<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชอำนาจมากแค่ไหน ? </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ข้อเขียนนี้เป็นตอนที่สามต่อจากตอนแรก &amp;ldquo;การซุบซิบ ข่าวลือ ข่าวลวงและเสรีภาพ&amp;rdquo; และตอนที่สอง &amp;ldquo;พ.ศ. 2408: &amp;nbsp;มีคนปล่อยข่าวลือว่ารัชกาลที่สี่เป็นกษัตริย์สมบูรณาญาสิทธิราชย์&amp;rdquo; ที่เผยแพร่ไปเดือนที่แล้ว)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ศ. 2408 มีคนปล่อยบัตรสนเท่ห์เป็นภาษาอังกฤษว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระราชอำนาจในแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (&amp;ldquo;Siam is under quite absolute Monarchy.&amp;rdquo;) &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรามาดูกันว่าเป็นจริงเช่นนั้นจริงหรือไม่ ?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระองค์ในปี พ.ศ. 2394 เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของที่ประชุมพระราชวงศ์และเสนาบดีผู้ใหญ่ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของขุนนางตระกูลบุนนาค แม้ว่าในช่วงสุดท้ายก่อนพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจะเสด็จสวรรคต พระองค์ได้ทรงเสนอชื่อของพระราชโอรส (หม่อมเจ้าอรรณพ) ให้เป็นผู้สืบสันตติวงศ์ &amp;nbsp;แต่ไม่ได้รับความเห็นชอบ &amp;nbsp;เพราะเหล่าเสนาบดีผู้ใหญ่เห็นสมควรให้เจ้าฟ้ามงกุฎเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ โดยปัจจัยในการกำหนดตัวผู้สืบสันตติวงศ์สัมพันธ์กับบริบทางการเมืองของสยามขณะนั้น &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าการตัดสินใจเลือกเจ้าฟ้ามงกุฎนี้ใช่ว่าจะเป็นความเห็นพ้องต้องกันในหมู่เสนาบดีผู้ใหญ่เสียทีเดียว &amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม กลุ่มขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดอันได้แก่ขุนนางรุ่นใหม่ในตระกูลบุนนาคได้ตระหนักถึงพระปรีชาสามารถในความรู้ในภาษาต่างประเทศและวิทยาการและความเป็นไปของโลกตะวันตกของพระองค์ อันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเท่าทันต่อโลกภายนอกสยาม และพระองค์ทรงมีทีท่าที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับประเทศตะวันตกไม่ต่างจากจุดยืนของกลุ่มขุนนางดังกล่าวนี้ที่ต้องการทำสนธิสัญญาทางการค้ากับอังกฤษ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯเสด็จขึ้นครองราชย์ ได้ทรงโปรดเกล้าแต่งตั้งให้ ดิศ บุนนาคเป็นสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ &amp;nbsp;สำเร็จราชการต่างพระเนตรพระกรรณทั่วราชอาณาจักร และรวมทั้งขุนนางสายตระกูลบุนนาคคนอื่นๆก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นการตอบแทน ทำให้ผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญๆอย่างเช่น กลาโหม สมุหนายก เมือง วัง คลัง นาล้วนมาจากขุนนางตระกูลบุนนาคหรือเกี่ยวข้องโดยการแต่งงานกับพวกบุนนาคทั้งสิ้น &amp;nbsp; ซึ่งต่างจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯที่เมื่อขึ้นครองราชย์แล้วพระองค์ทรงหาทางลดทอนอำนาจบรรดาขุนนาง โดยการแบ่งแยกและปกครองเพื่อไม่ให้อำนาจกระจุกตัวอยู่ที่ขุนนางผู้ใหญ่ &amp;nbsp;แต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯไม่สามารถทรงทำเช่นนั้นได้ เพราะพระองค์ไม่ได้สั่งสมอำนาจบารมีในทางการค้าและการเมืองมาก่อนขึ้นครองราชย์ &amp;nbsp;และเหตุผลประการหนึ่งที่พวกขุนนางตระกูลบุนนาคสนับสนุนพระองค์ก็เป็นเพราะพระองค์ไม่ได้ทรงมีอำนาจบารมีทางการเมืองที่เข้มแข็งพอที่จะต่อรองอะไรมากกับกลุ่มขุนนางที่สนับสนุนพระองค์ &amp;nbsp;เพราะก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงผนวชมาเป็นเวลานานราวสามทศวรรษ ทำให้พระองค์ไม่มีอำนาจต่อรองเท่าไรนัก &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานะของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ &amp;ldquo;ปรากฏชัดเจนจากประกาศของพระองค์ใน พ.