<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปารีณา-กำนันฉอย’แยกรับ’บิ๊กป้อม’ที่อยุธยา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงพื้นที่ตรวจราชการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ จ.เพชรบุรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในวันที่ 22 ก.ย.แม้ทั้ง 2 ฝ่ายยืนยันเป็นการเป็นภารกิจปกติ ในการแต่มุมการเมืองถูกมองในเป็นการวัดกำลัง โดยเฉพาะในส่วนของส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐที่จะมีกระแสข่าวมีการระดมส.ส.ลงไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่เบื้องต้นมีรายงานข่าว ส.ส.พลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ไปรับนายกฯ ส่วนของ จ.เพชรบุรี นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เขต 1 นายสาธิต อุ๋ยตระกูล ส.ส.เขต 2 นายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เขต 3 โดยมีนายก อบจ.นายชัยยะ อังกินันทน์ ร่วมด้วย ส่วน จ.กาญจนบุรี มีพล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.เขต 1 นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.เขต 4 และนายอรรถพล โพธิพิพิธ ส.ส.เขต 5 ยกเว้นนายสมเกียรติ วอนเพียร ส.ส. เขต 2 ที่ไปรับพล.อ.ประวิตร และจ.ราชบุรี น.ส.กุลวลี นพอมรบดี ส.ส.เขต 1 นางบุญยิ่ง กาญจนา ส.ส.เขต 2 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.เขต 4 ยกเว้น น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.เขต 3 ที่ไปต้อนรับพล.อ.ประวิตร ที่จะ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีส.ส.รวม 9 คนที่มารอรับนายกฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่ ส.ส.ที่ไปต้อนรับ พล.อ.ประวิตร มีรายงานข่าวมีประมาณ 40 คน นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะเลขาธิการพรรค รวมถึงว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดถึงการลงพื้นที่ของ ส.ส.ว่า ใครอยู่จังหวัดไหนก็ให้ไปตรงนั้น เพราะเป็นการลงไปช่วยชาวบ้าน ใครอยู่ใกล้ จ.พระนครศรีอยุธยาก็ไป จ.พระนครศรีอยุธยา เพราะสุดท้ายแล้วเป็นการลงไปพบประชาชนเพื่อนำปัญหามาแก้ไข&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117504</URL_LINK>
                <HASHTAG>การลงพื้นที่ตรวจราชการ, นายกรัฐมนตรี, พระนครศรีอยุธยา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รมว.กลาโหม, รองนายกรัฐมนตรี, เพชรบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614ab9e63847d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประวิตร&#039; จ่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอยุธยา 22 ก.ย.นี้ ชน ภารกิจ &#039;ประยุทธ์&#039; ลุยเมืองเพชร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20&amp;nbsp;ก.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า หลังเกิดเหตุการณ์ พล.อ.ประวิตร เสียหลักลื่นล้ม ในระหว่างเดินทางไปร่วมสวดพระอภิธรรมบิดา ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพปชร.ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ได้รับบาดเจ็บ และยังมีปฏิบัติหน้าที่ประชุมคณะต่างๆต่อเนื่องนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดพบว่า ในวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ก.ย. ช่วงบ่าย พล.อ.ประวิตร และคณะ มีกำหนดการลงพื้นที่ติดตามความพร้อมของการบริหารจัดการน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อรับฟังสถานการณ์น้ำในพื้นที่โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้ง ภาพรวมการบริหารจัดการน้ำรับน้ำหลากตามมาตรการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) และแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบในลุ่มน้ำเจ้าพระยา และแนวทางการจัดการและเตรียมพื้นที่รับน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำ ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือประชาชน จากนั้นเดินทางติดตามการบริหารจัดการที่ประตูระบายน้ำปากคลองบางบาลและพบปะพูดคุยกับผู้นำชุมชน ก่อนเดินทางกลับกทม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางพรรคพปชร.ได้แจ้งให้ส.ส.ของพรรครับทราบการลงพื้นที่ดังกล่าวหากส.ส.คนใด ไม่มีภารกิจให้ร่วมลงพื้นที่เพื่อติดตามรับฟังปัญหาและร่วมติดตามแก้ไขให้กับพื้นที่ด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การลงพื้นที่ของพล.อ.ประวิตร ตรงกับภารกิจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีกำหนดลงพื้นที่จ.