยภาพด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดใหญ่ของอีสาน และอยากให้คนกรุงมาดื่มด่ำความงดงามของนครพนมด้วยตนเอง แทนการบอกกล่าวเล่าสู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่มีคำว่า&amp;quot; ผิดพลาด&amp;quot; เมื่อได้มีโอกาสเยี่ยมชม 3 &amp;nbsp;สถานที่สำคัญของจ.นครพนม &amp;nbsp;ได้เป็นเดสติเนชันดึงดูดให้ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศมาเยือนจังหวัดนี้ &amp;nbsp;ได้แก่ วัดพระธาตุพนม อ.ธาตุพนม ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เป็นศูนย์รวมใจของพุทธศาสนิกชนชาวไทยและลาว , สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 3 อันสวยที่สุด และทิวทัศน์ธรรมชาติริมฝั่งโขง งดงามที่สุด โดยเฉพาะเทือกเขาหินปูนฝั่งลาวที่ทอดยาวมีให้ชมไม่รู้เบื่อ เป็น 3 ที่สุดของนครพนม ที่จะสร้างความสุขที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่า ริมฝั่งแม่น้ำโขงเมืองนครพนมยังมีอีกสถานที่ที่ผูกพันกับตำนานพญานาค ซึ่งทั้งชาวนครพนมและคนไทยให้ความสนใจมาก แถมยังสวยงามสะกดทุกสายตาเช่นกัน นั่นคือ ประติมากรรมพญาศรีสัตตนาคราชสีทองอร่าม แต่ละวันคนเดินทางมากราบไหว้ขอพรกับพญาศรีสัตตนาคราช &amp;nbsp; ทั้งเรื่องธุรกิจ หน้าที่การงาน ไปจนถึงขอให้มีโชคมีลาภ สมหวังสำเร็จแล้ว มีการถวายบายศรีและฟ้อนรำแก้บน &amp;nbsp;ล่าสุด เสี่ยโชว์รูมรถ จ้างแต้ว ณฐพร รำแก้บน มีคนนับพันมาชมที่ลานพญาศรีสัตตนาคราช เป็นข่าวดัง &amp;nbsp; ปัจจุบันกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ เสริมพลังชีวิต และเชื่อมโยงกับ 3 ที่สุด จังหวัดนครพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด กล่าวว่า การเปิดเส้นทางบินใหม่ สุวรรณภูมิ-นครพนม เป็นไปตามแผนธุรกิจด้านการขยายเส้นทางบิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักเดินทางอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้โดยสารชาวนครพนมและจังหวัดใกล้เคียงที่ต้องการเดินทางทั้งแบบท่องเที่ยวและติดต่อธุรกิจ &amp;nbsp;และไทยสมายล์ยังเล็งเห็นถึง ศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดที่มีความหลากหลายด้านวัฒธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึง ความเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจ ไปยังจังหวัดต่างๆ ของภาคอีสาน &amp;nbsp;หากด่านชายแดนเปิดหลังโควิดคลี่คลายการสัญจรไปมาไทย-ลาว ด้วยสะพานมิตรภาพ 3 จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง &amp;nbsp; การเปิดเส้นทางบินของไทยสมาลย์ ในครั้งนี้ จึงเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวและเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจให้ จ.นครพนม กลับมาดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.ร่วมพิธีห่มผ้าองค์พระธาตุวัดพระธาตุพนม เป็นสิริมงคลชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลกระทบจากโควิดทำให้ศาสนสถานสำคัญระดับโลก เช่นที่พุทธคยา อินเดีย ไปสักการะไม่ได้ ไทยสมายล์ &amp;nbsp;จึงอยากเสนอทางเลือกใหม่ในการแสวงบุญสู่จังหวัดนครพนม ซึ่งมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์พุทธศาสนา อย่างวัดพระธาตุพนม บรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า มาห่มผ้าองค์พระธาตุ ซึ่งเชื่อว่าเป็นบุญใหญ่ ถ้าใครได้มานมัสการพระธาตุพนม &amp;nbsp;7 ครั้ง จะได้เป็นลูกพระธาตุ เป็นศิริมงคลกับชีวิตแล้วไปสักการะพญาศรีสัตตนาคราช 7 อันสิ่งศักดิ์สิทธิ์ &amp;nbsp;ช่วยเสริมดวง รับทรัพย์ นครพนมจังหวัดเดียวยังมี &amp;nbsp;7 พระธาตุมงคลประจำวันเกิด ให้มากราบไหว้ เที่ยวชมด้วย &amp;nbsp; &amp;ldquo; ชาริตา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้บริหารไทยสมายล์แอร์เวย์บอกด้วยว่า นอกจากนครพนม ไทยสมายล์ ยังเตรียมเปิดเส้นทางบินไป จ.เลย ,ระนอง ,ร้อยเอ็ด และตรัง ภายในต้นปี 64 ส่วนเส้นทางบินข้ามภาค ล่าสุดเปิดบินระหว่างภาคอีสานและภาคใต้ &amp;nbsp;ในไฟล์ท อุดรธานี- นครศรีธรรมราช จำนวน 2 เที่ยวต่อสัปดาห์ &amp;nbsp;พร้อมให้บริการแล้ว ซึ่งทั้งสองจังหวัดเป็นหนึ่งในฮับของแต่ละภาค อุดรธานีเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญ มีศักยภาพสูงด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม และวัฒนธรรมที่น่าสนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจทำงานร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการ ผลักดันให้เกิดเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ อาทิ ท่องเที่ยว 2 ทะเล เชื่อมโยงทะเลบัวแดงอันโด่งดังของอุดรธานีกับทะเลสวยงามภาคใต้ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาค นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้สะดวกสบาย หนุนเที่ยวในประเทศให้เติบโต &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซีอีโอไทยสมายล์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัมผัสแสงแรกริมแม่น้ำโขงเมืองนครพนมแสนสวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับเที่ยวบินสุวรรณภูมิ &amp;ndash; นครพนม ไทยสมายล์เปิดให้บริการทุกวัน พร้อมบริการแบบฟูลเซอร์วิส บริการอาหารบนเครื่อง จองที่นั่งล่วงหน้า และบริการฟรีน้ำหนักกระเป๋าสูงสุด 30 กิโลกรัม โดยให้บริการ 2 