<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40696</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือในพระราชพิธีเสด็จฯถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.62 -&amp;nbsp;เมื่อเวลา 07.10 น.พลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 &amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่พิธีสงฆ์และเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระราชพิธีในพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตรทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 ณ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อยกรุงเทพมหานคร การนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ในวันที่ 24 ตุลาคม2562 โดยเส้นทางเสด็จพระราชดําเนินเริ่มจากท่าวาสุกรีถึงวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารรวมระยะทาง 4.2 กม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพิธีบวงสรวงเรือพระที่นั่งมีเรือร่วมในพิธีจำนวน 8 ลำประกอบด้วยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช พระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่9 เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เรือเอกชัยเหินหาว เรือครุฑเหินเห็จ เรือกระบี่ปราบเมืองมารและเรืออสุรวายุภักษ์ โดยมีผู้เข้าร่วมพิธีบวงสรวงประกอบด้วยนางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนี้ พลเอกลือชัย รุดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือประกอบพิธีบวงสรวงเจ้าที่พนักงานอ่านโองการจากนั้นประธานในพิธีประกอบพิธีสงฆ์จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยต่อมาพระเทพสิทธิมุนีเจ้าอาวาสวัดดุสิดารามวรวิหาร &amp;nbsp;รักษาการเจ้าคณะภาค18 พร้อมพระสงฆ์10 รูปให้ศีลเจริญพระพุทธมนต์และประพรมน้ำพระพุทธมนต์บนเรือพระที่นั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 7.59 น. ผู้บัญชาการทหารเรือประกอบพิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือพนักงานอ่านโองการผบ.ทร. เจิมเรือปิดทองผูกผ้าสีคล้องพวงมาลัยโปรยข้าวตอกดอกไม้บริเวณโต๊ะเครื่องบวงสรวงจากนั้นมีการรำถวายมือโดยพนักงานสำนักการสังคีตกรมศิลปากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นเวลา &amp;nbsp;10.25 น.ผบ.ทร.ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีบวงสรวงพระภูมิเจ้าที่พิธีสงฆ์และเซ่นไหว้แม่ย่านางเรือพระราชพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล &amp;nbsp;ณท่าวาสุกรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยมีเรือร่วมพิธีประกอบด้วยเรือเอกชัยหลาวทอง เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือครุฑเตร็จไตรจักร เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง และเรืออสุรปักษี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เรือพระราชพิธีที่ใช้ในการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินไปถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 52 ลำ ฝีพายจำนวน 2,200 นายโดยมีเรือที่สําคัญเป็นเรือพระที่นั่งได้แก่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ นอกจากนี้ยังมีเรือพระราชพิธีอื่นด้วย เช่น เรือรูปสัตว์ เรือดั้ง เรือแซงสำหรับการจัดโดยจัดรูปขบวนเรือได้แบ่งออกเป็น5 ริ้ว 3 สายดังนี้ริ้วสายกลางริ้วสายในและริ้วสายนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.จงกล มีสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือในฐานะประธานคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนพระราชพิธีกล่าวว่า ความคืบหน้าการเตรียมเรือพระราชพิธีสำหรับการซักซ้อมกำลังพลในขบวนเรือพระราชพิธีได้เข้าสู่การซ้อมจัดรูปขบวนเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาโดยฝึกซ้อมที่วัดราชาธิวาสวรวิหาร ท่าวาสุกรีแบ่งการฝึกซ้อมเป็นช่วงเช้าและช่วงบ่ายโดยได้เริ่มซ้อมไปแล้วตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคมเป็นต้นมา และจะฝึกซ้อมต่อเนื่องจนถึงกลางเดือนสิงหาคม จากนั้นจะเป็นการซ้อมย่อย ครั้งที่1 วันที่22 สิงหาคม โดยมีการใช้บทเห่เรือจริงและจะซ้อมย่อยต่อไปตามลำดับรวมทั้งสิ้น10 ครั้งและจะซ้อมใหญ่เสมือนวันพระราชพิธีจำนวน2 ครั้งครั้งสุดท้ายวันที่21 ตุลาคมสำหรับการซ้อมย่อยจะใช้เรือทั้งหมด52 ลำจากท่าวาสุกรีไปยังวัดอรุณราชวรารามแต่ยังไม่ใช้เรือพระที่นั่งจริง ทางกองทัพเรือมีเรือสำหรับฝึกซ้อมแทนเรือพระที่นั่งอยู่แล้วทั้งนี้เรือพระที่นั่งจะใช้สำหรับการซ้อมใหญ่ทั้ง 2 ครั้งเท่านั้น และกำลังพลจะแต่งกายด้วยเครื่องแต่งกายจริงประจำเรือแต่ละลำเพื่อให้คุ้นเคยกับเครื่องแบบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.จงกล กล่าวด้วยว่า สำหรับกำลังพลมาจากหน่วยต่างๆของกองทัพเรือจำนวน 2,200 นาย ทั้งนี้ เรือพระที่นั่งและเรือรูปสัตว์จะเชิญลงน้ำในวันที่ 12 กรกฎาคมเป็นต้นไป เพื่อไปไว้ยังกรมอู่ทหารเรือธนบุรี โดยมีลำดับการเชิญลงน้ำซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องดูปริมาณน้ำและลำดับการเข้าเก็บอีกครั้ง เรือพระที่นั่งจะเข้าอู่ด้านในก่อนแล้วตามด้วยเรือรูปสัตว์ โดยจะมีการปล่อยน้ำเพื่อเป็นการเก็บรักษาเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้กำลังพลประจำเรือพระราชพิธีมีความพร้อมเกือบ100% ได้มีความฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่บนเขียงซึ่งเป็นการฝึกซ้อมท่าต่างๆจากนั้นนำเรือลงฝึกซ้อมในอ่างน้ำซ้อมการพายที่มีน้ำหนักมากขึ้น&amp;quot; พล.