<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2019 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2019 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ขบวนรถบุปผชาติ&quot;อัญเชิญ&quot;พระเกศาธาตุ -พระบรมสารีริกธาตุ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ขบวนรถบุปผชาติ อัญเชิญพระบรมเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุ ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้สด หนึ่งแสนดอก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นับเป็นเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ที่ประเทศไทยได้อัญเชิญ &amp;ldquo;พระบรมเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุ&amp;rdquo; จากประเทศศรีลังกามาประดิษฐาน ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร &amp;nbsp; ทั้งนี้ มูลนิธิโดยสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหารในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร มูลนิธิธรรมดี และองค์กรภาคี เป็นเจ้าภาพ ในการอัญเชิญ และพิธีมีขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่&amp;nbsp;15ธันวาคม 2562 ที่ผ่านนี้ &amp;nbsp;เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นมงคลแก่ตนเองรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การอัญเชิญ &amp;nbsp;พระบรมเกศาธาตุจากประเทศศรีลังกา ยังเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์เถรวาทไทย-ลังกา ที่ดำเนินสืบเนื่องมากว่า 700 ปี นับตั้งแต่การรับนับถือพระพุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาวงศ์ในสมัยสุโขทัย อีกทั้งปี พ.ศ. 2562 &amp;nbsp;ยังเป็นวาระครบรอบ 266 ปี แห่งการประดิษฐานพระพุทธศาสนานิกายสยามวงศ์ในศรีลังกา ซึ่งเป็นนิกายที่ได้รับการอุปสมบทจากคณะพระธรรมทูตนำโดยพระอุบาลีมหาเถระ จากวัดธรรมารามแห่งกรุงศรีอยุธยาในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งเป็นการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในศรีลังกาขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากเสื่อมถอยไปด้วยอิทธิพลของชาวต่างชาติและผู้ปกครองที่นับถือศาสนาอื่น นิกายสยามวงศ์จึงเป็นส่วนสำคัญในการเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างไทย&amp;ndash;ศรีลังกา มาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบรมเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุ ที่ประดิษฐาน ตำหนักเพชร วัดบวรฯแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในพิธีอัญเชิญได้จัดริ้วขบวนและรถบุปผชาติอัญเชิญพระบรมเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งสมาคมปากคลองตลาด ร่วมกับ อุทยานไม้ดอกเพลาเพลิน สร้างสรรค์&amp;nbsp;วิจิตรางานศิลป์ ร่วมจัดดอกไม้ถวายนับแสนดอก ทั้งกล้วยไม้ กุหลาบ งานไทยประดิษฐ์ ช่ออุบะมะลัย พร้อมทั้งเครื่องสูงบุษบก ผอบเพื่อบรรจุพระบรมเกศาธาตุ &amp;nbsp;ทั้งนี้ยังประดับตกแต่งด้วยประติมากรรมช้างเผือก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศศรีลังกา แกะสลักเสมือนจริง ตระหง่านอยู่บนหัวรถ มีความสูงกว่า 4 เมตร &amp;nbsp;โดยงานทุกชิ้นและดอกไม้ทั้งหมด ถูกรังสรคค์ให้เหมือนคลื่น มีความหมายและความเป็นมาของเรื่องราวและความสัมพันธ์ที่ดีของประเทศไทย และศรีลังกา ในพิธีอันมหามงคลและศักสิทธิ์ เพื่อออกสู่สายตาของชาวโลกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนตัวรถประดับตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงและประณีตงดงาม ออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์ด้วยศิลปะความเป็นไทย เช่น มณฑปต่างๆ ที่มีความเก่าแก่ &amp;nbsp;การจัดแต่งดอกไม้รอบตัวรถออกแบบให้เป็นเหมือนลายคลื่นน้ำ เปรียบเสมือนพระบรมเกศาธาตุ ที่ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงประเทศไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากขบวนรถบุปผชาติ ทางอุทยานไม้ดอกเพลาเพลิน บุรีรัมย์ ยังร่วมกับ สมาคมปากคลองตลาด จัดสร้างสรรค์ผลงานด้วยดอกไม้สดตกแต่งประดับบริเวณพิธีการจัดสถานที่ ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรณิเวศวิหาร สถานที่ประดิษฐานพระบรมเกศาธาติ และพระบรมสารีริกธาตุอีแกด้วย ใน รูปแบบดอกไม้สด และงานไทยประดิษฐ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ พิทักษ์ &amp;nbsp;หังสาจะระ ที่ปรึกษาเพลาเพลิน และ นักออกแบบตกแต่งการจัดดอกไม้ระดับประเทศ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ในฐานะคนไทย คนหนึ่ง รู้สึกยินดีและเป็นมหามงคลของชีวิตอย่างมาก ตอนได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนของเพลาเพลินออกแบบรถบุปผชาติ &amp;nbsp;รู้สึกตื่นเต้น อยากสร้างสรรค์ผลงาน ที่มีทั้งความเป็นศาสนา และความเป็นไทยในงานฝีมือคนไทย ที่ละเอียดอ่อน นำมาผสมผสาน &amp;nbsp;ให้รถขบวนอัญเฃิญมีความปราณ๊ตวิจิตรบรรจง &amp;nbsp;ส่วนชนิดของดอกไม้ที่เลือก ก็เลือกที่สีแสดงความเป็นเอกลักษณ์ทางด้านศาสนา ความเรียบ ความสงบ โดยเฉพาะดอกไม้ไทยที่อยากนำเสนอ &amp;nbsp;
