<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 23:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทธรณ์ยืนคุก ‘เจ้าคุณเอื้อน’ ยื่นฎีกาสู้คดีต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน &amp;quot;พระพรหมดิลก&amp;quot; คุก 8 เดือน ปรับ 8 พัน รอลงอาญา 1 ปี คดีทุจริตเงินทอนวัด ทนายอดีตเจ้าคุณเอื้อนเตรียมยื่นฎีกาสู้คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีทุจริตการจัดสรรเงินงบประมาณ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สำนวนหมายเลขดำ อท.254/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายพนม ศรศิลป์ อายุ 61 ปี อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.), นายบุญเลิศ โสภา อายุ 54 ปี อดีต ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา พศจ.ลำปาง, นายแก้ว ชิดตะขบ อายุ 54 ปี อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองพุทธศาสนศึกษา, นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร อายุ 51 ปี อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองพุทธศาสนศึกษา และพระพรหมดิลก หรือนายเอื้อน กลิ่นสาลี อายุ 75 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา/กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.)/เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เป็นจำเลยที่ 1-5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ, ทำ, จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่น โดยทุจริตหรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารฯ ทำการรับรองหลักฐานเป็นเท็จ, เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157, 162 ประกอบมาตรา 83, 86 กรณีกล่าวหาทุจริตการจัดสรรงบในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาประจำปีงบประมาณ 2557 วงเงิน 5 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 26 พ.ย.2546-15 ส.ค.2557 โดยอัยการโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2561
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 5 มี.ค.2563 พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์-จำเลยที่ได้ทำการไต่สวนแล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 1-4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 ให้จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ส่วนอดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา จำเลยที่ 5 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำผิด มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 จำคุก 1 ปีและปรับ 12,000 บาท โดยจำเลยที่ 1, 3, 4, 5 ให้การเป็นประโยชน์ในชั้นพิจารณาคดีอยู่บ้าง เห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1, 3, 4 คนละ 12 เดือน สำหรับจำเลยที่ 5 คงจำคุก 8 เดือน และปรับ 8,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในส่วนของอดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา จำเลยที่ 5 นั้น ศาลเห็นว่า เคยประกอบคุณงามความดีในด้านพุทธศาสนา จบการศึกษาระดับปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย ทะนุบํารุงการศึกษาด้านพระพุทธศาสนา อีกทั้งไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกนั้นจึงให้รอการลงโทษ (รอลงอาญา) ไว้มีกำหนด 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกไว้เป็นเวลา 9 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวันนี้ พระพรหมดิลก หรือนายเอื้อน กลิ่นสาลี จำเลยที่ 5 เดินทางมาศาล เนื่องจากยื่นอุทธรณ์คดี ส่วนจำเลยอื่นไม่ยื่นอุทธรณ์ โดยมีคณะสงฆ์และฆราวาสผู้ติดตามเดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาให้กำลังใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้ว เห็นว่าประเด็นที่จำเลยที่ 5 ยื่นอุทธรณ์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น จึงมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คงจำคุก 8 เดือน ปรับ 8,000 บาท&amp;nbsp;รอลงอาญาไว้มีกำหนด 1 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายอรรณพ บุญสว่าง ทนายความของพระพรหมดิลก เปิดเผยว่า พระพรหมดิลกอุทธรณ์ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการสนับสนุนการกระทำผิด แต่ศาลอุทธรณ์?