<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กวิ้น-รุ้ง’จ่อ‘กินข้าว’ พระพยอมบิณฑบาต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;พระพยอม&amp;quot; ขอบิณฑบาตชีวิต &amp;quot;กวิ้น-รุ้ง&amp;quot; เลิกอดอาหาร ให้สมองได้คิดอ่านสู้ต่อไป ยันไม่เสียอุดมการณ์ ที่ผ่านมาไม่เสียเปล่า สะท้อนให้เห็นปัญหาของระบบยุติธรรมไทยได้มากแล้ว ขณะที่ มข.ยืนยันเลิกจ้างนักวิชาการชาวอเมริกันจริง เหตุเพราะไม่มีความก้าวหน้าโครงการนักศึกษาแลกเปลี่ยน &amp;ldquo;เซฟ ดาวดิน&amp;rdquo; ปฏิเสธลั่น &amp;ldquo;อาจารย์เดฟ&amp;rdquo; ไม่ได้หนุนหลังการชุมนุมสามนิ้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2564 พระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี ได้ให้สัมภาษณ์ขณะบันทึกรายการ &amp;ldquo;กัลยาโณโอเค&amp;rdquo; ถึงกรณีการอดอาหารของ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง เพื่อประท้วงต่อระบบยุติธรรมไทย ที่ยังไม่ให้สิทธิ์ในการประกันตัวออกมาสู้คดีที่ถูกกล่าวหาผิด ป.อาญา ม.112 ว่า อาตมาขอบิณฑบาตชีวิตคุณเพนกวินและรุ้ง เลิกอดอาหาร เพื่อมีชีวิตไว้ดูการเปลี่ยนแปลง เมื่อฟ้าหลังฝน ถ้าเกิดเสียชีวิตไปเสียตอนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถึงแม้ว่าคุณแม่ของเพนกวินเองจะเห็นด้วยในอุดมการณ์ของลูก แต่เชื่อว่าหัวใจของคนเป็นแม่นั้น ลึกๆ แล้วคงไม่อยากให้ลูกจากไปตอนนี้แน่นอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระพยอมกล่าวว่า ที่ผ่านมาการอดอาหารประท้วงของเพนกวินและรุ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีเพนกวินที่อดอาหารต่อเนื่องยาวเกินกว่าหนึ่งเดือนแล้วนั้น ถึงวันนี้นับว่าไม่ได้เสียเปล่า การเลิกอดอาหารก็ไม่ได้เสียอุดมการณ์ เพราะได้สะท้อนให้เห็นปัญหาของระบบยุติธรรมไทยได้มากแล้ว จึงไม่อยากให้คิดแต่เรื่องสู้ๆ เท่านั้น แต่อยากให้มองเรื่องสร้างๆ ด้วย ควรจะสู้ไปสร้างไป โดยจะขอบิณฑบาตชีวิต ขอให้ทั้งสองคนกลับมากินอาหาร เพื่อให้สมองสามารถคิดอ่านและสู้ไปสร้างไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากให้ทั้งสองคนมีชีวิตอยู่ เพื่อรอดูการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมมตินะ ถึงคุณจะตายไป อาตมาเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมของไทย ก็คงจะไม่ได้รุ่งโรจน์โชติช่วง เพราะกระบวนการยุติธรรมก็ยังมีกิเลส ยังมีอะไรที่เขาก็กลัวๆ อะไรของเขา เพราะฉะนั้นก็ต้องถนอมชีวิตไว้ ทั้งเพนกวินและรุ้ง ต้องมีชีวิตอยู่ เพื่อรอดูการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นด้วยตัวเอง&amp;rdquo; เจ้าอาวาสวัดสวนแก้วกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. จะร่วมจัดกิจกรรม ของกลุ่มสามัคคีประชาชน ในวันที่ 24 เมษายน เรียกร้องนายกฯรับผิดชอบหลังพบการบริหารจัดการแก้ไขการระบาดของเชื้อโควิด-19 ผิดพลาด และมีการระบาดรุนแรงเป็นรอบที่ 3 โดยระบุว่าขอให้นายจตุพรทบทวนการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ เพราะขณะนี้ยังมีการระบาดเชื้อโควิดอยู่ ซึ่งนายกฯ และรัฐบาลได้ทำงานอย่างหนักในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลงให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การที่จะให้สถานการณ์คลี่คลาย นอกจากต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนแล้ว กลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ จะต้องให้ความร่วมมือด้วยเช่นกัน เนื่องจากการเคลื่อนไหวผิดกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นการรวมคนหมู่มากที่เสี่ยงต่อการระบาดเชื้อโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลยังระบุว่า ทราบมาว่าหนึ่งในทีมการ์ดวีโว่ (WeVo) ของม็อบราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กผลตรวจว่าติดโควิด และยังพบว่าได้ไปเข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุมต่างๆ ที่สวนสันติพรกับนายจตุพร และเมื่อวันที่ 10 เม.