ศ. 2397 เพื่อพระราชทานอำนาจหน้าที่เต็มแก่ขุนนางคนสำคัญในตระกูลบุนนาคโดยส่วนใหญ่ ได้แก่ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัต บุนนาค) &amp;nbsp;เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (สมุหนายก: ว่าการมหาดไทย) และเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) โดยให้มีอำนาจบัญชาการเรื่องต่างๆได้โดยไม่ต้องรอพระบรมราชานุมัติ โดยพระองค์จะยินดีหากมีผู้กราบบังคมทูลให้ทรงทราบถึงการตัดสินใจสำคัญใดๆเพื่อจะได้ปฏิบัติพระองค์ตามสมควร&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตำแหน่งวังหน้า หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯเสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ได้ทรงแต่งตั้งสมเด็จเจ้าฟ้าจุฑามณี พระอนุชาร่วมพระมารดาให้ดำรงตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล &amp;nbsp;เพราะในขณะนั้น ยังไม่ทรงมีพระราชโอรสที่ประสูติในเศวตรฉัตร (เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ทรงประสูติ พ.ศ. 2396) &amp;nbsp;และในการแต่งตั้งนี้ถือเป็นการแต่งตั้งที่พิเศษ นั่นคือ &amp;ldquo;โปรดพระราชทานให้มียศยิ่งใหญ่กว่าแต่ก่อน&amp;rdquo; นั่นคือ ให้มียศยิ่งใหญ่กว่ากรมพระราชวังสถานมงคลและให้เสมอกันกับพระเจ้าแผ่นดิน โดยให้ออกพระนามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ถือเป็น &amp;ldquo;พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ที่สอง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ให้รับพระราชโองการทั้ง ๒ พระองค์..ผิดกันแต่คำนำหน้าที่ว่ารับพระราชโองการและรับพระบวรราชโองการเท่านั้น&amp;rdquo; และพะราชพิธีบวรราชาภิเษกก็ไม่แตกต่างจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุผลในการแต่งตั้งดังกล่าวนี้ สืบจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯทรงพระราชดำริเห็นว่า เจ้าฟ้าจุฑามณี พระอนุชา &amp;ldquo;ทรงพระปรีชารอบรู้การในพระนครและการต่างประเทศ และขนบธรรมเนียมต่างๆ และศิลปะศาสตร์ในการรณรงค์สงครามเป็นอันมาก พระบรมราชวงศานุวงศ์และเสนาบดีข้าทูลละอองธุลีพระบาท ผู้ใหญู่ผู้น้อยก็นิยมยินดีนับถือมาก&amp;rdquo; &amp;nbsp;ซึ่งการที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง &amp;ldquo;พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ที่สอง&amp;rdquo; นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในสมัยพระนเรศวรที่ทรงแต่งตั้งพระเอกาทศรถ &amp;nbsp;ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องเผชิญกับภัยภายนอกคือพม่าและทำให้ไม่มีปัญหาในการสืบราชสมบัติ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ในพระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินท์ รัชกาลที่ 5 พระนิพนธ์ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพกล่าวว่า &amp;ldquo;พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯทรงเชื่อตำราพยากรณ์ ว่าพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯจำต้องได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน&amp;rdquo; &amp;nbsp;พระองค์จึงทรงแต่งตั้งเพื่อแก้เคล็ดคำพยากรณ์ดังกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ก็เป็นไปได้ว่า การที่พระองค์ทรงต้องการให้ตำแหน่งวังหน้าที่ครองโดยพระราชอนุชามีสถานะที่เท่าเทียมพระมหากษัตริย์ก็เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯทรงพอพระทัยกับสถานะอันทรงพระเกียรติสูงสุดเพื่อที่จะไม่จำเป็นต้องคิดแย่งชิงบัลลังก์โดยคบคิดกับผู้นำขุนนางตระกูลบุนนาค &amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้ การมีพระมหากษัตริย์สองพระองค์เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น นั่นคือ ย้อนกลับไปถึง 261 ปีในสมัยสมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปลายรัชกาล ได้เกิดการควบรวมอำนาจทางการเมืองโดยเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ &amp;nbsp;ในปี พ.ศ. 2398 เมื่อสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ถึงแก่พิราลัย เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ได้ขึ้นเป็นสมุหพระกลาโหมแทน ต่อมา พ.ศ. 2400 สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัต บุนนาค) &amp;nbsp;ผู้เป็นอาของเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ถึงแก่พิราลัย &amp;nbsp;และในปี พ.ศ. 2408 พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ผู้ดำรงตำแหน่งพระมหากษัตริย์องค์ที่สองและตำแหน่งวังหน้าสวรรคต ทำให้อำนาจทางการเมืองอยู่ภายใต้การนำของเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์แห่งตระกูลบุนนาคในสายของตนแต่เพียงผู้เดียว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
