<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 20:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 20:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพรวัลย์&#039; ปลอบ &#039;หมอปลา&#039; อย่าท้อเพราะคนพาล หลังถูกตร.ร้อยเอ็ดแจ้งความหมิ่นประมาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.64 - จากกรณี พ.ต.อ.ณภัทรพงศ์ สมใจ ผกก.สภ.สุวรรณภูมิ มอบหมายให้ พ.ต.ท.จันที คำวิไชย สว. (สอบสวน) ร้องทุกข์กล่าวโทษแจ้งข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณากับนายจิรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา มือปราบสัมภเวสี กล่าวหาตำรวจสภ.สุวรรณภูมิ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องเรียกรับผลประโยชน์ขบวนการพาผู้ติดยาเสพติดส่งศูนย์บำบัดวัดท่าพุราษฎร์บำรุง จ.กาญจนบุรี โดยตำรวจยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่มีพื้นฐานของความจริง และจะไม่ยอมความหรือไกล่เกลี่ย เอาเรื่องให้ถึงที่สุดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระเซเลบในโซเชียล และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและสังคม&amp;nbsp;โพสต์ข้อความกล่าวถึงนายจิรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา ว่า ตั้งแต่รู้จักกันมา อาตมาเพิ่งได้เห็นน้ำตาของโยมพี่หมอปลาเป็นครั้งแรก อาตมาไม่ทราบนะว่า ตอนนี้โยมพี่หมอปลากำลังเจออยู่กับอะไร หรือกำลังท้อแท้และท้อถอยแค่ไหน แต่อาตมาอยากให้กำลังใจนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากความคุ้นเคยที่แม้จะไม่นานแต่ก็ไม่น้อย อาตมาเชื่อมั่นในตัวของโยมพี่หมอปลาเสมอว่า สำหรับอาตมา พี่หมอเป็นคนจริงใจนะ และพี่หมอช่วยใคร ก็ช่วยด้วยความบริสุทธิ์จริงๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โบราณสอนไว้ได้น่าคิดว่า บางครั้งถึงต่อให้เราหวังดี แต่การทำดีก็เป็นการบูชาโทษ หลายครั้งเราโปรดสัตว์ แต่กลับได้บาปตอบแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำดีต่อไปเถอะนะพี่หมอปลา ขอให้ศรัทธาในความดีที่ทำ ความดีนั่นแหล่ะจะคุ้มภัยให้พี่หมอ ขอให้เห็นแก่คนที่ทุกข์ยากลำบาก อย่าท้อถอยเพราะคนพาลเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่า หินศิลาแท่งทึบ มิหวั่นไหว เพราะสายลมแสงแดด ฉันใด คนทำดี ก็ไม่ควรหวั่นไหว ด้วยคำว่าร้าย ฉันนั้นเหมือนกัน พึงชนะคำกล่าวเท็จด้วยคำสัตย์จริง พึงชนะความชั่วด้วยความดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ ธรรมจะรักษาผู้ที่มีธรรมเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117764</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจร้อยเอ็ด, พระนักเคลื่อนไหว, พระมหาไพรวัลย์, สภ.สุวรรณภูมิ, หมอปลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614dcd9c1e6fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพรวัลย์&#039; ได้ทีชม &#039;สำนักพุทธ&#039; ให้ความเห็นถูกใจไลฟ์ตลกไม่ผิดวินัย ไม่วายขู่ทัวร์พร้อมลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.64 - หลังจากที่นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ชี้แจงกรณีพระมหาสมปองและพระมหาไพรวัลย์ ไลฟ์ทางเฟซบุ๊กและหัวเราะตลอดเวลา ซึ่งมีชาวพุทธส่วนหนึ่งมองว่าเป็นกิริยาไม่สำรวมหรือไม่เหมาะสมแก่สมณสารูป&amp;nbsp;ว่า&amp;nbsp;เท่าที่ดูแล้วไม่ถือว่ามีความผิดวินัยรุนแรงของพระสงฆ์ โดยพศ.มอบหมายให้นายสิปป์บวร แก้วงาม โฆษกพศ.และรองผอ.