ชั้นที่นั่งโดยสาร ได้แก่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;พรีเมียม อีโคโนมีหรือ Smile PLUS Class 12 ที่นั่ง และชั้นอีโคโนมีหรือ Smile Class 150/156 ที่นั่ง โดยเครื่องบิน แอร์บัส A320-200 ที่พร้อมพรั่งไปด้วยเครื่องอำนวยความสะดวก ราคาเริ่มต้นที่ 1,010บาท/คน/เที่ยว (รวมทุกอย่างแล้ว) เริ่มเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำรองที่นั่งได้ที่เว็บไซต์ www.thaismileair.com, ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 1181 และห้องจำหน่ายบัตรโดยสารไทยสมายล์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟ้อนรำแบบอีสานบูชาองค์พระธาตุพนม &amp;nbsp;สถานที่ศักดิสิทธิ์ศูนย์รวมใจชาวไทย-ลาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; นอกจากความเป็นเลิศด้านบริการแล้ว การบินไทยและไทยสมายล์เป็น 2 สายการบินแรกของไทยที่ได้รับมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัย ด้านสุขอนามัย (SHA) จากกระทรวงการท่องเที่ยวฯ &amp;nbsp;และกระทรวงสาธารณสุข สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยให้แก่ผู้โดยสาร &amp;quot;ชาริตาตบท้าย .&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยสมายล์เปิดบริการเส้นทางบินใหม่สู่นครพนม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85623</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นครพนม, ชาริตา ลีลายุทธ, พญาศรีสัตตนาคราช, พระธาตุพนม, สายการบินไทยสมายล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201201/image_big_5fc5fef0839c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2020 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2020 13:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มดดำ’พาทัวร์ริมโขง-แนะวิธีไหว้พระธาตุพนมที่ถูกต้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คชาภาพาไปดู อาทิตย์นี้ มดดำ คชาภา จะพาไปเที่ยวจังหวัดนครพนม แนะวิธีไหว้พระธาตุพนมอย่างถูกต้องที่น้อยคนนักจะรู้ แล้วพาไปตามรอยเรื่องเล่าปาฏิหาริย์ขององค์พญาศรีสัตตนาคราชที่ว่ากันว่าหากใครได้มาขอพรหรือบนบานองค์พญาศรีสัตตนาคราชจะสัมฤทธิ์ผลตามที่ตั้งใจ โดยเฉพาะเรื่องโชคลาภ ซึ่งที่นี่ยังเป็นจุดที่มีคนถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่มากที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มดดำ เผยว่า &amp;ldquo;นครพนมเป็นอีกจังหวัดนึงที่มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเรื่องราวความเชื่อปาฏิหาริย์เกิดขึ้นมากมายครับ หลายคนอาจเคยมาไหว้พระธาตุพนมกันแล้ว แต่ครั้งนี้มดดำจะมาบอกวิธีการไหว้ที่ถูกต้องที่น้อยคนนักจะรู้ แล้วพาคุณไปตามรอยฟังเรื่องเล่าจากผู้อยู่ในเหตุการณ์ในวันที่พระธาตุพนมล้ม เพราะอะไร&amp;nbsp; คนที่เก็บเอาเศษอิฐเศษปูนหรือของมีค่าในองค์พระธาตุกลับไปจึงต้องรีบเอามาคืน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นพาไปตามรอยองค์พญาศรีสัตตนาราช ที่ถือเป็นศูนย์รวมความเชื่อของทั้งชาวไทยและพี่น้องชาว สปป.ลาวเข้าไว้ด้วยกันและยังเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของนครพนม เชื่อกันว่าใครที่ได้มาขอพรหรือบนบานองค์พญาศรีสัตตนาคราชจะสมหวังโดยเฉพาะเรื่องของโชคลาภ &amp;nbsp;และยังเชื่อกันว่าบริเวณรอบๆนี้ถือเป็นแหล่งรวมโชคลาภที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆในจังหวัดนครพนม จนทำให้นครพนมเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีคนถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่มากที่สุดในประเทศ จนเป็นข่าวโด่งดังขึ้นหน้าหนึ่งอยู่บ่อยครั้ง ครั้งนี้ชวน ซัน ประชากร ลูกหลานชาวนครพนม ร่วมเดินทางไปพร้อมกันด้วย รับรองสนุกแน่ครับ ห้ามพลาด คชาภาพาไปดู วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายนนี้ เวลา 5 โมงตรง ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85298</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซัน ประชากร, พระธาตุพนม, มดดำ คชาภา, แจ๊ค แฟนฉัน, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201128/image_big_5fc1e551c72d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ธรรมนัส” มีเสียว !! ยกทีมเข้าองค์พระธาตุพนมตามหลังผู้อ้างติดเชื้อโควิด 19  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค. 2563 คืบหน้า กรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;นราธิเบต ทองดำ&amp;rdquo; เผยแพร่คลิปวีดีโอในสื่อออนไลน์ว่า ตนเองติดเชื้อโควิด 19 โดยอ้างว่าก่อนหน้านี้ได้เดินทางมาสักการะองค์พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา จากนั้นก็กลับเข้า กทม. ต่อมามีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวคล้ายจะเป็นไข้ จึงไปพบแพทย์มีผลตรวจเบื้องต้น เข้าข่ายต้องสงสัยติดเชื้อโควิด 19 ในฐานะที่ตนเป็นคนในวงการหมัดมวย จึงนำข้อมูลมาเผยแพร่ เพื่อให้สังคมและคนใกล้ตัวเฝ้าระวังและสังเกตอาการ กักบริเวณตัวเองเพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่ระบาดต่อบุคคลอื่น