&amp;quot;รูปแบบแนวคิด ต้องบอกว่างานนี้เป็นงานบุญที่ใหญ่มาก &amp;nbsp;การที่เราจะทำงานบุญที่ใหญ่ระดับโลก สิ่งที่เราต้องทำ ต้องเน้นเรื่องของความประณีตจริงๆ ออกแบบด้วยความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็น มณฑปต่างๆที่เก่าแก่ ฉะนั้นการจัดดอกไม้ &amp;nbsp; เลยออกแบบรอบตัวรถให้เป็นเหมือนลายน้ำ ลายคลื่น ที่เปรียบเสมือนพระบรมเกศาธาตุ ได้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงบ้านเรา คนไทยทุกคนก็ได้รับบุญ มีวาสนาได้กราบพระเกศาธาตุของจริง ในครั้งนี้เพราะฉะนั้น งานที่ออกมานอกจากจะใช้รับขึ้นขบวนแล้ว เราต้องการโชว์ในคนทั้งโลกเห็นว่า ความเป็นไทยมีความสวยงามแค่ไหน และจะมีเรื่องของรายละเอียดของงานไทย ซึ่งเป็นงานดอกไม้ไทย ประกอบกับการจัดดอกไม้ไทยในตัวรอบขบวน และจะมีองค์ประกอบอื่นๆเยอะ ไม่ว่าจะเป็นช้างเผือก ที่นำเรามาใช้ในการนำขบวน ซึ่งครั้งนี้เราใช้แกะพิเศษสำหรับงานนี้เลย&amp;rdquo;&amp;quot;อาจารย์พิทักษ์เล่าแนวคิดออกแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการทำงานที่ต้องบันทึกในประวัติศาสตร์ครั้งนี้ อาจารย์พิทักษ์ บอกว่า ต้องต่อสู้กับเวลาที่ค่อนข้างจำกัดมาก &amp;nbsp;ซึ่งการทำรถบุปผชาติคันใหญ่แบบนี้ ปกติต้องเตรียมงานอย่างน้อย 6 เดือนหรือ 1 ปี เพื่อจะได้รู้ว่าการวางแผนงานต่างๆเป็นอย่างไรบ้าง เพราะการนำรถ 1 คันใหญ่ๆ มาประดับตกแต่งต้องมีการสร้างโครงสร้างขึ้นมา ซึ่งต้องใช้เวลา รวมถึงการดีไซน์รอบคันรถให้เป็นเหมือนสายน้ำ &amp;nbsp; ทำให้รายละเอียดต่างๆ มาก ตั้งแต่การแกะโครงสร้างออกมาให้เป็นรูปของลายน้ำแบบลายไทย การเซ็ทดอกไม้ให้รับกับน้ำ แม้กระทั่งการตกแต่งพระมณฑปที่ประดิษฐานอยู่บนรถด้วย รวมถึงตัวช้างเอง &amp;nbsp;ต้องสั่งแกะในเวลาที่น้อยมาก &amp;nbsp;กว่าจะได้ช้างเผือกที่แกะออกมาแล้วเหมือนจริงมากๆ &amp;nbsp;และมีความสวยงามในเรื่องรายละเอียดต่างๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบร่างโครงสร้างรถบุปผชาติ อัญเชิญ พระบรมเกศาธาตุ พระบรมสารีริกธาตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ระหว่างทำงาน เรื่องดอกไม้เราก็มีความเป็นห่วงมาก แต่เจ้าของปากคลองตลาดก็เป็นผู้ Support ให้ ส่วนเพลาเพลินก็ดูแลในเรื่องของ Design ดูแลในเรื่องของทีมงานทั้งหมด &amp;nbsp; คนที่เป็นช่างสัก ช่างฝีมือ แรงงาน ทุกอย่างต้องทำงานพร้อมกันหมดในเวลาอันสั้น &amp;nbsp;ซึ่งความยากอยู่ตรงเรื่องของเวลา &amp;nbsp;เพราะเป็นรถบุปผชาติ ไม่ใช่การจัดดอกไม้ที่อยู่กับที่เฉยๆ รถมีการเคลื่อนไหว &amp;nbsp;หากจัดไม่แข็งแรงหรือแน่นหนา โอกาสการหลุดจะเยอะมาก โชคดีที่เพลาเพลิน เคยทำรถบุปผชาติมาแล้ว เรามีบทเรียนและประสบการณ์ในการทำงานมาแล้ว เพียงแต่เราห่วงเรื่องเวลามากๆ แค่นั้นเอง &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแสดงของคณะจากศรีลังกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การอัญเชิญพระบรมเกศาธาตุ นอกจากทางฝ่ายไทย จะทำพิธีและชบวนอัญเชิญที่สวยงามวิจิตรบรรจงแล้ว &amp;nbsp;ทางศรีลังกายังได้มีการแสดงทางวัฒนธรรมด้วยขบวนกลอง และคณะนาฏศิลป์ เพื่อสรรเสริญพระพุทธเจ้านำขบวนรถบุปผชาติ รวมถึงรอบพิเศษในการถวายเครื่องบูชาสักการะในพระตำหนักเพ็ชรทุกวันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมพระบรมเกศาธาตุ เก็บรักษาอยู่ที่วัดโบราณแห่งหนึ่งในเมืองแคนดี้ ประเทศ ศรีลังกา และเป็นที่เคารพบูชาอย่างสูงสุดมากว่า 700 ปี จนกระทั่งเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน จึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่ Nelligala International Buddhist Center เพื่อให้พุทธศาสนิกชนเดินทางมาสักการะได้สะดวกขึ้น &amp;nbsp;และการอัญเชิญมายังประเทศไทยในครั้งนี้ &amp;nbsp;เป็นดําริของพระสังฆนายกแห่งวัดมัลละวัตตะมหาวิหาร หรือวัดบุปผาราม และพระสังฆนายกแห่งวัดอัสคิริยามหาวิหาร ประเทศศรีลังกา โดยวัดมัลละวัตตะ เป็นวัดที่พระอุบาลีเถระ และคณะสมณทูตจากกรุงศรีอยุธยา มาทําการบรรพชาอุปสมบทให้ชาวศรีลังกา ส่วนวัดอัสคิริยา เป็นสถานที่ถวายเพลิงสรีระสังขารพระอุบาลีเถระ ทั้ง 2 วัดนี้ยังที่ทำหน้าที่สำคัญในการดูแลวัดพระเขี้ยวแก้วอีกด้วย พระบรมเกศาธาตุนี้เป็นองค์ที่ไม่เคยอัญเชิญมาในประเทศไทยมาก่อน จึงเป็นครั้งแรกในรอบ 700 ปี ที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยจะได้มีโอกาสเข้ากราบสักการะพระบรมเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาพร้อมกันในครั้งนี้ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหล่าพระสงฆ์นั่งเรียงราย&amp;nbsp; ทีพระตำหนักเพชร เพื่อทำพิธีอัญเชิญพระบรมเกศาธาติ ประดิษฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดบวรนิเวศวิหารเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกที่มีความเกี่ยวเนื่องกับพระบรมราชจักรีวงศ์มายาวนาน โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงเป็นเจ้าอาวาสพระองค์แรก วัดนี้ยังที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 