<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้อมรำลึก‘ร.9’ ในหลวงทรงบำเพ็ญพระราชกุศลคล้ายวันสวรรคต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในหลวง-พระราชินี&amp;quot; ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต &amp;quot;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช &amp;nbsp;บรมนาถบพิตร&amp;quot; 13 ตุลาคม &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ขอคนไทยร่วมทำความดีถวายในหลวง ร.9 ย้ำรัฐบาลน้อมนำแนวทางพัฒนาประเทศมาต่อยอด &amp;quot;ปชช.&amp;quot; ทั่ว ปท.จัดกิจกรรมยืนสงบนิ่ง 89 วินาที น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 ต.ค. เวลา 17.41 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี &amp;nbsp;เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา &amp;nbsp;และเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี &amp;nbsp; จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พุทธศักราช 2564 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 พระพุทธมหาราช ฉ ปริวัตน์ พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล &amp;nbsp;พระอัฐมรามาธิบดินทร พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระอัฐิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งประดิษฐานในพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยาราชาวดี และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระอัฐิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก &amp;nbsp;สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี &amp;nbsp;และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งประดิษฐานที่พระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ &amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองลงยารอง และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ แล้วประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายศีล พระสงฆ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบแล้ว ทรงทอดผ้าไตร 10 ไตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์ สดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ รัชกาลที่ 9 พระพุทธมหาราช ฉ ปริวัตน์ พระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร &amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระอัฐิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี &amp;nbsp;และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา เสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี &amp;nbsp;เสด็จพระราชดำเนินไปทรงกราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระอัฐิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วเสด็จฯ ออกจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
ทำดีถวายในหลวง ร.9&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล เวลา 08.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และภริยา เป็นประธานพิธีวางพวงมาลา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2564 โดยมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและผู้ร่วมพิธีถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช &amp;nbsp;บรมนาถบพิตรแล้ว วางพวงมาลาหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมทั้งยืนสงบนิ่งน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นเวลา 89 วินาที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ที่วัดมกุฏกษัตริยาราม เวลา 10.00 น. พล.อ.ประยุทธ์และภริยา เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้เป็นการมาทำบุญครบรอบ 5 ปี ซึ่งถือว่าเร็ว แต่ความรู้สึกยังตราตรึงอยู่ ซาบซึ้งอยู่ในหัวใจของคนไทยทุกคน นายกรัฐมนตรี ครม. และประชาชนชาวไทยทุกคน พร้อมที่จะถวาย ทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดผลดีต่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่งหลายๆ อย่างได้ริเริ่มไปแล้ว โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ก็ทรงศึกษาต่อยอดสิ่งต่างๆ ให้ดีที่สุด ซึ่งรัฐบาลก็น้อมใส่เกล้าใส่กระหม่อมมาดำเนินการ จึงขอให้ทุกคนร่วมกันทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา ที่บริเวณโถง ชั้น 1 นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาในนามรัฐสภา เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ต.ค.64 เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี ตลอดจนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่เป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการต่อปวงชนชาวไทยมาโดยตลอด นับตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ตราบจนกระทั่งเสด็จสวรรคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา พร้อมรองประธานวุฒิสภา และคณะสมาชิกวุฒิสภา ร่วมพิธีวางพวงมาลาเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตในหลวงรัชกาลที่ 9 ในนามวุฒิสภา และร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์ พร้อมถวายผ้าไตรบังสุกุล ถวายภัตตาหารเพล และจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ในพิธีจำนวน 10 รูป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงานศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ ปีที่ 5 &amp;ldquo;ในหลวงในความทรงจำ&amp;rdquo; เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร &amp;nbsp;13 ตุลาคม เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และสืบสานพระราชปณิธานอันหาที่สุดมิได้ และเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้การจัดงานปีนี้จำเป็นต้องจำกัดจำนวนคน และให้ประชาชนน้อมรำลึกผ่านช่องทางออนไลน์แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพิธีในช่วงเช้า ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นำคณะผู้บริหารและบุคลากรโรงพยาบาลศิริราช