เมื่อนายนราธิเบต เจ้าของเฟซบุ๊ค ระบุว่าก่อนเข้ารับการรักษาตัว ได้เดินทางมาที่จังหวัดนครพนม ดังนั้น นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม จึงสั่งการด่วนถึง นพ.จิณณพิภัทร ชูปัญญา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนม(สสจ.ฯ) ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที เบื้องต้นทราบว่าวันที่ 11 มีนาคม นายนราธิเบตเดินทางมาพร้อมกับเพื่อนๆที่จังหวัดนครพนมจริง และได้เข้าไปภายในองค์พระธาตุพนม โดยมีตำรวจยศ ด.ต. จำนวน 2 นาย เป็นคนพาเข้าไป นอกจากนี้ก็ยังมีนายตำรวจ ตั้งแต่ยศ พ.ต.ต.-พ.ต.อ. อีก 6 นาย รวมอยู่ในนั้นด้วย และหลังเป็นข่าวว่ามีตำรวจอยู่ใกล้ตัวติดตัวกับนายนราธิเบต พ.ต.อ.ศรีนคร&amp;nbsp; นัยวัฒน์&amp;nbsp;

ผกก.สภ.ธาตุพนม จ.นครพนม เปิดเผยว่า เจ้าของเฟซบุ๊ก&amp;rdquo; นราธิเบต ทองดำ&amp;rdquo; ได้ออกมาเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวว่าได้ติดเชื้อโควิด 19 &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยนายนราธิเบตให้ข้อมูลเบื้องต้นว่าวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ได้เข้าไป ในสนามมวยชื่อดังแห่งหนึ่ง จากนั้นก็ชวนเพื่อนๆมากราบนมัสการองค์พระธาตุพนม ในวันที่ 11 มีนาคม เมื่อกลับถึง กทม. ก็มีอาการคล้ายคนเป็นไข้ &amp;nbsp;จึงไปตรวจกับแพทย์ ผลเบื้องต้นแจ้งว่าเข้าข่ายต้องสงสัยติดเชื้อโควิด&amp;nbsp;19 &amp;nbsp;ปัจจุบันกำลังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ที่ กทม.&amp;nbsp; แต่ผลยืนยันอย่างเป็นทางการยังไม่สรุปว่านายนราธิเบตติดเชื้อโควิด 19 หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

ด้าน พ.ต.อ.ศรีนคร นัยวัฒน์ ผกก.ธาตุพนม กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการป้องกัน เฝ้าระวัง ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด จึงได้มีคำสั่ง สถานีตำรวจภูธรอำเภอธาตุพนม ที่&amp;nbsp;93/2563&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;มีนาคม&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ให้ ตำรวจยศ ด.ต. จำนวน &amp;nbsp;2&amp;nbsp;นาย พร้อมคนในครอบครัว กักตัวเองในบ้านพัก เพื่อเฝ้าดูอาการเป็นเวลา&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน และประสานแพทย์ พยาบาลเข้าตรวจดูอาการ ซึ่งจากการตรวจร่างกายยังไม่พบว่าตำรวจทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นาย มีอาการไข้ แต่ยังต้องเฝ้าระวัง ณ ขณะนี้ยืนยันว่าตำรวจในการบังคับบัญชาของตน ยังไม่ยืนยันการติดเชื้อแต่อย่างใด

ส่วนนายตำรวจอีก 6 นาย นั้น แม้จะไม่ได้สัมผัสตัวนายนราธิเบตอย่างใกล้ชิด ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม จึงมีหนังสือถึงผู้บังคับบัญชาขอกักตัวเองภายในบ้านเป็นเวลา 2 อาทิตย์

สำหรับไทม์ไลน์ที่นายนราธิเบตเดินทางมาที่จังหวัดนครพนม เบื้องต้นทราบว่าแวะทานข้าวที่ร้านอาหาร 2 แห่ง กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 2 แห่ง และนอนพักในโรงแรมอีก 1 แห่ง ขณะที่วัดพระธาตุพนม ฯ ได้มีคำสั่งให้ปิดบริเวณพื้นที่ชั้นใน ห้ามผู้ใดเข้าไปโดยเด็ดขาด ซึ่งทางคณะแพทย์ พยาบาล จะลงไปทำความสะอาดฆ่าเชื้อ ป้องกันการแพร่ระบาด

โดยหน่วยเคลื่อนที่เร็วของ สสจ.นครพนม ได้แยกย้ายลงพื้นที่ ติดตามป้องกันและดำเนินการตามจุดต่างๆ และผู้สัมผัสกับกลุ่มผู้เสี่ยงทุกเส้นทาง ที่นายนราธิเบตไปในพื้นที่นครพนมแล้ว เป็นไปตามระบบควบคุมป้องกัน ถึงแม้ยังไม่ได้รับผลยืนยันการตรวจของนายนราธิเบต แต่ก็ต้องป้องกันคนและเมืองนครพนม &amp;nbsp;ถ้าผลตรวจยืนยันจากส่วนกลางออกมา นั่นคือทาง สสจ.นครพนม ได้ดำเนินการควบคุมป้องกันตามระบบแล้ว ขณะนี้รอส่วนกลางแถลงข่าวยืนยันอย่างเป็นทางการอีกที

นอกจากนี้แล้ว รายงานข่าวแจ้งว่าหลังจากนายนราธิเบต เดินทางมากราบนมัสการองค์พระธาตุพนม เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ปรากฏว่าวันต่อมาคือวันที่ 12 มีนาคม ก็มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหการณ์ &amp;nbsp;เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานเกษตรลุ่มน้ำโขง ครั้งที่ 23 ประจำปี 2563 จากนั้นก็ได้เข้าไปภายในองค์พระธาตุพนม พร้อมกับคณะผู้ติดตาม &amp;nbsp;ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเผยว่าหากนายนราธิเบตติดเชื้อโควิด 19 จริง ในองค์พระธาตุจะมีความอบอ้าวอากาศถ่ายทอดไม่สะดวก จึงใช้พัดลมเป่าระบายความร้อนออกทางปล่องด้านบน และเชื้อโรคจะตกอยู่ในบริเวณดังกล่าวนานถึง 48 ชั่วโมง ดังนั้นผู้ที่เข้าภายในองค์พระธาตุตามหลังนายนราธิเบต โอกาสติดเชื้อก็มีสูงเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;

&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59789</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ธรรมนัส พรหมเผ่า, พระธาตุพนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6db802dfac2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวธาตุพนมตุ้มโฮมพัฒนาเมือง  อนุรักษ์เมืองเก่า ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ‘พระธาตุพนม’ เมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-left: 36pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left: 36pt; text-align: center;&quot;&gt;(ภาพลายเส้นโดย Louis Delaporte ช่วงปี พ.