จนถึงรัชกาลที่ 10 ขณะทรงผนวช อีกทั้งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชถึง 4 พระองค์ สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยและพระพุทธศาสนามาอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของ พระตำหนักเพ็ชร สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เพื่อถวายแด่สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระราชอุปัธยาจารย์ ทรงใช้ประกอบศาสนกิจ เคยใช้เป็นสถานที่ประชุมกรรมการมหาเถรสมาคม รวมถึงเป็นที่ประดิษฐานต้นแบบพระบรมรูปหล่อรัชกาลที่ 4 ขนาดเท่าพระองค์จริง พระบรมฉายาลักษณ์ ตลอดจนเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระสังฆราชองค์ก่อน ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระสงฆ์จากศรีลังกา กราบสักการะพระบรมเกศาธาตุ ที่ประดิษฐานแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พุทธศาสนิกชนสามารถเข้ากราบสักการะพระบรมเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ ณ พระตำหนักเพ็ชรวัดบวรนิเวศวิหาร ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น. ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 มกราคม 2563 รวมถึงสามารถจองรอบเวลาเป็นเจ้าภาพถวายเครื่องสักการะบูชาตามธรรมเนียมศรีลังกาได้ที่ฝ่ายเลขานุการโครงการฯ โทร. 02-610 2366 , 063 526 &amp;nbsp;5359&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแสดงของคณะจากศรีลังกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52691</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบรมสารีริกธาตุ, พระบรมเกศาธาตุ, วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร, สมาคมปากคลองตลาด, อุทยานไม้ดอกเพลาเพลิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df8a27725543.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2018 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2018 17:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร.10 พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุร่วมกับอีก12ประเทศให้ปชช.สักการะช่วงปีใหม่ /ส่วนพระสังฆราช 2องค์ สังฆนายก 10ปท.เดินทางสวดมนต์ข้ามปีด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20ธ.ค.61-สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุจากพระบรมมหาราชวังประดิษฐาน ร่วมกับพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ 12ประเทศ อัญเชิญโดยสังฆราช-สังฆนายก &amp;nbsp;ที่เดินทางมาร้วมสวดมนต์ข้ามปีด้วย เพื่อให้ปชช.สักการะ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ &amp;nbsp; วธ.ส่งมอบความสุข 13 กิจกรรม เสริมศรัทธาสร้างสิริมงคล &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) &amp;nbsp; แถลงข่าว &amp;quot;ของขวัญปีใหม่จากรัฐบาลไทย นำความเป็นไทยสู่ใจประชาชน&amp;quot; &amp;nbsp;ว่า วธ. ได้จัดทำกิจกรรมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ &amp;nbsp;2562 เพื่อส่งมอบความสุขให้แก่ประชาชนรวม 13 กิจกรรม ได้แก่ สวดมนต์ข้ามปี เชิญชวนประชาชนรักษาศีล เจริญภาวนา ปฏิบัติธรรมและสวดมนต์เป็นสิริมงคล โดยในปีนี้ มีความเป็นเศษอย่างยิ่งที่สมเด็จพระสังฆราช สังฆนายก และ ผู้นำสงฆ์ จาก 12 ประเทศ ได้แก่ ภูฏาน กัมพูชา จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย อินเดีย ลาว มองโกเลีย เมียนมา สิงคโปร์ ศรีลังกา เวียดนาม เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมการสวดมนต์ข้ามปี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พร้อมทั้งอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปสำคัญที่ประดิษฐาน ใน &amp;nbsp; 12 ประเทศ &amp;nbsp;มาให้ประชาชนได้สักการะบูชา ร่วมกับพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของไทย เพื่อความเป็นสิริมงคล ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ &amp;nbsp; นอกจากนี้ มีการจัดริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูปสำคัญ จากในและต่างประเทศรวม 13 ริ้ว โดยเคลื่อนตัวจากลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ไปประดิษฐาน ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อให้ประชาชนสักการะ ในวันที่ 29 ธ.ค. 2561 - 1 ม.ค.2562 &amp;nbsp; จากนั้นจะอัญเชิญไปประดิษฐานให้ประชาชนสักการะ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร &amp;nbsp;จนถึงวันที่15 ม.ค. 2562 &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังมีกิจกรรมไหว้พระ 10 วัด สืบสิริสวัสดิ์ 10 รัชกาล รณรงค์ปีใหม่ไทยใช้ของไทย ส่งความสุขแบบไทย การแสดงด้านศิลปวัฒนธรรม &amp;nbsp;จัดฉายภาพยนตร์ในงาน&amp;ldquo;อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;rdquo; จนถึงวันที่ 17 ม.