ทำบุญพระสงฆ์ 10 รูป รวมทั้งถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมกล่าวถวายราชสดุดีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ จากนั้นร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.15 น. มีพิธีศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ ซึ่งเป็นพิธีถวายสักการะอันทรงเกียรติจากบุคลากรศิริราช และประชาชน โดยมีการเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุดมาขับร้องแทนคำมั่นสัญญาว่าจะมุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธานร่วมกัน สร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นบนแผ่นดินไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาและกำลังพลร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลครบรอบ 5 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยกิจกรรมประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ถวายเป็นพระราชกุศล ณ บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 กองบัญชาการกองทัพบก จากนั้นกระทำพิธีสวดพระพุทธมนต์ รวมทั้งยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยตราบกาลนิรันดร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพเรือ พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประจำปี 2564
ทั่ว ปท.จัดกิจกรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพอากาศ พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เป็นประธานในพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีกิจกรรมพิธีวางพวงมาลา พิธีบำเพ็ญกุศล พิธีตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 10 รูป และการบริจาคโลหิตเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล ที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล และพิธีวางพวงมาลาเนื่องในโอกาสวันครบรอบวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ปทุมธานี นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ ปทุมธานี เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร &amp;nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พร้อมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที เพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของพสกนิกรชาวไทยตราบกาลนิรันดร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครราชสีมา ที่ศาลาปทุมญาณมณี วัดบึง อ.เมืองนครราชสีมา พระเทพสีมาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ประธานฝ่ายสงฆ์ และนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯ นครราชสีมา ประธานฝ่ายฆราวาส ร่วมเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีพิธีสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม และปิ่นโตภัตตาหาร พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงตามมาตรการสาธารณสุขจำนวน 40 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ พร้อมด้วยผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 26 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบุรีรัมย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ &amp;nbsp;ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดบุรีรัมย์ และประธานสภาวัฒนาธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ประกอบพิธีวางพวงมาลากล่าวคำน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และยืนสงบนิ่ง เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ตรัง นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าฯ ตรัง เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร &amp;nbsp;มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระองค์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ภูเก็ต พล.ร.ท.สมพงษ์ นาคทอง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 นำกำลังพลจิตอาสาในทัพเรือภาคที่ 3 พร้อมประชาชน และสมาคมทหารผ่านศึกจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาเราทำความดีด้วยหัวใจ &amp;nbsp;เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วยการพัฒนาพื้นที่โดยรอบของพลับพลาที่ประทับพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บริเวณสวนสาธารณะสะพานหิน จ.ภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สงขลา พล.ร.ท.สุนทร คำคล้าย ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา ทำความดีด้วยหัวใจ ปล่อยเต่าทะเล 89 ตัวคืนสู่ธรรมชาติ และกิจกรรมเก็บขยะชายหาดชลาทัศน์ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ยะลา นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง พร้อมคณะผู้บริหาร และสมาชิกสภาเทศบาล ได้เดินทางมาบ้านนายทวีป ลาแซ อายุ 59 ปี ประชาชนผู้ด้อยโอกาส จัดกิจกรรมปรับปรุงซ่อมแซมพร้อมจัดหาวัสดุอุปกรณ์ทำห้องน้ำ เพื่อมอบให้กับผู้ยากไร้เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตในหลวงรัชกาลที่ 9.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119676</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, สมเด็จพระนางเจ้าฯ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_6166e36fe8edb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 20:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ในหลวง&#039; พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ทูตอาร์เจนตินาเฝ้าฯ กราบบังคมทูลลาโอกาสพ้นจากหน้าที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.64 - เวลา 18.46 น.