พศ. เป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ โดยขั้นตอนขณะนี้เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง ทำหน้าที่รักษาการณ์เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร แม้ไม่ได้แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ แต่มีอำนาจเต็มที่จะปกครองสั่งการอย่างหนึ่งอย่างใดได้ตามเห็นสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พระมหาไพรวัลย์ โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงความเห็นของผอ.สำนักพุทธ ว่า&amp;nbsp; อนุโมทนาขอบคุณท่าน ผอ. สำนักงานพุทธ และท่านรอง ผอ. ที่ให้ความเป็นธรรมกับพระตัวเล็กๆ ทั้ง 2 รูป #รักสำนักพุทธมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล. ยินดีมากๆ นะ หากสำนักงานพุทธจะให้อาตมาช่วยโปรโมทโครงการหรือกิจกรรมทางศาสนาใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้คอมเม้นท์คุยกับแฟนคลับด้วยว่า &amp;quot;พุทธมณฑลก็อาจจะแคบอยู่น๊าา ถ้าทัวร์ลงจริงๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงต้นปี 2564 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทำหนังสือถึงเจ้าคณะจังหวัดกรุงเทพมหานคร ให้ดำเนินการทางปกครองคณะสงฆ์ ต่อพระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ กรณีสนับสนุนการชุมนุมกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า ราษฎร หรือ ม็อบ 3 นิ้ว เข้าข่ายเกี่ยวข้องกับการเมือง จึงนมัสการให้ พระธรรมสุธี เจ้าคณะจังหวัดกรุงเทพมหานครดำเนินการในทางปกครองคณะสงฆ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากคำสั่งดังกล่าวทำให้พระมหาไพรวัลย์ โพสต์ภาพกำลังสีซอ เพื่อเหน็บแนมเสียดสีสำนักพุทธฯว่า&amp;nbsp;อาตมาควรต้องรู้สึกยังไงกับนายสิปป์บวรดี กรวดน้ำให้แก ไปเยี่ยมที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซื้อกระบวยไปฝากเพื่อจะได้มีไว้ใช้สำหรับตักน้ำส่องเงา หรืออะไรดี&amp;nbsp;อาตมาถือคติอย่างคำสอนของพระพุทธเจ้านะ คนทำกรรมอะไรเอาไว้ จะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่วก็ตาม สุดท้ายจะต้องได้รับผลของกรรมนั้นแน่ๆ คนมีอำนาจ ใช้อำนาจในทางที่ไม่ชอบธรรม ไม่เห็นแก่ธรรม ไม่เป็นไปโดยธรรม สักวันอำนาจนั้นก็คืนสนอง โบราณกล่าวไว้ชัดว่า ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว กระดาษฉบับนี้ ควรจะมีค่ามากกว่านี้ ถ้าเอาไปพับเป็นถุงกล้วยแขก หรือทำอะไรอย่างอื่นที่ไม่มีข้อความแปดเปื้อนจากสำนักงาน....แห่งชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงาน...แห่งชาติ เป็นบิดาเป็นเจ้านายของคณะสงฆ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงสามารถออกคำสั่งให้คณะสงฆ์ทำนั่นทำนี่ หรือแม้แต่ต้องรายงานชี้แจงเพื่อทราบ (ไม่รู้จักชั่วดีจริงๆ) คงมีอยู่ประเทศเดียวนี่แหล่ะ ที่องค์กรซึ่งมีที่มาจากการเมือง (และมีความเป็นการเมืองอย่างเต็มที่) เสนอหน้ามาตั้งคำถามกับคนอื่นว่า ยุ่งกับการเมืองอยู่หรือเปล่า?&amp;nbsp;#ที่สำนักงานไม่มีกระจกไว้ส่องใช่ไหม ปล. ไม่อยากใช้คำว่า &amp;quot;พระพุทธศาสนา&amp;quot; กับสำนักงานนี้ เพราะมันทำให้ศาสนาของพระพุทธเจ้าดูตกต่ำย่ำแย่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115821</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระธรรมวินัย, พระนักเคลื่อนไหว, พระมหาไพรวัลย์, พระไลฟ์เฟซบุ๊ก, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, สำนักพุทธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135f60187a22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการ ลากไส้พระขายขำมีวาระแอบแฝง ใช้โซเชียลสร้างพรรคพวก เด็กรุ่นใหม่ตามไม่ทัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.64 - ดร.