เพชรบุรี เพื่อติดตามความพร้อมรับมือฤดูฝน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ในช่วงบ่าย ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี (เขื่อนเพชร) เช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117291</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พระนครศรีอยุธยา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ลงพื้นที่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60ab34293471f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 14:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ยังหนักต่อเนื่องติดเชื้อ 3,732 ราย &#039;ระยอง-อยุธยา&#039; พุ่งไม่หยุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.64 - พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ตอนหนึ่งว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่&amp;nbsp;14,802&amp;nbsp;ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ&amp;nbsp;14,580&amp;nbsp;ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ&amp;nbsp;12,892&amp;nbsp;ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,688&amp;nbsp;ราย และมาจากเรือนจำ&amp;nbsp;217&amp;nbsp;ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ราย​ ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,219,531&amp;nbsp;ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;18,996&amp;nbsp;ราย​ ทำให้มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1,040,768&amp;nbsp;ราย อยู่ระหว่างรักษา&amp;nbsp;166,922&amp;nbsp;ราย อาการหนัก&amp;nbsp;4,917&amp;nbsp;ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ&amp;nbsp;1,040&amp;nbsp;ราย​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสียชีวิตเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;252&amp;nbsp;ราย เป็นชาย&amp;nbsp;130&amp;nbsp;ราย หญิง&amp;nbsp;122&amp;nbsp;ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ปีขึ้นไป&amp;nbsp;166&amp;nbsp;ราย มีโรคเรื้อรัง&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ราย เป็นหญิงตั้งครรภ์ 1 ราย โดยพบผู้เสียชีวิตมากสุดใน กทม.&amp;nbsp;80&amp;nbsp;ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;11,841&amp;nbsp;ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทยเมื่อวันที่&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ส.ค. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม&amp;nbsp;828,182&amp;nbsp;โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีจำนวนรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;32,600,001&amp;nbsp;โดส ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อใหม่&amp;nbsp;218,541,072&amp;nbsp;ราย เสียชีวิตสะสม&amp;nbsp;4,533,622&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวอีกว่า สำหรับ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่สูงสุด วันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ก.ย. ได้แก่ กทม.&amp;nbsp;3,732&amp;nbsp;ราย สมุทรปราการ 1,284 ราย ชลบุรี 879 ราย สมุทรสาคร 864 ราย ระยอง 547 ราย พระนครศรีอยุธยา 492 ราย ราชบุรี 417 ราย นครราชสีมา 333 ราย ฉะเชิงเทรา 331 ราย นราธิวาส 313 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115287</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., พระนครศรีอยุธยา, ระยอง, ศบค., โควิดวันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f2c2f256ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก.1 ชัยนาท ทำงานเชิงรุก เชื่อมตลาดช่วยเกษตรกร สู้วิกฤตโควิด-19 จัดแสดง “สินค้าดี สินค้าเด่น  9 จังหวัดภาคกลาง” คัดสุดยอด 41 สินค้า ขายผ่านออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายวีระชัย&amp;nbsp; เข็มวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 (สสก.1) จังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 ได้ส่งผลให้กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ที่อยู่ภายใต้การส่งเสริมดูแลของกรมส่งเสริมการเกษตร ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมด้านการตลาดได้ตามปกติ ดังนั้นเพื่อช่วยลดผลกระทบ และสร้างแนวทางการตลาดใหม่ที่สอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิตแบบ New Normal สสก.1จังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงกำหนดจัดกิจกรรมแสดง &amp;ldquo;สินค้าดี สินค้าเด่น 9จังหวัดภาคกลาง&amp;rdquo; ภายใต้โครงการแสดงผลงานและผลิตภัณฑ์เด่นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ระดับเขต และโครงการส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรแปรรูปวิสาหกิจชุมชน ระดับเขต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ในการจัดแสดงสินค้าดี สินค้าเด่น 9 จังหวัดภาคกลาง มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าผู้ประกอบการสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบายเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ หรือติดต่อกับเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรง &amp;nbsp;อีกทั้งยังช่วยสร้างโอกาสในการซื้อขายสินค้าและสร้างรายได้กับกลุ่มแม่บ้าน เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ทดแทนรายได้ที่ขาดหายในช่วงวิกฤตโควิด-19 ซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางออนไลน์ หรือการซื้อโดยติดต่อกับเกษตรกรหรือผู้ผลิตโดยตรง ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร และของใช้และเครื่องประดับ ที่อยู่ในกิจจกรรมจัดแสดงสินค้าดี สินค้าเด่น 9 จังหวัดภาคกลาง เป็นผลงานการพัฒนาที่สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอ ภายใต้การกำกับดูแลของ สสก.1จังหวัดชัยนาท ได้เข้าไปช่วยสนับสนุนความรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม คุณภาพ และมาตรฐานการผลิต การบริหารจัดการกลุ่ม จนออกมาเป็นสินค้าเกรดพรีเมียม ประชาชนที่สนใจต้องการช่วยอุดหนุน ซื้อสินค้า ทำให้วิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร มีรายได้สามารถนำมาจุนเจือครอบครัว เกิดงานเกิดรายได้ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น สามารถเข้าไปดูข้อมูลต่างๆ ได้โดยผ่านทาง QR Code และที่เว็บไซต์ www.cdoae.doae.go.th&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในส่วนของ QR Code และเว็บไซต์ www.cdoae.doae.go.th จะมีข้อมูลต่าง ๆ ของ สินค้าทั้ง 41 รายการ&amp;nbsp; ตั้งแต่ ข้อมูลชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อเกษตรตัวแทนกลุ่ม ช่องทางการติดต่อ ราคาขายปลีก-ส่ง รวมถึงสตอรี่&amp;nbsp; ที่เป็นเรื่องราวของสินค้าแต่ละชนิด ให้ผู้สนใจได้รับทราบเพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ผู้อำนวยการ สสก.1 จังหวัดชัยนาท กล่าวต่อไปว่า สำหรับในพื้นที่รับผิดชอบ 9 จังหวัดภาคกลาง ประกอบด้วย จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สระบุรี ลพบุรี และกรุงเทพมหนคร สสก.1จังหวัดชัยนาท ได้มีการสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน จำนวน 3,331 วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร อีกจำนวน 504 กลุ่ม และมีแนวทางในการดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาภายใต้แนวคิด Chai Nat (Zone 1) Agro Model &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo; Chai Nat (Zone 1) Agro Model เป็นรูปแบบการส่งเสริมการเกษตรเชิงรุก ซึ่ง 1 ใน Model&amp;nbsp;ดังกล่าวคือ กำหนดให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ 1 คน ดำเนินงาน 1 วิสาหกิจชุมชนเข้มแข็ง หรือ 1 กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเข้มแข็ง เพื่อให้เกิดการเข้าถึงความช่วยเหลือและสนับสนุน ทั้งด้านปัจจัยการผลิต ด้านแหล่งเงินทุน หรือด้านการตลาด จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จนเกิดการพัฒนาที่เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้&amp;rdquo;นายวีระชัย &amp;nbsp;กล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108632</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chai Nat (Zone 1) Agro Model, New Normal, www.cdoae.doae.go.th, กรมส่งเสริมการเกษตร, กรุงเทพมหนคร, กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร, การส่งเสริมการเกษตรเชิงรุก, ของใช้และเครื่องประดับ, จังหวัดชัยนาท, นนทบุรี, นายวีระชัย  เข็มวงษ์, ปทุมธานี, ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร, ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1, พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, วิสาหกิจชุมชน, สระบุรี, สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1, สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน, สำนักงานเกษตรอำเภอ, สิงห์บุรี, สินค้าดี สินค้าเด่น 9จังหวัดภาคกลาง, อาหารแปรรูป, อ่างทอง, แนวทางการตลาดใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e26a4956a06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อเมืองอยุธยา สั่งปิดแคมป์คนงานก่อสร้างห้างดัง 28 วัน เร่งตามผู้ค้ารถเร่กักตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.64 - นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;แถลงในที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีมติให้ควบคุมการแพร่ระบาดในแคมป์คนงานแห่งนี้เบื้องต้นใน 