&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางมารีอา อาลีเซีย กุซโซนี เด โซนเซน (Mrs. Maria Alicia Cuzoni de Sonschein) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาร์เจนตินาประจำประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้นพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ &amp;nbsp;นายลวรณ แสงสนิท ประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119675</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ลวรณ แสงสนิท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_6166dea7a475b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 20:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 20:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานบรรเทาความเดือดร้อนชาวป่าโมก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64 -&amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 2,000 ถุง ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอต่างๆ ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ หอประชุมวัดป่าโมกวรวิหาร อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น&amp;nbsp;และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี&amp;nbsp;ไปกล่าวแก่ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย และครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยและได้รับผลกระทบ ได้รับทราบ ในการนี้ องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลบางปลากด อำเภอป่าโมก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวน 5 ครอบครัว ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ นายนุรักษ์&amp;nbsp;มาประณีต องคมนตรี ไปประชุมและติดตามการแก้ไขสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง โดยมีนายวีระศักดิ์&amp;nbsp;วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์ ณ ห้องประชุมวัดป่าโมกวรวิหาร อำเภอป่าโมก ทั้งนี้ องคมนตรี ได้ขอให้ผู้ว่าฯและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือ และสำรวจความเสียหายหลังน้ำลด โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรม เพราะถือเป็นปากท้องของประชาชน โดยในภาพรวมของจังหวัดมีอำเภอที่ถูกน้ำล้นตลิ่ง น้ำไหลหลากท่วมพื้นที่และบ้านเรือนประชาชนอยู่ขณะนี้ ได้แก่ อำเภอไชโย และอำเภอป่าโมก ต่อจากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดอ่างทอง &amp;nbsp;แบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ 73 ตำบล 513 หมู่บ้าน ได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน&amp;ldquo;เตี้ยนหมู่&amp;rdquo; ซึ่งอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแผ่ปกคลุมภาคกลาง ทำให้เกิดฝนตกหนักและตกติดต่อกันในพื้นที่อำเภอต่างๆ ของจังหวัด ประกอบกับมีแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลผ่านตัวจังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่อำเภอไชโย อำเภอเมืองอ่างทอง และอำเภอป่าโมก รวมระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร&amp;nbsp;และมีแม่น้ำน้อยไหลผ่านพื้นที่และคลองธรรมชาติ ประกอบกับเขื่อนเจ้าพระยา ที่จังหวัดชัยนาท ระบายน้ำออกท้ายเขื่อน ส่งผลกระทบกับจังหวัดท้ายน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำรับน้ำหลาก ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง ท่วมบ้านเรือนราษฎรที่อาศัยอยู่นอกคันกั้นน้ำ ในพื้นที่ต่างๆ จากสถานการณ์การเกิดอุทกภัยดังกล่าวทำให้บ้านเรือนราษฎร สิ่งสาธารณประโยชน์ ถนน วัด โรงเรียน &amp;nbsp;ได้รับความเสียหายและผลกระทบ ใน 5 อำเภอ 37 ตำบล 167 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือนร้อนและผลกระทบ 5,054 &amp;nbsp;ครัวเรือน &amp;nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์โดยรวมในบางพื้นที่เริ่มคลี่คลายแล้ว เหลือในบางพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่ที่ราษฎรตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่นอกคันกั้นน้ำและริมแม่น้ำ ยังคงมีน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังอยู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118997</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดอ่างทอง, นุรักษ์ มาประณีต, น้ำท่วม, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615da0f14de51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 20:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 20:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานช่วยราษฎรสิงห์บุรีประสบอุทกภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64 - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 1,200 ถุง ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอต่างๆ ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาสนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี &amp;nbsp;ไปกล่าวแก่ตัวแทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย และครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยและได้รับผลกระทบ ได้รับทราบ ในการนี้ องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัย และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในพื้นที่ หมู่ที่ 5 ตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี &amp;nbsp;จังหวัดสิงห์บุรี จำนวน 5 ครอบครัว ตลอดจนพูดคุยให้กำลังใจ ราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ไปประชุมและติดตามการแก้ไขสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในพื้นที่สิงห์บุรี โดยมีนายชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์ โดยในภาพรวมสถานการณ์การเกิดอุทกภัยของจังหวัดสิงห์บุรี ถือว่าไม่รุนแรง เสียหายในบางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดสิงห์บุรี &amp;nbsp;แบ่งการปกครองออกเป็น 6 อำเภอ 43 ตำบล 364 หมู่บ้าน ได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน &amp;ldquo;เตี้ยนหมู่&amp;rdquo; และโกเซิน ที่อ่อนกำลังเป็นพายุดีเปรสชันแผ่ปกคลุมประเทศไทย ทำให้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันในภาคต่างๆ รวมทั้งภาคกลางและพื้นที่ต่างๆของจังหวัดสิงห์บุรี กับมีแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อยไหลผ่านพื้นที่อำเภอต่างๆ รวมทั้งเขื่อนเจ้าพระยา