<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 19:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 19:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; ทรงวางพุ่มดอกไม้เนื่องในวันจักรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย.64 - เวลา 18.42&amp;nbsp;น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปในการพระราชพิธีวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2564 &amp;nbsp; ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร กับทรงกราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และปราสาทพระเทพบิดร พระบรมมหาราชวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเสด็จฯ ถึงปฐมบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ และพุ่มดอกไม้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองทิศ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา&amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ทรงวางพุ่มดอกไม้ส่วนพระองค์ ทรงจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ ทรงกราบ เสร็จแล้ว ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และปราสาทพระเทพบิดร พระบรมมหาราชวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเสด็จฯ ถึงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปที่ฐานชุกชี ทรงวางกระทงดอกไม้บนพานหน้าฐานชุกชี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง แล้วทรงจุดเทียนบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งบูชา พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก&amp;nbsp;และพระพุทธเลิศหล้านภาไลย แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองทิศที่หน้าธรรมาสน์ศิลา&amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา&amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งที่หน้าธรรมาสน์ศิลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น เสด็จออกจากพระอุโบสถ ฯ ไปยังปราสาทพระเทพบิดร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช &amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช เสร็จแล้ว เสด็จออกจากปราสาทพระเทพบิดร ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98538</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, วันจักรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c53789d146.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 13:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรมในวาระ 238 ปีสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ขอให้ทุกคนตั้งมั่นในความสามัคคี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.63 - เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช โพสต์ข้อความว่า วันอังคารที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๓ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในวาระ ๒๓๘ ปีนับแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนาหลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ ความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสถาปนาพระบรมราชจักรีวงศ์แล้ว ทรงประดิษฐานหลักเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๓๒๕ ทรงสามารถนำพระบรมราชวงศ์พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชน ให้พร้อมเพรียงกันเข้าสู้ศึกทั้งภายนอกและภายใน แก้ไขฟันฝ่าวิกฤตการณ์ของบ้านเมือง ฟื้นฟูพระพุทธศาสนา ตั้งแบบแผนธรรมเนียม ชำระกฎหมาย เสริมสร้างศิลปวัฒนธรรม และปลุกจิตวิญญาณของความเป็นราชอาณาจักรอันรุ่งเรือง ให้กลับมาดำรงคงมั่นนับแต่นั้นตราบถึงบัดนี้ได้ ๒๓๘ ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความร่มเย็นเป็นสุขแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นตัวอย่างที่พิสูจน์ให้เห็นประจักษ์ว่า กรุงใดจะประดิษฐานอยู่ยั่งยืนนานโดยเรียบร้อย กรุงนั้นต้องยึดมั่นใน &amp;lsquo;ความสามัคคี&amp;rsquo; เป็นคุณธรรมพื้นฐาน ความสามัคคีที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ ต้องเริ่มจากจิตใจของพลเมืองแต่ละคน ในอันที่จะแผ่เมตตาอย่างจริงใจ อดทน ไม่ผูกโกรธ ให้อภัย และปราศจากอคติต่อบุคคลแวดล้อม บ้านเมืองใดที่เต็มไปด้วยพลเมืองผู้เพียบพร้อมด้วยความสุจริตทั้งกาย วาจา และใจ ย่อมทำให้บ้านเมืองนั้นดำรงมั่นคงอยู่ด้วยความสามัคคี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้น ในเวลาที่บ้านเมืองกำลังเผชิญสถานการณ์อันไม่น่าพึงใจ ขอให้แต่ละคนลองหันกลับมาทบทวนตนเองว่า ท่านเป็นผู้มีเมตตา อดทน ใจเย็น รู้อภัย และละวางอคติในใจได้มากน้อยเพียงใด จากนั้น จงเร่งเพิ่มพูนคุณธรรมเหล่านี้ให้ทวียิ่งขึ้นในตน พร้อมเผื่อแผ่ไปสู่คนรอบข้าง ถ้าแต่ละบุคคลทำได้เช่นนั้น สามัคคีธรรมย่อมบังเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ แล้วความเจริญรุ่งเรืองย่อมปรากฏตามมาในทันที สมดังธรรมภาษิตที่ว่า &amp;lsquo;สพฺเพสํ สงฺฆภูตานํ สามคฺคี วุฑฺฒิสาธิกา.&amp;rsquo; ความว่า &amp;lsquo;ความพร้อมเพรียงของปวงชนผู้เป็นหมู่ ยังความเจริญให้สำเร็จ&amp;rsquo;ทุกประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอกรุงรัตนโกสินทร์ จงสถาพรสถิต ประดิษฐานสมรรถภาพอันประเสริฐอยู่ตราบกัลปาวสาน และขอประชาชนชาวไทยจงดำรงมั่นอยู่ในธรรม สามารถนำพาราชอาณาจักรให้ร่มเย็นเป็นสุข ภายใต้พระบรมโพธิสมภารแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์สืบไป ตลอดกาลนาน เทอญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63813</URL_LINK>
                <HASHTAG>238 ปี กรุงรัตนโกสินทร์, คนไทยมีความสามัคคี, ประทานพระคติธรรม, พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช, สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์, สมเด็จพระสังฆราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200324/image_big_5e79a12141785.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