ย. เข้าร่วมกิจกรรมรำลึก 11 ปี ซึ่งจัดโดยกลุ่ม นปช. นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และคณะที่อนุสรณ์สถานสี่แยกคอกวัว และยังเข้าร่วมในกิจกรรมชุมนุมเดียวกันบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งทั้งสองการชุมนุมมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากว่าขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองส่วนของนายจตุพรและนายณัฐวุฒิ มีการแพร่เชื้อกระจายไปจำนวนเท่าไรแล้ว
เชื้อบ้าๆ การเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า นายจตุพรไม่ต้องไปโทษนายกฯ รัฐบาลว่าบริหารจัดการโควิดล้มเหลว หรือทำโควิดระบาดรอบที่ 3 เพราะนายจตุพรเองที่กำลังจะทำให้เกิดการระบาดเชื้อโควิดขึ้นหากยังมีการนัดชุมนุมอีก ดังนั้นขอให้เลิกแนวคิดที่จะชุมนุม เนื่องจากเราไม่รู้ว่าจะมีผู้ติดเชื้อโควิดเข้าไปร่วมชุมนุมในครั้งนี้หรือไม่ ทั้งนี้ หากเกิดการระบาดในกลุ่มม็อบจริง ตนเองถามกลับว่านายจตุพรจะรับผิดชอบไหวหรือไม่ ไม่สงสารคนที่มาร่วมชุมนุมด้วยหรืออย่างไร ยิ่งพาคนมาทำผิดกฎหมายและยิ่งซ้ำเติมให้มวลชนเจ็บป่วย มีแต่ผลเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลกล่าวว่า โตๆ กันแล้ว บอกกันให้รู้เรื่อง สงสารคนที่จะมาชุมนุมและติดเชื้อลุกลามบานปลาย ยิ่งเป็นภาระหนักหน่วงของบ้านเมือง ไม่สงสารประเทศชาติประชาชน ก็ให้สงสารครอบครัวลูกภรรยาที่บ้าน อาจนำเชื้อโควิดไปติดต่อได้ นายจตุพรควรมีจิตสำนึกรับผิดชอบให้มากกว่านี้ ตอนนี้การ์ดที่ไปร่วมชุมนุมติดเชื้อ คนที่ไปร่วมชุมนุมร่วมนายณัฐวุฒิ และไปร่วมชุมนุมขบวนการสามัคคีประชาชนที่สวนสันติพรร่วมกับนายจตุพรด้วยนั้น อาจจะติดเชื้อลุกลามไปแล้วหลายคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ควรไปตรวจร่างกายและกักตัว คุณจตุพรเองก็ต้องไปตรวจหาเชื้อโควิดเช่นกัน แต่ถ้าไม่เจอเชื้อโควิด อาจจะเจอเชื้ออื่นๆ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า ที่เที่ยวไล่งับไล่กัดไปทั่วโดยไม่มีเหตุไม่มีผล ทั้งที่รู้ดีว่าประเทศกำลังเกิดวิกฤติไวรัสลุกลาม แต่เชื้อบ้าๆ การเมืองของนายจตุพรไม่เคยหยุด ไม่รู้ไปรับงานใครมา ทั้งที่รับปากกันแล้วว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหว ออกมาไล่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ แต่ยังตระบัดสัตย์กลับคำ นี่แหละที่เขาเรียกว่าลิ้นไม่มีกระดูก ทั้งที่คบมายาวนาน 40 ปี เสียดายเวลา เตือนอะไรน่าจะฟังกันบ้าง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ KKU GROUP มหาวิทยาลัยขอนแก่น รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. ได้ออกมาชี้แจงผ่านเพจดังกล่าว จากกรณีการเลิกจ้างนายเดวิด เสร็คฟาส (Mr.David Streckfuss) นักวิชาการชาวอเมริกัน โดยระบุว่า &amp;ldquo;ผมขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อจากเมื่อวาน หลังจากได้ข้อมูลจากคณบดีและฝ่ายการต่างประเทศของ มข. ดังนี้ครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา CIEE เป็นหน่วยงานภายนอก มข. มีความร่วมมือกับ มข.ในเรื่องการแลกเปลี่ยนนักศึกษาต่างประเทศ โดยไม่เคยมีสัญญาจ้าง 2.มีการยกเลิกโครงการ CIEE เมื่อปีที่แล้ว (มข.ไม่ได้เป็นผู้ยกเลิก) 3.หลังจากโครงการ CIEE ถูกยกเลิก คณะสาธารณสุขศาสตร์ มข. ได้มีสัญญาจ้าง 1 ปี โดยไม่ได้จ่ายค่าตอบแทนเพื่อให้ดำเนินการสร้างเครือข่ายการแลกเปลี่ยนนักศึกษาต่างประเทศกับหลายๆ ประเทศตามที่เจ้าตัวเสนอ เริ่มสัญญาจ้างเมื่อเดือน ส.ค.2563, 4.เดือน ก.พ.2564 ทางคณะฯเห็นว่าไม่มีความก้าวหน้าในงานที่ได้ตกลงกันไว้ จึงแจ้งเจ้าตัวขอยกเลิกสัญญา และ 5.ไม่เคยมีตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐใดๆ มาพบหรือมากดดันอธิการบดีและคณบดี จึงเรียนข้อมูลให้ทุกท่านรับทราบ