อีกทั้งหลังจากพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯสวรรคต ทำให้ตำแหน่งวังหน้าว่างลง เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์กราบทูลให้ทรงแต่งตั้งพระองค์เจ้ายอดยิ่งยศพระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว &amp;nbsp;แม้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯไม่ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะแต่งตั้งผู้ใดให้ดำรงตำแหน่งวังหน้า แต่ด้วยอำนาจบารมีอันยิ่งใหญ่และการให้เหตุผลของเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ พระองค์จึงทรงประนีประนอมยอมแต่งตั้งให้พระองค์เจ้ายอดยิ่งยศดำรงตำแหน่งกรมหมื่นบวรวิชัยชาญ &amp;nbsp;แม้ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมีสิทธิ์สืบราชสมบัติเท่ากับตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล &amp;nbsp;แต่ในทางปฏิบัติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯทรงโปรดให้กรมหมื่นบวรวิชัยชาญเสด็จออกงานพิธีคู่กับพระองค์ แต่ในทางราชการ มิได้ &amp;ldquo;ทรงยกย่องกรมหมื่นบวรวิชัยชาญให้ผิดกับแต่ก่อนอย่างไรไม่&amp;rdquo; &amp;nbsp;นั่นคือ ในทางปฏิบัติทรงปฏิบัติให้ผู้คนเห็นว่าทรงปฏิบัติต่อกรมหมื่นบวรวิชัยชาญประดุจกรมพระราชบวรสถานมงคล แต่ในทางการ กรมหมื่นบวรวิไชยชาญมิได้มีสิทธิ์ในการสืบราชสมบัติอย่างกรมพระราชวังบวรสถานมงคล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯได้ทรงโปรดเกล้าฯให้มีการออกประกาศต่างๆมากมายตลอดรัชสมัยของพระองค์ &amp;nbsp;แต่กุลลดา เกษบุญชู มี๊ด นักรัฐศาสตร์ผู้ศึกษาเรื่องสมบูรณาญาสิทธิราชย์สยาม ได้กล่าวว่า &amp;ldquo;ถึงแม้ประกาศฉบับต่างๆของพระองค์จะให้ภาพว่าทรงกระตือรือร้นในกิจการของรัฐ ทว่าบรรดาขุนนางผู้ใหญ่มิได้เข้าเฝ้าฯเป็นประจำทุกวัน ก็บ่งชี้ว่าพระองค์มิได้เป็นศูนย์กลางอำนาจการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐพิธีและพระราชพิธีต่างๆกลายเป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของพระมหากษัตริย์ เนื่องจากขุนนางผู้ใหญ่ไม่สนใจเข้าร่วมพิธี เมื่อต้องประกอบพระราชพิธีโสกันต์เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ พระองค์จึงตรัสว่ามิได้คาดหวังให้ขุนนางมาช่วยงาน แต่หากผู้ใดมาช่วยงาน พระองค์จะสมนาคุณตอบแทนเมื่อถึงเวลาอันสมควร การเน้นย้ำผลประโยชน์ต่างตอบแทนเช่นนี้ทำให้พระองค์มิได้แสดงบทบาทพระมหากษัตริย์แบบจารีตในฐานะองค์อุปถัมภกสูงสุดอีกต่อไป พระองค์ทรงยอมรับอย่างเปิดเผยว่าทรงเห็นเป็นบุญคุณอย่างยิ่งที่บรรดาขุนนางสนับสนุนให้พระองค์ขึ้นครองราชย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพระราชลัญจกรประจำรัชกาลถูกหมิ่นพระบรมเดชานุภาพว่าเป็นกษัตริย์ที่ทรงชราและไร้พระราชอำนาจ พระองค์ก็ได้ขอร้องให้เหล่าขุนนางเข้าเฝ้าฯและร่วมพิธีทำขวัญ ในความสัมพันธ์ระหว่างขุนนาง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯพยายามยืนยันพระราชอำนาจด้วยการเน้นย้ำให้ขุนนางเข้าเฝ้าฯเฉพาะพระพักตร์ ดังนั้น จึงมีพระบรมราชโองการให้ขุนนางเข้าเฝ้าฯเพื่อรอรับพระราชทานเบี้ยหวัดเงินปีด้วยตนเองแทนที่จะส่งผู้แทนมา &amp;nbsp;พระองค์ยังเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาและทรงริเริ่มการให้คำสัตย์สาบานว่าจะซื่อตรงต่อผู้ปกครอง &amp;nbsp;นอกจากนี้ พระองค์ยังลงพระปรมาภิไธยและพระราชทานหนังสือเฉลิมพระยศเจ้านายด้วยพระองค์เอง ณ วังของเจ้านายนั้นๆ ทั้งยังส่งเสริมให้ขุนนางระดับล่างกราบบังคมทูลให้ทรงทราบหากจะจัดพิธีใดๆขึ้นมา เพื่อจะได้เสด็จพระราชดำเนินไปร่วมงานโดยมุ่งหมายผลประโยชน์ต่างตอบแทนในภายหน้า &amp;nbsp;แต่กระนั้น ทรัพยากรที่จะเสริมสร้างระบบอุปถัมภ์ของพระองค์ก็มีอยู่จำกัด &amp;nbsp;ดังจะเห็นได้จากการเสนอให้ขุนนางใช้บริการนวดจากข้าราชบริพารของพระองค์&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงห่างไกลจากการเป็นพระมหากษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ตามที่มีผู้ปล่อยข่าวลือ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คราวหน้าจะได้กล่าวถึงข่าวลืออีกเรื่องหนึ่งที่ว่า &amp;ldquo;ในท้องพระคลังของพระเจ้าแผ่นดินแห่งกรุงสยามนั้น เต็มไปด้วยเงิน ประหนึ่งภูเขาทองและเงิน และเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่มั่งคั่งที่สุด&amp;rdquo; ! &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แหล่งข้อมูล: พระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินท์ รัชกาลที่ 5 พระนิพนธ์ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ; ประชุมพงศาวดารภาคที่ ๕๒ จดหมายเหตุเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต. [พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเรียบเรียงทูลเกล้า ฯ ถวาย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พิมพ์พระราชทานในงานพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร ครบสัปตมวาร ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๒]; พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1-4 ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) เล่ม 2; ชัยอนันต์ สมุทวนิช, การเมือง-การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทย 2411-2475,;กุลลดา เกษบุญชู มี้ด เขียน, อาทิตย์ เจียมรัตตัญญู แปล, ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ วิวัฒนการรัฐไทย; Abbot Low Moffat, Mongkut the King of Siam.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108923</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ, พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว, เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์, ไชยันต์ ไชยพร, ไม่เคืองแค้นไม่เสียดาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8ed43870cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2021 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 20:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รำลึก&#039;พระปิ่นเกล้าฯ&#039; พระปรีชาสามารถประวัติศาสตร์จารึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;พระบวรราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว บริเวณโรงละครแห่งชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่มุ่งมั่นพัฒนาบ้านเมืองให้ทันสมัยทัดเทียมนานาอารยประเทศ การบริหารราชการบ้านเมืองของพระองค์กลายเป็นรากฐานสำคัญอย่างยิ่งของสยามประเทศในยุคต่อมา จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันที่ 7 มกราคมของทุกปี มีการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อน้อมรำลึกพระเกียรติคุณและพระปรีชาสามารถกษัตริย์พระองค์นี้ หนึ่งในสถานที่สำคัญคือ พระบวรราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว บริเวณโรงละครแห่งชาติ ปีนี้ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พิธีบวงสรวง และพิธีสงฆ์ เพื่อบำเพ็ญกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยมีนายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยผู้บริหารกรมศิลปากรร่วมพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;น้อมรำลึกพระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี พระราชสมภพเมื่อวันที่ 4 ก.ย. พ.ศ.2351 ณ พระราชวังเดิม กรุงธนบุรี มีพระนามเดิมว่า เจ้าฟ้าจุฑามณี ทรงเป็นพระราชอนุชาร่วมพระราชบิดาและพระราชมารดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงพระปรีชาสามารถหลายด้านตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ บังคับบัญชาทหารปืนใหญ่ ทหารแม่นปืนหน้าปืนหลังว่าการกรมทหารญวนอาสารบ&amp;nbsp; แขกอาสา ซึ่งเป็นกองทหารที่สำคัญและมีกำลังคนมาก ทรงแปลและเรียบเรียงตำราปืนใหญ่ รวมทั้งอำนวยการฝึกหัดทหารปืนใหญ่ ทำให้กองทหารมีระเบียบวินัยแบบตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ที่ประทับสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระยศบวรราชาภิเษกเป็นสมเด็จกรมพระราชวังบวรสถานมงคล มีพระนามว่า &amp;ldquo;พระบาทสมเด็จพระปวเรนทราเมศร มหิศเรศรังสรรค์ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว&amp;rdquo; มีพระเกียรติยศเสมอด้วยพระเจ้าแผ่นดินอีกพระองค์หนึ่ง และพระราชทานพระบวรราชวังให้เป็นที่ประทับ พระปิ่นเกล้าฯ โปรดให้ทำพิธีและสถาปนาอาคารสิ่งก่อสร้างใหม่ให้งดงามและสมบูรณ์ โปรดให้สร้างพระราชมมณเฑียร พระที่นั่งและพระตำหนักต่างๆ เช่น พระที่นั่งเก๋งจีน เป็นพระราชมณเฑียรที่ประทับศิลปะแบบจีน พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ เป็นพระราชมณเฑียรที่ประทับแบบยุโรป พระที่นั่งมังคลาภิเษก พระที่นั่งชลสถานทิพอาศน์ พระที่นั่งประพาสคงคา พระที่นั่งทัศนาภิรมย์ พลับพลาสูง