มงคล นาฏกระสูตร อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครร และอดีตผู้ชำนาญการสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กหัวข้อ &amp;quot;พส. ตลกไลฟ์สด : ท้าทายศรัทธาไทย&amp;quot;&amp;nbsp;กรณีพระวัดสร้อยทอง 2 องค์ได้ทำการถ่ายทอดสดในเฟซบุ๊คอย่างตลกโปกฮา...มีคนติดตามจำนวนมาก กลายเป็นที่กล่าวขวัญ (Talk of The Town) ว่าเหมาะสมมากน้อยเพียงใด หรือทำได้หรือไม่ เมื่อตนห่มจีวรกาสยะ อันเป็นธงชัยของพระอรหันต์อยู่ เรื่องนี้จึงท้าทายต่อศรัทธาและสติปัญญาของชาวพุทธไทยในปัจจุบัน ที่พระทั้ง 2 กล้าทำเช่นนี้มีสาเหตุมาจากอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิยมพระตลก : สัญญาณความเสื่อมของพระศาสนา&amp;nbsp;องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยตรัสไว้ในกิมพิละสูตร อังคุตรนิกายว่า &amp;quot;ดูกรกิมพิละ เมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาในพระธรรมวินัยนี้ ไม่เคารพ ไม่ยำเกรงในพระศาสดา ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ในการศึกษา ไม่เคารพยำเกรงซึ่งกันและกัน นี้แลกิมพิละ เป็นเหตุ เป็นปัจจัยทำให้พระสัทธรรมอยู่ไม่ได้นาน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่พระมหากัสสปะเถระ กล่าวไว้ในคราวสังคายนาว่า &amp;quot;ในคราวหน้า สภาวะมิใช่ธรรมจักรุ่งเรือง ธรรมจักเสื่อมถอย สภาวะมิใช่วินัยจักรุ่งเรือง วินัยจักเสื่อมถอย ภายหน้าอธรรมวาทีบุคคลจักมีกำลัง ธรรมวาทีจักเสื่อมกำลัง อวินัยวาทีบุคคลจักมีกำลัง อวินัยวาทีจักเสื่อมกำลัง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ผู้คนเป็นแสนมาเข้าชมพระพูดตลกโปกฮา เพื่อเรียกยอดไลค์ เรียกยอดโฆษณา เป็นสัญญาณหนึ่งชาวพุทธตระหนักว่าศาสนาของเราจะอยู่ยาวนานหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดตลกคะนอง : ผิดทั้งธรรมและวินัย พระพุทธองค์ห้ามพระพูดตลกคะนองและพูดเรื่องชาวบ้าน &amp;nbsp;ห้ามพูดเดรัจฉานกถา เช่น พูดเรื่องทางโลก เป็นต้น และในพระวินัยมหาวิภังค์ ตรัสไว้ว่า ภิกษุไม่พึงเปล่งคำตลกคะนอง ปรารภพระรัตนตรัยโดยปริยายใดๆ มีโทษชัดเจน แต่ยังกล้าขัดพระวินัยและชาวบ้านก็ติดตามเป็นอันมาก...เป็นสิ่งที่น่าห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สร้างพรรคพวก : เพื่อปกปิดพฤติกรรมตน&amp;nbsp;ยุทธวิธีของพระกลุ่มนี้ คือ หาพรรคพวก สร้างความนิยมในหมู่ประชาชน ผ่านสื่อสารมวลชนและกลุ่มการเมือง เพื่อเป็นเกราะกำบังปกปิด พฤติกรรมที่หย่อนยานในพระธรรมวินัยของตนและพวกตน เพราะเมื่อถูกตรวจสอบก็จะมีกลุ่มพรรคพวกออกมาช่วยว่าถูกรังแกจากฝ่ายตรงกันข้าม เพื่อให้มองข้ามเลยหลักพระธรรมวินัยไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สงฆ์หิวแสง : เพราะปกป้องผลประโยชน์&amp;nbsp;พระที่ใช้สื่อโซเซียลสร้างชื่อเสียง โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ที่ไม่ค่อยรู้นะรู้โม ล้วนมีวาระซ่อนแอบอยู่หลังฉาก เช่นเป็นเครื่องมือนักการเมืองที่ฝักฝ่าย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ในการชิงอำนาจการเมืองและการเมืองในคณะสงฆ์เอง หรืออาจจะมาจากเรื่องความขัดแย้งเรื่องนิกายที่ตนสังกัด ดูเหมือนออกมาต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ แต่แท้ที่จริงเป็นแค่ตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองและคณะสงฆ์เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วยปกป้องพระดี : เป็นหน้าที่ของชาวพุทธทุกคน&amp;nbsp;ในปัจจุบันยังมีพระดีมากมายในบ้านเมืองที่รักษาพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด แต่ไม่ค่อยมีชื่อมีเสียง เพราะถูกพระผู้เก้อยากและไม่ค่อยมีความละอาย แย่งซีนในสื่อสารมวลชนไปแทบไปหมด เนื่องด้วยพุทธศาสนิกชน ไม่มีเวลาสนใจพระศาสนา เหมือนศาสนิกศาสนาอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระที่มีความเป็นสมณะ สงบ บริสุทธิ์ด้วยศีลจารวัตร ยังมีมากพอ แต่ชาวพุทธต้องมีสติปัญญามากพอที่มองเห็น อย่าไปสนับสนุนหรือให้กำลังแก่พระอธรรมวาทีเลย เพราะเป็นแค่สัญลักษณ์ของพระศาสนาเท่านั้น ทำบุญไปจะไม่ได้บุญ ปฏิบัติตามคำสอนของพระพวกนี้แล้วจะประสบแต่ความทุกข์และความเสื่อมทั้งในปัจจุบันและอนาคต คราวนี้เป็นความท้าทายศรัทธาของชาวพุทธอีกครั้งว่าจะรักษาพระพุทธศาสนาไว้กับบ้านเมืองของเราต่อไปอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จิรํ ติฏฺฐตุ พุทฺธสาสนํ&amp;nbsp;ขอให้พระพุทธศาสนา จงตั้งมั่นต่อไปตลอดกาลนาน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.มงคล นาฏกระสูตร โพสต์ข้อความอีกว่า &amp;quot;ได้เวลาดูแลฆราวาสในร่างสงฆ์..อย่างจริงจังหรือยัง?&amp;quot; , &amp;quot;แน่ใจนะว่า เปลี่ยนวิธีแบบนี้เด็กจะชอบ เด็กเดี๋ยวนี้เขาฉลาด ดูพระออกเพราะมีพระไตรปิฎกในมือ&amp;quot; ,&amp;nbsp;&amp;quot;บอกความจริงดีกว่า ไม่ต้องอ้างสอนเด็กหรอกว่าทำงานให้ใคร&amp;quot; และ &amp;quot;พรุ่งนี้จะเขียน ทำไมคนไทยไม่ยอมให้พระสงฆ์เปลี่ยนแปลงใดๆ เพราะนี่คือหัวใจของรักษาพระศาสนาติดตามได้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115801</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.มงคล นาฏกระสูตร, พระนักเคลื่อนไหว, พระมหาสมปอง, พระมหาไพรวัลย์, พระไลฟ์เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_61337776131cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115629</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2021 21:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2021 21:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กำมะลอ! &#039;พี่คนดี&#039; ร่ายกลอนฟาดสองเกลอไลฟ์ขายขำ ไม่สำรวม ฉุดศาสนาตกต่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.64 -&amp;nbsp;เพจเฟซบุ๊ก P.khondee (พี่คนดี กวีสมัครเล่น) โพสต์บทกลอนกล่าวถึงกระแสพระสงฆ์เล่นเฟซบุ๊กจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าเหมาะสมหรือไม่ โดยเผยแพร่บทกลอนชื่อ &amp;quot;สังฆร่าน สังฆร่วน&amp;quot; ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สองเกลอไลฟ์ อย่างเอ็นจอย อร่อยเหาะ &amp;nbsp;
แค่นหัวเราะ จนเกินเบอร์ ไหมเธอจ๋า
เล่นหยอกล้อ ต่อกระเซ้า เหมือนเมายา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
แต่อ้างว่า เทศนา ไม่น่าชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนที่ไลฟ์ จะใช่ ไม่ใช่พระ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ก็ดูละ ว่าฉอเลาะ ไม่เหมาะสม
คนไม่ขำ หัวเราะร่ำ นำอารมณ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
อ้างเศษธรรม เล่นคำคม สมเพชจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่าที่เห็น เน้นบันเทิง กว่าเชิงสอน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ไตรจีวร อาจถูกหมิ่น จนสิ้นขลัง
มีคนตั้ง เงื่อนไข จะให้ตังค์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ก็ทำตาม ที่เขาสั่ง ไม่รั้งรอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าความคิด ที่ผูกติด เป็นมิจฉา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ศาสนา ถูกด้อยค่า ได้เลยหนอ