มีการระบายน้ำออกท้ายเขื่อน และบางพื้นที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ อาทิ อำเภอเมือง &amp;nbsp;อำเภออินทร์บุรี และอำเภอพรหมบุรี ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมขัง ในพื้นที่ต่างๆ จากสถานการณ์การเกิดอุทกภัยดังกล่าวทำให้บ้านเรือนราษฎร สิ่งสาธารณประโยชน์ ถนน วัด โรงเรียน &amp;nbsp;ได้รับความเสียหายและผลกระทบ ใน 5 อำเภอ 19 ตำบล 71 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือนร้อนและผลกระทบ 5,626 ครัวเรือน &amp;nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์โดยรวมในบางพื้นที่เริ่มคลี่คลายแล้ว เหลือในบางพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่ที่ราษฎรตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่นอกคันกั้นน้ำและพื้นที่รับน้ำ ยังคงมีน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังอยู่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118995</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสิงห์บุรี, นุรักษ์ มาประณีต, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, องคมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d9ed0f2756.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 18:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง พระราชทานตะกร้าสิ่งของมอบทหารพราน-ตร.บาดเจ็บ เหตุก่อการร้ายในภาคใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64 - เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา &amp;nbsp; เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปมอบอาสาสมัครทหารพราน สมศักดิ์ กาแก้ว อาสาสมัครทหารพราน บาซีต พรหมปลัด ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพราน 4105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน 41 ขณะทำการลาดตระเวน เหตุเกิดบริเวณบ้านดือระ หมู่ที่ 8 ตำบลบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2564 และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว &amp;nbsp;ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ&amp;nbsp;พระบรมราชินี ไปมอบดาบตำรวจ รักพงษ์ อารีรัตน์ ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการที่เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมจังหวัดนราธิวาส ได้ติดตามจับกุมและบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อการร้ายในพื้นที่ตำบลตะปอเยาะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส&amp;nbsp;และได้ยิงปะทะกับกลุ่มผู้ก่อการร้าย เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2564 และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลยะลาสิริรัตนรักษ์ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การได้รับพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพลและครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118857</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารพราน, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ยะลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615c284f84b80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรงห่วงใยผู้ประสบภัย เร่งรับมือพายุ8-9ต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในหลวง&amp;quot; ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ผู้ประสบอุทกภัยใน จ.นครราชสีมา พร้อมมีพระราชกระแสทรงห่วงใยประชาชน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งทุกหน่วยเตรียมรับมือพายุลูกใหม่ช่วง 8-9 ต.ค.นี้ ย้ำต้องให้ท่วมน้อยที่สุด &amp;quot;กอนช.&amp;quot; เตือน 6 จังหวัด 28 อำเภอริมแม่น้ำชีเฝ้าระวังระดับน้ำ &amp;nbsp;พร้อมอพยพทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 ต.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง &amp;nbsp;องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค &amp;nbsp;จำนวน 3,990 ชุด ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ &amp;nbsp;9 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ อ.โนนไทย, อ.ด่านขุนทด, อ.สูงเนิน, อ.พิมาย, อ.พระทองคำ, อ.โนนสูง, อ.เมืองนครราชสีมา, อ.คง และ อ.จักราช เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นและเป็นขวัญกำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโอกาสนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ &amp;nbsp;พระบรมราชินี ไปกล่าวแก่ราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัยและผู้ที่ได้รับผลกระทบให้ทราบ พร้อมกันนี้องคมนตรีได้ลงพื้นที่เชิญสิ่งของพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัย และผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในพื้นที่ ต.กำปัง อ.โนนไทย จำนวน 10 &amp;nbsp;ครอบครัว พร้อมกับพูดคุยสร้างขวัญกำลังใจให้ราษฎรสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติสุขต่อไป ซึ่งราษฎรต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการเตรียมรับมือพายุระหว่างวันที่ 8-9 &amp;nbsp;ต.ค.นี้ว่า ต้องเตรียมการรับมือ ซึ่งการรับมือเราคงไปเลื่อนฝนหรืออะไรไม่ได้อยู่แล้ว ซึ่งสถานการณ์วันนี้เราก็ได้เตรียมการรับมือไว้ได้มากพอสมควร แต่อย่างไรก็ตามถ้าปริมาณมันมากกว่าปกติ ปริมาณไม่ใช่สถานการณ์ปกติก็รับมือได้ระดับหนึ่ง ต้องมีความเสียหาย แต่จะทำอย่างไรให้เสียหายน้อยที่สุด ใช้เวลาท่วมให้น้อยที่สุดและเร่งการดูแลเยียวยา ตนคิดว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กล่าวว่า ในวันที่ 8 ต.ค.จะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำที่ จ.สระแก้วในหลายๆ ด้าน ซึ่งตอนนี้สถานการณ์ที่ จ.สระแก้วดีขึ้นแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ออกประกาศฉบับที่ 17 เรื่องเตือนพื้นที่ลุ่มต่ำ 6 จังหวัดริมแม่น้ำชีล้นตลิ่ง โดยระบุว่า จากอิทธิพลของพายุดีเปรสชันเตี้ยนหมู่และแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อวันที่ 24-25 ก.