ศ.2409-2411)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;lsquo;พระธาตุพนม&amp;rsquo; ปูชนียสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคนไทย-ลาวสองฝั่งโขงมาเนิ่นนาน&amp;nbsp; ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูลเสนอต่อองค์การยูเนสโกเพื่อให้เป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะเดียวกันชาวพระธาตุพนมกลุ่มหนึ่งในนาม &amp;lsquo;กลุ่มข้าโอกาสพระธาตุพนม&amp;nbsp; ตุ้มโฮมพัฒนาเมือง&amp;rsquo;&amp;nbsp; ได้ร่วมกันพัฒนาเมืองในด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การฟื้นฟูศิลปะ&amp;nbsp; วัฒนธรรม&amp;nbsp; ประเพณี&amp;nbsp; การอนุรักษ์อาคาร&amp;nbsp; บ้านเรือนเก่า &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการก้าวสู่เมืองมรดกโลกในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประวัติศาสตร์พระธาตุพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;lsquo;พระธาตุพนม&amp;rsquo; ตั้งอยู่ที่อำเภอธาตุพนม&amp;nbsp; จังหวัดนครพนม&amp;nbsp; ห่างจากแม่น้ำโขงประมาณ &amp;nbsp;600 เมตร&amp;nbsp; เป็นปูชนีสถานที่คนไทย-ลาวสองฝั่งโขงเคารพสักการะมายาวนานหลายร้อยปี&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำนานอุรังคธาตุบันทึกว่า&amp;nbsp; บริเวณที่ตั้งองค์พระธาตุพนมเคยเป็นที่ตั้งของเมืองศรีโคตรบูร&amp;nbsp; ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรศรีโคตรบูร&amp;nbsp; องค์พระธาตุพนมเป็นเจดีย์หรือพระธาตุที่มีรูปทรงระฆังเหลี่ยม&amp;nbsp; มีลวดลายต่างๆ ประดับรอบ&amp;nbsp; สร้างขึ้นมาเพื่อบรรจุพระอุรังคธาตุหรือกระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า&amp;nbsp; โดยเจ้าผู้ครองนครศรีโคตรบูรและเจ้าเมืองต่างๆ&amp;nbsp; รวม 5 เมืองร่วมกันก่อสร้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามตำนานอุรังคธาตุระบุว่า&amp;nbsp; องค์พระธาตุพนมสร้างขึ้นในปี พ.ศ.8&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ ศ.ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์  ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ &amp;nbsp;เสนอความเห็นว่า &amp;nbsp;รูปแบบดั้งเดิมของพระธาตุพนมน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะจาม ซึ่งน่าจะสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 15 &amp;nbsp;เมื่อถึงสมัยล้านช้างจึงมีการก่อเจดีย์ทรงระฆังเหลี่ยมทับเรือนธาตุที่มีมาแต่เดิม &amp;nbsp;(ขณะนี้กรมศิลปากรกำลังขุดชั้นดินบริเวณข้างพระธาตุเพื่อศึกษาหาอายุที่แท้จริงของพระธาตุพนม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำข้อมูลเพื่อเสนอต่อองค์การยูเนสโก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; องค์พระธาตุพนมมีการบูรณะซ่อมแซมมาเป็นระยะๆ&amp;nbsp; ครั้งล่าสุดคือในปี พ.ศ.2483-2484&amp;nbsp; ในสมัยรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีหลวงวิจิตรวาทการ&amp;nbsp; อธิบดีกรมศิลปากรเป็นหัวหน้าในการบูรณะ&amp;nbsp; โดยกรมศิลปฯ ได้สร้างครอบพระธาตุองค์เดิมด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กตั้งแต่ชั้นที่ 3 ขึ้นไป &amp;nbsp;มีรูระบายอากาศบนส่วนยอดรอบด้าน&amp;nbsp; และต่อยอดให้สูงขึ้นไปอีก 10 &amp;nbsp;เมตร &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมความสูงของพระธาตุ &amp;nbsp;57 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในเดือนสิงหาคม 2518 &amp;nbsp;องค์พระธาตุพนมที่มีความเก่าแก่ได้พังทลายลงมา&amp;nbsp; สันนิษฐานว่าในการบูรณะในสมัยจอมพล ป.&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ได้สร้างฐานล่างขึ้นมาใหม่ให้มีความแข็งแรง &amp;nbsp;แต่ได้บูรณะโดยการครอบพระธาตุองค์เดิมด้วยคอนกรีตและต่อยอดพระธาตุให้สูงขึ้นอีก 10 เมตร&amp;nbsp; ฐานล่างเดิมจึงรับน้ำหนักมากขึ้น &amp;nbsp;และเมื่อเกิดฝนตก &amp;nbsp;น้ำฝนได้ไหลเข้าสู่รูระบายอากาศ&amp;nbsp; ทำให้เกิดความชื้นสะสมยาวนานหลายสิบปีจนทำให้อิฐที่ก่อเป็นองค์พระธาตุเสื่อมสภาพ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระธาตุพนมจึงแตกร้าวล้มลงในที่สุด....สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้แก่พี่น้องไทย-ลาวทั่วทั้งสองฝั่งโขง !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังพระธาตุพนมล้ม &amp;nbsp;ชาวไทยทั่วประเทศได้ร่วมกันบริจาคทุนทรัพย์เพื่อก่อสร้างพระธาตุพนมขึ้นมาใหม่ทั้งองค์&amp;nbsp; โดยรักษาโครงสร้าง&amp;nbsp; ขนาด&amp;nbsp; รูปแบบ &amp;nbsp;และลวดลายจำหลักต่าง ๆ ให้เหมือนองค์เดิม &amp;nbsp;สูงเท่าองค์เดิม &amp;nbsp;คือ 57 เมตร &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยสร้างครอบฐานพระธาตุองค์เดิม &amp;nbsp;ซึ่งยังเหลืออยู่ประมาณ 6 เมตรเศษ &amp;nbsp;สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก &amp;nbsp;ข้างในกลวงเป็นโพรง&amp;nbsp; มีคานยึด 5 แห่ง &amp;nbsp;มีกรุสำหรับบรรจุพระอุรังคธาตุ 1 กรุ &amp;nbsp;และมีกรุสำหรับบรรจุสิ่งของที่พบเมื่อพระธาตุพังทลายลงมา 8 กรุ  แล้วเสร็จในปี 2522&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในเดือนมีนาคมปีนั้น&amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;รัชกาลที่ 9 &amp;nbsp;พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ &amp;nbsp;ได้เสด็จพระราชดำเนินในการพระราชพิธีเชิญพระอุรังคธาตุขึ้นบรรจุในองค์พระธาตุพนม &amp;nbsp;เพื่อเป็นสถานที่สักการะบูชาของศาสนิกชนสืบต่อไป..!