โชว์บ้งบ้ง ของสองสงฆ์ กำมะลอ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ที่เน้นจ้อ และล้อเล่น อาจเป็นกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สังฆร่าน สังฆร่วน ชวนเริงร่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ขำอะไร กันนักหนา ไม่น่าขำ
ไม่สำรวม คำกำกวม ท่วมพระธรรม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ศาสนา อาจถูกทำ ให้ต่ำลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่คนดี
4/9/2021&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้มีผู้คอมเม้นท์ถึงกิริยาไม่เหมาะสม โดยพี่คนดี กวีสมัครเล่น ตอบว่า คนหนึ่งพอไปเล่นตลกได้ แต่อีกคนหนึ่ง คงได้แค่รับจ้างหัวเราะข้างเวที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115629</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระนักเคลื่อนไหว, พระเซเลบ, พระแครอท, พระไลฟ์เฟซบุ๊ก, พี่คนดี กวีสมัครเล่น, เซเลบห่มเหลือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_61338277a8ad3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดเจน! &#039;ผู้บรรยายธรรม&#039; วิพากษ์พระติดโซเชียล เรี่ยไรเงิน บวชเพื่อรวย ใครจะไหว้ภิกษุแบบนั้นบ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.64 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ชมรมบ้านธัมมะ มศพ.&amp;quot; โดยอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ นักบรรยายธรรม มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา โพสต์ข้อความว่า พระเล่นเฟซบุ๊ก เรี่ยไรเงิน บวชเพื่อรวย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่าน อ.สุจินต์...ท่านเข้าใจว่าเป็นพระภิกษุหรือเปล่า คำว่าพระภิกษุคืออะไร ผู้เห็นภัยในสังสารวัฏฏ์ เมื่อเห็นภัยแล้วทำอะไร สละเพศคฤหัสถ์เพราะรู้จักตัวเองและไม่มีเงินและทอง ไม่มีเรื่องวุ่นวายต่างๆทั้งหลาย แล้วถ้าท่านมีเฟซบุ๊ก เพราะฉะนั้นใครจะไหว้ภิกษุที่ทำอย่างนั้นบ้าง ภิกษุคือผู้สงบ อย่างนั้นไม่สงบเลย ค่ะ ไม่เป็นไปเพื่อความสงบเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ถาม...ก็บางทีท่านก็จะอ้างว่าไม่มีพระวินัยว่าห้ามเล่นเฟซบุ๊ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่าน อ.สุจินต์...ค่ะ แล้วการบวชเพื่ออะไร ทั้งหมดของพระวินัยเพื่ออะไร ถ้าไม่เข้าใจแบบนี้บวชทำไม ในเมื่อบวชแล้วไม่เป็นผู้ที่ขัดเกลากิเลส ต้องตรง ค่ะ กุศลเป็นกุศล อกุศลเป็นอกุศล อะไรเห็น ปัญญาเท่านั้นที่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่าน อ.สุจินต์...การจะเป็นพระภิกษุก็ต้องสละทรัพย์สมบัติทั้งหมดไม่ยินดีในเงินและทองไม่รับเงินและทองด้วย ดั่งเช่นพระพุทธเจ้าทรงสละละทุกสิ่ง แสดงให้เห็นว่าเงินกับพระภิกษุไม่เกี่ยวข้องกันเลยทั้งสิ้นเพราะเหตุว่าสละความยินดีในเงินและทอง พระภิกษุปฏิญาณว่าจะละขัดเกลาในเพศบรรพชิต แต่ตรงกันข้ามกลับมารับเงินทอง ก่อนบวชมีแต่บาตร แต่พอบวชบาตรเต็มด้วยเงิน รวยหรือยัง ก็บวชเพื่อรวย ไม่ใช่บวชเพื่อละสละกิเลส เพราะฉะนั้นก็เป็นโอกาสที่ยุคนี้ อุบาสก อุบาสิกา เห็นแต่เพียงพระภิกษุเดินไปตามถนน แต่ไม่รู้ว่าพระภิกษุตามพระธรรมวินัยจะต้องประพฤติปฏิบัติอย่างไร ก็เป็นโอกาสอย่างดียิ่งที่จะได้เข้าใจว่าภิกษุตามพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงที่ถูกต้องคืออย่างไร เมื่อเข้าใจถูกก็จะไม่ให้เงินทองกับพระภิกษุ เพราะทำให้ท่านได้รับโทษต้องอาบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ ๙๔๐
พระบัญญัติ