เห็นว่าจำเลยเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ สามารถใช้อำนาจในการตรวจสอบงบประมาณต่างๆ ได้ ศาลจึงไม่เชื่อว่าจำเลยที่ 5 ไม่ทราบหรือไม่มีการตรวจสอบให้รอบคอบได้ จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เบื้องต้นทีมทนายความปรึกษากันแล้ว จะยื่นเรื่องขอสู้คดีในชั้นศาลฎีกาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรณพระบุด้วยว่า พระพรหมดิลกมีคดีเกี่ยวกับเงินทอนวัดอีก 2 คดี โดยคดีที่ถูกกล่าวหาว่าฟอกเงิน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้องไปเมื่อเดือน ก.ย.2563 และศาลออกเอกสารรับรองสิ้นสุดคดีความไปเมื่อเดือน ก.พ.2564 ส่วนอีกคดีเป็นการฟ้องในศาลแพ่ง เบื้องต้นขณะนี้ทนายได้ยื่นคำร้องถึงศาล เนื่องจากคดีอาญาฟอกเงินได้ถึงที่สุดแล้ว ในชั้นอุทธรณ์ของศาลแพ่งยังไม่มีคำสั่งใดๆ ลงมา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94817</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตเงินทอนวัด, พระพรหมดิลก, พิพากษายืน, รอลงอาญา 1 ปี, ศาลอุทธรณ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603e50aa2e7d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคุก 8 เดือน ปรับ 8 พัน รอลงอาญา 1 ปี&#039;พระพรหมดิลก&#039;คดีทุจริตงบพศ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.64- ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีทุจริตการจัดสรรเงินงบประมาณ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สำนวนหมายเลขดำ อท.254/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพนม ศรศิลป์ อายุ 61 ปี อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.), นายบุญเลิศ โสภา อายุ 54 ปี อดีต ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา พศจ.ลำปาง, นายแก้ว ชิดตะขบ อายุ 54 ปี อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองพุทธศาสนศึกษา, นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร อายุ 51 ปี อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองพุทธศาสนศึกษา และพระพรหมดิลก หรือนายเอื้อน กลิ่นสาลี อายุ 75 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา/กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.)/เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เป็นจำเลยที่ 1-5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ, ทำ, จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่น โดยทุจริตหรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารฯ ทำการรับรองหลักฐานเป็นเท็จ, เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157, 162 ประกอบมาตรา 83, 86&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีกล่าวหาทุจริตการจัดสรรงบในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาประจำปีงบประมาณ 2557 วงเงิน 5 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 26 พ.ย. 2546 - 15 ส.ค. 2557 โดยอัยการโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2563 พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์-จำเลยที่ได้ทำการไต่สวนแล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 1-4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 ให้จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ส่วน อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา จำเลยที่ 5 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำผิด มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 จำคุก 1 ปีและปรับ 12,000 บาท โดยจำเลยที่ 1, 3, 4, 5 ให้การเป็นประโยชน์ในชั้นพิจารณาคดีอยู่บ้างเห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1, 3, 4 คนละ 12 เดือน สำหรับจำเลยที่ 5 คงจำคุก 8 เดือนและปรับ 8,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในส่วนของอดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา จำเลยที่ 5 นั้น ศาลเห็นว่า เคยประกอบคุณงามความดีในด้านพุทธศาสนา จบการศึกษาระดับปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย ทะนุบํารุงการศึกษาด้านพระพุทธศาสนา อีกทั้งไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกนั้นจึงให้รอการลงโทษ (รอลงอาญา) ไว้มีกำหนด 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกไว้เป็นเวลา 