4 มาตรการ ได้แก่ มาตรการที่ 1 มีคำสั่งปิดแคมป์คนงานแห่งนี้ จำนวน 28 วัน ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน ถึง 6 กรกฎาคม 2564 โดยประเมินว่าทุกคนที่อยู่ในแคมป์คนงานแห่งนี้เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการที่ 2 กำหนดให้ทางบริษัทฯ จัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อที่จะใช้ที่พักเป็นที่ดูแลผู้ติดเชื้อ ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เข้ามาตรวจรักษา และควบคุมความเป็นอยู่ จนกว่าจะจัดหาโรงพยาบาลสนามได้ และจะแยกผู้ติดเชื้อออกรักษาตามระบบสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการที่ 3 คณะกรรมการควบคุมโรคจัดระบบบัญชาการพื้นที่ฯ&amp;nbsp;นำโดยนายบดินทร์ เกษมศานติ์ นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ในส่วนผู้จัดการพื้นที่ &amp;nbsp;การควบคุมโรค ให้ นพ.พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้หาผู้รับผิดชอบ และนายศักราช อัมวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเรียน เป็นทีมสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการที่ 4 การควบคุมพื้นที่และดูแลความปลอดภัย มอบให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และฝ่ายป้องกัน โดยทำการ Seal&amp;nbsp;ปิดกั้นห้ามเข้า-ออกสถานแคมป์คนงาน 28 วัน โดยจะให้ทางบริษัทฯ สนับสนุนอาหารเครื่องอุปโภคบริโภคจนครบ 28 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จากการตรวจคัดกรองกลุ่มผู้ค้าหาบเร่บริเวณดังกล่าวพบว่ามีการติดเชื้อแล้ว ทางพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ดำเนินการติดตามผู้ค้ารถเร่ทั้งหมดมาเข้าระบบการกักตัว สั่งปิดตลาดนัดที่อยู่บริเวณโดยรอบพร้อมกัน ยังพบว่ามีอีก 9 บริษัทที่มาร่วมก่อสร้างห้างสรรพสินค้า โดยได้ดำเนินการตรวจเชิงรุกกว่า 1,500 คน แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะดำเนินทุกมาตรการเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในแคมป์คนงานให้อยู่ในวงจำกัดไม่แพร่ระบาดในวงกว้าง ขอให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมมือร่วมใจปฏิบัติตามมาตรของกรมควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด ตามมาตรการ D-M-H-T-T เพื่อป้องกันตนเอง &amp;nbsp;และขอให้ติดตามข้อมูลจากการรายงานของจังหวัด หรือ สำนักงานสาธารณสุขจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105832</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระนครศรีอยุธยา, ภานุ แย้มศรี, แคมป์คนงานก่อสร้าง, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0b24dcf539.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2021 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2021 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา &#039;ตลาดเกษตรอยุธยา&#039; พบติดเชื้ออื้อ ยังรอผลตรวจอีก 594 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.64 -ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.&amp;nbsp;แถลงสถานการณ์ประจำวันตอนหนึ่ง ว่า ที่ลืมไม่ได้คือ การติดเชื้อในตลาดที่เป็นปัจจัยหลักก่อนหน้านี้ ล่าสุดทีมตระหนักรู้สถานการณ์ของกรมควบคุมโรคได้รับแจ้งว่า พบผู้ป่วยโควิด-19 เป็นญาติของพนักงานร้านอาหารแห่งหนึ่งในตลาดกลางเพื่อการเกษตร จ.พระนครศรีอยุธยา เดินทางมาพื้นที่เสี่ยงใน กทม.ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. ทำให้ญาติรับเชื้อและพนักงานของร้านรับเชื้อรวมทั้งสิ้น 17 ราย และก่อนหน้านี้มีการตรวจหาเชื้อเชิงรุกในตลาดดังกล่าวไปแล้ว&amp;nbsp;742 ราย พบว่าติดเชื้อ 6 ราย&amp;nbsp;ล่าสุดวันที่&amp;nbsp;19 เม.ย. มีการตรวจ 594 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผล โดยกรมอนามัยได้ให้ผู้ประกอบการต่างๆ ทั่วประเทศทำใบประเมินตัวเองเพื่อประเมินความเสี่ยง ซึ่งจะรายงานผลให้ทราบต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100078</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดกุ้ง, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, พระนครศรีอยุธยา, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606eaf80d1088.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2021 22:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2021 22:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นายกอบต.