๓๗. อนึ่ง ภิกษุใด รับ ก็ดี ให้รับ ก็ดี ซึ่งทอง เงิน หรือ ยินดีทอง เงิน อันเขาเก็บไว้ให้ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
ขออนุโมทนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศึกษาธรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.dhammahome.com
โดย มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115512</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระนักเคลื่อนไหว, พระเซเลบ, พระเล่นเฟซบุ๊ก, มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา, สุจินต์ บริหารวนเขตต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_6092920048778.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 07:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 07:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อน! &#039;ไพรวัลย์&#039; ควง &#039;หมอปลา&#039; บุกเค้นสหกรณ์ครู-ขึ้นโรงพักฟ้องกราวรูด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;6 พ.ค.64 - จากกรณีเพจ&amp;nbsp;เดอะ พิซซ่า เมตตาดี&amp;nbsp;ได้ลงข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายโครงการอบรมสัมมนา จัดโดยสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสมุทรปราการ ซึ่งมีการนำเอกสารค่าใช้จ่ายมาลงในเพจ ในส่วนค่าวิทยากรมาบรรยายเทศนาให้กับพระมหาไพรวัลย์&amp;nbsp;4 หมื่นบาท ก่อนที่จะมีคนเข้าแสดงความคิดเห็นในเชิงลบถึงถึงปัจจัยที่ได้รับนั้นมากเกินไป จนทำให้พระมหาไพรวัลย์ ต้องออกมาโพสต์ในเฟสบุ๊กส่วนตัวว่า&amp;nbsp;ตั้งแต่รับนิมนต์บรรยายธรรมมาไม่เคยได้ปัจจัยสูงถึงจำนวนดังกล่าว ถ้ามีองค์กรไหนที่อาตมาเคยรับเรียกปัจจัยหรือระบุจำนวนค่าบรรยายให้เอาหลักฐานมายืนยัน อย่าชักช้า อาตมาคิดไว้แล้ว มีหลายครั้งที่รับนิมนต์ไปบรรยาย เจ้าหน้าที่องค์กรให้เซ็นกระดาษค่าวิทยากร แต่ไม่ยอมลงจำนวนปัจจัยที่ถวายให้ (อ้างว่า เดี๋ยวไปเขียนเอง) บัดซบมากเลยนะ ถ้าคุณถวายค่าวิทยากรให้อาตมาไม่กี่พันบาท แต่คุณไปลงในรายละเอียดของโครงการว่าถวายให้อาตมาถึง 40,000 ปล. อาตมาจะแจ้งความนะ ทั้งองค์กรที่เคยไปบรรยาย ทั้งเพจที่เอาข้อมูลไปลงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ที่ 5 พฤษภาคม 2564 พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ และ หมอปลา ได้เดินทางมาที่สำนักงานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสมุทรปราการ จำกัด ตั้งอยู่ ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อทวงถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดราม่าที่เกิดขึ้น โดยมีนายอิทธิพัทธ์ ธีระวรรณสาร ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสมุทรปราการ ออกมาให้การต้อนรับ ก่อนที่ทั้งหมดจะขึ้นไปชี้แจ้งต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;พระมหาไพรวัลย์ กล่าวว่า สาเหตุที่อาตมาเดินทางมาวันนี้ เนื่องจากมีเพจได้นำข้อความในลักษณะว่า อาตมาเรียกรับปัจจัย ซึ่งเป็นค่าบรรยายธรรมจำนวน 4 หมื่นบาท อาตมายืนยันว่า ตั้งแต่บวชมาจนถึงวันนี้รับนิมนต์บรรยายธรรมมาทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่ อาตมาเรียกรับปัจจัยเงินทองแม้แต่บาทเดียว แล้วแต่ว่าสถานที่รับนิมนต์จะถวายให้ตามสมควร แต่พอเห็นรายชื่อปรากฏในเอกสารว่ามีการถวายปัจจัยถึง 4 หมื่นบาทเป็นค่าวิทยากรให้อาตมา ก็รู้สึกตกใจและสงสัยว่าไปรับบรรยายที่ไหน ถึงมีการระบุค่าบรรยายจำนวนมากขนาดนั้น กระทั่งได้ไปเห็นเอกสารที่มีการนำไปแชร์กัน จนทราบว่าอาตมาเคยมาบรรยายธรรมที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสมุทรปราการ เมื่อปี 