9 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวันนี้ พระพรหมดิลก หรือนายเอื้อน กลิ่นสาลี จำเลยที่ 5 เดินทางมาศาล เนื่องจากยื่นอุทธรณ์คดี ส่วนจำเลยอื่นไม่ยื่นอุทธรณ์ โดยมีคณะสงฆ์และฆราวาสผู้ติดตามเดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาให้กำลังใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้ว เห็นว่าประเด็นที่จำเลยที่ 5 ยื่นอุทธรณ์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น จึงมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คงจำคุก 8 เดือน ปรับ 8,000 บาท รอลงอาญาไว้มีกำหนด 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายอรรณพ บุญสว่าง ทนายความของพระพรหมดิลก เปิดเผยว่า พระพรหมดิลกอุทธรณ์ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการสนับสนุนการกระทำผิด แต่ศาลอุทธรณ์​เห็นว่า จำเลยเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ สามารถใช้อำนาจในการตรวจสอบงบประมาณต่างๆ ได้ ศาลจึงไม่เชื่อว่า จำเลยที่ 5 ไม่ทราบหรือไม่มีการตรวจสอบให้รอบคอบได้ จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เบื้องต้น ทีมทนายความปรึกษากันแล้ว จะยื่นเรื่องขอสู้คดีในชั้นศาลฎีกาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรณพ ระบุด้วยว่า พระพรหมดิลกมีคดีเกี่ยวกับเงินทอนวัดอีก 2 คดี โดยคดีที่ถูกกล่าวหาว่าฟอกเงิน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้องไปเมื่อเดือน ก.ย. 2563 และศาลฯ ออกเอกสารรับรองสิ้นสุดคดีความไปเมื่อเดือน ก.พ. 2564 ส่วนอีกคดีเป็นการฟ้องในศาลแพ่ง เบื้องต้นขณะนี้ทนายได้ยื่นคำร้องถึงศาล เนื่องจากคดีอาญาฟอกเงินได้ถึงที่สุดแล้ว ในชั้นอุทธรณ์ของศาลแพ่งยังไม่มีคำสั่งใดๆ ลงมา.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94734</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระพรหมดิลก, ศาลอาญาคดีทุจริต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190516/image_big_5cdcf54795f68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 11:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;สั่งสำนักพุทธฯแจงให้ชัด ปมศาลยกฟ้องอดีตพระพรหมดิลก รอดูอัยการโจทก์จะฎีกาหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลอุทธรณ์ยกฟ้องนายเอื้อน กลิ่นสาลี อดีตพระพรหมดิลก อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา,&amp;nbsp;กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร คดีฟอกเงินทุจริตจัดสรรงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ของวัดสามพระยา ว่า เมื่อวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ก.ย. นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการ พศ.ได้ให้สัมภาษณ์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในทางปฏิบัติหากจะกลับมาอยู่ในสมณเพศ ต้องรอให้คดีสิ้นสุดที่ศาลฎีกาก่อนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขอให้ไปถามที่ พศ. ซึ่งเขาได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้ว ว่าตามกฎหมายของ มส. มีเกณฑ์ต่างๆ ถ้าเข้าข้อไหนก็เข้าข้อนั้น เช่น คำพิพากษาต้องถึงที่สุด เพราะมีประเด็นตั้งแต่เริ่มต้นว่าสละสมณเพศแล้วหรือยัง ถ้าสละสมณเพศแล้วการจะกลับเข้ามาจะต้องบวชใหม่ แต่ถ้ายังไม่สละสมณเพศก็กลับมาครองผ้าเหลืองได้ อย่างไรก็ตาม ขอให้ พศ.เป็นผู้ตอบแล้วกัน เพราะเป็นเรื่องของทางกฎหมายและผู้ใหญ่ทางสงฆ์ จะได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นอกจากนี้ ยังต้องดูว่าอัยการโจทก์จะดำเนินการอย่างไรต่อ จะฎีกาหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีกรณีที่ออกมาแล้วครองผ้าเหลืองต่อเลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มีอยู่เสมอ เมื่อถามอีกว่า การออกมาแล้วครองผ้าเหลืองทันทีถือว่าถูกหรือผิดอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า มีทั้งถูกและผิด เอาไว้สักระยะหนึ่งเดี๋ยวตนจะมาอธิบายให้ฟัง ให้ พศ.ชี้แจงไปก่อน เพราะตนยังไม่เห็นคำพิพากษาว่าเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายวิษณุจะต้องให้คำแนะนำกับทาง พศ.ด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า หากไปถึงจุดหนึ่งอาจจะต้องมีการทำความเข้าใจกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สุดท้ายเรื่องนี้จะมีทางออกใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า จะทางออกหรือทางเข้าก็ยังไม่รู้ ขอให้รอสักระยะหนึ่ง เพราะยังใหม่อยู่ ยังตั้งหลักกันไม่ถูกว่าเรื่องเป็นอย่างไร แต่ทาง พศ.