และพระตำหนักแดง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ชั้นบนพระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์เป็นที่ประทับ จัดแสดงให้ผู้สนใจเข้าชม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระปรีชาสามารถทั้งการช่าง การปกครอง การทหาร และศิลปกรรม ทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือเป็นพระองค์แรก ทรงวางรากฐานการจัดกิจการทหารเรือให้เข้าสู่ระบบสากลตามแบบอย่างอารยประเทศ ทรงสนพระทัยการต่อเรือโดยใช้เครื่องจักรกลตามแบบยุโรป และประสบผลสำเร็จสามารถแล่นในแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ด้วยความที่ทรงใฝ่พระทัยในวิทยาการตะวันตก โปรดให้นำธรรมเนียมปฏิบัติแบบตะวันตกมาใช้หลายประการ เช่น โปรดให้ติดตั้งเสาธงเพื่อชักธงพระจุฑามณี ทรงออกแบบตราประจำพระองค์เป็นรูปพระปิ่น สมอเรือ และปืนใหญ่ แสดงถึงการที่ทรงบังคับบัญชาทั้งทหารเรือและทหารปืนใหญ่ ทั้งยังสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับการแพทย์สมัยใหม่ ทรงสนับสนุนให้สตรีไทยคลอดบุตรตามแบบตะวันตก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านการปกครอง แม้จะไม่ทรงมีหน้าที่โดยตรง แต่พระองค์โปรดการเสด็จประพาสหัวเมือง โดยเฉพาะภาคอีสาน โปรดให้สร้างพระตำหนักที่บ้านสีทา จังหวัดสระบุรี นอกจากนี้ยังโปรดศิลปะทั้งดนตรี กวี และนาฏศิลป์ ทรงเป็นนักเล่นสักวาที่มีฝีพระโอษฐ์คมคาย ทรงพระราชนิพนธ์บทกล่อมและเพลงยาวต่างๆ ขึ้นหลายสำนวน ทรงริเริ่มประดิษฐ์ระนาดทุ้มเหล็กขึ้น โดยจัดเล่นประกอบกับระนาดแบบเดิม รวมเป็นเครื่องดนตรี 4 ชนิด เรียกว่า &amp;quot;ปี่พาทย์เครื่องใหญ่&amp;quot; สืบทอดมาจนทุกวันนี้ ทุกปีกิจกรรมร่วมรำลึกพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมศิลปากรจัดแสดงปี่พาทย์เครื่องใหญ่ให้ประชาชนได้รับชม แต่ปีนี้งดแสดงจากสถานการณ์โควิดระลอกใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ ภายในพิพิธภัณฑ์ฯ พระนคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เบื้องปลายพระชนม์ชีพ พระองค์ประทับ ณ พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ พระราชวังบวรสถานมงคล ปัจจุบันอยู่ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พระที่นั่งตึกแบบตะวันตกงามล้ำค่านี้ เดิมชื่อ พระที่นั่งวงจันทร์ โปรดให้สร้างด้านทิศเหนือของพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย โดยหลวงชาติเสนี (ทัด) เป็นนายช่าง หลังคาพระที่นั่งทรงจั่วชั้นเดียว ไม่มีมุขลด หน้าจั่วทั้งสองด้านปั้นปูนประดับเป็นตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์ รูปปิ่นประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า อยู่ภายในช่อมาลาประกอบลายพันธุ์พฤกษา มีที่มาจากพระนามเดิมคือ &amp;ldquo;เจ้าฟ้าจุฑามณี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระที่นั่งมี 2 ชั้น ชั้นล่างใช้เป็นที่อยู่ของพนักงาน ส่วนชั้นบนเป็นที่ประทับ มี 5 ห้อง ได้แก่ ห้องเสวย ห้องรับแขก ห้องพระบรรทม ห้องแต่งพระองค์พร้อมห้องสรง ห้องสมุดและห้องทรงพระอักษร ประทับ ณ พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ตลอดมาจนกระทั่งสวรรคตในวันที่ 7 มกราคม พ.ศ.2408 ปัจจุบันพระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์จัดแสดงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และเครื่องที่ประทับของพระองค์ มรดกทรงคุณค่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;หน้าจั่วปั้นปูนประดับตราพระราชลัญจกรประจำพระองค์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สนใจแวะมาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งอยู่ข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตรงข้ามกับสนามหลวง ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีพระที่นั่งและนิทรรศการอีกมากมายที่ปรับปรุงใหม่ นำเทคโนโลยีทันสมัยสร้างการเรียนรู้อย่างเพลิดเพลิน อีกทั้งได้รื่นรมย์กับความสวยงามของพระราชวังบวรสถานมงคล หรือวังหน้า เข้าชมได้ทุกวันพุธ-อาทิตย์ ยกเว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ในเวลา 09.00-16.00 น. โดยมีค่าเข้าชม คนไทย 30 บาท ชาวต่างประเทศ 200 บาท. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89028</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, นสพ.ไทยโพสต์, พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff5bc2046a8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2020 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2020 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;...