<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันเดียวก็เที่ยวได้ &quot;เชียงแสน&quot; ชุมชนริมโขง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ชมวิวสามเหลี่ยมทองคำ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อว่าหลายคนคงเคยไปเชียงรายกันมาแล้ว แต่ในทริปนี้องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. พาชาวคณะไปที่ชุมชนริมโขง ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่ชุมชนขนาดไม่ใหญ่มาก อันเต็มไปด้วยเรื่องราวของประวัติศาสตร์ล้านนาและยังหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นวัดเก่าแก่ หรือวัดร้างกว่า 70 วัด กำแพงโบราณ หรือวัตถุโบราณ สถาปัตยกรรมต่างๆ ที่หาชมได้ยาก ซึ่งชาวบ้านในชุมชนและบริเวณใกล้เคียงก็มีความน่ารัก ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนให้น่าไปสัมผัสมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พระพุทธนวเจ้าล้านตื้อ ริมน้ำโขง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ก่อนจะเข้าสู่ตำบลเวียง มาถึงเชียงแสนทั้งทีก็ต้องแวะไปที่สามเหลี่ยมทองคำที่อยู่ในเขตบ้านสบรวก อำเภอเชียงแสน เพราะชาวคณะบางคนมาเชียงรายก็หลายครั้ง แต่ยังไม่มีโอกาสแวะมาที่สามเหลี่ยมทองคำสักครั้ง เราเดินทางมาถึงก็ช่วงบ่ายสามกว่าๆ นักท่องเที่ยวก็บางตาลงแล้ว ร้านค้าริมถนนเริ่มดึงประตูเหลือครึ่งหนึ่ง เป็นสัญญาณเตรียมปิดร้าน แต่ก็ยังสามารถเข้าไปสักการะพระพุทธนวเจ้าล้านตื้อ ที่ประดิษฐานอยู่บนเรือแก้วกุศลธรรม บริเวณด้านข้างก็คืออนุสาวรีย์พญาแสนภู ที่ฉากหลังเป็นตุงหลวงเฉลิมพระเกียรติ มีจุดชมวิวพื้นที่สามเหลี่ยมของทั้ง 3 ประเทศ ไทย ลาว เมียนมา แต่จริงๆ ถ้าไม่รีบก็นั่งชิวๆ รับลมเย็นๆ ชมวิวฝั่งลาวก็เข้าท่านะ แต่คณะเราต้องรีบเข้าที่พัก เก็บแรงไว้ไปลุยต่ออีกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ตุงหลวงเฉลิมพระเกียรติ อนุสาวรีย์พญาแสนภู)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันถัดมาที่ตำบลเวียง ขอเรียกว่าวันเดย์ทริป เพราะเราจะมาทำความรู้จักที่นี่ในหนึ่งวัน มัชฌิมา ยกยิ่ง เจ้าของกิจการสปาสุขภาพในชุมชน เล่าที่มาของการท่องเที่ยวชุมชนให้ฟังคร่าวๆ ว่า ที่นี่เพิ่งเริ่มทำท่องเที่ยวได้ 2-3 ปี จากการร่วมมือกันของชาวบ้านทั้งที่อยู่ในเวียงเวียงเชียงแสน และนอกเวียงที่มีประมาณ 15 คน ใครที่อยากแวะเข้ามาเที่ยวก็สามารถมาได้เลย หรือใครต้องการแบบโปรแกรมท่องเที่ยวก็มีให้เลือก แต่ราคาไม่ได้กำหนดว่าอยู่ที่เท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่เลือกทำ ซึ่งคณะของเราได้เลือกแบบเป็นโปรแกรมท่องเที่ยว ราคาประมาณ 800 บาท (เหมารวมทั้งคณะ) ไม่รวมอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(กำแพงเมืองโบราณที่ปกคลุมไปด้วยหญ้าเขียวขจี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เริ่มต้นด้วยการนั่งรถรางชมเมือง ซึ่งจะมีไกด์คอยบรรยายเกี่ยวกับผังเมืองที่มีลักษณะคล้ายรูปสี่เหลียมผืนผ้า ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งในสมัยก่อนเชียงแสนได้ถูกวางให้เป็นศูนย์กลางเมืองตอนบนและป้องกันข้าศึกทางด้านทิศเหนือ อีกทั้งยังเป็นที่ประทับของพญาแสนภูตลอดพระชนม์ชีพอีกด้วย ฟังเรื่องราวในอดีตสลับกับมองออกไปยังบ้านเรือนในปัจจุบัน ที่นี่ก็เหมือนกับชนบทในต่างจังหวัดอื่นๆ รถราไม่หนาแน่น การเดินทางจึงสะดวก แต่อาจจะแปลกตาอยู่บ้างตรงที่บางจุดมีซากอิฐของวัดเก่าๆ หรือซากกำแพงเมือง หรือจุดไหนที่มีพระเก่าแก่ที่พุพังก็จะมีบ้านของชาวบ้านสร้างอยู่ใกล้ๆ แต่ชาวบ้านก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งหรือทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พระธาตุเจดีย์หลวง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พอรถเริ่มเลี้ยงเข้าสู่บริเวณเส้นกำแพงเมือง ที่ตั้งของวัดต่างๆ จุดแรกคือที่ วัดเจดีย์หลวง วัดเก่าแก่ที่มีอายุราวๆ 700 ปี ซึ่งเป็นวัดที่สำคัญและเป็นที่ศรัทธาอย่างยิ่งของชาวบ้าน ก่อนจะเข้าไปกราบไหว้และชมวัดเราก็ได้มาร่วมทำ สวยดอกไม้ กับชาวบ้าน ซึ่งก็คือกรวยดอกไม้ที่ทำเพื่อไหว้พระของวัดแห่งนี้ ที่จะมีความงดงามในการประณีตพับใบตองและตกแต่งด้วยดอกไม้สิริมงคล อาทิ ดอกโกสน ดอกบานบุรี ดอกพุธให้สวยงาม นำไปกราบไหว้ที่วิหารหลวงพ่อเชียงแสนสิงห์ 1 พระประธานประจำวัด เดินชมบริเวณรอบๆ วัด ด้านหลังวิหารเป็นที่ตั้งของพระธาตุเจดีย์หลวงทรงระฆังแบบล้านนา มีความสูงถึง 88 เมตร นับว่าใหญ่ที่สุดในเชียงแสน มีความเก่าแก่แต่ดูมีความขลังอย่างบอกไม่ถูก ด้านข้างยังพบยอดเจดีย์ที่หักลงมาและซากโบราณสถานอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เศียรพระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะล้านนา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ใครไม่กลัวเมื่อยก็สามารถเดินเท้าไปยังจุดต่อไปใกล้ๆกัน ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่สุดในภาคเหนือ แค่ทางเข้าก็ต้องสะดุดตากับ เศียรพระพุทธรูปปูนปั้น ซึ่งเป็นศิลปะล้านนาในช่วง พุทธศตวรรษที่ 19-20 ซึ่งย้ายมาจากวัดพระนอน เมืองเชียงแสน ส่วนของด้านในจะจัดแสดงโบราณวัตถุและเรื่องราววิถีชีวิตของชนเผ่าต่างๆ ที่อยู่ในเชียงแสนซึ่งมีไฮไลต์ก็คือ เปลวรัศมีพระเจ้าล้านตื้อ ที่สะท้อนเทคนิคการทำโลหะสำริดของพระพุทธรูปขนาดใหญ่ หรือประติมากรรมปูนปั้นหน้ากาลที่นำมาจากวัดป่าสัก ที่ใบหน้าคล้ายกึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์ ทำให้เห็นฝีมือเชิงช่างของล้านนาได้ดีทีเดียว พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่ผสมผสานศิลปะล้านนาและสุโขทัยได้อย่างงดงาม ประติมากรรมรูปพระฤาษีกัมมะโล ที่บริเวณฐานมีจารึกอักษรธรรมล้านนา ไทใหญ่ ไทย และบาลี ที่ระบุเป็นชื่อของผู้สร้าง คำไหว้พระธาตุ และจารึกกษัตริย์ราชวงศ์มังราย เป็นต้น ในส่วนอื่นๆ ก็จัดเป็นโซนให้เราได้เรียนรู้วิถีล้านนาได้อย่างเพลิดเพลิน เปิดทำการในวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 08.30-16.30 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ค่าเข้าชมประมาณ 10 บาท