ตั้งหลักถูกแล้ว จึงได้ออกมาชี้แจงเมื่อวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ก.ย. ขณะนี้จึงต้องยึดคำชี้แจงของ พศ.อยู่ แต่บังเอิญว่าคำชี้แจงเข้าใจยาก จึงต้องให้ พศ.ชี้แจงซ้ำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78456</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระพรหมดิลก, วัดสามพระยา, วิษณุ เครืองาม, เอื้อน กลิ่นสาลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c196a707f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯถอดถอนสมณศักดิ์ 7 พระทุจริตเงินทอนวัด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.61 - &amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศเรื่อง ถอดถอนสมณศักดิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยปรากฏว่ามีกรณีพระภิกษุถูกกล่าวหาว่า กระทําการทุจริตและถูกดําเนินคดีอาญาในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าท่ีโดยมิชอบหรือโดยทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอํานาจตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ตามความในมาตรา ๕ ตรี แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ถอดถอนสมณศักดิ์ จํานวน ๗ รูป ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขโข) วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. พระพรหมเมธี (จํานงค์ เอี่ยมอินทรา) วัดสัมพันธวงศาราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. พระพรหมดิลก (เอื้อน กลิ่นสาลี) วัดสามพระยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔. พระราชอุปเสณาภรณ์ (สมณศักดิ์เดิมคือ พระเมธีสุทธิกร) (สังคม สังฆะพัฒน์)วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕. พระราชกิจจาภรณ์ (สมณศักดิ์เดิมคือ พระวิจิตรธรรมาภรณ์) (เทอด วงศ์ชะอุ่ม)วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖. พระอรรถกิจโสภณ (สมทรง อรรถกฤษณ์) วัดสามพระยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๗. พระศรีคุณาภรณ์ (บุญทวี คํามา) วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ยกเว้นลําดับที่ ๓ ๕ ๖ และ ๗ ตั้งแต่วันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑ซึ่งเป็นวันที่ถูกจับกุมและสละสมณเพศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10310</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถอดถอนสมณศักดิ์, พระพรหมดิลก, พระพรหมสิทธิ, พระพรหมเมธี, พระราชกิจจาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร), พระราชอุปเสณาภรณ์ (สังคม ญาณวฑฺฒโน), พระศรีคุณาภรณ์, พระอรรถกิจโสภณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65ddc9100a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 18:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าคุณเอื้อนยังไม่เปล่งวาจาลาสิกขา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.2561 - &amp;nbsp;การควบคุมตัวพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปในคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรม ตั้งแต่ปี 2557 รวมกว่า 150 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันได้นุ่งขาวห่มขาวในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ตามคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. &amp;ndash; 4 มิ.ย.นั้น มีข้อมูลใหม่ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกรณีพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายบรรจบ บรรณรุจิ ประธานสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กโดยระบุตอนหนึ่งว่า เมื่อวาน (28 พ.ค.) ไปเรือนจำพิเศษมากับคุณกร ตั้งใจเยี่ยมพระพรหมดิลก ซึ่งตอนรู้จักกันใหม่ๆ เมื่อ พ.ศ.2513 ตอนนั้นเป็นเณรเปรียญ 7 ท่านสอบได้ ป.ธ.2 ยังไม่เป็นมหา อยู่วัดสามพระยาด้วยกัน อดอยากมาก ท่านเป็นพระมีลาภสักการะ ผมเป็นเณรบิณฑบาตไม่ค่อยได้ ท่านก็เมตตาเรียกให้ไปเอาข้าวบ้าง ขนมบ้าง มาฉัน ผมก็พออาศัยได้มีแรงเรียนหนังสือจนสอบ ป.ธ.8 ได้ ในปีนั้นเพราะความดีนี้แหละ เมื่อท่านมีภัยก็อยากไปกราบท่านให้กำลังใจท่าน แต่เสียดายไม่ได้พบ เพราะท่านเหนื่อยตอนเช้ามาพอแรง เลยออกมาไม่ไหวเลยไม่ได้ข้อมูลมาเล่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็เจอลูกศิษย์ท่านทั้งพระและฆราวาส ต่างยืนยันว่า ท่านเพียงแต่เปลี่ยนชุดที่สวมใส่ แต่ไม่ได้เปล่งวาจาลาสิกขา จึงยังความเป็นพระอยู่ ตั้งแต่มาอยู่ท่านก็ประพฤติกิจของสงฆ์ เช่น ทำวัตรสวดมนต์และไม่ฉันมื้อเย็น และหากกระบวนการสอบสวนจบสิ้นแล้วท่านไม่ผิด ท่านยังสามารถกลับมาครองจีวรและเป็นพระได้เลยโดยไม่ต้องบวชใหม่นับพรรษาใหม่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10259</URL_LINK>