เสด็จไปทางไหน ใครๆ ก็ยกลูกสาวให้...&quot; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๓ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ และสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ทรงเป็นพระอนุชาร่วมพระมารดาเดียวกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความผูกพันของทั้งสองพระองค์ในครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประชวรหนักแล้วกลับมารักษาพระองค์ในพระบวรราชวัง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมถึงห้องพระบรรทม ทั้งๆ ที่อาจยังทรงมีเรื่องขุ่นข้องในพระราชหฤทัยในเรื่องที่ทรงได้ยินมาว่าพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสะสมกำลังและอาวุธเป็นจำนวนมากเพื่อจะก่อการไม่ชอบมาพากลต่อพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว &amp;ldquo;...เสด็จเข้ามากอดพระบาททรงพระกันแสงว่า หาช่องทางที่จะกราบทูลอยู่ช้านาน ก็ไม่มีโอกาส บัดนี้ไม่มีใคร จะขอกราบทูลน้ำใจที่ซื่อสัตย์สุจริตต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท มีผู้กราบบังคมทูลกล่าวโทษว่าสะสมเครื่องศาสตราวุธกระสุนดินดำขึ้นไว้ ก็ได้สะสมไว้จริงมีอยู่มาก ไม่นึกกลัวใคร แต่เปนความสัตย์จริงที่จะได้คิดประทุษร้ายต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทไม่มีเลยสักขณจิตหนึ่ง แล้วถวายสัตยสาบานเปนอันมาก ซึ่งตระเตรียมไว้นั้นเพื่อป้องกันผู้อื่นเท่านั้นเอง...&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเองก็ทรงรักและห่วงใยพระอนุชาธิราชเป็นอย่างยิ่ง เสด็จขึ้นไปบนที่ประทับทรงรักษาพยาบาลทั้งกลางวันกลางคืน จวบจนพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๔๐๘ สิริรวมพระชนมายุได้ ๕๘ พรรษา ทรงดำรงพระอิสริยยศในฐานะพระมหาอุปราชที่ทรงศักดิ์สูงเสมอด้วยพระมหากษัตริย์ เป็นเวลา ๑๕ ปี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพระโกศพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวในพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;...การพระศพ โปรดให้เรียกว่า พระบรมศพ จัดเหมือนอย่างพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินทุกอย่าง เว้นแต่มิได้ประกาศให้คนโกนหัวไว้ทุกข์ทั้งเมือง เป็นแต่สังกัดที่มีในพระบวรราชวัง...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในปีถัดมา ระหว่างวันที่ ๘-๒๐ &amp;nbsp;กุมภาพันธ์ ๒๒๐๙ ณ ท้องสนามหลวง โปรดฯ ให้ตั้งพระเมรุมาศตามแบบอย่างพระเมรุมาศพระบรมศพสมเด็จ
พระเจ้าแผ่นดิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระเมรุมาศในการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ท้องสนามหลวง วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๔๐๙&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากหลักฐานเอกสารหลายฉบับได้กล่าวถึงพระอัชฌาศัยในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวว่าเป็นเจ้านายที่เฉลียวฉลาด ชอบการทหาร ช่างสังเกต มีพระอารมณ์ขัน ไม่ถือพระองค์ และทรงพระรูปงาม เป็นที่ยำเกรงและรักใคร่แก่ผู้พบเห็น และด้วยความที่โปรดการเล่นสักวา จึงทรงทำให้ &amp;quot;คุณพุ่ม&amp;quot; หรือ &amp;quot;บุษบาท่าเรือจ้าง&amp;quot; ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดนั้น ตามเสด็จเข้าไปอยู่ในพระราชวังเดิมด้วยระยะหนึ่ง ทรงมีพระสนมเจ้าจอมหม่อมห้ามอยู่มาก ตั้งแต่ยังทรงพระยศกรมขุนอิศเรศรังสรรค์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ยังทรงค่อนสมเด็จพระอนุชาธิราชว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;...เสด็จไปทางไหน ใครๆ ก็ยกลูกสาวให้...&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเจ้าจอมมารดาและพระสนมในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ปรากฏหลักฐานกล่าว