ค. 62 &amp;nbsp;ณ เวทีการแสดงสนามเสือป่า &amp;nbsp;เปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและอุทยานประวัติศาสตร์ทุกแห่งให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าชมฟรี กิจกรรมองค์ความรู้จิตอาสาอาเซียน และโครงการ &amp;ldquo;อ่านสร้างชาติ ซื้อหนังสือ ลดหย่อนภาษีได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายวีระ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า สำหรับริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูปสำคัญ &amp;nbsp; ประกอบด้วย &amp;nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน พระพุทธรูปและวัดเส้าหลิน อินโดนีเซีย พระศากยมุนี วัดเมนดุดเกะชวา ประทับนั่งห้อยขา และบุโรพุทโธ พุทธสถานศูนย์กลางพระพุทธศาสนาอันยิ่งใหญ่ เวียดนาม พระพุทธรูปศรีอริยเมตตรัย ที่วัดโต๋งเลิม เมืองญาจาง และเจดีย์วัดเฉินก็วก วัดเก่าแก่ในกรุงฮานอย &amp;nbsp;อินเดีย พระพุทธเมตตาปางมารวิชัยสมัยปาละ ในวัดพระมหาโพธิ ใกล้ค้นพระศรีมหาโพธิ์ ต.พุทธคยา และพระมหาโพธิ์เจดีย์ &amp;nbsp; ญี่ปุ่น พระพุทธรูปไดบุทสึ พระใหญ่แห่งเมืองคามาคุระ แบะวัดโทไดจิ วัดพุทธ ในเมืองนะระ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก &amp;nbsp;มองโกเลีย พระพุทธรูปพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ พระพุทธรูปยืนที่สูงที่สุดในโลก และวัดกานดาน วัดคู่บ้านคู่เมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.วธ. กล่าวต่อว่า กัมพูชา พระแก้วมรกต วัดเจดีย์เงินและนครวัด ซึ่งเป็นศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในช่วงปลายศตวรรษที่ 12เมียนมา พระพุทธรูป พระมหามัยมุนีที่วัดมหาชัย เมืองมัณฑะเลย์ และพระมหาเจดีย์ชเวดากอง สิงค์โปร หลวงพ่อโต พระพุทธปฏิมาองค์ใหญ่โตปางมารวิชัย และวัดพระเขี้ยวแก้ว วัดจีนศิลปกรรมสมัยราชวงศ์ถัง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พระพุทธรูป พระบางพุทธลาวรรณที่ประดิษฐานอยู่ในหอพระบาง เป็นพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร และพระธาตุหลวง ศรีลังกา พระพุทธรูปในวัดเกลานียาราชมหาวิหาร และเจดีย์ถูปาราม เป็นเจดีย์ทางพุทธศาสนาองค์แรกที่สร้างขึ้นในเกาะศรีลังกา ภูฏาณ พระพุทธรูป ดอร์เดนมา เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งบนวัชระอาสน์และวัดทักซัง ที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง &amp;nbsp;และไทย พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ เป็นพระพุทธรูปยืนปางลีลาขนาดใหญ่ ประดิษฐาน ณ พุทธมณฑล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; การจัดงานสวดมนต์ข้ามปีครั้งนี้ถือเป็นปีที่ 14 ปีที่ผ่านมามีวัดเข้าร่วมกว่า 30,000 &amp;nbsp;วัด วัดไทยในต่างประเทศกว่า 200 วัด และวัดพุทธในต่างประเทศอีก 8 ประเทศ ปีนี้ถือเป็นปีพิเศษที่สมเด็จพระสังฆราชจาก 2 ประเทศ คือ กัมพูชา และภูฎาน และสังฆนายก เสด็จมาร่วมกิจกรรม รวมทั้งมีรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านศาสนาและวัฒนธรรมของต่างประเทศ ผู้แทนองค์กรพุทธศาสนาอีก 10 ประเทศ เป็นผู้แทนอัญเชิญ &amp;nbsp;พระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูปสำคัญจาก 12 ประเทศมาประดิษฐานพร้อมกับพระบรมสาริกธาตุของไทยเป็นครั้งแรกของประเทศไทยและของโลก โดยในวันที่ 29 ธ.ค. จะมีการจัดริ้วขบวนบุษบกอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปสำคัญรวม 13 ริ้วขบวน ซึ่งขบวนสุดท้ายของไทย ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมสารรีริกธาตุจากพระบรมมหาราชวังมาไปประดิษฐานชั่วคราวให้ประชาชนได้สักการะ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในวันที่ 30 ธ.ค. &amp;nbsp;ขณะที่อีก 3 ศาสนา &amp;nbsp;ได้แก่ พราหมณ์ ฮินดู และซิกข์จะเปิดศาสนสถานจัดกิจกรรมเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าสู่ปีใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคล ด้วยการสวดมนต์ ฟังพระธรรมเทศนาเป็นเข็มทิศชีวิตให้ประชาชนได้นำหลักธรรมไปใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข&amp;quot; นายวีระ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24688</URL_LINK>
                <HASHTAG>13กิจกรรมวธ.ปีใหม่, ของขวัญปีใหม่วธ., พระบรมสารีริกฐานในพระบรมมหาราชวัง, พระบรมสารีริกธาตุ, พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จากสังฆราช-สังฆนายก 12 ประเทศ, สวดมนต์ข้ามปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181122/image_big_5bf67c0d4c150.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2018 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2018 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร.10 พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุ จากพระบรมมหาราชวัง ร่วมพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์  ให้ปชช.สักการะช่วงปีใหม่ /ส่วนพระสังฆราช สังฆนายก 12ประเทศเเดินทางข้าร่วมสวดมนต์ข้ามปีด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20ธ.