ย.64 &amp;nbsp;ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในลุ่มน้ำชี โดยเฉพาะในลุ่มน้ำชีตอนบน บริเวณ จ.ชัยภูมิ ซึ่งปริมาณน้ำสูงสุดได้เดินทางมาถึงเขื่อนชนบท อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ส่งผลให้ระดับน้ำที่เขื่อนชนบทสูงกว่าตลิ่งในช่วงพื้นที่ลุ่มต่ำประมาณ 3.50 เมตร และล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำชี ประกอบกับระดับน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น สูงเกินเกณฑ์ระดับน้ำควบคุมสูงสุด จึงมีความจำเป็นต้องระบายน้ำลงลำน้ำพองและไหลไปรวมกับแม่น้ำชี ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำชีเพิ่มสูงมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กอนช.ระบุว่า เขื่อนมหาสารคามมีระดับน้ำ +147.58 &amp;nbsp;เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) สูงกว่าระดับเก็บกัก 0.78 เมตร (ระดับเก็บกัก +146.8 ม.รทก.) ปัจจุบันมีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนมหาสารคาม 580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 5 เซนติเมตรต่อชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในลำน้ำชีเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1.50-2 เมตร ล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำชีในช่วงวันที่ 4-15 ต.ค.64&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย จ.ขอนแก่น อ.เมืองขอนแก่น, โคกโพธิ์ชัย, มัญจาคีรี, แวงใหญ่, แวงน้อย, ชนบท, บ้านไผ่, บ้านแฮด และพระยืน จ.มหาสารคาม อ.โกสุมพิสัย, กันทรวิชัย และเมืองมหาสารคาม จ.กาฬสินธุ์ อ.ฆ้องชัย, กมลาไสย และร่องคำ จ.ร้อยเอ็ด อ.จังหาร, เชียงขวัญ, ธวัชบุรี, โพธิ์ชัย, เสลภูมิ, ทุ่งเขาหลวง, พนมไพร และอาจสามารถ จ.ยโสธร อ.เมืองยโสธร, คำเขื่อนแก้ว, มหาชนะชัย และค้อวัง จ.ศรีสะเกษ อ.กันทรารมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยงบริเวณที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลและแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมน้ำได้ทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมในการอพยพและเคลื่อนย้ายสิ่งของได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ ปรับแผนบริหารจัดการเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ รวมทั้งเตรียมแผนเผชิญเหตุรับสถานการณ์น้ำหลาก&amp;quot; กอนช.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ โดยสั่งการไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดช่วงวันที่ 5-9 ต.ค.นี้ ซึ่งจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ พร้อมบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มศักยภาพของพื้นที่ เตรียมพร้อมด้านเครื่องจักร เครื่องมือ &amp;nbsp;และเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยง และร่วมบูรณาการกับหน่วยงานระดับจังหวัดในลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งเตือนประชาชนให้ทราบถึงสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118770</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง  องคมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ให้องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_615307563f87d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 21:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 21:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวง พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกฯ เฝ้าฯ ถวายเงินสมทบทุนสร้างโอกาสศึกษาเด็กยากจน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.64 -&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;18.23 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วยเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะบุคคลต่างๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ตามลำดับดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน เพื่อสมทบทุนมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน ฯ เป็นมูลนิธิที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานที่จะสร้างโอกาสแก่เยาวชนที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติ และทรงมีพระราชดำริพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และเงินที่มีผู้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายโดยเสด็จพระราชกุศล &amp;nbsp;มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนที่ยากจนให้ได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดทำ &amp;ldquo;โครงการทุนการศึกษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร&amp;rdquo; เมื่อพุทธศักราช 2552 &amp;nbsp;และต่อมาเมื่อวันที่ 4 &amp;nbsp;กุมภาพันธ์ 2553 ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง&amp;nbsp; &amp;ldquo;มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร&amp;rdquo; (ม.ท.ศ.)&amp;nbsp; เพื่อดำเนินการส่งเสริมเยาวชนที่เรียนดี ขยันหมั่นเพียร ประพฤติดี มีคุณธรรม มีฐานะยากจน สามารถศึกษาต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ถึงระดับปริญญาตรี หรือเทียบเท่าในสาขาวิชาตามความต้องการ&amp;nbsp; โดยทรงวางหลักการกระจายทุนให้ครอบคลุมทุกจังหวัด อันเป็นการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และศักยภาพแก่เยาวชนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ทำหน้าที่ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พร้อมคณะกรรมการกิจการ ฯ ผู้บริหารระดับสูง และพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เฝ้าทูลละอองธุลีบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงิน โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118562</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211002/image_big_615864e090a23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