62 แต่ยืนยันว่าไม่เคยได้รับปัจจัยเยอะขนาดนี้ อาตมาจึงเดินทางมารับฟังข้อชี้แจงจากทางสหกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;ด้านนาย อิทธิพัทธ์ ธีระวรรณสาร กล่าว่า สำหรับโครงการดังกล่าวจัดขึ้นในปี&amp;nbsp;62 ซึ่งขณะนั้นตนยังไม่ได้เข้ามารับตำแหน่งประธาน โดยชื่อโครงการอบรมสัมมนา เพื่อพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม และประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างเหมาะสม ซึ่งเปิดอบรมให้กับสมาชิกใหม่ ก่อนที่ทางสหกรณ์จะได้นำข้อมูลลงประชาสัมพันธ์ทางเว็บไซต์ เพื่อเชิญชวนสมาชิกที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ แต่ปรากฏว่าโครงการดังกล่าวมีการได้ยกเลิกไป เนื่องจากมีจำนวนคนที่เข้าอบรมมีไม่เพียงพอ จึงมีมติให้รวมโครงการต่างๆเข้าด้วยกัน แต่โครงการเดิมเจ้าหน้าที่ได้เขียนไว้จริงว่า เป็นค่าวิทยากร 4 หมื่นบาท&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;โดยจำนวนเงินดังกล่าวนั้น เป็นยอดงบประมาณการในการขออนุมัติโครงการโดยอ้างอิงประมาณการค่าใช้จ่าย จากวิทยากรกลุ่มเป้าหมายในหัวข้อที่สหกรณ์กำหนด ไม่ใช่เงินที่จะถวายให้กับพระวิทยากร ต่อมาทางคณะกรรมการ จึงมีมติให้ปรับชื่อเป็นโครงการอบรมพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ร่วมแบ่งปัน ส่งเสริมการสร้างสุขอนามัยที่ดี และสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอน ซึ่งเป็นโครงการใหม่ และได้มีการปรับค่าวิทยากรลงเป็น 12,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ทั้งนี้หลังจากได้มีการสอบถามทางเจ้าหน้าที่แล้วซึ่งได้ติดต่อพระมหาไพรวัลย์ มาบรรยายธรรมในโครงการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตอบชัดเจนว่า พระมหาไพรวัลย์ ยินดีที่จะมาบรรยายให้ แต่ไม่มีการเรียกร้องค่าใดๆทั้งสิ้น แต่ทั้งหมดทั้งมวลคณะกรรมการเรามีเจตนาที่ดีจึงได้ถวายปัจจัยเป็นค่าบำรุงศาสนาให้กับพระพระมหาไพรวัลย์ในงบประมาณ 12,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;ทั้งนี้ยอมรับเป็นข้อบกพร่องของสหกรณ์เองที่ไม่ได้นำข้อมูลใหม่ ลงในเผยแพร่บนเว็บไซต์ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสมุทรปราการ อีกครั้ง จึงทำคนมาดูข้อมูลเข้าใจคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตามหากเป็นความผิดที่เกิดจากทางสหกรณ์เอง ตนก็ขอนอมรับจะนำไปแก้ไข และกราบขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามหลังจากนี้สำหรับเรื่องการเบิกจ่ายเอกสารทั้งหมดตนจะขอลงไปตรวจสอบ ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ หากพบว่ามีการทุจริตก็จะต้องมีการดำเนินตามขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;ขณะเดียวกัน พระมหาไพรวัลย์ ยืนยันว่า หลังจากนี้อาจจะต้องดำเนินคดีเพื่อปกป้องสิทธิของตนเองที่ได้รับความเสียหาย โดยจะดำเนินคดีในส่วนที่นำเอกสารที่ไม่ครบถ้วนไปเผยแพร่ รวมถึง เพจ กลุ่มคนที่แชร์และผู้ที่มาคอมเม้นจนทำให้ได้รับความเสื่อมเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;หลังจากนั้น&amp;nbsp;พระมหาไพรวัลย์เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ โดยมี พ.ต.ท.ไวกูล กิจเพชร รองผู้กำกับสอบสวนเป็นผู้รับเรื่อง เพื่อให้ดำเนินคดี พรบ.คอมพิวเตอร์ กับผู้เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101914</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระนักเคลื่อนไหว, พระมหาไพรวัลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_609338b3bf886.