ค.61-สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุจากพระบรมมหาราชวังประดิษฐาน ร่วมกับพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ จากสังฆราช-สังฆนายก 12 ประเทศ เป็นครั้งแรกของโลกให้ ปชช.สักการะ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ &amp;nbsp; วธ.ส่งมอบความสุข 13 กิจกรรม เสริมศรัทธาสร้างสิริมงคล &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) &amp;nbsp; แถลงข่าว &amp;quot;ของขวัญปีใหม่จากรัฐบาลไทย นำความเป็นไทยสู่ใจประชาชน&amp;quot; &amp;nbsp;ว่า วธ. ได้จัดทำกิจกรรมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ &amp;nbsp;2562 เพื่อส่งมอบความสุขให้แก่ประชาชนรวม 13 กิจกรรม ได้แก่ สวดมนต์ข้ามปี เชิญชวนประชาชนรักษาศีล เจริญภาวนา ปฏิบัติธรรมและสวดมนต์เป็นสิริมงคล โดยในปีนี้ มีความเป็นเศษอย่างยิ่งที่สมเด็จพระสังฆราช สังฆนายก และ ผู้นำสงฆ์ จาก 12 ประเทศ ได้แก่ ภูฏาน กัมพูชา จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย อินเดีย ลาว มองโกเลีย เมียนมา สิงคโปร์ ศรีลังกา เวียดนาม เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมการสวดมนต์ข้ามปี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พร้อมทั้งอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปสำคัญที่ประดิษฐาน ใน &amp;nbsp; 12 ประเทศ &amp;nbsp;มาให้ประชาชนได้สักการะบูชา ร่วมกับพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของไทย เพื่อความเป็นสิริมงคล ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ &amp;nbsp; นอกจากนี้ มีการจัดริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูปสำคัญ จากในและต่างประเทศรวม 13 ริ้ว โดยเคลื่อนตัวจากลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ไปประดิษฐาน ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อให้ประชาชนสักการะ ในวันที่ 29 ธ.ค. 2561 - 1 ม.ค.2562 &amp;nbsp; จากนั้นจะอัญเชิญไปประดิษฐานให้ประชาชนสักการะ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร &amp;nbsp;จนถึงวันที่15 ม.ค. 2562 &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังมีกิจกรรมไหว้พระ 10 วัด สืบสิริสวัสดิ์ 10 รัชกาล รณรงค์ปีใหม่ไทยใช้ของไทย ส่งความสุขแบบไทย การแสดงด้านศิลปวัฒนธรรม &amp;nbsp;จัดฉายภาพยนตร์ในงาน&amp;ldquo;อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;rdquo; จนถึงวันที่ 17 ม.ค. 62 &amp;nbsp;ณ เวทีการแสดงสนามเสือป่า &amp;nbsp;เปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและอุทยานประวัติศาสตร์ทุกแห่งให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าชมฟรี กิจกรรมองค์ความรู้จิตอาสาอาเซียน และโครงการ &amp;ldquo;อ่านสร้างชาติ ซื้อหนังสือ ลดหย่อนภาษีได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายวีระ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า สำหรับริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูปสำคัญ &amp;nbsp; ประกอบด้วย &amp;nbsp;สาธารณรัฐประชาชนจีน พระพุทธรูปและวัดเส้าหลิน อินโดนีเซีย พระศากยมุนี วัดเมนดุดเกะชวา ประทับนั่งห้อยขา และบุโรพุทโธ พุทธสถานศูนย์กลางพระพุทธศาสนาอันยิ่งใหญ่ เวียดนาม พระพุทธรูปศรีอริยเมตตรัย ที่วัดโต๋งเลิม เมืองญาจาง และเจดีย์วัดเฉินก็วก วัดเก่าแก่ในกรุงฮานอย &amp;nbsp;อินเดีย พระพุทธเมตตาปางมารวิชัยสมัยปาละ ในวัดพระมหาโพธิ ใกล้ค้นพระศรีมหาโพธิ์ ต.พุทธคยา และพระมหาโพธิ์เจดีย์ &amp;nbsp; ญี่ปุ่น พระพุทธรูปไดบุทสึ พระใหญ่แห่งเมืองคามาคุระ แบะวัดโทไดจิ วัดพุทธ ในเมืองนะระ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก &amp;nbsp;มองโกเลีย พระพุทธรูปพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ พระพุทธรูปยืนที่สูงที่สุดในโลก และวัดกานดาน วัดคู่บ้านคู่เมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.วธ. กล่าวต่อว่า กัมพูชา พระแก้วมรกต วัดเจดีย์เงินและนครวัด ซึ่งเป็นศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในช่วงปลายศตวรรษที่ 12เมียนมา พระพุทธรูป พระมหามัยมุนีที่วัดมหาชัย เมืองมัณฑะเลย์ และพระมหาเจดีย์ชเวดากอง สิงค์โปร หลวงพ่อโต พระพุทธปฏิมาองค์ใหญ่โตปางมารวิชัย และวัดพระเขี้ยวแก้ว วัดจีนศิลปกรรมสมัยราชวงศ์ถัง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พระพุทธรูป พระบางพุทธลาวรรณที่ประดิษฐานอยู่ในหอพระบาง เป็นพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร และพระธาตุหลวง ศรีลังกา พระพุทธรูปในวัดเกลานียาราชมหาวิหาร และเจดีย์ถูปาราม เป็นเจดีย์ทางพุทธศาสนาองค์แรกที่สร้างขึ้นในเกาะศรีลังกา ภูฏาณ พระพุทธรูป ดอร์เดนมา เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งบนวัชระอาสน์และวัดทักซัง ที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง &amp;nbsp;และไทย พระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ เป็นพระพุทธรูปยืนปางลีลาขนาดใหญ่ ประดิษฐาน ณ พุทธมณฑล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; การจัดงานสวดมนต์ข้ามปีครั้งนี้ถือเป็นปีที่ 14 ปีที่ผ่านมามีวัดเข้าร่วมกว่า 30,000 &amp;nbsp;วัด วัดไทยในต่างประเทศกว่า 200 วัด และวัดพุทธในต่างประเทศอีก 8 ประเทศ ปีนี้ถือเป็นปีพิเศษที่สมเด็จพระสังฆราชจาก 2 ประเทศ คือ กัมพูชา และภูฎาน และสังฆนายก เสด็จมาร่วมกิจกรรม รวมทั้งมีรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านศาสนาและวัฒนธรรมของต่างประเทศ ผู้แทนองค์กรพุทธศาสนาอีก 10 ประเทศ เป็นผู้แทนอัญเชิญ &amp;nbsp;พระบรมสารีริกธาตุ และพระพุทธรูปสำคัญจาก 12 ประเทศมาประดิษฐานพร้อมกับพระบรมสาริกธาตุของไทยเป็นครั้งแรกของประเทศไทยและของโลก โดยในวันที่ 29 ธ.