กรุงเก่า&#039; ตีแสกหน้า &#039;พิธา-ทอน&#039; ขวางท้องถิ่นซื้อวัคซีนโควิด ไม่เข้าใจกระจายอำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.64 - นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือ อุ๊ กรุงสยาม นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)&amp;nbsp;บ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาขวางการจัดซื้อวัคซีนของท้องถิ่น โดยอ้างว่า เป็นภาระของรัฐบาลที่จะต้องจัดสรรวัคซีนมาให้ รวมถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้สนับสนุนแนวคิดของนายพิธานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายวัชรพงศ์ กล่าวว่า ในฐานะ นายกอบต.เล็กๆ ชายขอบบ้านนอกของพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp; จะขอตอบ คุณพิธา และคุณธนาธร นักการเมืองระดับชาติว่า คุณค่อยๆไปอ่านและศึกษาภาระกิจบทบาทหน้าที่ ของท้องถิ่นให้ดีก่อน สำหรับผม ทำไมควรเอาเงินสะสมของท้องถิ่นออกมาดำเนินการ ผมตอบแบบนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เงินสะสมท้องถิ่นไม่มีความจำเป็นต้องเก็บไว้มากเกินเพราะเงินภาษีควรนำมาใช้เพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ไม่ได้มาเก็บฝากแบงค์&amp;nbsp;รัฐกับเอกชนต่างกัน ในขณะที่ประชาชนลำบากแต่ท้องถิ่นมีเงินเหลือใช้ และเป็นเงินภาษีของประชาชน การดูแลประชาชนจึงเป็นเรื่องชอบธรรม จะเงินส่วนกลางหรือเงินท้องถิ่นก็คือเงินของประชาชน เช่นเดียวกัน ไม่ใช่เงินส่วนตัวใคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การมีเงินสะสมเหลือมากมีสามกรณีคือ ท้องถิ่น ไม่ทำอะไรกับงบประมาณเหลือมากเพราะใช้เงินไม่เป็น หรือมันเจริญจนไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรแล้ว ในขณะที่ประชาชนยากลำบากแต่รัฐมีเงินฝากธนาคารมาก มันควรหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ภาระกิจการดูแลประชาชนเป็นหน้าที่ปกติของท้องถิ่นที่มีการกระจายอำนาจสู่ประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน ตามเจตนารมณ์ของกฏหมายเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการชุมชนตนเอง ลดอำนาจของส่วนกลางลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ท้องถิ่นไหนมีความเข้มแข็งลดการพึ่งพาจากส่วนกลางลงได้ นั่นคือความสำเร็จของการกระจายอำนาจเพื่อดูแลประชาชนและการพัฒนาในพื้นที่ ควรสนับสนุนและส่งเสริมให้ท้องถิ่นทุกแห่งทำหน้าที่ให้บรรลุเป้าหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เรื่องวัคซีนรัฐบาลทำหน้าที่เรื่องมาตรฐานอย. และการดูแลในส่วนของกลุ่มที่ขาดแคลนและต้องดูแล กลไกของรัฐบาลผ่านหน่วยงานต่างๆ ท้องถิ่น อบต เทศบาล อบจ ก็เป็นกลไกหนึ่งของรัฐบาลตามกฏหมาย ดังนั้นการบูรณาการร่วมกันทั้งงบประมาณและบุคลากร ย่อมก่อให้เกิดผลดีและรวดเร็วที่จะช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ ทุกวันนี้กลไกท้องถิ่น มีความพร้อม มีบุคลากร รู้พื้นที่ละเอียด เข้าถึงได้ดีที่สุดกว่ากลไกหน่วยงานอื่น ในระบบราชการ หากรู้จักใช้ประโยชน์จะมีผลดีต่อทุกภาคส่วน นั่นหมายถึง ประชาชนและประเทศชาติส่วนรวม เท่าเทียม ทั่วถึงและเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ท้องถิ่นไหนพร้อมให้เขาทำเพราะนั่นคือเขาเข้มแข็งท้องถิ่นไหนไม่พร้อมส่วนกลางก็ดำเนินการเองหรือช่วยเหลือ ก็แค่นั้นไม่ยากอะไร เป็นเรื่องดี ที่ทุกภาคส่วนจะลุกขึ้นมา ร่วมมือกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 อนาคต วัคซีนจะเป็นเรื่องปกติหาซื้อไม่ได้ยากอะไรแบบวัคซีนทั่วไปในอดีต โรคระบาด ไม่ใช่เพิ่งเคยเกิดครั้งแรกในประวัติศาสตร์มันเกิดมาแล้วหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ความมั่นใจของประชาชนที่ต้องรอความหวังจากวัคซีน ที่จะทำให้วิถีชีวิตปกติกลับคืนมาเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน พื้นที่ไหนพร้อมทำก่อน นั่นคือ เศรษฐกิจ สังคม การทำมาหากินจะกลับคืนมาสู่ประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ส. นักการเมืองคนไหน ยังมีความคิดว่า ทุกอย่างคือภาระของรัฐบาลกลาง คุณอย่าไปหาเสียงหรือลงเลือกตั้งนายก อบจ เทศบาล หรืออบต นั่นเพราะคุณยังไม่เข้าใจคำว่า การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ลดอำนาจส่วนกลางลง กระจายอำนาจสู่ประชาชน ท้องถิ่นเข้มแข็ง คือความสำเร็จของประชาชนที่แท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล. เป็นนายกอบต. ไม่มีฟลุ๊คแบบเป็น สส.บัญชีรายชื่อนะครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89981</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พรรคก้าวไกล, พระนครศรีอยุธยา, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, วัคซีนโควิด, วัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์, อบต.บ้านใหม่, อุ๊ กรุงสยาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_6001af93b74ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