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสนอพระธาตุพนมสู่เมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในแต่ละวันจะมีประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมากราบสักการะพระธาตุพนมวันละหลายพันคน&amp;nbsp; โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์&amp;nbsp; และเทศกาลต่างๆ &amp;nbsp;ส่วนประเพณีที่สำคัญเกี่ยวกับพระธาตุพนมก็คือ&amp;nbsp; &amp;lsquo;งานนมัสการพระธาตุพนม&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;งานบุญเดือนสาม&amp;rsquo; เป็นประเพณีที่สืบต่อกันมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; งานนมัสการพระธาตุพนม &amp;nbsp;จะจัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน 3 ของทุกปี &amp;nbsp;โดยถือเอาวันขึ้น &amp;nbsp;8 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันแรกของงาน &amp;nbsp;และไปสิ้นสุดในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3&amp;nbsp; โดยในตอนเช้าของงานนมัสการพระธาตุพนมวันแรกจะมีพิธีดำน้ำในแม่น้ำโขงเพื่ออัญเชิญรูปหล่อพระอุปคุต (พระอรหันต์รูปหนึ่งในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช) &amp;nbsp;&amp;nbsp;แห่มายังวัดพระธาตุพนม&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้&amp;nbsp; เชื่อกันว่าผู้ที่สักการะบูชาพระอุปคุตแล้วจะก่อให้เกิดลาภผล &amp;nbsp;ความมั่งมี &amp;nbsp;ขจัดภยันตราย ฯลฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เหล่าศาสนิกชนหลั่งไหลมางานนมัสการพระธาตุพนม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากนั้นในช่วงก่อนเที่ยงจะมีพิธีถวายพีชภาค&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย &amp;lsquo;กลุ่มข้าโอกาส&amp;rsquo; &amp;nbsp;จะนำผลผลิตทางการเกษตร &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ข้าว &amp;nbsp;ข้าวโพด &amp;nbsp;กล้วย อ้อย &amp;nbsp;และผลผลิตที่ได้จากที่ดินของวัดมาถวายพระธาตุ&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้ได้รับอานิสงส์อยู่ดีกินดี &amp;nbsp;มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน &amp;nbsp;มีอายุยืนยาว&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีพิธี &amp;lsquo;เสียค่าหัว&amp;rsquo; ให้แก่พระธาตุ&amp;nbsp; หรือการถวายเงินเพื่อบำรุงพระธาตุพนม&amp;nbsp; เป็นประเพณีที่สืบทอดมาแต่โบราณ&amp;nbsp; เป็นสัญลักษณ์การถวายเครื่องบรรณาการแด่ผู้สร้างพระธาตุพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตอนค่ำจะมีการรำบูชาพระธาตุพนม&amp;nbsp; และการแสดงธรรมเทศนาประกอบพิธีเวียนเทียนสักการะพระธาตุพนม&amp;nbsp; โดยในแต่ละปีจะมีประชาชนชาวไทยและลาวหลั่งไหลเข้าร่วมนมัสการพระธาตุพนมวันละนับแสนคน&amp;nbsp; ถือเป็นงานบุญประเพณีที่ใหญ่ที่สุดของชาวอีสาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากประเพณี&amp;nbsp; ความเชื่อ&amp;nbsp; ความเคารพศรัทธาในองค์พระธาตุพนมที่มีมาเนิ่นนาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และที่สำคัญคือ&amp;nbsp; องค์พระธาตุที่มีความโดดเด่น&amp;nbsp; สวยงาม&amp;nbsp; มีเอกลักษณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวนครพนมจึงมีแนวคิดในการเสนอองค์พระธาตุพนมให้เป็นเมืองมรดกโลกต่อองค์การยูเนสโก (องค์การการศึกษา &amp;nbsp;วิทยาศาสตร์ &amp;nbsp;และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ /United &amp;nbsp;Nations &amp;nbsp;Educational, Scientific and Cultural Organization = UNESCO) ซึ่งมีหน้าที่ในการรับรองและส่งเสริมการเป็นเมืองมรดกโลก&amp;nbsp; เพื่อสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่ชาวนครพนม&amp;nbsp; รวมทั้งยังมีผลต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้แนวคิดดังกล่าวเริ่มมาจากอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมคนหนึ่งซึ่งเคยเป็นผู้ว่าฯ จ.พระนครศรีอยุธยาที่เป็นเมืองมรดกโลกมาก่อน (ปี 2534 ยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียน &amp;lsquo;นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและเมืองบริวาร&amp;rsquo; เป็นเมืองมรดกโลก) จึงนำแนวคิดนี้มาขยายผล&amp;nbsp; และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม (นวน&amp;nbsp; เขมจารี&amp;nbsp; พ.