ค. จะมีการจัดริ้วขบวนบุษบกอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปสำคัญรวม 13 ริ้วขบวน ซึ่งขบวนสุดท้ายของไทย ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมสารรีริกธาตุจากพระบรมมหาราชวังมาไปประดิษฐานชั่วคราวให้ประชาชนได้สักการะ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในวันที่ 30 ธ.ค. &amp;nbsp;ขณะที่อีก 3 ศาสนา &amp;nbsp;ได้แก่ พราหมณ์ ฮินดู และซิกข์จะเปิดศาสนสถานจัดกิจกรรมเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าสู่ปีใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคล ด้วยการสวดมนต์ ฟังพระธรรมเทศนาเป็นเข็มทิศชีวิตให้ประชาชนได้นำหลักธรรมไปใช้ในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข&amp;quot; นายวีระ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24685</URL_LINK>
                <HASHTAG>ของขวัญปีใหม่คนไทย, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, พระบรมสารีริกธาตุ, พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จากสังฆราช-สังฆนายก 12 ประเทศ, วธ., สวดมนต์ข้ามปี, สังฆราช-สังฆนายก12ประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181122/image_big_5bf67c0d4c150.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 19:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัญเชิญ&#039;พระบรมธาตุหลวง&#039;คู่ราชวงศ์จักรี ร่วมริ้วขบวนพระบรมสารีริกธาตุ5ยุค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค. 61 - กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ร่วมกับ คณะสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน จัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp; 28 กรกฎาคม 2561&amp;nbsp; โดยกิจกรรมหลัก เป็นการจัดริ้วขบวน ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;พระบรมธาตุ พุทธศิลป์ แผ่นดินพระทรงธรรม&amp;rdquo; จำนวน 11 ริ้วขบวน เพื่อแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนาในประเทศไทย ที่สืบทอดยาวนานถึง 1,400 ปี ตลอดจนเทิดทูนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงปกครองประเทศด้วยหลักทศพิธราชธรรม&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
กิจกรรมเริ่มขึ้น ในเวลา&amp;nbsp;&amp;nbsp; 15.00 น.&amp;nbsp; ที่ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร&amp;nbsp; นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นผู้แทน อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ&amp;nbsp; 4 องค์ ในสมัยทวาราวดี สุโขทัย ล้านนา และอยุธยา โดยนำมาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จ.ราชบุรี&amp;nbsp; เชียงใหม่ สุโขทัย และ พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลงจากพระบรมบรรพต&amp;nbsp; วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร&amp;nbsp; เพื่อนำมาประดิษฐานบนเสลี่ยง&amp;nbsp; จากนั้น&amp;nbsp; พระสงฆ์ 10 รูป ทำพิธีเจริญชัยมงคลคาถา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อีกส่วนหนึ่ง เจ้าพนักงานกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนพระองค์ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญจากพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามมาประดิษฐานในริ้วขบวนที่ 10 และให้ประชาชนสักการะมาถึงยังลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ก่อนที่จะประดิษฐานบนราชรถน้อย มีเครื่องประกอบเครื่องสูง อย่างสมพระเกียรติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อเตรียมเคลื่อนขบวนจาก ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ตามถนนราชดำเนินไปยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ต่อมา เวลา 16.50 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน&amp;nbsp; เปิดกรวยดอกไม้ ธูปเทียนแพ หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี&amp;nbsp; ร่วมกับผู้ร่วมงาน อาทิ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp; ตลอดจนทูตานุทูต บุคคลสำคัญ และประชาชน ก่อนจะเริ่มต้นการแสดง &amp;ldquo;รำแว่นเทียนพุทธบูชา&amp;rdquo; และเคลื่อนริ้วขบวน &amp;ldquo;พระบรมธาตุ พุทธศิลป์ แผ่นดินพระทรงธรรม&amp;rdquo;&amp;nbsp; ตั้งแต่ริ้วที่ 1-11 ที่มีการตกแต่งไว้อย่างวิจิตร ตระการตา โดยในแต่ละริ้วขบวนมีการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมร่วมด้วย&amp;nbsp; ประกอบด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ธรรมจักรยาตรา รถขบวนอัญเชิญธงธรรมจักร ธงฉัพพรรณรังสี และรถขบวนจำลองวงล้อธรรมจักร&amp;nbsp; 2.