ร.ท.จงกลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ร.ท.จงกล กล่าวว่า สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา2 ฟากฝั่งที่ริ้วขบวนผ่านได้ประสานทางกทม.ให้ขอความร่วมมือจัดแต่งประดับบ้านเรือนให้สวยงามและในการเฝ้าชมพระบารมีขอให้ประชาชนแต่งกายสุภาพเรียบร้อย อย่างไรก็ตามประชาชนที่จะมารับชมการฝึกซ้อมนั้นเจ้าหน้าที่จะประกาศสถานที่ให้ประชาชนได้ชมอีกครั้ง ประกอบด้วยสถานที่ทางราชการ โรงแรมที่พักริมเจ้าพระยา โดยจะเชิญชวนให้จัดอัฒจรรย์ริมน้ำให้ประชาชนได้ชื่นชมพระบารมีและจะมีการปิดการจราจรทางน้ำในบางช่วงเวลา ทร.ประสานกรมเจ้าท่าเพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบเป็นระยะ ไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการสัญจรทางน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านกรมศิลปากรได้รับหน้าที่ร่วมบูรณะซ่อมแซมเรือที่ใช้ในพระราชพิธีทั้ง 52 ลำในส่วนความมั่นคงแข็งแรงและโครงสร้างเรือนั้นกองทัพเรือเป็นผู้ดูแลซ่อมแซม จากนั้นมอบให้กรมศิลปากรรับหน้าที่บูรณะซ่อมแซมลวดลายต่างๆโดยยึดจากลายดั้งเดิมแต่มีการลงรักปิดทองและประดับกระจกใหม่ให้มีความสวยงามสมพระเกียรติ ขณะนี้การบูรณะเสร็จเรียบร้อยแล้วโดยเฉพาะเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ได้บูรณะใหม่หมดทั้งลำ รวมทั้งบุษบกบัลลังก์กัญญาแล้วเสร็จเมื่อเดือนเมษายนเพื่ออัญเชิญไปเป็นเครื่องประกอบอิสริยยศในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพุทธศักราช2562 ณ ท่าราชวรดิฐ อย่างไรก็ตาม ในช่วงการซักซ้อมขบวนเรือได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่จากสำนักช่างสิบหมู่คอยดูแลตรวจสอบซ่อมแซมตลอดห้วงการซ้อมไปจนถึงวันพระราชพิธีจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40696</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค, งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก, ถวายผ้าพระกฐิน, บวงสรวงเรือพระราชพิธี, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 10, พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี, เรือพระราชพิธี, ในหลวง ร.10</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d26ba67ecd91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2019 17:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2019 17:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในหลวงพระราชทาน ครัวพระราชทานผลิตอาหารแจกจ่ายราษฎร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 6 ม.ค. 62 &amp;nbsp;ที่หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดชุมพร ได้มีการจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 10 โดยได้ระดมทุกภาคส่วน รวมถึงจิตอาสา ช่วยกันทำอาหารกล่อง และน้ำดื่มเพื่อแจกจ่ายไปยังพื้นที่ประสบภัยจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยนายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ได้ลงตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และจิตอาสาที่ช่วยกันทำข้าวกล่อง นอกจากนี้ยังได้ประสาน รถครัวสนามจาก กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 25 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 และกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 25 พร้อมกำลังทหารจากมณฑลทหารบกที่ 44 มาประกอบอาหารเลี้ยงในพื้นที่ประสบภัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานโรงครัวช่วยเหลือผู้ประสบในพื้นที่จังหวัดชุมพร 1 แห่ง เพื่อผลิตอาหารส่งไปยังพื้นที่ประสบภัย โรงครัวพระราชทานแห่งนี้สามารถผลิตอาหารได้วันละ 4,000 &amp;nbsp;ชุด &amp;nbsp;ทยอยส่งไปตามความต้องการของผู้ประสบภัย และยังได้มีโรงครัวจิตอาสาอีก 14 แห่ง ในพื้นที่ประสบภัยต่างๆ พร้อมกับระดมทุกภาคส่วนเข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังเดือดร้อน สำหรับผู้ที่เดือนร้อน ต้องการความช่วยเหลือ ขอให้แจ้งให้ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มจังหวัดชุมพร โทร 077-613617-8 และสายด่วน 1784 และ 191 ที่พร้อมรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดชุมพร มีพื้นที่ประสบภัยได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน&amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; ในพื้นที่ 6 อำเภอที่อยู่ติดกับทะเลอ่าวไทย ได้แก่ อ.เมือง อ.ปะทิว อ.สวี อ.ทุ่งทะโก อ.หลังสวน อ.ละแม &amp;nbsp;มีการอพยพราษฎรในพื้นที่เสี่ยง 2,000 คน ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย มีบ้านเรือนราษฎรและสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่อยู่ริมทะเลได้รับผลกระทบจากคลื่นลมแรงพังเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายเข้าสู่สภาวะเป็นปกติแล้ว อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25871</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ชุมพร, จิตอาสาที่ช่วยกันทำข้าวกล่อง, ตั้งโรงครัวพระราชทาน, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 10, หอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดชุมพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190106/image_big_5c31da3d3fadc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
