<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ช้าง-วิระชัย’พ้นราชองครักษ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ &amp;quot;ชัยวัฒน์-วิระชัย&amp;quot; พ้นจากนายตำรวจราชองครักษ์ &amp;quot;ลุงป้อม&amp;quot; ตัดเยื่อใย &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; บอกไปบวชก็ไม่ได้มาลา แถมไม่เจอหน้ากันนานแล้ว ย้ำสัมพันธ์ &amp;quot;นายกฯ ตู่&amp;quot; แน่นแฟ้น &amp;quot;ครม.&amp;quot; ไฟเขียวร่าง กม.ตั้ง &amp;quot;บก.กฎหมายและคดี&amp;quot; เพิ่มใน บช.ภ.1-9 จับตา &amp;quot;ก.ตร.&amp;quot; ถกข้อ กม. &amp;quot;ผกก.หนุ่ย-ไพรัตน์&amp;quot; ร้องทุกข์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 ม.ค. พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ ปฏิบัติราชการแทนราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีหนังสือหน่วยราชการในพระองค์ 904 ที่ พว.0005.1/493 ลงวันที่ 25 ม.ค. ถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจราชองครักษ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใจความว่า ด้วยทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายตำรวจชั้นสัญญาบัตรพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจราชองครักษ์ จำนวน 2 นาย ดังนี้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต ผบช.สตม. ยื่นใบลาเพื่อขอลาไปอุปสมบทที่ประเทศอินเดียว่า ไม่ได้มาลาตนก่อนไปบวช อีกทั้งยังไม่ได้มีการพูดคุยหรือเจอกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หลังมีคำสั่งเตือนของนายกฯออกมา และไม่ได้เจอกันนานแล้ว เพราะเขาก็ไปทำงานของเขา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ทำงานอยู่กับผม แต่หลังจากที่ออกไปแล้วเขาก็ไปทำงานในส่วนอื่น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผม&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกคำสั่งเตือนการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้มาหารือก่อนหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า คุยกันทุกเรื่อง ซึ่งเรื่องนี้ก็คุยก่อน ไม่เป็นไร สื่อถามอะไร ไม่เห็นน่าถามเลย เป็นเรื่องของบุคคล ขอให้ถามเรื่องใหญ่ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่ามีการตั้งข้อสังเกตกรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์จะทำให้ พล.อ.ประวิตรกับ พล.อ.ประยุทธ์ห่างเหินกันหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี เรื่องเรากับนายกฯ เลิกพูด เพราะอยู่กันมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เราเป็น ร.อ. และ ร.ต. อยู่ด้วยกันมาตลอดจนเกษียณอายุราชการ จะมาเอาอะไรอีก หยุดพูดเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันอีกครั้งว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ได้ส่งหนังสือลาล่วงหน้ามาแจ้งก่อนจะมีคำสั่งสำนักนายกฯ ฉบับล่าสุด เพื่อแจ้งขอลากิจส่วนตัว ตามกำหนดราชการที่สามารถกระทำได้ โดย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ส่งใบลา และแจ้งว่าจะเดินทางไปยังประเทศอินเดียถึงระหว่างวันที่ 27 ม.ค.-9 ก.พ.63 หนังสือดังกล่าวลงวันที่ 23 ม.ค. ซึ่งเป็นการลาถูกต้องตามระเบียบราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ถ้าเป็นกรณีที่เมื่อมีการออกคำสั่งเตือนแล้วยังมีความผิดเกิดขึ้นอีก ทาง สปน.ก็มีหน้าที่ที่จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพิ่มเติมได้&amp;quot; นายธีรภัทรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ซึ่งมีคำสั่งมาช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มารายงานตัวกับตนเป็นที่เรียบร้อยแล้วในช่วงเย็นวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังมีคำสั่งสำนักนายกฯ ให้มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกฯ เป็นการส่งตัวมาจาก สตช.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การมอบหมายให้ พล.ต.อ.วิระชัยปฏิบัติงานนั้น อยู่ระหว่างการหารือกับผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้อง เพื่อมอบหมายงานที่เหมาะสม เนื่องจาก พล.ต.อ.วิระชัยได้รับคำสั่งให้ย้ายมาชั่วคราว เพื่อรอผลสอบของ สตช. ทั้งนี้ ได้เตรียมห้องทำงานไว้ที่อาคารสำนักงาน ก.พ.เก่า&amp;quot; ปลัดสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล ในการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่มีพล.อ.ประยุทธ์เป็นประธาน มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่..) พ.ศ. &amp;hellip;. (การแก้ไขเพิ่มเติมการแบ่งส่วนราชการตำรวจภูธรภาค 1-9 ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย ครม.มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่..) พ.ศ. &amp;hellip;. ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วดำเนินการต่อไปได้ และให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับความเห็นของสำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงาน ก.พ. และสำนักงบประมาณ ไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงดังกล่าว เป็นการจัดตั้งกองบังคับการกฎหมายและคดี เป็นส่วนราชการระดับกองบังคับการ สังกัดตำรวจภูธรภาค 1-9 โดยมีหน่วยงานภายในประกอบด้วย ฝ่ายอำนวยการ ฝ่ายกฎหมายคดีปกครองและคดีแพ่ง และกลุ่มงานตรวจสอบสำนวนคดี โดยมีอำนาจหน้าที่ เช่น พิจารณาตรวจร่างกฎหมาย ให้ความเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมายที่สมาชิกรัฐสภาหรือส่วนราชการต่างๆ เสนอ พิจารณาตรวจร่างสัญญาดำเนินการเกี่ยวกับงานคดีที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตำรวจภูธรภาค พิจารณาหารือปัญหาข้อกฎหมาย เสนอแนะปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย และปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานว่า ในวันที่ 29 ม.ค. เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 1/2562 ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญ อาทิ การเยียวยาคืนสิทธิการเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเฉพาะห้วงที่มิได้ปฏิบัติราชการ พร้อมทั้งขออนุมัติเลื่อนเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายให้แก่ พ.ต.ท.สมยศ ตรีประสิทธิ์ชัย, ตร.หารือกรณีให้สิทธิข้าราชการตำรวจที่ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสำนวนอัยการและให้ความเห็นทางกฎหมายเพื่อได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตำแหน่งผู้ที่ทำหน้าที่นิติกร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่น่าสนใจ เป็นเรื่องที่ อ.ก.ตร.ร้องทุกข์ หารือปัญหาข้อกฎหมายกรณี พ.ต.ท.วทัญญู วิทยผโลทัย ร้องทุกข์, อ.ก.ตร.ร้องทุกข์ หารือปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจของ จตช.ในการออกคำสั่ง ศปก.ตร. และอำนาจการส่งตัวข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดวินัยเรื่องทรงผมไปเข้ารับการฝึกธำรงวินัย กรณี พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ ร้องทุกข์, ตร.หารือปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับวิธีการสอบสวนตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ.2557&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55743</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ, พ้นราชองครักษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200128/image_big_5e30425269444.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