เทียนพรรษาเสริมศาสน์ ขบวนจำลองแห่เทียนพรรษาที่แกะสลักอย่างวิจิตรงดงาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.บรมนาถทวารวดี&amp;nbsp; จำลองโบราณสถานวัดคูบัว จ.ราชบุรี ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาติสมัยทวาราวดี&amp;nbsp; ที่บรรจุในผอบทองคำ และพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาทศิลปะแบบทวารวดี&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.เสริมศรีโคตรบูร&amp;nbsp; จำลองพระธาตุพนม จ.นครพนม หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จ.หนองคาย 5.เจิดจำรูญศรีวิชัย จำลองเจดีย์พระบรมธาตุไชยา จ.สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; 6.ไตรภพลพบุรี&amp;nbsp; จำลองพระปรางค์สามยอด จ.ลพบุรี และพระพุทธรูปทรงเครื่องปางนาคปรก 7.ธรรมวิถีล้านนา&amp;nbsp; จำลองพระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุยุคลล้านนา&amp;nbsp; บรรจุในผอบสำริด รวมทั้งพระพุทธสิหิงค์ จ.เชียงใหม่ 8.เชิดบูชาสุโขทัย จำลองเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ วัดมหาธาตุ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย&amp;nbsp; ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาสมัยสุโขทัย บรจุในตลับทองคำ และตลับสำริด และพระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. เกษมสมัยอยุธยา จำลองเจดีย์พระศรีสรรเพชญ์ ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ สมัยอยุธยา บรรจุในผอบทองคำ และพระพุทธรูปทรงเครื่อง วัดหน้าพระเมรุ จ.พระนครศรีอยุธยา 10.ธรรมารัตนโกสินทร์ จำลองพระศรีศากยะทศพลญาณจากพุทธมณฑล&amp;nbsp; พระศรีรัตนเจดีย์ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม&amp;nbsp; ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ ส่วนพระองค์ จากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม&amp;nbsp; ซึ่งเป็นพระบรมสารีริกธาตุของหลวง ที่มีมาคู่กับพระบรมราชจักรีวงศ์ ตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์&amp;nbsp; และ11. แผ่นดินศาสนูปถัมภก&amp;nbsp; ขบวนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา โดยในส่วนขบวนนี้มีเหล่าศิลปิน ดารา มาร่วมเดินริ้วขบวนด้วย อาทิ แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ ,จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา , กันต์ กันตถาวร, แอ๊ว-อำภา ภูษิต และ จุ๊บแจง- วิมลพันธ์&amp;nbsp; ชาลีจังหาญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศก่อนเริ่มงาน ได้มีสายฝนตกโปรยปรายลงมาอย่างหนัก และหยุดลงในช่วงเวลาก่อนเริ่มพิธีการเพียงเล็กน้อย สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp; ทั้งนี้ ตลอดข้างทางถนนราชดำเนิน มีการตั้งโต๊ะหมู่บูชา เป็นระยะๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งมีประชาชนต่างเฝ้ารอชมริ้วขบวน และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในแต่ละริ้วที่รถเคลื่อนผ่าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ เมื่อรถขบวนเคลื่อนไปจนถึงมณฑลพิธีท้องสนามหลวงแล้ว ได้มีการอัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุไปประดิษฐานยังบุษบก ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์จนถึงวันที่ 28 ก.ค. นี้&amp;nbsp; ตั้งแต่ 09.00-21.00 น.พร้อมกันนี้ ยังได้จัดกิจกรรมให้ประชาชนร่วมทำบุญหล่อเทียนพรรษาโบราณ เพื่อเป็นพุทธบูชา ระหว่างวันที่23-24 ก.ค. จากนั้นในวันที่ 25 ก.ค.จะมีขบวนแห่เทียนพรรษานำไปถวายพระอารามหลวง 10 แห่งด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13880</URL_LINK>
                <HASHTAG>11ริ้วขบวน, พระบรมธาตุหลวง, พระบรมสารีริกธาตุ, พระพุทธศาสนา, ร.10, วธ., วันเฉลิมพระชนมพรรษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b547aa9add90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐจัดยิ่งใหญ่11ริ้วขบวน พระบรมสารีริกธาตุ5ยุค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลจัดยิ่งใหญ่ 11 ริ้วขบวน &amp;quot;บรมธาตุพุทธศิลป์แผ่นดิน พระทรงธรรม&amp;quot; เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ 5 ยุค ตั้งแต่ทวารวดี-รัตนโกสินทร์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐาน เคลื่อนจากลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ไปท้องสนามหลวงวันที่ 22 ก.ค.นี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ของกระทรวงวัฒนธรรมว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร 28 กรกฎาคม 2561 และเนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา &amp;nbsp;วันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา รัฐบาลได้มอบหมายให้ วธ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาระหว่างวันที่ 22-28 ก.