โต้นักวิชาการฝรั่งหนุนม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวชิรวิทย์ เทศศรีมือง หรือเซฟ ดาวดิน แกนนำคณะราษฎรขอนแก่น กล่าวว่า นายเดวิด เสร็คฟาส เป็นนักวิชาการที่อยู่เมืองไทยมานาน เป็นนักวิชาการที่ศึกษาและเชี่ยวชาญด้านการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่มีผลงานทางวิชาการจำนวนมาก และมีการเผยแพร่ผ่านสื่อชั้นนำระดับโลกหลายเล่ม ที่ผ่านมาโดยส่วนตัว รวมไปถึงแกนนำในระดับพื้นที่ ต่างมีการพูดคุยกับนายเดวิดเพื่อแลกเปลี่ยนมุมของวิชาการ โดยที่การออกมาระบุว่านายเดวิดให้การสนับสนุนหรือคอยแนะนำและจัดรูปแบบการชุมนุม หรือการสนับสนุนทุนต่างชาติในการชุมนุมนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะการชุมนุมและการออกมาเคลื่อนไหวของนักศึกษาและคนที่รักประชาธิปไตยนั้น มาจากการร่วมกันสนับสนุนของประชาชนที่มีหัวใจที่ตรงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;อาจารย์เดฟเคยมาสอน และได้เปลี่ยนกับนักศึกษาของ มข. หลายคน ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในนักศึกษาที่ได้เรียนและพูดคุยกับ อาจารย์เดฟ ซึ่งต้องยอมรับว่าด้วยผลงานด้านวิชาการและการเป็นนักวิชาการของอาจารย์เดฟ ที่หลายคนเคยอ่านและเคยพบเห็นผ่านสื่อทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาจจะทราบแน่ชัดว่าอะไรคือเรื่องจริง และอะไรคือความจริง ดังนั้นการที่ มข.ออกมายกเลิกสัญญาโดยอ้างว่างานไม่คืบหน้านั้น ไม่ถูกต้อง ที่ผ่านมาก็ใช้งานตามการจ้างงาน และมาวันหนึ่งก็ยกเลิกสัญญาไป เพราะว่างานไม่คืบหน้า ซึ่งหากจะมองถึงอาจารย์ท่านอื่นๆ และนักวิชาการท่านอื่นๆ ที่เป็นชาวต่างชาติที่อยู่ที่ มข. วันหนึ่งก็อาจจะถูกปลดและยกเลิกสัญญาจ้างแบบนี้ก็ได้ ดังนั้นในเรื่องนี้กลุ่มผู้ชุมนุมจะต้องหารือกัน และจัดกิจกรรมเพื่อตอบโต้การกระทำของ มข. และแสดงจุดยืนกับบุคคลที่รักในประชาธิปไตยที่เข้าใจในความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวชิรวิทย์ยืนยันว่า การชุมนุมของผู้ชุมนุมทุกคนนั้นมีใจที่บริสุทธิ์ ดำเนินการเรียกร้องภายใต้ 3 ข้อหลักคือ การให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนนั้นลาออก, การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน และการปฏิรูปสถาบัน รวมไปถึงการเรียกร้องให้ปล่อยแกนนำผู้ชุมนุมทุกคนที่ถูกคุมขังอยู่ในขณะนี้ โดยที่นายเดวิดไม่ได้ให้การสนับสนุน, คอยบงการ หรือดึงกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาหนุนการชุมนุมของคณะราษฎรแต่อย่างใด ซึ่งหากผู้ที่ออกมาพูดและกระทำการดังกล่าว ซึ่งใครอยากที่จะทราบความจริง ตนเองก็พร้อมที่จะพูดคุยกับทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปยังสถานีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองขอนแก่น และกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 (ขอนแก่น) เพื่อทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทราบเพียงว่าผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ในระหว่างการเดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพฯ เพื่อรายงานข้อเท็จจริงและจะมีการแถลงข่าวอีกครั้งที่ บช.สตม.ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99793</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวิ้น-รุ้ง, ขอบิณฑบาตชีวิต, ปัญหาของระบบยุติธรรมไทย, พระพยอม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อดอาหาร, เลิกจ้างนักวิชาการชาวอเมริกัน, เลิกอดอาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604ecd9c143a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2021 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2021 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระพยอม&#039; ขอบิณฑบาตชีวิต &#039;กวิ้น-รุ้ง&#039; เลิกอดอาหาร เพื่ออยู่รอดูฟ้าหลังฝน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2564 พระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี ได้ให้สัมภาษณ์ขณะบันทึกรายการ &amp;ldquo;กัลยาโณโอเค&amp;rdquo; ถึงกรณีการอดอาหารของ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง เพื่อประท้วงต่อระบบยุติธรรมไทย ที่ยังไม่ให้สิทธิ์ในการประกันตัวออกมาสู้คดีที่ถูกกล่าวหาผิด ป.อาญา ม.112 ว่า อาตมาขอบิณฑบาตชีวิตคุณเพนกวิ้นและรุ้ง เลิกอดอาหาร เพื่อมีชีวิตไว้ดูการเปลี่ยนแปลง เมื่อฟ้าหลังฝน ถ้าเกิดเสียชีวิตไปเสียตอนนี้ ถึงแม้ว่าคุณแม่ของเพนกวินเอง จะเห็นด้วยในอุดมการณ์ของลูก แต่เชื่อว่าหัวใจของคนเป็นแม่นั้น ลึกๆ แล้ว คงไม่อยากให้ลูกจากไปตอนนี้แน่นอน

เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว มองว่า ที่ผ่านมาการอดอาหารประท้วงของเพนกวินและรุ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีเพนกวินที่อดอาหารต่อเนื่องยาวเกินกว่าหนึ่งเดือนแล้วนั้น ถึงวันนี้นับว่าไม่ได้เสียเปล่า การเลิกอดอาหารก็ไม่ได้เสียอุดมการณ์ เพราะได้สะท้อนให้เห็นปัญหาของระบบยุติธรรมไทยได้มากแล้ว จึงไม่อยากให้คิดแต่เรื่องสู้ๆ เท่านั้น แต่อยากให้มองเรื่องสร้างๆ ด้วย ควรจะสู้ไปสร้างไป โดยจะขอบิณฑบาตชีวิต ขอให้ทั้งสองคนกลับมากินอาหาร เพื่อให้สมองสามารถคิดอ่านและสู้ไปสร้างไป อยากให้ทั้งสองคนมีชีวิตอยู่ เพื่อรอดูการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

&amp;ldquo;สมมตินะ ถึงคุณจะตายไป อาตมาเชื่อว่า กระบวนการยุติธรรมของไทย ก็คงจะไม่ได้รุ่งโรจน์โชติช่วง เพราะกระบวนการยุติธรรมก็ยังมีกิเลส ยังมีอะไรที่เขาก็กลัวๆ อะไรของเขา เพราะฉะนั้นก็ต้องถนอมชีวิตไว้ ทั้งเพนกวินและรุ้ง ต้องมีชีวิตอยู่ เพื่อรอดูการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นด้วยตัวเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99746</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระพยอม, พระราชธรรมนิเทศ, รุ้ง ปนัสยา, อดข้าวประท้วง, เพนกวินอดอาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210417/image_big_607aa8f622fa0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เนติฯช่วยพระพยอม วัดสวนแก้วถูกไล่ที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เนติบัณฑิตยสภายื่นมือช่วยพระพยอมหลังถูกฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินที่ซื้อไว้ และเรียกค่าเสียหาย อยู่ระหว่างพิจารณาจะฟ้องแย้งหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ ว่าที่พันตรี ดร.สมบัติ วงศ์กำแหง กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เนติบัณฑิตยสภา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลา 15.30 น. ตนกับนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญาธนบุรี ในฐานะกรรมการบริหารเนติบัณฑิตยสภา ได้ร่วมประชุมกับพระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ) ที่ห้องประชุม ศาลา 59 ปี มูลนิธิสวนแก้ว วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี เพื่อหาแนวทางต่อสู้คดี กรณีถูกนายพันธ์ทอง หิรัญประดิษฐ์ กับพวกรวม 2 คน เป็นโจทก์ฟ้องวัดสวนแก้ว และมูลนิธิสวนแก้ว เป็นจำเลย ให้ขับไล่เรียกค่าเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่พันตรี ดร.