ถึงมีอยู่ ๓๔ ท่าน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.เจ้าคุณจอมมารดาเอม มีบรรพบุรุษเป็นนายสำเภาจีนแซ่อ๋อง เข้ามาตั้งแต่สมัยอยุธยา เข้ารับราชการในราชสำนักสยามทำความดีความชอบสืบต่อกันมา ปักหลักค้าขายในกรุงธนบุรีและบางกอกสืบต่อกันอย่างมั่นคง เป็นพระมารดาในพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายยอดยิ่งยศบวราโชรสรัตนราชกุมาร ต่อมาทรงได้รับการสถาปนาเป็น กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ วังหน้าในรัชกาลที่ ๕ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายปรีดา สิ้นพระชนม์โดยไม่มีสายสืบราชสกุล พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายเนาวรัตน์ ต่อมาทรงได้รับการสถาปนาเป็น กรมหมื่นสถิตย์ธำรงสวัสดิ์ ต้นราชสกุลนวรัตน และพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงวงจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒.เจ้าจอมมารดาช้อย ณ ราชสีมา ธิดาพระยานครราชสีมา (คุณชายเมฆ ณ ราชสีมา) สืบเชื้อสายสกุลมาจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นพระมารดาพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจรัสพรปฏิภาณ (พระองค์เจ้าชายจรูญโรจน์เรืองศรี ต้นราชสกุล จรูญโรจน์ ณ อยุธยา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓.เจ้าจอมฉิม ณ ราชสีมา สืบเชื้อสายสกุลมาจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในสายของเจ้าพระยานครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔.เจ้าจอมมารดามาลัย ผู้สืบสายสกุลจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าคุณจอมมารดาเอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕.เจ้าจอมมารดาเอี่ยม พระธิดาสมเด็จเจ้าฟ้าชายนเรนทราราชกุมาร สายสกุลจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีพระราชโอรส คือพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชายภาณุมาศ ต้นราชสกุล &amp;quot;ภาณุมาศ ณ อยุธยา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖.เจ้าจอมผ่อง น้องสาวเจ้าจอมมารดาเอี่ยม พระธิดาสมเด็จเจ้าฟ้าชายนเรนทราราชกุมาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๗.เจ้าจอมมาลัย พระธิดาสมเด็จเจ้าฟ้าชายนเรนทราราชกุมาร สายสกุลจากสมเด็จพระเจ้าตากสิน
มหาราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๘.เจ้าจอมมารดากลีบ พระมารดาของพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโตสินี ต้นราชสกุล &amp;quot;โตษะณีย์&amp;quot; เป็นพระสนมที่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดปรานมาก ที่ประทับในพระที่นั่งวงจันทร์ &amp;nbsp;(พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์) กับพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว &amp;quot;...เจ้ากลีบเปนพระมเหษี เฮอมายิสตีข้างใน..&amp;quot; พระเจ้าลูกเธอและพระสนมกำนัลขึ้นเฝ้าแต่เฉพาะเวลาเสวยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๙.เจ้าจอมมารดากุหลาบ พระมารดาพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุธารส หรือ &amp;quot;พระองค์วัน&amp;quot; ต้นสกุล สุธารส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๐.เจ้าจอมมารดาเกด พระมารดาในพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิศาลบวรศักดิ์ พระนามเดิมว่า &amp;quot;พระองค์เจ้าวรรัตน์&amp;quot; หรือ &amp;quot;พระองค์โตใหญ่&amp;quot; ต้นสกุล วรรัตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๑.เจ้าจอมมารดาหนู พระมารดาในพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นบริรักษ์นรินทรฤทธิ์ มีพระนามเดิมว่า &amp;quot;พระองค์เจ้าหัสดินทร์&amp;quot; ต้นสกุล หัสดินทร์ และพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านันทวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๒.เจ้าจอมมารดาแย้ม พระมารดาในพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ายุคุนธร ต้นสกุล ยุคนธรานนท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๓.เจ้าจอมมารดาอ่อน พระมารดาของพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสนั่น ต้นสกุล สายสนั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๔.เจ้าจอมมารดาสีดา หลานสาวนายกองขุนราม มีพระธิดานามว่า พระองค์เจ้าหญิงเฉิดโฉม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๕.เจ้าจอมมารดาวันดี เชื้อสายลาวเวียงจันทน์ มีพระองค์เจ้า ๒ พระองค์ คือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพิมพับสรสร้อย และพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสอางองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๖.เจ้าจอมมารดาตาด ๑๗.เจ้าจอมมารดาใย ๑๘.เจ้าจอมมารดาบัว ๑๙.เจ้าจอมมารดาเพื่อน ๒๐. เจ้าจอมมารดาด๊า ๒๑.เจ้าจอมมารดาเยียง ๒๒.เจ้าจอมมารดาเท้ย ๒๓.