ค.นี้ &amp;nbsp;โดยแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนาในประเทศไทยที่มีระยะเวลายาวนานถึง 1,400 ปี อีกทั้งน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ตลอดจนเทิดทูนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่ทรงเป็นพุทธมามกะและอัครศาสนูปถัมภก ทรงปกครองประเทศด้วยหลักทศพิธราชธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.วธ.กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมหลักที่จัดขึ้นเป็นการจัดริ้วขบวน &amp;quot;บรมธาตุพุทธศิลป์แผ่นดิน พระทรงธรรม&amp;quot; ซึ่งมีการจำลองศาสนสถานที่สำคัญของประเทศ พร้อมอัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ พระบรมสารีริกธาตุ และสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาใน 5 ยุคสมัยเรียงตามระยะเวลาแต่ละยุค ได้แก่ ทวารวดี, ล้านนา, สุโขทัย, อยุธยา และรัตนโกสินทร์มาประดิษฐานบนรถขบวน จำนวน 11 ริ้วขบวน โดยจะเคลื่อนขบวนตั้งแต่ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ถนนราชดำเนิน ไปยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวงในวันที่ 22 ก.ค.นี้ ประกอบด้วยขบวนที่ 1 ธรรมจักรยาตรา อัญเชิญธงธรรมจักร ธงฉัพพรรณรังสี และวงล้อธรรมจักร แสดงถึงสัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนา ขบวนที่ 2 เทียนพรรษาเสริมศาสน์ ขบวนแห่เทียนพรรษาที่แกะสลักอย่างวิจิตรงดงามด้วยฝีมือช่างไทยชั้นเยี่ยม ขบวนที่ 3 บรมนาถทวารวดี รถขบวนจำลองโบราณสถานวัดคูบัว จ.ราชบุรี ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุค้นพบที่โบราณสถานคูบัว และพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท ศิลปะยุคทวารวดี รวมทั้งมีใบเสมาที่บอกเล่าเรื่องราวทางพุทธประวัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกล่าวอีกว่า ขบวนที่ 4 เสริมศรีโคตรบูรณ์ รถขบวนจำลองพระธาตุพนม ประดิษฐานหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย จ.หนองคาย ขบวนที่ 5 เจิดจำรูญศรีวิชัย รถขบวนจำลองเจดีย์พระบรมธาตุไชยา &amp;nbsp;จ.สุราษฎร์ธานี ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยนาคปรกวัดเวียง ขบวนที่ 6 ไตรภพลพบุรี รถขบวนจำลองพระปรางค์สามยอด จ.ลพบุรี ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องปางนาคปรก ขบวนที่ 7 ธรรมวิถีล้านนา รถขบวนจำลองพระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง ประดิษฐานพระพุทธสิหิงส์ จ.เชียงใหม่ และพระบรมสารีริกธาตุค้นพบที่ จ.ตาก ขบวนที่ 8 เชิดบูชาสุโขทัย รถขบวนจำลองเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และประดิษฐานพระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก และพระบรมสารีริกธาตุที่ค้นพบใน จ.สุโขทัย ขบวนที่ 9 เกษมสมัยอยุธยา รถขบวนจำลองเจดีย์พระศรีสรรเพชญ์ จ.พระนครศรีอยุธยา ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องวัดหน้าพระเมรุ และพระบรมสารีริกธาตุที่ค้นพบภายในวัดมหาธาตุ จ.พระนครศรีอยุธยา บรรจุในผอบ 7 ชั้น ขบวนที่ 10 ธรรมารัตนโกสินทร์ รถขบวนจำลองพระศรีศากยะทศพลญาณ พระพุทธรูปปางลีลาจากพุทธมณฑล และพระศรีรัตนเจดีย์ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และขบวนที่ 11 แผ่นดินศาสนูปถัมภก เป็นขบวนเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา ทั้งนี้ ในริ้วขบวนต่างๆ จะประกอบการแสดงระบำโบราณคดีที่ฟื้นฟูขึ้นในแต่ละยุคด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นับเป็นครั้งแรกที่ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งมีหลักฐานการขุดค้นทางโบราณคดีในประเทศไทยตามหลักวิชาการมารวมกัน และเป็นการผสมผสานพุทธศิลป์ให้ประชาชนได้เรียนรู้ความเจริญรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนา ซึ่งสถาบันกษัตริย์และพุทธศาสนิกชนได้ทำนุบำรุงและสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นจึงขอเชิญชวนหน่วยงานต่างๆ และพุทธศาสนิกชนแต่งกายด้วยชุดสีขาว พร้อมตั้งโต๊ะหมู่บูชาพระรัตนตรัยตลอดสองข้างทางที่ริ้วขบวนเคลื่อนผ่านจากลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ไปตามถนนราชดำเนิน สิ้นสุดที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดย วธ.จะประสานงานกับกรุงเทพมหานครเพื่อจัดพื้นที่ให้ประชาชนกราบสักการะ สำหรับพระบรมสารีริกธาตุแต่ละยุคจะประดิษฐานให้ประชาชนได้บูชาและเวียนเทียน ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงจนถึงวันที่ 28 ก.ค. เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตด้วย&amp;quot; นายวีระกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13096</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวารวดี, พระบรมสารีริกธาตุ, พระเจ้าอยู่หัว, รัตนโกสินทร์, วีระ โรจน์พจนรัตน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b437afb30db1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