สมบัติกล่าวว่า พระพยอมเรียกเข้าพบเพื่อขอรับคำปรึกษา และกำหนดแนวทางในการต่อสู้คดีเกี่ยวกับคดีฟ้องขับไล่วัดสวนแก้วและมูลนิธิสวนแก้วออกจากที่ดิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ตามโฉนดที่ดิน (คดีโฉนดพับถุงกล้วยแขก) เลขที่ 94552 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เป็นคดีดำที่ 1656/2563 ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี โดยโจทก์ทั้งสองกล่าวอ้างว่าได้รับโอนที่ดินดังกล่าวมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตน และได้แจ้งให้วัดสวนแก้วและมูลนิธิสวนแก้วขนย้ายทรัพย์และบริวารออกจากที่ดินแปลงดังกล่าวแล้ว แต่วัดและมูลนิธิไม่ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดิน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โจทก์จึงฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย โดยกล่าวอ้างว่าที่ดินมีราคาประเมินสูงกว่า 50,000 บาทต่อตารางวา จึงขอเรียกค่าเสียหาย เป็นค่าเช่า ปี 2554-2557 เดือนละ 80,000 บาท 2557-2560 เดือนละ 90,000 บาท ปี 2560 ถึงวันฟ้อง (9 ก.ค.2563) รวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 10,220,000 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 1,026,000 บาท ไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินพิพาทเสร็จสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่พันตรี ดร.สมบัติกล่าวว่า คดีนี้มีการปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2563 ครบกำหนดยื่นคำให้การ วันที่ 17 ส.ค.2563 เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางตนและคณะทำงานจากสำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เนติบัณฑิตยสภา จะเร่งทำคำให้การต่อสู้คดีในกำหนด และจะพิจารณาว่าจะยื่นฟ้องแย้งต่อไปหรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72868</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระพยอม, ฟ้องขับไล่ออกจากที่ดิน, วัดสวนแก้ว, เนติบัณฑิตยสภา, เรียกค่าเสียหาย, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f21746d083fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กก.เนติบัณฑิตฯ เตรียมสู้คดีช่วย &#039;พระพยอม&#039; ถูกฟ้องไล่ที่วัดสวนแก้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค. 63 - ว่าที่พันตรี ดร.สมบัติ วงศ์กำแหง กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เนติบัณฑิตยสภา เปิดเผยว่า&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2563 เวลา 15.30 น. ตนกับนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญาธนบุรี ในฐานะกรรมการบริหารเนติฯ ได้ร่วมประชุมกับ พระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ) ที่ห้องประชุม ศาลา 59 ปี มูลนิธิสวนแก้ว วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี เพื่อหาแนวทางต่อสู้คดี กรณีถูกนายพันธ์ทอง หิรัญประดิษฐ์ กับพวกรวม 2 คน เป็นโจทก์ฟ้องวัดสวนแก้ว และมูลนิธิสวนแก้ว เป็นจำเลย ให้ขับไล่เรียกค่าเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่พันตรี ดร.