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 19:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้บรรยายธรรม&#039; วิพากษ์พระรับเงิน บวชเพื่อรวย คฤหัสถ์ให้เงิน ช่วยกันทำลายพุทธศาสนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก ชมรมบ้านธัมมะ มศพ. โดยอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ นักบรรยายธรรม มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา โพสต์ข้อความในช่วงที่มีกระแสพระสงฆ์ผู้มีชื่อเสียงในโซเชียลตกเป็นที่วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในเรื่องกิจของสงฆ์ ว่า พระรับเงิน บวชเพื่อรวย คฤหัสถ์ให้เงิน ช่วยกันทำลายพระพุทธศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่าน อ.สุจินต์...การจะเป็นพระภิกษุก็ต้องสละทรัพย์สมบัติทั้งหมดไม่ยินดีในเงินและทองไม่รับเงินและทองด้วย ดั่งเช่นพระพุทธเจ้าทรงสละละทุกสิ่ง แสดงให้เห็นว่าเงินกับพระภิกษุไม่เกี่ยวข้องกันเลยทั้งสิ้นเพราะเหตุว่าสละความยินดีในเงินและทอง พระภิกษุปฏิญาณว่า จะละขัดเกลาในเพศบรรพชิต แต่ตรงกันข้ามกลับมารับเงินทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนบวชมีแต่บาตร แต่พอบวชบาตรเต็มด้วยเงิน รวยหรือยัง ก็บวชเพื่อรวย ไม่ใช่บวชเพื่อละสละกิเลส เพราะฉะนั้นก็เป็นโอกาสที่ยุคนี้ อุบาสก อุบาสิกา เห็นแต่เพียงพระภิกษุเดินไปตามถนน แต่ไม่รู้ว่าพระภิกษุตามพระธรรมวินัยจะต้องประพฤติปฏิบัติอย่างไร ก็เป็นโอกาสอย่างดียิ่งที่จะได้เข้าใจว่าภิกษุตามพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงที่ถูกต้องคืออย่างไร เมื่อเข้าใจถูกก็จะไม่ให้เงินทองกับพระภิกษุ เพราะทำให้ท่านได้รับโทษต้องอาบัติ
ขออนุโมทนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ ๙๔๐
พระบัญญัติ
๓๗. อนึ่ง ภิกษุใด รับ ก็ดี ให้รับ ก็ดี ซึ่งทอง เงิน หรือ ยินดีทอง เงิน อันเขาเก็บไว้ให้ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.
ศึกษาธรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.dhammahome.com โดย มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.สุจินต์ ยังได้โพสต์ในคอมเมนท์เพิ่มเติมว่า พระพุทธศาสนาต้องเดินทางสายกลาง ไม่ตึง ไม่หย่อนเกินไป ปัจจุบันพระต้องใช้เงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เข้าใจถูก
12. ทางสายกลาง คือ ทางที่ถูกต้อง ทางที่เป็นกุศลธรรม ทางที่ดี มีปัญญา ไม่ใช่ทางที่ชั่ว ทางที่ตึงเกินไป และ ทางที่หย่อนเกินไป คือ ทางที่เป็นอกุศลธรรม ทางชั่ว เพราะฉะนั้น คำของพระพุทธเจ้าที่ตรัสออกมาด้วยพระปัญญาในการบัญญัติสิกขาบท มี ภิกษุไม่รับและไม่ยินดีในเงินและทอง เป็นทางที่ถูก ทางสายกลาง เพราะ เมื่อภิกษุประพฤติปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อไม่ติดข้อง เพื่อละ เพื่อขัดเกลากิเลส และ ไม่ทำให้เกิดความวุ่นวายในสงฆ์ เหมือนปัจจุบันที่ภิกษุรับเงินทองและเกิดความวุ่นวาย แต่ การรับเงินทองด้วยความยินดี ติดข้อง ไม่ต่างจากคฤหัสถ์ ขณะนั้นเป็นกิเลส จะเป็นทางสายกลางไม่ได้ แต่เป็นทางหย่อน ที่มัวเมาเพลินเพลินในกามคุณ มี เงินทอง เป็นต้น เพราะฉะนั้น พระวินัยบัญญัติของพระพุทธเจ้า มีการไม่รับและไม่ยินดีในเงินและทองของพระภิกษุ จึงเป็นทางสายกลาง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101880</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระนักเคลื่อนไหว, พระรับเงิน, มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา, สุจินต์ บริหารวนเขตต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_6092920048778.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