ส่วนชาวต่างชาติอยู่ที่ 100 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พระพุทธรูปปางลีลาที่วัดป่าสัก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อให้ได้อรรถรสอย่างต่อเนื่อง เราก็จะเดินทางต่อไปที่วัดป่าสัก ที่เรียกวัดป่าสักก็เพราะมีต้นสักถึงกว่า 300 ต้น แต่ไฮไลต์ที่เราจะไปชมกันก็คือ หน้ากาลที่ได้เห็นอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ก็ยังคงมีอยู่บนเจดีย์ทรงปราสาทยอดระฆังแบบห้ายอด ส่วนด้านในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระธาตุกระดูกตาตุ่มข้างขวาของพระพุทธเจ้า ข้อชวนให้สงสัยอีกอย่างของเจดีย์แห่งนี้คือ รอบพระเจดีย์จะมีพระพุทธรูปทั้งศิลปะล้านนา หรือที่มีเครื่องแต่งกายคล้ายกับของประเทศเมียนมา ซึ่งล้วนแต่เป็นพระพุทธรูปยืน มีเพียงองค์เดียวที่เป็นองค์ปางลีลา ซึ่งก็สร้างความฉงนให้กับเราเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ขนมวิเศษเชียงแสน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จุดต่อไปใครที่ชอบกินขนมไทยห้ามพลาด ขนมวิเศษเชียงแสน ที่บ้านขนมที่มีขายที่นี่ที่เดียว ต้องโทรมาสั่งล่วงหน้า เรียกได้ว่าเป็นสูตรเฉพาะที่คิดขึ้นเองของลูกชายป้าศรีไว หมุดใหม่ โดยนำเอาขนมโลเลของเวียดนามมาผสมขนมบุหลันดั้นเมฆของไทย ผสมกับมะพร้าวห้าวทำให้หอมหวานมัน รสชาติดีทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ป้าศรีไวสอนทำขนมวิเศษเชียงแสน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เดินทางต่อไปที่จุดสุดท้ายของทริป คือ การได้ผ่อนคลายร่างกายที่ โฮงฮอมผญ๋า ของพี่มัชฌิมา สปาเพื่อสุขภาพ มีตั้งแต่สปาเท้าด้วยหินจากแม่น้ำโขง และน้ำต้มสมุนไพร หรือการบำบัดรักษาอาการเจ็บทางร่างกายด้วยภูมิปัญญาล้านนาโบราณ ที่รู้จักกันคือ ย่ำขาง วิธีนวดก็จะนำเท้าจุ่มน้ำสมุนไพรหรือน้ำมันงา และไปย่ำที่ขางหรือผานไถที่วางไว้บนเตาไฟ เพราะโบราณที่มีความเชื่อว่าผานไถสามารถไถ่พื้นดินได้ ก็สามารถไถ่โรคภัยไข้เจ็บได้ จากนั้นก็มาเหยียบ นวดบนร่างกาย ตั้งแต่เท้าไปจนถึงส่วนบ่า หลัง ยังมีการตอกเส้นที่จะช่วยให้หายปวดเมื่อย เราเองก็ลองตอกเส้น เจ็บจี๊ดๆ เพราะกล้ามเนื้อแข็งมาก แต่หลังจากนั้นก็จะเริ่มผ่อนคลายขึ้นนะ หายเหนื่อยเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ย่ำขาง ภูมิปัญญาล้านนา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จบทริปสั้นๆ ด้วยรถรางนำเที่ยว แต่มีความสนุกและผ่อนคลายสุดๆ แต่หากใครมีเวลาสัก 2 วัน 1 คืนน่าจะได้สัมผัสวิถีคนล้านนาที่นี่อย่างเต็มที่เลยแหละ ใครสนใจมาเที่ยวชุมชนริมโขงก็สามารถติดต่อได้ที่ พี่มัชฌิมา โทร. 06-2969-1946 หรือจะแบกเป้มาเองก็ลองดูนะ ไม่ผิดหวังแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45625</URL_LINK>
                <HASHTAG>ททท., พระพุทธนวเจ้าล้านตื้อ, สามเหลี่ยมทองคำ, อนุสาวรีย์พญาแสนภู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190912/image_big_5d7a3b0b507fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