สมบัติ กล่าวว่า พระพยอมเรียกเข้าพบเพื่อขอรับคำปรึกษา และกำหนดแนวทางในการต่อสู้คดี เกี่ยวกับคดีฟ้องขับไล่วัดสวนแก้วและมูลนิธิสวนแก้ว ออกจากที่ดิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ตามโฉนดที่ดิน (คดีโฉนดพับถุงกล้วยแขก) เลขที่ 94552 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เป็นคดีดำที่ 1656/2563 ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี โดยโจทก์ทั้งสองกล่าวอ้างว่า ได้รับโอนที่ดินดังกล่าวมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตน และได้แจ้งให้วัดสวนแก้วและมูลนิธิสวนแก้วขนย้ายทรัพย์และบริวารออกจากที่ดินแปลงดังกล่าวแล้ว แต่วัดและมูลนิธิไม่ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดิน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทก์จึงฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย โดยกล่าวอ้างว่า ที่ดินมีราคาประเมินสูงกว่า 50,000 บาท ต่อตารางวา จึงขอเรียกค่าเสียหาย เป็นค่าเช่า ปี 2554-2557 เดือนละ 80,000 บาท 2557-2560 เดือนละ 90,000 บาท ปี 2560 ถึงวันฟ้อง (9 ก.ค. 2563) รวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น 10,220,000 บาท และค่าเสียหาย อีกเดือนละ 1,026,000 บาท ไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินพิพาทเสร็จสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้มีการปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2563 ครบกำหนดยื่นคำให้การ วันที่ 17 ส.ค. 2563 เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางตนและคณะทำงานจากสำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เนติบัณฑิตยสภา จะเร่งทำคำให้การต่อสู้คดีในกำหนด และจะพิจารณาว่าจะยื่นฟ้องแย้งต่อไปหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72830</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระพยอม, สมบัติ วงศ์กำแหง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200617/image_big_5eea208f02ebc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2018 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2018 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสวนายุติธรรมภิวัฒน์ &#039;พระพยอม&#039; สวดยุติธรรมไทยกำลังป่วย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 มี.ค. 61 - &amp;nbsp;ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์ร่วมกับเครือข่ายจิตอาสาเพื่อสังคม จัดงานเสวนาในหัวข้อ &amp;rdquo;เสวนายุติธรรมภิวัฒน์&amp;rdquo; เพื่อให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับความยุติธรรมในสังคมไทยโดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวเนื่องจากการต่อสู้ของประชาชนในการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ โดยมี &amp;nbsp;พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว นายไพบูลย์ นิติตะวัน ฃอดีตสมาชิกสภาปฏิรุปแห่งชาติ(สปช.)นายประยงค์ ไชยศรี ตัวแทนกลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์ ร่วมเสวนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระพยอม กล่าวว่าความยุติธรรมต้องเกิดจาก ธรรม โดยชอบธรรม เพื่อธรรม แต่ความยุติธรรมไทยขณะนี้อยู่ในภาวะป่วย เนื่องจากมีบางคดีที่ถูกตัดสินไปแล้วอย่างเด็ดขาด แต่เมื่อมีคนไปร้องใหม่ พร้อมค่าธรรมเนียม ศาลก็รับฟ้อง ส่งผลให้มีคดีใหม่เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องสุมกับคดีเก่า ยิ่งทำให้มีคดีเต็มไปหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับคดีโฉนดที่ดินของตนที่เวลาผ่านไปนานมากแล้ว และกฎหมายบางมาตราระบุว่าถ้าใครได้รับการรับโอนที่ดิน ภายในระยะเวลาที่กำหนด ไม่เกิน 1 ปี ภายหลังศาลตัดสินคดีไปแล้ว หากจะมีการร้องคัดค้าน ต้องดำเนินการในช่วงเวลาที่กำหนด แต่กรณีนี้ ตนเริ่มดำเนินการถมที่ และก่อสร้าง ไปแล้ว 2 ปี 7 เดือน แต่อยู่ดีๆ โฉนดที่ตนถือ อยู่กลับกลายเป็นสิ่งไม่มีค่าไปเสียอย่างนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่า เรื่องผ่านไปเลยระยะเวลาที่กำหนด แต่ทำไมถึงมีการขุดมาดำเนินการใหม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีลูกศิษย์มาเล่าให้อาตมาฟัง วันที่มีการตัดสินคดี ฝ่ายที่ชนะคดีได้พูดในงานเลี้ยง ว่า ต่อให้เป็นพระดี พระดัง สร้างบารมีแค่ไหน มันก็สู้เทคนิคทางกฎหมายของพวกเราไม่ได้&amp;rdquo;เจ้าอาวาส วัดสวนแก้ว ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายไพบูลย์ &amp;nbsp;กล่าวว่าปัญหาความยุติธรรมที่ไม่เกิดขึ้น เกิดจากผู้มีอำนาจในกระบวนการยุติธรรม และตัวบทกฎหมายต่างๆ ที่เอื้อต่อผู้มีอำนาจ อาทิกฎหมายที่ยังมีความคลุมเครือ ส่งผลให้ผู้มีอำนาจใช้เป็นเครื่องมือ รวมทั้งปัญหาความเข้มแข็งของการตรวจสอบถ่วงดุลโดยภาคประชาชน ผ่านกลไก การชุมนุม หรือการร้องทุกข์ตามกระบวนที่กำหนด แต่กระบวนการเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เราเข้าสู่เป้าหมาย กลับกลายเป็นว่า ยิ่งทำยิ่งผิดกฎหมายที่บัญญัติ ทำให้ผู้มีอำนาจนำกฎหมายเหล่านั้นมาบังคับเป็นคดีความต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากต้องการให้เกิดความยุติธรรม ประชาชนต้องมีอำนาจเพิ่มโดยใช้กลไกลของกฎหมาย โดยการศึกษากฎหมาย เพื่อใช้ต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งในชั้นพนักงานสอบสวน ได้แก่ ตำรวจ และดีเอสไอ ชั้นอัยการ ซึ่บางกรณี มีการใช้อำนาจโดยมิชอบ แต่ประชาชนส่วนใหญ่กลับไม่ฟ้องอัยการ เพื่อไม่ได้ศึกษาข้อกฎหมาย ได้เพียงแค่ก่นด่า ทั้งที่ประชาชนสามารถฟ้องอัยการได้ ความยุติธรรมจะไม่เกิดขึ้นเลย หากตัวท่านเองไม่ดำเนินการ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยงค์ กล่าวว่า กฎหมายในประเทศไทยศักดิ์สิทธิ์เฉพาะกับบรรดาชาวบ้าน แต่ไม่ได้รวมถึงนักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงที่ทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งที่ผ่านมาภาคประชาชนกลุ่มต่างๆ ทั้งกลุ่มพันธมิตรฯ องค์กรพิทักษ์สยาม และ กปปส. &amp;nbsp;ต่างต่อสู้เพื่อความยุติธรรมมาโดยตลอด ซึ่งพวเขาเหล่านี้ เป็นคนที่ออกมาต่อสู้เพื่อบ้านเมือง ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ เคารพและเชื่อมั่นต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งกลุ่มที่เคลื่อนไหวล้วนมีสิทธิตามรัฐธรรมนสูญที่จะออกมาขับไล่รัฐบาลที่ไม่รักษาผลประโญชน์ของประเทศชาติ ตามม.69 แต่ทำไมถึงยังต้องโดนคดีกบฎ และก่อนการร้าย ตนจึงอยากถามว่า ใครเป็นคนที่ทำให้พวกเราเป็นกบฎ และเป็นภัยต่อความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความรุนแรงที่เกิดขึ้นช่วงที่มีการชุมนุมนั้น เกิดขึ้นจากฝ่ายรัฐบาลทั้งสิ้น และการชุมนุมของพันธมิตรฯ ทำให้ประชาชนรักสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้น มีความจงรักภักดีมากขึ้นและยังทำให้ประชาชนหูตาสว่าง นอกจากนี้ ข้อมูลที่พันธมิตรฯนำเสนอต่อประชาชนนั้น ส่งผลให้ผู้ที่ทุจริตถูกลงโทษไปหลายราย และการชุมนุมครั้งนั้น ทำให้ประชาชนทราบว่า ระบอบทักษิณมีอยู่จริง เช่นเดียวกับการจ้องล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่นเดียวกัน&amp;rdquo; นายประยงค์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5642</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระพยอม, ยุติธรรม, สมาคมนักข่าว, เสวนายุติธรรมภิวัฒ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab4cd5cc59fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