                <HASHTAG>บรรจบ บรรณรุจิ, ประธานสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย, พระพรหมดิลก, มส., มหาเถรสมาคม, วัดสามพระยา, เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร, เจ้าอาวาส, เฟซบุ๊ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0d3d375b97e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10230</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 04:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 04:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งแล้ว&#039;พระธรรมสุธี&#039;แทน&#039;เจ้าคุณเอื้อน&#039;ที่นอนคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ภาพจากเฟซบุ๊กวัดหัวลำโพง พระอารามหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.2561 - การดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงินในคดีเงินทอนวัด ซึ่งทำให้พระเถระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) หรือเจ้าคุณเอื้อน เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ทำให้พระเทพสุธี (สายชล ฐานวุฑฺโฒ ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เจ้าคณะภาค 1 (กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;นนทบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปทุมธานี&amp;nbsp;สมุทรปราการ) ในฐานะเจ้าคณะปกครอง จึงมีคำสั่งแต่งตั้งพระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท ป.ธ.3 พธ.ธ.กิตติ์) รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง พระอารามหลวง เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประวัติพระธรรมสุธีนั้น เกิด 9 มกราคม พ.ศ.2486 อายุ 75 ปี อุปสมบท 16 มิ.ย.2506 พรรษา 55 สังกัดมหานิกาย วุฒิการศึกษา น.ธ.เอก, ป.ธ.3 และ พธ.ด.(กิตติ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำแหน่งในฝ่ายปกครอง ปี 2526 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง, ปี 2535 เป็นเจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง, ปี 2536 เป็นพระอุปัชฌาย์, ปี 2541 เป็นเจ้าคณะเขตบางรัก, ปี 2545 เป็นเจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง พระอารามหลวง, ปี 2553 เป็นรองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และล่าสุดปี 2561 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสมณศักดิ์ ปี 2507 เป็นพระเปรียญธรรม 3 ประโยค, ปี 2532 เป็นพระครูสัญญาบัตรผู้ช่วยเจ้าอาวาส ที่พระครูนิวิฐกิจจาภรณ์, ปี 2535 เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นโท ในราชทินนามเดิม, 5 ธ.ค.2539 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ที่พระพิพัฒน์ปริยัติสุนทร, 5 ธ.ค.2545 เป็น พระราชาคณะชั้นราช ที่พระราชปริยัติสุนทร บวรศาสนกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี, 5 ธ.ค.2550 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพวิริยาภรณ์ สุนทรศีลาจาร สุวิธานปริยัติกิจ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี, 5 ธ.