ศ.2533-2544) ได้พยายามสานต่อแนวคิดนี้ผ่านทางข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัด&amp;nbsp; สถาบันการศึกษา&amp;nbsp; และญาติโยมมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เส้นทางสู่มรดกโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในเดือนกรกฎาคม 2559&amp;nbsp; จังหวัดนครพนมได้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานเพื่อขอขึ้นทะเบียนพระธาตุพนมเป็นมรดกโลก&amp;nbsp; และต่อมาได้จัดทำข้อมูลเพื่อเสนอพระธาตุพนมเข้าสู่บัญชีเบื้องต้น &amp;nbsp;(Tentative List) ต่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; และกระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วีระ &amp;nbsp;โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า &amp;nbsp;พระธาตุพนมเป็นศาสนสถานที่มีคุณค่าโดดเด่นเป็นสากล &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีคุณสมบัติในการขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก &amp;nbsp;3 เกณฑ์ &amp;nbsp;ได้แก่ &amp;nbsp;เกณฑ์ที่ 1 เป็นตัวแทนที่แสดงถึงผลงานชิ้นเอกที่ทำขึ้นด้วยอัจฉริยภาพในการสร้างสรรค์ของมนุษย์ &amp;nbsp;เกณฑ์ที่ 2 เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่งในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อในด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมสถาน &amp;nbsp;ประติมากรรม &amp;nbsp;ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้องหรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ &amp;nbsp;และ เกณฑ์ที่ 6 &amp;nbsp;มีความคิดหรือความเชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์หรือบุคคลที่มีความสำคัญหรือความโดดเด่นในประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่&amp;nbsp; 24 มกราคม 2560&amp;nbsp; คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กระทรวงวัฒนธรรมนำเสนอพระธาตุพนมเข้าสู่บัญชีเบื้องต้น (Tentative List) ไปที่ยูเนสโก เพื่อนำเสนอเป็นแหล่งมรดกโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 12&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรกฎาคม&amp;nbsp; 2560 ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ&amp;nbsp; ครั้งที่ 41 ณ เมืองคราคูฟ&amp;nbsp; ประเทศโปแลนด์&amp;nbsp; มีมติเห็นชอบให้บรรจุพระธาตุพนมในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นของศูนย์มรดกโลก&amp;nbsp; องค์การยูเนสโก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนขั้นตอนการดำเนินการเพื่อให้พระธาตุพนมได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกในขณะนี้ก็คือการจัดทำร่างเอกสารนำเสนอ (Nomination Dossier) ไปยังยูเนสโกก่อนวันที่ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; กุมภาพันธ์&amp;nbsp; 2564&amp;nbsp; หลังจากนั้นคณะกรรมการมรดกโลกจะพิจารณาและประกาศผลในเดือนกุมภาพันธ์&amp;nbsp; 2565&amp;nbsp; ว่าพระธาตุพนมจะได้ขึ้นบัญชีเป็นเมืองมรดกโลกหรือไม่..!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ดี&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้กระทรวงวัฒนธรรมได้เสนออุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี &amp;nbsp;เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลกในปี 2559 แต่คณะกรรมการฯ ได้ส่งเรื่องกลับมาเพื่อให้ทางไทยดำเนินการใหม่ในหลายประเด็น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การกำหนดอายุหลักฐานทางโบราณคดีที่ยังขาดความชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เรานำกรณีภูพระบาทมาศึกษา &amp;nbsp;เพื่อให้การนำเสนอพระธาตุพนมมีความพร้อมสมบูรณ์ข้อมูลทุกด้าน &amp;nbsp;ต้องจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ &amp;nbsp;คุณค่าสถาปัตยกรรม &amp;nbsp;เพื่อให้เห็นถึงประวัติความเป็นมาและคุณค่าของพระธาตุพนม &amp;nbsp;โดยเฉพาะด้านโบราณคดีต้องมีการขุดค้นเพิ่มเติม &amp;nbsp;เพื่อบ่งบอกถึงความเก่าแก่ &amp;nbsp;อายุ ชั้นดิน &amp;nbsp;ที่ต้องศึกษาวิเคราะห์ช่วงเวลาและยุคสมัยที่ชัดเจน &amp;nbsp;รวมทั้งการจัดทำผังกำหนดขอบเขตพื้นที่มรดกโลก &amp;nbsp;และพื้นที่กันชน &amp;nbsp;ตลอดจนจัดทำแผนบริหารจัดการ &amp;nbsp;การพัฒนาปรับปรุงบริเวณที่จะเป็นมรดกโลก เช่น ตั้งศูนย์บริการท่องเที่ยว ศูนย์ข้อมูลหรือพิพิธภัณฑ์ เป็นต้น&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วีระ &amp;nbsp;โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรมกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;กลุ่มข้าโอกาสธาตุพนม&amp;nbsp; ตุ้มโฮมพัฒนาเมือง&amp;rsquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;lsquo;ข้าโอกาส&amp;rsquo; คือ &amp;lsquo;กลุ่มคนที่มีหน้าที่ดูแลรักษาพระธาตุพนม&amp;rsquo;&amp;nbsp; ในสมัยก่อน&amp;nbsp; กษัตริย์หรือเจ้าเมืองแถบลุ่มน้ำโขงจะนำข้าทาสและบริวารมาถวายให้เป็นข้าพระธาตุ ทำหน้าที่ดูแลรักษาองค์พระธาตุด้วยการถวายสิ่งของและจัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลตามวันสำคัญทางศาสนา &amp;nbsp; โดยให้ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ใกล้พระธาตุ&amp;nbsp; จนมีลูกมีหลานสืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ &amp;nbsp;แต่ปัจจุบัน &amp;lsquo;ข้าโอกาส&amp;rsquo; มีความหมายรวมถึงกลุ่มคนที่มีความศรัทธาต่อพระธาตุและร่วมกันทำนุบำรุงพระธาตุให้มีความยั่งยืนสืบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ธนัตชัย คำป้อง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ธนัตชัย&amp;nbsp; คำป้อง&amp;nbsp; ประธาน &amp;lsquo;กลุ่มข้าโอกาสพระธาตุพนม&amp;nbsp; ตุ้มโฮมพัฒนาเมือง&amp;rsquo; เล่าว่า กลุ่มข้าโอกาสฯ เกิดจากการรวมตัวกันของชาวธาตุพนม&amp;nbsp; มีคณะกรรมการจำนวน 18 