เจ้าจอมมารดาพัน ๒๔.เจ้าจอมมารดาขลิบ ๒๕.เจ้าจอมมารดาจันฐ ๒๖.เจ้าจอมมารดาพลับ ๒๗.เจ้าจอมมารดาลำภู ๒๘.เจ้าจอมมารดาพลอย ๒๙.เจ้าจอมมารดาส่วน ๓๐.เจ้าจอมมารดาแก้ว ๓๑.เจ้าจอมมารดาพรหมา ๓๒.เจ้าจอมมารดาหงส์ ๓๓.เจ้าจอมมารดาสายบัว และ ๓๔.คุณหญิงคล้าย ธิดาเจ้าพระยานครน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระองค์เจ้ายอดยิ่งประยูรยศ บวรราโชรสรัตนราชกุมาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชโอรสพระราชธิดา ๕๘ พระองค์ พระโอรสองค์แรกคือ พระองค์เจ้ายอดยิ่งประยูรยศ บวรราโชรสรัตนราชกุมาร ประสูติเมื่อพุทธศักราช ๒๓๘๑ ในเจ้าจอมมารดาเอม ซึ่งต่อมาทรงบวรราชาภิเษกเป็น กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระโอรสและพระธิดาที่ประสูติก่อนการพระราชพิธีบวรราชาภิเษก &amp;nbsp;๓๓ พระองค์ และประสูติหลังจากบวรราชาภิเษก ๒๕ พระองค์ ทรงมีพระราชทายาทสืบสายสกุล ๑๑ ราชสกุล คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.สุธารส ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุธารส หรือ &amp;quot;พระองค์วัน&amp;quot; ทรงเป็น
พระราชโอรสลำดับที่ ๑๐ และที่ ๒ ในเจ้าจอมมารดากุหลาบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒.วรรัตน์ ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิศาลบวรศักดิ์ มีพระนามเดิมว่า &amp;quot;พระองค์เจ้าวรรัตน์&amp;quot; หรือ &amp;quot;พระองค์โตใหญ่&amp;quot; ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ ๑๒ ในเจ้าจอมมารดาเกศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓.ภาณุมาศ ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุมาศ ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ ๑๘ และที่ ๑ ในเจ้าจอมมารดาเอี่ยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔.หัสดินทร ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นบริรักษ์นรินทรฤทธิ์ มีพระนามเดิมว่า &amp;quot;พระองค์เจ้าหัสดินทร์&amp;quot; ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ ๑๙ และที่ ๑ ในเจ้าจอมมารดาหนู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕.นวรัตน์ ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสถิตธำรงสวัสดิ์ มีพระนามเดิมว่า &amp;quot;พระองค์เจ้าเนาวรัตน์&amp;quot; ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ ๒๐ และที่ ๔ ในเจ้าคุณจอมมารดาเอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖.ยุคนธรานนท์ ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ายุคุนธร ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ ๒๓ ในเจ้าจอมมารดาแย้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๗.โตษะณีย์ ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโตสินี ชาววังทั่วไปเรียกว่า &amp;quot;พระองค์โตเล็ก&amp;quot; ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ ๓๔ และที่ ๕ ในเจ้าจอมมารดากลีบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๘.นันทวัน ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านันทวัน ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับ
ที่ ๓๖ และที่ ๒ ในเจ้าจอมมารดาหนู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๙.พรหเมศ ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรหเมศ ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ ๕๐ ในเจ้าจอมมารดาพรหมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๐.จรูญโรจน์ ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจรัสพรปฏิภาณ มีพระนามเดิมว่า &amp;quot;พระองค์เจ้าจรูญโรจน์เรืองศรี&amp;quot; ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ ๕๓ และที่ ๒ ในเจ้าจอมมารดาช้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑๑.สายสนั่น ต้นราชสกุลคือ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสนั่น ทรงเป็นพระราชโอรสลำดับที่ &amp;nbsp;๕๕ ในเจ้าจอมมารดาอ่อน.
-------------
ข้อมูล : เมื่อตะวันออกพบตะวันตก พิพิธสมบัติพระราชา ณ วังหน้า
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58652</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาลครั้งหนึ่ง, พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5cc210e732b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