ค.2559 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่พระธรรมสุธี ศรีศาสนโสภณ วิมลปริยัติวิธาน บริหารศาสนกิจจาทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10230</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระธรรมสุธี, พระพรหมดิลก, พระเทพสุธี, วัดสามพระยา, วัดหัวลำโพง, เงินทอนวัด, เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร, เจ้าคณะภาค 1, เจ้าคุณเอื้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180529/image_big_5b0c75f1e7b05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟันธง! เจ้าคุณ&#039;ธงชัย-จำนงค์&#039; หนียาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ที่มาภาพ www.alittlebuddha.com &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2561 &amp;ndash; alittlebuddha.com ได้วิเคราะห์กรณีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ 3 ชั้นพระพรหม ซึ่งถูกหมายจับในข้อหาร่วมกันฟอกเงินในคดีเงินทอนวัด โดยสามารถจับพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) หรือเจ้าคุณเอื้อน เจ้าอาวาสวัดสามพระยา เจ้าคณะกรุงเทพฯ และกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ได้ ในขณะที่พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) หรือเจ้าคุณธงชัย เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส.และเจ้าคณะภาค 10 และพระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) หรือเจ้าคุณจำนงค์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส.และเจ้าคณะภาค 4-7 หลบหนีอยู่นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าทำไมต้องหนี ตอบว่าก็เห็นๆ กันอยู่ ถ้ายังอยู่ป่านนี้ก็นุ่งกางเกงขาว-กินข้าวแดงไปแล้ว อย่าหวังจะได้เห็นดาวเห็นเดือน ขนาดพระเด็กๆ ลูกวัดสระเกศไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ยังโดนจับถอดผ้าเหลืองยัดห้องขังระนาวราวกับเด็กอนุบาล เจ้าคุณเอื้อน วัดสามพระยา เป็นถึง &amp;quot;รองสมเด็จ-เจ้าคณะ กทม.&amp;quot; ก็ไม่มีแม้แต่เวลาบอกลาใคร ไปไม่กลับ กลายเป็น &amp;quot;ทิดเจ้าคุณเอื้อน&amp;quot; ภายในพริบตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ยุทธการอันสำคัญในรอบร้อยปีนี้มีที่มาอย่างไร ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบก็คงเหมือนทนายวันชัยพูดนั่นแหละ ต่อให้อีกร้อยพงศ์พร ก็ไม่มีทางคิดและทำสำเร็จ แต่ความสำเร็จนั้น เห็นได้ว่า &amp;quot;เกิดจากหลายฝ่าย&amp;quot; ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล คสช. ที่ไฟเขียวให้ปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายทหารตำรวจที่พร้อมจะดำเนินการตามคำสั่งของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่พอเจ้าคุณเอื้อนขึ้นรถตำรวจออกวัดสามพระยา ก็รีบเสนอ &amp;quot;ปลด 3 กรรมการ มส.&amp;quot; ต่อสมเด็จพระสังฆราช ทันที เพื่อให้ไม่มีตำแหน่งตอนไปฝากขังที่ &amp;quot;ศาลอาญา&amp;quot; ครั้นถึงศาลแล้ว อดีตกรรมการ มส. ก็ง่ายต่อการพิจารณา &amp;quot;ไม่อนุญาตให้ประกันตัว&amp;quot; เป็นไปตามเป้าหมาย คือ จับสึก ทันที ไม่มีการรอลงอาญา ก็ถือว่าจบเกม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จบไปแค่ พุทธะอิสระกับเจ้าคุณเอื้อน ส่วนเจ้าคุณจำนงค์กับเจ้าคุณธงชัยนั้นจมูกไว หรือเกลือในกรมตำรวจเป็นหนอน จึงได้กลิ่น รีบเผ่นแต่กลางดึก หาตัวไม่พบจนป่านนี้ ถามว่า สองอดีตกรรมการ มส. จะยอมเข้ามอบตัวหรือไม่ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบก็น่าจะเป็น ถ้าคิดมอบตัวจะหนีทำไม จริงไหม ? ทั้งสองก็คงใช้หลักการเดียวกับ &amp;quot;ธัมมชโย&amp;quot; นั่นแหละ หลงพ่อจะมอบตัวก็ต่อเมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตย &amp;quot;ผ้าเหลือง&amp;quot; เป็นสิ่งที่ต้องรักษาไว้สุดชีวิต เพราะถ้าผ้าเหลืองหลุดแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะหลุดไปด้วย ถึงจะบวชได้ใหม่ก็ใช่ว่าจะเหมือนเดิม ยกเว้นพุทธะอิสระที่ไม่มีอะไรจะเสีย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าคุณธงชัย วัย 62 เจ้าคุณจำนงค์ อายุ 77 แก่งัก ติดคุกคนละ 10-20 ปี ถ้าไม่ตายในคุก ก็คงคลานออกมาตาฝ้าฟาง นั่นคือสมการว่า ถ้ามอบตัวแล้วจะไหวหรือไม่ และ..ทำไมต้องหนี เมื่อหนีแล้วก็ต้องหนีให้สุดชีวิต เพราะขืนโลเลกลับเข้ามามอบตัว ก็จะหนักกว่าเจ้าคุณเอื้อนและพุทธะอิสระ ทุกอย่างมันมาไกลเกินกว่าจะกลับแล้ว เมื่อตัดสินใจไปแล้วก็คง..ไปไม่กลับ !
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10094</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระพรหม, พระพรหมดิลก, พระพรหมสิทธิ, พระพรหมเมธี, พระเถระ, วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร, วัดสัมพันธวงศาราม, วัดสามพระยา, เงินทอนวัด, เจ้าคุณจำนง, เจ้าคุณธงชัย, เจ้าคุณเอื้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0a438e9e29a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