คน&amp;nbsp; ซึ่งมีทั้งนักธุรกิจ&amp;nbsp; ครู&amp;nbsp; ลูกหลานกลุ่มข้าโอกาส&amp;nbsp; อาจารย์จากมหาวิทยาลัยนครพนม&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp;ที่ต้องการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้มีความเจริญ&amp;nbsp; ขณะเดียวกันก็จะอนุรักษ์และฟื้นฟูประเพณี&amp;nbsp; ศิลปะ&amp;nbsp; วัฒนธรรม&amp;nbsp; ตลอดจนอาคารบ้านเรือนที่มีความเก่าแก่ก่อสร้างมานานนับร้อยปีให้คงอยู่&amp;nbsp; และเป็นเอกลักษณ์ของเมืองธาตุพนม จึงรวมตัวกัน (ตุ้มโฮม) จัดตั้งกลุ่มข้าโอกาสฯ ขึ้นมาในปี 2561 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้เมืองธาตุพนมยังประกอบด้วยกลุ่มคนหลายเผ่าพันธุ์&amp;nbsp; มีทั้งคนไทยอีสาน&amp;nbsp; ผู้ไท&amp;nbsp; ลาว&amp;nbsp; กะเลิง&amp;nbsp; ญ้อ&amp;nbsp; จีน&amp;nbsp; เวียดนาม&amp;nbsp; มีวัฒนธรรม&amp;nbsp; ประเพณี&amp;nbsp; และอาหารการกินที่หลากหลาย&amp;nbsp; กลุ่มข้าโอกาสฯ จึงอยากให้คนต่างถิ่นหรือนักท่องเที่ยวที่มาสักการะพระธาตุพนมแล้วกลับไป&amp;nbsp; ได้แวะมาศึกษาและเรียนรู้วัฒนธรรมและประเพณีต่างๆ ของท้องถิ่น&amp;nbsp; และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนอีกด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกลุ่มข้าโอกาสฯ เล่าถึงความเป็นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กิจกรรมที่กลุ่มข้าโอกาสฯ ดำเนินการมี 5 ด้าน&amp;nbsp; คือ 1.การพัฒนาเมืองธาตุพนม&amp;nbsp; โดยการอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนเก่า&amp;nbsp; ย่านเมืองเก่า &amp;nbsp;2.การอนุรักษ์ ส่งเสริมศิลปะ&amp;nbsp; วัฒนธรรม&amp;nbsp; ประเพณี&amp;nbsp; อาหาร&amp;nbsp; ความหลากหลายทางชาติพันธุ์&amp;nbsp; 3.การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน โดยจัดกิจกรรม &amp;lsquo;ถนนคนเดิน&amp;rsquo; ทุกเย็นวันเสาร์&amp;nbsp; บริเวณตลาดเก่า ตั้งแต่ริมแม่น้ำโขง-ซุ้มประตูโขง&amp;nbsp; มีการออกร้านจำหน่ายอาหาร ผักปลอดสารพิษ สินค้าพื้นบ้าน&amp;nbsp; และการแสดงท้องถิ่น 4.การดูแลสาธารณูปโภคต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; และ 5. ส่งเสริมให้ประชาชนที่มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; ของสถาบันพัฒนาองค์กร (องค์การมหาชน) ขณะนี้มีสมาชิกจำนวน 90 คนที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp; โดยสมาชิกจะต้องออมเงินเพื่อเป็นทุนในการซื้อที่ดินและสร้างบ้านอย่างน้อยเดือนละ 100&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท/ราย&amp;nbsp; เริ่มออมเงินเมื่อกลางปี 2561&amp;nbsp; เมื่อมีสมาชิกครบ 100 รายจะจดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน เพื่อซื้อที่ดินมาจัดทำโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะให้การสนับสนุนโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนการสนับสนุนให้พระธาตุพนมเป็นเมืองมรดกโลกนั้น&amp;nbsp; กลุ่มข้าโอกาสฯ ได้จัดเวทีประชาคม&amp;nbsp; ลงไปพูดคุยกับหมู่บ้าน&amp;nbsp; โรงเรียนต่างๆ รวมทั้งจัดเวทีพูดคุยเรื่องพระธาตุพนมสู่เมืองมรดกโลกที่ถนนคนเดินเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; เพื่อให้ชาวธาตุพนมได้รับรู้ข้อมูล&amp;nbsp; ร่วมกันสนับสนุน&amp;nbsp; และเกิดความภาคภูมิใจที่พระธาตุพนมจะได้รับการเสนอชื่อให้เป็นเมืองมรดกโลกด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกลุ่มข้าโอกาสฯ กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;เฮือนนายฮ้อยอุ่น&amp;rdquo; พิพิธภัณฑ์มีชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เฮือนนายฮ้อยอุ่น &amp;nbsp;ภาพถ่ายปี พ.ศ.2489 นายฮ้อยอุ่นนั่งกลางอุ้มเด็ก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมืองธาตุพนมตั้งอยู่ริมน้ำโขง&amp;nbsp; เป็นเมืองเก่าแก่และมีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยโบราณ สมัยฝรั่งเศสยึดครองอินโดจีนเมื่อร้อยปีก่อน&amp;nbsp; มรดกตกทอดที่ยังคงปรากฏอยู่ในปัจจุบัน&amp;nbsp; นอกจากขนมปังฝรั่งเศสยัดไส้หมูยอแล้ว&amp;nbsp; อาคารหรือสิ่งก่อสร้างสไตล์ &amp;lsquo;โคโลเนียน&amp;rsquo; (ศิลปะแบบอาณานิคม) สีเหลืองเข้ม &amp;nbsp;เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป&amp;nbsp; ตั้งแต่เวียดนามลงมาลาวและเขมร&amp;nbsp; รวมถึงเมืองชายแดนริมน้ำโขงของไทย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; นครพนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประกาศิต จันทศ&amp;nbsp; กรรมการกลุ่มข้าโอกาสพระธาตุพนม ตุ้มโฮมพัฒนาเมือง&amp;nbsp; เจ้าของมรดก &amp;lsquo;บ้านนายฮ้อยอุ่น&amp;rsquo; บอกว่า &amp;nbsp;เดิมในเขตเทศบาลตำบลพระธาตุพนมมีอาคารบ้านเรือนสไตล์โคโลเนียนที่ได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศสจำนวนกว่า 20 แห่ง&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันถูกทุบทิ้งไปแล้วประมาณ&amp;nbsp; 10 แห่ง&amp;nbsp; เนื่องจากอาคารเดิมมีสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; ลูกหลานไม่เห็นคุณค่า หรือไม่มีเวลาดูแลรักษา&amp;nbsp; จึงทุบทิ้งเพื่อสร้างเป็นบ้านทรงสมัยใหม่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อมีการตั้งกลุ่มข้าโอกาสฯ ขึ้นมา จึงมีหลายหน่วยงานมาให้คำแนะนำและให้การสนับสนุนเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูอาคารเก่าเหล่านี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ฯลฯ&amp;nbsp; กลุ่มข้าโอกาสฯ จึงเข้าไปพูดคุยกับเจ้าของอาคารต่างๆ เพื่อให้รักษาเอาไว้เป็นมรดกของลูกหลานและเป็นเอกลักษณ์ของเมืองธาตุพนม &amp;nbsp;จนประสบผลสำเร็จหลายหลัง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โรงแรมไม้ &amp;lsquo;ชัยวัณย์&amp;rsquo; (ชื่อเดิม &amp;lsquo;ไมตรี&amp;rsquo;) ขนาด 2 ชั้น&amp;nbsp; สร้างตั้งแต่ปี 2460 ปัจจุบันมีอายุกว่า 100 ปี&amp;nbsp; ทายาทรุ่นปัจจุบันจะรื้อทิ้ง&amp;nbsp; แต่เมื่อเห็นคุณค่า &amp;nbsp;ขณะนี้จึงปรับปรุงโดยยึดโครงสร้างเดิม &amp;nbsp;เพื่อเตรียมเปิดเป็นเกสต์เฮ้าส์ขนาด 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; ห้องใหญ่&amp;nbsp; มีความโดดเด่น&amp;nbsp; เพราะเป็นเรือนไม้เก่า&amp;nbsp; มีลวดลายฉลุ&amp;nbsp; ด้านหน้าชั้นล่างเป็นประตูไม้บานเฟี้ยมทั้งหมด&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมี &amp;lsquo;โรงแรมสีฟอง&amp;rsquo;&amp;nbsp; สไตล์โคโลเนียน&amp;nbsp; สร้างตั้งแต่ปี 2484 ปัจจุบันปรับปรุงและเปิดบริการแล้ว&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วน &amp;lsquo;บ้านนายฮ้อยอุ่น จันทศ&amp;rsquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ตั้งอยู่ริมถนนพนมพนารักษ์&amp;nbsp; เป็นอาคาร 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชั้น&amp;nbsp; ขนาด 5 คูหา&amp;nbsp; (เดิมชั้นล่างเป็นห้องโถงโล่ง) ก่อสร้างในปี 2479 &amp;nbsp;โดยจ้างช่างชาวเวียดนาม ซึ่งในขณะนั้นฝรั่งเศสยังมีอิทธิพลอยู่ในอินโดจีน&amp;nbsp; การสร้างตึกสไตล์โคโลเนียนจึงได้รับความนิยมทั่วไป&amp;nbsp; รวมทั้งในเมืองไทย &amp;nbsp;เพราะแสดงถึงความทันสมัย &amp;nbsp;รูปทรงสวยงาม&amp;nbsp; โดยเฉพาะสถานที่ราชการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จวนผู้ว่าฯ จ.นครพนม (หลังเก่า) และบ้านของพ่อค้าหรือผู้ดีมีสตางค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สมัยก่อนคุณตาอุ่นเป็นพ่อค้า ขายสินค้าต่างๆ รวมทั้งวัวควาย ต้อนลงไปขายที่กรุงเทพฯ และฉะเชิงเทรา เงินที่ใช้ซื้อขายสมัยก่อนจะเป็นเงินเหรียญมีรูตรงกลาง&amp;nbsp; พ่อค้าจะเอาเชือกมาร้อยเหรียญเป็นพวงเพื่อความสะดวก&amp;nbsp; คนทั่วไปจึงเรียกว่า &amp;lsquo;นายร้อย&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;นายฮ้อย&amp;rsquo; ในภาษาอีสาน&amp;nbsp; เวลาคุณตากลับมาจากการค้าขายแล้ว จะใช้เวลาเป็นวันๆ เพื่อนับเงิน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ทายาทคุณตาอุ่นบอกถึงที่มาของคำว่านายฮ้อย&amp;nbsp; และจากการค้าขายนี่เอง&amp;nbsp; ทำให้นายฮ้อยอุ่นสะสมเงินทองขยายกิจการต่างๆ ออกไป&amp;nbsp; รวมทั้งสร้างตึกสไตล์โคโลเนียนขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายฮ้อยอุ่นถือว่าเป็นพ่อค้าที่มีความคิดก้าวหน้าในสมัยนั้น&amp;nbsp; เพราะอาคาร 5 ห้องสไตล์โคโลเนียนที่สร้างขึ้นมาได้เปิดเป็นโรงเรียนมัธยมเอกชนในปี 2481 ใช้ชื่อว่า &amp;lsquo;โรงเรียนพนมราสต์วิทยา&amp;rsquo; โดยจ้างครูมาสอน &amp;nbsp;เด็กที่มาเรียนส่วนใหญ่เป็นลูกหลานข้าราชการและพ่อค้าที่มีเงิน&amp;nbsp; ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 &amp;nbsp;พ.ศ.2484-2488 โรงเรียนต้องปิดเพื่อหนีภัยสงคราม&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงเปิดสอนตามปกติ&amp;nbsp; และปิดตัวลงในปี 2493 &amp;nbsp;เนื่องจากในขณะนั้น&amp;nbsp; โรงเรียนมัธยมของทางรัฐบาลขยายมาเปิดที่อำเภอธาตุพนมและได้รับความนิยมมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังโรงเรียนปิด นายฮ้อยอุ่นได้ใช้อาคารหลังนี้เป็นที่เก็บสินค้าต่างๆ เช่น&amp;nbsp; เกลือสินเธาว์ &amp;nbsp;ข้าวสาร&amp;nbsp; ของป่า&amp;nbsp; ซื้อมาและขายไปทั่วหัวเมืองอีสานในแถบลุ่มน้ำโขง &amp;nbsp;รวมทั้งลาวและพม่า&amp;nbsp; และยังทำธุรกิจหลายอย่าง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชักลากไม้แปรรูปไม้&amp;nbsp; เดินรถโดยสาร&amp;nbsp; ก่อนจะยุติบทบาทเนื่องจากย่างเข้าสู่วัยชรา&amp;nbsp; นายฮ้อยอุ่นมีอายุยืนถึง 100 ปี&amp;nbsp; โดยเสียชีวิตในปี 2533 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สภาพเฮือนนายฮ้อยอุ่นในปัจจุบัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันประกาศิตปรับปรุงอาคารหลังนี้ที่ได้รับมรดกจำนวน 1 ห้อง&amp;nbsp; เพื่อเตรียมเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่มีชีวิต&amp;nbsp; บอกเล่าเรื่องราวของเมืองธาตุพนมและนายฮ้อยอุ่น แสดงข้าวของต่างๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โต๊ะเรียนสมัยสงครามโลก หนังสือเรียน ภาพเก่า&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp;เป็นการชุบชีวิตอาคารบ้านเรือนเก่า&amp;nbsp; เพื่อเติมเสน่ห์ให้แก่เมืองและพระธาตุพนมได้ก้าวสู่เมืองมรดกโลกต่อไป...!!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34006</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระธาตุพนม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190419/image_big_5cb9c5dd71066.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
